บทที่ 1279 ศึกเดิมพันของสองเผ่า
“พวกเจ้าอย่าได้ดีใจกันเร็วเกินไป จำนวนรายชื่อมีเพียงแค่สิบคนเท่านั้น อีกทั้งยังมีข้อจำกัดอีกข้อหนึ่ง นั่นก็คืออายุต้องไม่เกินสองร้อยปี!”
ผู้อาวุโสเทพโบราณเน้นอีกครั้ง ทั้งยังพูดถึงข้อจำกัด
เมื่อเอ่ยคำพูดนี้ออกไป ศิษย์เผ่าพันธุ์วิญญาณทั้งหลายเบื้องล่างบ้างส่ายหัวถอนหายใจ บ้างโมโหกระฟัดกระเฟียด
สำหรับเทพแท้จริง เวลาสองสามร้อยปีเป็นเพียงแค่ชั่วพริบตาเท่านั้น กระทั่งอายุของเทพแท้จริงขั้นสี่ทั้งหลายที่นั่นก็เลยสองร้อยปีมาตั้งนานแล้ว การต่อสู้ระหว่างสองเผ่าไม่จำกัดพลังฝึกตน แต่กลับจำกัดอายุ!
นี่คือสิ่งที่คนส่วนมากคาดไม่ถึง
“ข้าแก่เกินไปแล้ว!” เทพโบราณเจินไห่ที่ได้ที่หนึ่งของเทพโบราณขั้นเจ็ดยิ้มอย่างจนปัญญา
อายุของเขานับว่ามากที่สุดในบรรดาเทพโบราณที่นี่แล้ว
ในการช่วงชิงวารีศักดิ์สิทธิ์ชำระวิญญาณครั้งนี้ ถึงแม้เขาจะได้ที่หนึ่ง แต่กลับไม่มีวาสนาเข้าร่วมการต่อสู้ของสองเผ่า
“คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีข้อจำกัดนี้ด้วย!” เทพโบราณปิงหยวนได้ยินข้อจำกัดนี้ ประกายในแววตายิ่งลุกวาว อายุของเขาอยู่ที่หนึ่งร้อยเก้าสิบปีพอดี อีกทั้งเทพโบราณรุ่นสูงวัยกว่าทั้งหลายก็ล้วนไม่ใช่คู่มือของเขา นอกจากนั้น ตามที่เขารู้มา เทพโบราณเผ่าพันธุ์วิญญาณที่อายุไม่เกินสองร้อยปีเหมือนจะมีเขาเพียงคนเดียว
‘ท่าทางการต่อสู้ของสองเผ่าครั้งนี้ คนสิบคนของอีกฝ่ายจะต้องแพ้ในเงื้อมมือของข้า!’
เทพโบราณปิงหยวนยิ้มเย็น พูดขึ้นในใจ
การต่อสู้ของสองเผ่าครั้งนี้คือเวทีของเขา!
ศิษย์รุ่นเยาว์บางคนที่นั่นถอนหายใจเล็กน้อย ข้อจำกัดอายุสองร้อยปีปฏิเสธผู้แข็งแกร่งชั้นยอดจำนวนมาก ส่วนพวกเขาก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย แต่ในตอนนี้เอง ลมเมฆบนท้องฟ้าทะลักล้น เสียงเก่าแก่โบราณดังมา
“ข้าได้กำหนดรายชื่อไว้ห้าคนแล้วจากการสังเกตศึกช่วงชิงวารีศักดิ์สิทธิ์ชำระวิญญาณเมื่อครู่!”
เสี้ยวขณะที่คำพูดนี้ดังมา บนท้องฟ้าก็ก่อเป็นเงามายาใหญ่ยักษ์ของผู้อาวุโส
สายตาของทุกคนจ้องไปบนท้องฟ้าทันที
ศิษย์หลักจำนวนน้อยและผู้อาวุโสขั้นเทพโบราณเพิ่งจำเงานี้ได้ว่าคือผู้อาวุโสห้าของเผ่าพันธุ์วิญญาณ และเมื่อคำพูดของเขาจบลง ที่นั่นฮือฮากันทันที
แท้ที่จริงแล้ว ในตอนที่ช่วงชิงวารีศักดิ์สิทธิ์ชำระวิญญาณเมื่อครู่ ผู้นำระดับสูงเผ่าพันธุ์วิญญาณกำลังแอบสังเกตการต่อสู้ ทั้งยังเลือกบุคคลที่เหมาะสม
ตอนนี้กำหนดรายชื่อไว้แล้วห้าคน เช่นนั้นก็เหลืออีกห้ารายชื่อ
“เทพโบราณปิงหยวน เทพแท้จริงหลงหยวน จ้าวเฟิง จางอวี่ถง วานรคลั่ง คนทั้งห้านี้สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ของสองเผ่าได้เลย พวกเจ้ามีข้อสงสัยใดหรือไม่?”
บนท้องฟ้า ใบหน้าของผู้อาวุโสคนนั้นแก่หง่อม แต่กลับมีพลังมหาศาล
“ไม่มีขอรับ!” โอกาสยิ่งใหญ่เช่นนี้ คนสี่ห้าคนที่ถูกเลือกแน่นอนว่าไม่มีทางปฏิเสธ
“รายชื่อที่เหลืออีกห้าคน ใครก็สามารถช่วงชิงได้ทั้งสิ้น”
ผู้อาวุโสห้าเผ่าพันธุ์วิญญาณพูดต่อ
“ผู้อาวุโส ข้าขอตัวไปเตรียมตัวเพื่อการต่อสู้ของทั้งสองเผ่าก่อน!”
เทพโบราณปิงหยวนพูดด้วยสีหน้าหยิ่งทะนง คำพูดของเขาดึงดูดคนทุกคนที่อยู่ที่นั่น
“เหมือนว่าผู้แข็งแกร่งเทพโบราณจะมีปิงหยวนคนเดียวที่อายุไม่เกินสองร้อยปี!”
“ท่าทางผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของการต่อสู้สองเผ่าก็คือเขา เขาจะต้องเอาเกียรติยศมาให้เผ่าพันธุ์วิญญาณได้แน่นอน!”
ศิษย์เผ่าพันธุ์วิญญาณทั้งหลายมองไปยังเทพโบราณปิงหยวน ยากที่จะปกปิดความเคารพเลื่อมใสและความอิจฉาในใจได้
“เจ้าไปเถอะ มีอะไรไม่เข้าใจก็มาขอคำชี้แนะจากผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์วิญญาณได้!”
ผู้อาวุโสในท้องฟ้าพูดอย่างมีเมตตา
ในเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์มีเพียงแค่เทพโบราณปิงหยวนคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิเข้าร่วมการต่อสู้ของสองเผ่า
พลังของเทพโบราณปิงหยวนเองก็เป็นเลิศ ดังนั้นเผ่าพันธุ์วิญญาณจึงฝากความหวังไว้ที่เขา!
ต่อมา จ้าวเฟิงและคนอื่นๆ อีกสี่คนก็จากที่นี่ไปทันที
ในเมื่อพวกเขาคือคนที่ต้องเข้าร่วมการต่อสู้ของสองเผ่า ถึงตอนนั้นคนที่ต้องเจอก็คือผู้แข็งแกร่งทั้งสิบของเผ่าเปลวทอง
ตอนนี้ยังห่างจากศึกสองเผ่าอีกสองเดือน พวกเขาล้วนอยากยกระดับพลังขึ้นบ้าง เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีในการต่อสู้
“พี่เฟิง!” จ้าวหยูเฟยตามมา และจากไปพร้อมกับจ้าวเฟิง
การต่อสู้ของทั้งสองเผ่าจำกัดอายุ แต่ไม่จำกัดขอบเขตพลัง
รายชื่อที่เหลืออีกห้าคน กว่าครึ่งล้วนเป็นเทพแท้จริงขั้นหก ส่วนจ้าวหยูเฟยเพิ่งจะถึงปฐมเทพขั้นห้า แน่นอนว่าไม่มีความหวังใดๆ
เมื่อคนที่ควรไปจากไปแล้ว ใจกลางของสนามก็เดือดพล่านขึ้นอีกครั้ง เพราะศึกชิงวารีศักดิ์สิทธิ์ชำระวิญญาณเพิ่งจบลง ก็มีศึกชิงรายชื่อของการต่อสู้สองเผ่า
……
ศึกเดิมพันของสองเผ่ากำหนดที่สองเดือนหลังจากนี้ หากอยู่ในมิติของชุดคลุมมิติ จ้าวเฟิงจะมีเวลาฝึกฝนห้าหกร้อยวัน
ฟุ่บ! เมื่อมาถึงชุดคลุมมิติ จ้าวหวางและมังกรวารีล้างโลกาล้วนอยู่ในการฝึกฝน
ในยามนี้จ้าวหวางถึงระดับปฐมเทพขั้นห้าแล้ว
จ้าวเฟิงส่งจ้าวหวางเข้าไปในห้วงฝันบรรพกาล ทั้งยังจัดการให้เขาทะลวงตำแหน่งเทพ
ผ่านไปไม่กี่วันก็มีคนของเผ่าพันธุ์วิญญาณส่งวารีศักดิ์สิทธิ์ชำระวิญญาณมาถึงหน้าประตู
“นี่ก็คือวารีศักดิ์สิทธิ์ชำระวิญญาณ?” สายตาของจ้าวเฟิงจ้องขวดแก้วโปร่งแสงในมืออย่างละเอียด ในนั้นมีของเหลวสีฟ้าอ่อนที่ราวกับมีจิตวิญญาณไหลวนอยู่อย่างช้าๆ
ไม่พูดพร่ำทำเพลง จ้าวเฟิงเริ่มปิดด่าน
ใช้วารีศักดิ์สิทธิ์ชำระวิญญาณหลังจากทะลวงขั้นจะเกิดผลสูงสุด และเขาทะลวงขั้นเทพโบราณมาได้ระยะหนึ่งแล้ว แต่ว่าก่อนจะใช้ต้องลอกเลียนแบบเอาไว้ชุดหนึ่ง
หนึ่งวันหลังจากนั้น การลอกแบบเสร็จสิ้นลง จ้าวเฟิงถึงจะเริ่มฝึกฝน
อึก! จ้าวเฟิงดื่มวารีศักดิ์สิทธิ์ชำระวิญญาณ พลันรู้สึกว่ามีสายน้ำเย็นเยือกไหลเวียนไปตามเลือด แทรกซึมไปทั่วร่างกาย
สุดท้าย สายน้ำกลุ่มนั้นก็ไปบรรจบอยู่ที่รากฐานเทพในกายทั้งหมด
ยี่สิบวันหลังจากนั้น กลิ่นอายบนร่างของจ้าวเฟิงก็ค่อยๆ สงบลงไป
ตอนนี้ต่อให้เป็นเทพโบราณขั้นเดียวกัน หากไม่สังเกตให้ละเอียดก็ไม่มีทางแน่ใจขอบเขตพลังที่แท้จริงของจ้าวเฟิงได้เลย นี่พิสูจน์ว่ารากฐานเทพของจ้าวเฟิงมั่นคงเป็นอย่างมาก พลังข้างในผสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ และจ้าวเฟิงก็สามารถควบคุมพลังตอนนี้ได้อย่างสิ้นเชิง
“ผลลัพธ์ไม่ธรรมดาเลย!”
ผลของวารีศักดิ์สิทธิ์ชำระวิญญาณเกินกว่าที่จ้าวเฟิงคาดเอาไว้ นอกจากนั้น เขายังพบว่าผิวกายของเขามีคราบสกปรกสีแดงคล้ำชั้นหนึ่ง
“นี่น่าจะเป็นสิ่งปลอมปนที่วารีศักดิ์สิทธิ์ชำระวิญญาณชำระขจัดออกมาจากกายเทพและเลือด!”
จ้าวเฟิงคล้ายครุ่นคิดบางอย่าง
โดยปกติแล้วหากพลังฝึกตนถึงขั้นเทพแท้จริง ในกายเทพแทบจะไม่มีสิ่งปลอมปนมากเท่าใดนัก แต่ตอนนี้จ้าวเฟิงกลับขจัดออกมามากถึงเพียงนี้
เช่นนั้นปัญหาก็อยู่ที่ด้านสายเลือดเท่านั้น
“ท่าทางตอนที่ฝึกฝนเพิ่มความแข็งแกร่งให้สายเลือด ข้าจะยังไม่ละเอียดรอบคอบมากพอ”
จ้าวเฟิงเข้าใจทันที
สายเลือดของเขาเดิมก็ระดับต่ำมาก ตอนนี้อยู่ในอันดับในหนึ่งพันของรายชื่อหมื่นเผ่าพันธุ์โบราณ ความแตกต่างก่อนและหลังนี้มากเกินไป
เช่นเดียวกัน ในสายเลือดของเขายังมีสิ่งแปลกปลอมที่ยังไม่ได้ชะล้างหรือขจัดออกอีกมาก
“หลังจากขจัดสิ่งแปลกปลอมพวกนี้ออกไปแล้ว สายเลือดของข้าน่าจะแข็งแกร่งได้เร็วขึ้นอีก!” จ้าวเฟิงยิ้มในใจ
ผลลัพธ์ของวารีศักดิ์สิทธิ์ชำระวิญญาณ เขาสัมผัสได้แล้ว และเขาที่มีความสามารถลอกเลียนแบบ สามารถสร้างออกมาได้อีกเป็นจำนวนมาก
แน่นอน เรื่องนี้อย่าได้แพร่งพรายออกไปจะดีกว่า
หลังจากใช้วารีศักดิ์สิทธิ์ชำระวิญญาณไปแล้ว จ้าวเฟิงก็มายังห้วงฝันบรรพกาล
ตอนนี้จ้าวหวางกำลังทะลวงขอบเขตเซียนสวรรค์ รากฐานเทพขั้นที่หนึ่งเพิ่งจะก่อร่าง เพราะอำนาจการควบคุมห้วงฝันบรรพกาลของจ้าวเฟิงเพิ่มขึ้นมาก ดังนั้นครั้งนี้โลกภายนอกจึงไม่เกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้น
หลังจากที่จ้าวเฟิงเอาเลือดจำนวนหนึ่งมาจากกิเลนเพลิงโลหิตแล้วก็จากไป
มิติในชุดคลุมมิติ จ้าวเฟิงกระตุ้นสายเลือดเพลิงมารโลหิตโบราณ ฝึกฝนสายเลือดต่อไป
“หลังจากขจัดสิ่งแปลกปลอมออกมาแล้ว ผลของการฝึกฝนเพิ่มขึ้นเยอะมาก!”
สีหน้าของจ้าวเฟิงลิงโลด
หลังจากนั้นสองเดือน สายเลือดเพลิงมารโลหิตของจ้าวเฟิงก็แทบจะอยู่ห้าร้อยอันดับแรกของรายชื่อหมื่นเผ่าพันธุ์โบราณ ความก้าวหน้าที่น่าตกใจนี้ทำให้จ้าวเฟิงแปลกใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อไป จ้าวเฟิงก็เริ่มศึกษาทำความเข้าใจพลังเสวียนอ้าวทุกประเภท อีกทั้งศึกษาเคล็ดวิชาลับมิติอีกวิชาหนึ่ง…เคลื่อนย้ายมิติ
‘เคลื่อนย้ายมิติ’ ด้านคุณสมบัติเหมือนกับ ‘เคลื่อนย้ายมิติชั่วพริบตา’ แต่เคลื่อนย้ายมิติยิ่งให้ความสำคัญกับระยะทาง ทำให้ระยะทางข้ามผ่านเพิ่มจนถึงขีดสุด
หนึ่งการเคลื่อนย้ายชั่วพริบตา โดยปกติแล้วก็เป็นระยะหลายแสนลี้เท่านั้น แต่หนึ่งการเคลื่อนย้ายมิติ อย่างน้อยๆ ก็เป็นระยะสิบล้านลี้ เท่ากับค่ายกลส่งข้ามระยะสั้นๆ ของดินแดนเทพรกร้าง
เงื่อนไขของเคลื่อนย้ายมิติสูงมาก อย่างน้อยๆ ต้องมีเสวียนอ้าวมิติขั้นหกจึงจะทำได้
ตอนนี้เสวียนอ้าวมิติของจ้าวเฟิงถึงขั้นห้า รวมกับการเพิ่มพลังจากชุดคลุมมิติจะถึงขั้นหก ก็ตรงตามมาตรฐานของเคลื่อนย้ายมิติแล้ว
จ้าวเฟิงทำได้เพียงศึกษาทำความเข้าใจเนื้อหาสำคัญของเคลื่อนย้ายมิติ ทั้งยังลอกเลียนแบบและอนุมานอยู่ในหัว
ในตอนที่มิติในชุดคลุมผ่านไปห้าร้อยกว่าวัน จ้าวเฟิงถึงจะออกจากปิดด่าน
บนลานกว้างยามนี้ นอกจากผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์วิญญาณที่กลิ่นอายแข็งแกร่งหลายคน ก็มีศิษย์รุ่นเยาว์ทั้งหลายที่เข้าร่วมศึกเดิมพันของสองเผ่า
“ผู้อาวุโสสี่ ผู้อาวุโสห้า!”
จ้าวเฟิงสีหน้าตื่นตะลึง
ศึกเดิมพันของสองเผ่าครั้งนี้ เผ่าพันธุ์วิญญาณให้ผู้แข็งแกร่งสองคนนี้นำกลุ่ม ท่าทางเขาจะดูถูกความสำคัญของสายแร่ผลึกเพลิงวิญญาณไปเสียแล้ว
จ้าวเฟิงสังเกตสมาชิกที่เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย
คนสามสี่คนที่กำหนดเอาไว้นานแล้ว รู้สึกเหมือนว่าจะแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนไม่น้อย
“เร็วหน่อย!”
เทพโบราณปิงหยวนปรายตามายังจ้าวเฟิง คิ้วขมวดเล็กน้อย สีหน้าแฝงด้วยความไม่พอใจ ในฐานะที่เป็นอัจฉริยะเทพโบราณที่อายุน้อยที่สุด เขาคือไพ่ใบสำคัญสุดของการต่อสู้ครั้งนี้
ในใจของเทพโบราณปิงหยวนแอบต่อต้านและอิจฉาจ้าวเฟิง อัจฉริยะที่พิสูจน์เทพแท้จริงขั้นหกได้ในทันที
นี่ไม่ใช่เพียงแค่ศักยภาพน่ากลัวที่อีกฝ่ายพิสูจน์เทพแท้จริงขั้นหกได้ในก้าวเดียว แต่ยังเป็นเพราะจ้าวหยูเฟยที่ตนเองเกี้ยวพาอย่างลำบากยากเย็นตกอยู่ในอ้อมแขนของอีกฝ่าย
จ้าวเฟิงไม่ได้สนใจ เดินเข้าไปในกลุ่ม
หลังรออยู่ชั่วขณะ โดยพื้นฐานแล้วสมาชิกก็มาครบ
“ผู้อาวุโส ออกเดินทางได้แล้วขอรับ!”
เทพโบราณปิงหยวนเดินมายังหน้าสุด ทำท่าทางราวกับเป็นรองหัวหน้ากลุ่ม
“อืม!” ผู้อาวุโสสี่พยักหน้า
ฟุ่บ! เสี้ยวขณะต่อมา เรือสงครามสีขาวฟ้าวิจิตรตระการตาลำหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในท้องฟ้า ทุกคนรีบขึ้นไปบนเรือทันที แล้วจึงเริ่มออกเดินทาง
ฟิ้ว! หลังจากที่รอบๆ เรือสงครามสีฟ้าขาวเปิดเกราะป้องกันชั้นหนึ่งแล้ว ก็แปลงเป็นลำแสงแล้วหายวับไป
“ศึกเดิมพันสองเผ่าครั้งนี้สำคัญเป็นอย่างมาก พวกเจ้าจะต้องงัดเอาความสามารถออกมา!” ผู้อาวุโสสี่มองไปยังทุกคนพลางพูดกำชับ
สายแร่ผลึกเพลิงวิญญาณเดิมก็มีค่าสูงส่งอยู่แล้ว อีกทั้งสายแร่นี้ยังเกี่ยวกับเกียรติยศของทั้งสองเผ่า กระทั่งกระทบต่อสถานการณ์ในอนาคตของทั้งสองเผ่า
สายแร่นี้มีประโยชน์กับเผ่าเปลวเพลิงยิ่งกว่า หากพวกเขาได้ไป ภายในหนึ่งพันปีก็จะสามารถล้ำหน้าเผ่าพันธุ์วิญญาณได้
ศิษย์ที่เข้าร่วมการต่อสู้พยักหน้า ในสองเดือนนี้ พวกเขาได้รับการชี้แนะด้วยตัวเองจากผู้อาวุโสทั้งหลายของเผ่าพันธุ์วิญญาณ กระทั่งจ่ายค่าตอบแทนมหาศาลเพื่อทำให้อาวุธเทพของตนดีขึ้น
“ต่อไปข้าจะบอกพวกเจ้าถึงกฎการต่อสู้ครั้งนี้…”
การต่อสู้เดิมพันของสองเผ่า แต่ละฝ่ายส่งคนออกมาสิบคนแล้วพลัดกันต่อสู้
ในยามที่คนทั้งสิบของฝั่งใดพ่ายแพ้หมดแล้ว การต่อสู้จะจบลง และแบ่งสายแร่ผลึกเพลิงวิญญาณตามผลแพ้ชนะสุดท้าย
“ทุกครั้งหลังจากที่สู้แล้ว สามารถเลือกได้ว่าจะสู้ต่อหรือพัก แน่นอน ข้าแนะนำว่าพวกเจ้าอย่าได้สู้ต่อเนื่อง เพราะในตอนที่พวกเจ้าสภาพไม่ดี อาจจะถูกท้าประลองจากเผ่าเปลวทอง ครั้งแรกสามารถปฏิเสธได้ครั้งหนึ่ง แต่ครั้งที่สองจะต้องร่วมสู้!”
ผู้อาวุโสสี่เอ่ยอย่างจริงจัง
“ผู้อาวุโสโปรดวางใจ ตามที่ข้ารู้มา เผ่าเปลวทองฝั่งนั้น ผู้ที่ตรงกับเงื่อนไขมีเพียงเทพโบราณจินนู่ (ทองพิโรธ) และเขาก็ไม่ใช่คู่มือของข้า!”
เทพโบราณปิงหยวนยิ้มมั่นใจ
การต่อสู้เดิมพันของสองเผ่าครั้งนี้ คือช่วงเวลาที่ชื่อของเขาจะลือเลื่องไปทั่วเขตเทพวิญญาณ เทพโบราณปิงหยวนมั่นใจ!