Skip to content

King of Gods 1310

King Of Gods

บทที่ 1310 พลังไร้เทียมทาน

“ไม่นึกเลยว่าจะหนีไปได้!”

เทพโบราณเสวียนโหมวเอ่ยเสียงเรียบทำลายความเงียบในที่นั้น

“นั่นมันพลังอะไรกันแน่?”

ชายชราชุดม่วงในกลุ่มเผ่าเปลวทองอุทานเสียงสั่น

หนึ่งกระบวนท่าสังหารเทพโบราณขั้นเจ็ดไปหนึ่งคน จนกระทั่งฝ่ายตรงข้ามไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะดิ้นรน สังหารแม้แต่วิญญาณในพริบตาเดียว

ไม่ว่าโซ่มายาจะทะลุผ่านร่างคนใดตรงนั้น เกรงว่าผลที่ออกมาก็คงจะไม่แตกต่างกัน

ไม่ไกลมากนัก เทพโบราณจวี้หลิงใบหน้าซีดเผือด ในใจสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว ขนาดเขาที่เป็นเทพโบราณขั้นแปด หากเมื่อครู่หลบไม่พ้น คิดว่าก็คงจะไม่ต่างจากคนผู้นั้นที่ถูกสังหารในพริบตา

สีหน้าจ้าวเฟิงตะลึงเล็กน้อย

เคล็ดวิชาของราชาเซียนวัฏสังสารที่ดินแดนทวีปในตอนนั้น ใช้ได้เพียงแค่ครั้งเดียวก็สิ้นเปลืองพลังไปทั้งหมด ดังนั้นจึงมีพลานุภาพมหาศาล หนำซ้ำยังยากจะหลบพ้น

เคล็ดวิชาที่ทั้งหกคนสำแดงออกมา เมื่อใช้ไปครั้งหนึ่งแล้วเหมือนจะไม่ได้ใช้พลังไปมากนัก จึงสามารถใช้ได้ต่อ แต่พลังและความสามารถในแต่ละด้านของการโจมตีก็อ่อนลงไปด้วย

“เป็นไปได้อย่างไรกัน? ทำไมพวกเขาจึงแข็งแกร่งขนาดนี้?”

เทพโบราณหวังหลิงมีสีหน้าตระหนก

ก่อนนี้เขายังเคยพูดเอาไว้ว่าลำพังแค่พวกเทพโบราณเสวียนหมัวน่าจะทำอะไรไม่ได้

แต่ตอนนี้ พลังลึกลับพร้อมกลิ่นอายเนตรเทพเจ้าที่พวกเทพโบราณเสวียนหมัวปลดปล่อยออกมากลับสังหารเทพโบราณขั้นเจ็ดได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

“ครั้งหน้าเจ้าไม่โชคดีแบบนี้แน่!” เทพโบราณเสวียนหมัวแค่นเสียงหยัน

เวลาเดียวกันนั้นเอง เทพโบราณเฮยจี๋ในกลุ่มหกคนทำสัญลักษณ์มือปลดปล่อยวิชาออกมา พลังไร้รูปร่างเหนือศีรษะพวกเขามีโซ่เส้นหนึ่งที่ไม่แตกต่างไปจากเส้นแรกยืดยาวออกมา

“แย่แล้ว!” สีหน้าเทพโบราณจวี้หลิงเปลี่ยนไปทันที

คราวนี้เหมือนเป้าหมายของฝ่ายตรงข้ามก็คือเขา หนำซ้ำยังมีโซ่เพิ่มขึ้นมาหนึ่งเส้น เมื่อเป็นเช่นนี้ยิ่งทำให้เขายากจะหลบเลี่ยงได้พ้น

“ทุกคน สถานที่แห่งนี้ถูกพวกเขาปิดผนึกเอาไว้แล้ว หากไม่กำจัดพวกเขาทิ้งไป พวกเราได้ตายอยู่ที่นี่แน่!”

ใบหน้าเทพโบราณจวี้หลิงฉายแววร้อนรน รีบเสนอให้ทายาทเนตรเทพเจ้าฝั่งจ้าวเฟิงให้ร่วมมือกัน

“ตอนนี้คงต้องทำเช่นนั้นแล้ว!” เทพโบราณหวังหลิงมีสีหน้าเคร่ง

เป้าหมายในตอนแรกของเทพโบราณเสวียนหมัวก็คือพวกเขาที่เป็นทายาทเนตรเทพเจ้า ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเทพโบราณสวียนโหมัวจะลงมือกับเผ่าเปลวทองก่อน แต่ก็ไม่มีทางปล่อยพวกเขาไปแน่

“ใช่ ต้องทำลายเคล็ดวิชาของพวกเขา!”

แววตาชายชราชุดเขียวส่องประกาย

วิชาที่พวกเทพโบราณเสวียนหมัวปลดปล่อยออกมามีพลังสังหารในพริบตา ถึงจะเป็นเทพโบราณจวี้หลิงก็ยังหวาดกลัวอย่างยิ่ง แต่ทันทีที่ทำลายเคล็ดวิชาของพวกเขาได้แล้ว พวกเขาทั้งหกคนก็เป็นแค่เทพโบราณขั้นเจ็ดธรรมดาเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นเผ่าเปลวทอง ชายชราชุดเขียว เทพโบราณหวังหลิง หรือพันธมิตรชั่วคราวของจ้าวเฟิงก็สามารถจัดการได้ทั้งนั้น อีกทั้งเคล็ดวิชาที่ชายชราชุดเขียวใช้กับพวกเทพโบราณเสวียนหมัวก็น่าสนใจอย่างมาก

จ้าวเฟิงเองก็ไม่รังเกียจที่ต้องร่วมมือกับเผ่าเปลวทอง อย่างไรเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการมีชีวิตออกไป

และจ้าวเฟิงรู้สึกว่าตนเองก็เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของพวกเทพโบราณเสวียนหมัว ดังนั้นความหวังในตอนนี้ของเขาก็คือทำลายพลานุภาพนี้ไปเสีย

เผ่าเปลวทองและพวกจ้าวเฟิงค่อยๆ เข้าไปใกล้จุดศูนย์กลาง

“หึ ช่างเป็นการกระทำที่ไร้ประโยชน์!”

สีหน้าเทพโบราณเสวียนหมัวราบเรียบ เหมือนไม่แยแสสิ่งใด

เคร้ง! แต่โซ่สองเส้นกลับโผล่ออกมาจากพลังว่างเปล่ากลุ่มนั้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อมองเห็นโซ่สองเส้นที่เป็นประหนึ่งอสรพิษแห่งความตาย ทุกคนต่างหวาดกลัวอย่างอดไม่ได้

“รีบหลบไปเร็ว!” ชายชราชุดเขียวร้องตกใจ

ทันทีที่ถูกโซ่มายานั้นหมายเอาชีวิตแล้วคงต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย

“เป้าหมายของโซ่เส้นนี้ก็คือข้า พวกเจ้าที่เหลือรุกโจมตีทำลายเคล็ดวิชาของพวกเขาแล้วกัน!”

เทพโบราณจวี้หลิงตะโกนเสียงดัง สำแดงเคล็ดวิชาความเร็ว กลายร่างเป็นระลอกแสงสีทองกลุ่มหนึ่งก่อนจะโบยบินจากไป

“ได้!”

ทายาทเนตรเทพเจ้าหลายคนบินตรงไปหาพวกเทพโบราณเสวียนหมัวทั้งหก

ส่วนสมาชิกคนอื่นๆ ของเผ่าเปลวทองทุ่มเทพลังทั้งหมดรุกโจมตีโซ่มายาเพื่อขัดขวางมัน และสร้างโอกาสให้เทพโบราณจวี้หลิงหลบออกไป

“ในที่สุดก็มีเรื่องให้ทำแล้ว!”

ทายาทเนตรเทพเจ้าสามคนในกลุ่มเทพโบราณเสวียนหมัวต่างใช้วิชาต่างๆ เพื่อเหนี่ยวนำกับพลังไร้รูปร่างด้านบน

วู้ม! พลังที่บิดเบี้ยวว่างเปล่าราวดวงตากลุ่มนั้นสาดม่านไร้รูปร่างออกมาปกคลุมพวกเขาหกคนไว้ภายใน

“ระลอกแสงมรณะ!”

“ลำแสงทำลายล้าง!”

ผู้ครอบครองเนตรดับสูญและเนตรมรณะในกลุ่มจ้าวเฟิงโคจรเจตจำนงดวงตา สำแดงวิชาดวงตาที่แข็งแกร่งออกมา เห็นเพียงระลอกแสงสีดำขมุกขมัวและลำแสงสีทองเจิดจ้าสายหนึ่งตกกระทบลงบนม่านแสงว่างเปล่านั้นทันที แต่ภาพที่คิดเอาไว้ก็ไม่ปรากฏขึ้น

ในตอนที่การโจมตีรุนแรงของทายาทเนตรเทพเจ้าทั้งสองปะทะลงบนม่านแสง มันเพียงกระเพื่อมออกเป็นลายคลื่น

เปรี๊ยะ แซ่ด แซ่ด!

พลังทำลายล้างและพลังมรณะปะทะเข้าไปที่ม่านแสงสุดแรง พยายามจะทำลายมันทิ้ง แต่สุดท้ายพลังทั้งสองกลุ่มสูญสิ้นไปจนหมด แต่ก็ไม่มีผลสำเร็จอะไร

“เป็นแบบนี้ได้อย่างไร? กระทั่งเสวียนอ้าวมรณะและเสวียนอ้าวทำลายล้างก็ยังไม่มีผลใดหรือ?”

ชายชราชุดเขียวตื่นตระหนกอย่างมาก

มรณะและทำลายล้างเป็นถึงหนึ่งในพลังเสวียนอ้าวที่แข็งแกร่งที่สุด แต่การโจมตีจากพวกเขาสองคนกลับไม่อาจส่งผลกระทบใดต่อม่านแสงมายานี้

“ให้ข้าลองก่อน!” ร่างหลินเฉิงอู่ขยับวูบวาบ โคจรเนตรมิติเป็นที่เรียบร้อย

“ดาบแหวกอากาศ!”

ดาบมายาสีทองเงินสายหนึ่งเกาะกลุ่มรวมตัวกันที่ด้านหน้าเขา

เปรี๊ยะ! ดาบมายานั้นพลันหายวับไป ก่อนจะปรากฏขึ้นอีกครั้งที่ด้านหน้าของม่านแสงว่างเปล่า

“ขนาดเสวียนอ้าวมิติก็ยังไร้ประโยชน์!”

สีหน้าหลินเฉิงอู่ตื่นตะลึงเล็กน้อย

เมื่อครู่เขาคิดจะให้วิชาดวงตามิติของตนเองทะลุผ่านม่านแสงไปโจมตีคนด้านในนั้น

แต่ในตอนที่ ‘ดาบแหวกอากาศ’ ของเขาเข้าไปใกล้ม่านแสงก็ถูกบีบให้เผยออกมา

วูบ ฟุ่บ ฟุ่บ!

คมดาบมายาที่มีพลังทะลวงผ่านรุนแรงอย่างยิ่งปะทะเข้ากับม่านแสงว่างเปล่า จนในที่สุดก็หมดสิ้นพลัง ก่อนจะสลายตัวไปช้าๆ

“ดาราทลายผืนดิน!”

จ้าวเฟิงเองก็เรียกใช้วิชาดวงตาหลายกระบวนท่า แต่แน่นอนว่าถูกม่านแสงว่างเปล่านั่นขวางเอาไว้

ทางฟากเทพโบราณจวี้หลิงที่พลังแกร่งกล้าอย่างมาก มีวิชามากมาย เมื่อบวกกับความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ ของเผ่าเปลวทอง จึงทำให้โซ่สองเส้นนั้นไม่สามารถเอาชีวิตเขาได้

ขณะที่เทพโบราณจวี้หลิงหลบหนี เขามักจะคอยสำรวจความเป็นไปของจ้าวเฟิงอยู่เสมอ

“เป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร กระทั่งพลังเสวียนอ้าวของบรรดาทายาทเนตรเทพเจ้ายังไม่สามารถทำลายเคล็ดวิชาป้องกันของพวกเขาได้?”

เทพโบราณจวี้หลิงมีสีหน้าโกรธเกรี้ยว

พวกของเทพโบราณเสวียนหมัวเรียกได้ว่าครอบครองโล่และหอกที่แข็งแกร่งอย่างที่สุด

“เทพโบราณเสวียนหมัวไม่ต้องเก็บพลังแล้ว สังหารเทพโบราณขั้นแปดได้ก็จะจัดการคนอื่นๆ ที่เหลือได้อย่างง่ายดายแล้ว!”

สตรีร่างแบบบางผู้ครอบครองเนตรทำนายกวาดตามอง ก่อนจะเปิดปากเอ่ย

“ดี!”

สีหน้าเทพโบราณเสวียนโหมวเคร่งขรึม แสงเย็นเยียบในแววตาส่องแสงประกาย

โซ่สองเส้นนั้นหดกลับไปทันใด

“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”

เทพโบราณจวี้หลิงตะลึงค้างไป จ้องพวกเทพโบราณเสวียนหมัวด้วยใบหน้าเคร่งเครียด หากบอกเขาไปตรงๆ อีกฝ่ายคงจะไม่ออมมือง่ายดายเช่นนี้แน่

‘แย่แล้ว พวกนั้นเปลี่ยนวิธีการโจมตีแล้ว!’ ใจจ้าวเฟิงหนักอึ้ง

เขาเข้าใจในพลังโจมตีแท้จริงที่เกิดขึ้นจากเคล็ดวิชานี้ชัดเจนแจ่มแจ้ง

ฟิ้ว! ในเวลานี้เอง ขณะที่พลังว่างเปล่ากลุ่มนั้นหมุนวนอยู่ก็ปรากฏระลอกแสงลึกลับขึ้นช้าๆ ระลอกแสงอ่อนนั้นมีนัยน์ตาเลือนรางคู่หนึ่ง

“ไม่เข้าทีแล้ว…” เทพโบราณจวี้หลิงตัวสั่นเทิ้ม

ในตอนที่ถูกเนตรแห่งความว่างเปล่าจ้อง เขารู้สึกได้ว่าเลือดเนื้อ พลัง และวิญญาณของตนเองต่างละทิ้งการต่อต้านไปแล้วยอมศิโรราบทันที

วินาทีนี้เอง เทพโบราณจวี้หลิงรู้สึกได้ถึงภัยความตายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน วิญญาณของเขาสั่นระริกอย่างหวาดกลัว…

โครม! ทันใดนั้น เนตรแห่งความว่างเปล่าดวงนั้นแผ่ระลอกแสงออกมา จากนั้นพลังว่างเปล่ากลุ่มหนึ่งก็ระเบิดออกมา!

“ไม่ ข้าไม่อยากตาย…”

ดวงตาเทพโบราณจวี้หลิงตื่นตะลึง ใบหน้าฉายแววสิ้นหวังหวาดกลัว

เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนไม่ว่าตนเองจะหนีไปที่ไหน ก็ไม่สามารถหลีกหนีการโจมตีจากอีกฝ่ายได้

แต่เทพโบราณจวี้หลิงไม่อยากตายตรงนี้ เขาเผาผลาญพลังเทพดั้งเดิม กลายร่างเป็นดวงอาทิตย์สีทองเพื่อเตรียมหนีไปทิศทางอื่น

ทว่าในขณะที่เขาเพิ่งจะลงมือนั้นเอง

พลังที่อยู่เหนือทุกสรรพสิ่งและที่ลึกลับว่างเปล่าก็ลอยลงมาที่ด้านหน้าเขา

“ไม่…”

ตูม! เสียงระเบิดทำลายล้างทุกสรรพสิ่งกลบเสียงกรีดร้องโหยหวนของเทพโบราณจวี้หลิงไป ใจกลางการระเบิด เกิดรอยปริร้าวมิติหลายเส้นสาย ฉีกทึ้งทุกสรรพสิ่งรอบบริเวณ

ในที่สุด ตอนที่พายุทำลายล้างหยุดลง สถานที่แห่งนั้นจะไม่เหลืออะไรเลย!

เทพโบราณจวี้หลิงถูกสังหารอย่างรวดเร็ว!

“เทพโบราณจวี้หลิง!”

“เป็นไปไม่ได้!”

เผ่าเปลวทองทั้งหมดตื่นตะลึงไปชั่วขณะแล้วจึงค่อยร้องเสียงหลงในทันที

เทพโบราณจวี้หลิงที่เป็นผู้ปกครองของกลุ่มพวกเขาและพลังยังแข็งแกร่งที่สุด กลับถูกฝ่ายตรงข้ามสังหารในพริบตา!

“นี่มันเป็นพลังประเภทใดกันแน่…”

ทายาทเนตรเทพเจ้าจำนวนมากรอบกายจ้าวเฟิงก็ชะงักไปเช่นเดียวกัน สีหน้าตื่นตะลึง กลืนน้ำลายลงคอ

“ต่อให้ข้าจะเป็นกายวัฏสงสารก็คงต้องตายอยู่ดี!”

ทั่วร่างของสตรีโฉมงามนางนั้นสั่นเทิ้มอย่างอดไม่ได้

นางที่ไม่เคยกลัวตายมาก่อน นี่เป็นครั้งแรกที่สัมผัสได้ถึงความตายเป็นครั้งแรก

“เช่นนั้นก็ให้พวกเขาเจอดีเสียหน่อย ไม่เช่นนั้นคงจะคิดว่าตนเองเก่งกาจหนักหนา!”

เทพโบราณเฮยจี๋ยกมุมปากเป็นรอยยิ้มเย็น

“พลานุภาพของกระบวนท่าเมื่อครู่มหาศาลจนเกินไป จนผลงานวิจัยที่ล้ำค่านี้เกือบจะสูญสิ้นไปแล้ว เก็บของไปก่อนแล้วกัน!”

สตรีร่างแบบบางเอ่ยเสียงเรียบ

กระบวนท่าโจมตีที่สังหารเทพโบราณจวี้หลิงเมื่อครู่ทำลายอุปกรณ์กลไกเครื่องหนึ่งแถวนั้นไป จนเกือบจะทำลายอุปกรณ์แปดมุมที่อยู่ตรงกลางไปด้วย

“รับทราบ!” คนที่เหลือผงกศีรษะทันที

ภารกิจหลักครั้งนี้ของเขาคือการเก็บเอาผลงานวิจัยและข้อมูลในซากปรักหักพังแห่งนี้ การจับทายาทเนตรเทพเจ้าก็เป็นเพียงแค่ผลพลอยได้จากภารกิจนี้เท่านั้น

พรึ่บ! คนทั้งหกต่างฉกฉวยอุปกรณ์ประหลาดจำนวนมากและกระตุ้นพวกมันขึ้น

วินาทีต่อมา อุปกรณ์จำนวนมากในโถงใจกลางแห่งนี้ก็พลันเกิดปฏิกิริยาตอบโต้และหมุนวน

ตูม โครม! อุปกรณ์มากมายเริ่มเปลี่ยนแปลงและหดเล็กลงไป จากนั้นจึงเคลื่อนย้ายมาปรากฏที่ด้านหน้าคนทั้งหก

“คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะสามารถควบคุมอุปกรณ์ของเผ่าความลับสวรรค์ได้!”

“เป็นไปได้อย่างไร? หรือว่าพวกเขาเป็นคนของเผ่าความลับสวรรค์?”

ทุกคนที่นี่มองเหตุการณ์นี้ด้วยความตื่นตะลึง

แต่พวกเทพโบราณเสวียนหมัวมองข้ามคนอื่นๆ ไป ต่างคนต่างจัดการเรื่องราวของตน

ผ่านไปไม่นานนัก ตำหนักใจกลางแห่งนี้ก็ดูกว้างขึ้นถนัดตาเมื่อเหลือเพียงแค่อุปกรณ์แปดเหลี่ยมที่ตรงกลาง

“พวกเราไม่อาจเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ชิ้นนี้ เก็บข้อมูลและผลของมันไปแทนแล้วกัน!”

เทพโบราณเสวียนโหมวเอ่ยปาก ก่อนจะลองควบคุมอุปกรณ์แปดเหลี่ยมแทน

จากนั้นจึงได้ยินเสียงดังประหลาดหลายเสียงขึ้น

เขาหยิบผลึกโปร่งแสงของดวงตาทายาทเนตรเทพเจ้าแปดคู่ที่บรรจุอยู่ในอุปกรณ์แปดเหลี่ยมออกมาจาก

‘นั่นมันดวงตาทายาทเนตรเทพเจ้าที่เกือบจะแตะระดับเนตรปฐมเทพแล้ว!’

เทพโบราณหวังหลิงตื่นเต้นน้อยๆ

ถ้าหากได้ครอบครองเนตรมรณะคู่หนึ่งที่เกือบไปถึงเนตรปฐมเทพ เนตรมรณะของเขาอาจจะสามารถดูดซึมพลังภายในนั้นจนเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล หากดวงตาของเขากลายเป็นเนตรปฐมเทพก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้

แต่ในตอนนี้เขายังไม่กล้าลงมือ!

ทายาทเนตรเทพเจ้าที่เหลือเองก็มองดวงตาทั้งแปดคู่อย่างคาดหวัง แต่ต่างไม่กล้าลงมือทั้งสิ้น และในตอนนี้เอง ทางเข้าออกของวิหารใจกลางแห่งนี้มีแสงประกายสีเทาเข้มวาบผ่านมา

เปรี๊ยะ!

ทันใดนั้นเอง ระลอกแสงเส้นนั้นก็ลอยมาเหนือผลึกโปร่งแสง จากนั้นร่างกายปราดเปรียวของเจ้าแมวขโมยตัวน้อยก็ปรากฏขึ้น

“แย่ล่ะ แมวความลับสวรรค์นี่!”

เทพโบราณเสวียนหมัวตะโกนเสียงดัง

“แมวความลับสวรรค์จริงหรือ?”

ใบหน้าผู้ครอบครองเนตรทัณฑ์สวรรค์ที่เพิ่งมาถึงฝ่ายกลุ่มเทพโบราณเสวียนหมัวฉายแววตื่นตะลึง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version