Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1169


ตอนที่ 1169 สาวน้อยเล่นน้ำ

ตาเฒ่าไร้โศกดูจะเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี และนั่นส่งผลกระทบถึงภาพวาดของเขาเช่นกัน แม้จะอยู่ในโลกของภาพวาด แต่บริเวณที่ภาพของปรมาจารย์ขงปรากฏนั้นก็ยังมีรายละเอียดมากมาย

ไม่ช้า จางเซวียนก็ไปถึงที่หมาย

ตรงหน้าเขา มีหินสีขาวซึ่งมีรอยร้าวเป็นทางยาวอยู่ทั่วบริเวณ

หินเหล่านั้นดูจะเป็นวัตถุที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

จางเซวียนกำลังจะเข้าไปใกล้ๆ รอยร้าวเพื่อตรวจดูมัน ก็พอดีกับที่ภาพของปรมาจารย์ขงสั่นสะท้าน และในชั่วพริบตา เขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

บ้าที่สุด…จางเซวียนหน้าดำคร่ำเครียด

เขาคิดว่าอย่างน้อยภาพของปรมาจารย์ขงก็น่าจะอยู่นานกว่านี้ แต่ดูเหมือนเขาจะเข้าใจสถานการณ์ผิดไป

ถ้าจะพูดกันตามเหตุผล ภาพนั้นควรจะคงอยู่ได้นานกว่านี้ แต่การผลักประตูเข้ามาในภาพวาดได้ทำลายแนวคิดทางศิลปะของมัน ส่งผลให้ภาพจำอันตราตรึงถูกทำลาย

ช่างมันเถอะ อย่างน้อยเราก็รู้จักรอยร้าวเหล่านี้แล้ว ตอนนี้ก็ต้องหาตำแหน่งที่ภูเขาตั้งอยู่!

ทันทีที่เขารู้ว่าภูเขาอยู่ที่ไหน ก็จะเข้าไปสำรวจด้วยตัวเอง

ภูเขาในโลกนี้ที่หน้าตาเหมือนกันมีอยู่ไม่มากนัก การจะหามันให้พบคงไม่ยากเกินไป

ขณะที่จางเซวียนกำลังจะร่ายมนต์ใส่จิตวิญญาณและออกจากพื้นที่นั้น ก็พลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา เมื่อมาคิดดู ชายหน้ากากทองแดงดูเหมือนจะจงใจทำลายฉนวน แต่ไม่ว่าอย่างไร ภาพนี้ก็เป็นภาพวาดระดับ 8 มันออกจะน่าแปลกใจที่เขาตั้งใจจะทำลายภาพวาดระดับ 8 เพียงเพื่อภาพลวงตาอันนี้ เราสงสัยเหลือเกินว่าเป็นไปได้หรือเปล่าว่าเขารู้ว่ามีภาพของปรมาจารย์ขงอยู่ภายใต้หมู่เมฆนั้น?

อย่างแรก การที่ชายหน้ากากทองแดงพยายามปกปิดตัวตนของตัวเองก็ออกจะน่าสงสัยอยู่แล้ว แถมเขายังพยายามจะทำลายภาพประวัติศาสตร์อันล้ำค่าเพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ใต้ฉนวน

เขาไม่กลัวบ้างหรือว่าตัวเองจะทำลายทรัพย์สมบัติล้ำค่าเพียงเพื่อจะได้สิ่งที่ไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรกลับมาเป็นเครื่องตอบแทน?

หรือเขารู้อยู่แล้วว่าสิ่งที่อยู่ภายใต้หมู่เมฆนั้นเป็นของสำคัญ?

ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ถ้าเขาเห็นว่าภาพของปรมาจารย์ขงหายไปหลังจากถอดฉนวนออก เขาจะต้องเกิดความสงสัยเรื่องนี้แน่ จางเซวียนครุ่นคิดหนัก

ตอนนี้เขาบอกไม่ได้ว่าชายหน้ากากทองแดงมีพละกำลังแค่ไหน แต่เท่าที่ดูจากการที่เขากล้าแสดงกิริยาโอหังต่อหน้าประธานมู่กับคนอื่นๆ ก็แปลว่าเขาคงจะเป็นผู้เชี่ยวชาญผู้มีอิทธิพลคนหนึ่ง

ถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าเขาบังเอิญทำให้ภาพของปรมาจารย์ขงหายไป จะตามมาแก้แค้นเขาหรือเปล่า?

เพราะเรื่องเกี่ยวกับปรมาจารย์ขงนั้น ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไหร่ยิ่งดี…

เป็นการดีที่สุดที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะไม่อย่างนั้นเขาอาจลงเอยเหมือนกับตาเฒ่าไร้โศกก็ได้

ในเมื่อเป็นอย่างนั้น เราควรจะหาทางออกให้ตัวเอง จางเซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนำพู่กันออกมา เขากระโจนขึ้นไปกลางอากาศแล้วเริ่มต้นวาด

ตอนนี้เขาไม่มีทางเลือก นอกจากทำเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหา

ฟึ่บ!

ใช้เวลาไม่นานก็วาดเสร็จ เขาถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาปิดฉนวนบริเวณที่ปรมาจารย์ขงเพิ่งปรากฏตัวก่อนหน้านี้ ก่อนจะกลับไปที่หมู่เมฆเพื่อจบกระบวนการร่ายมนต์

ทันทีที่เขาจุดลูกไฟลูกสุดท้าย ภาพรอบตัวก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง รู้ดีว่าเขาประสบความสำเร็จในการร่ายมนต์กระตุ้นจิตวิญญาณแล้ว จางเซวียนจึงรีบถอนจิตใต้สำนึกออกจากภาพวาดและกลับเข้าสู่ร่างของตัวเอง

ฟึ่บ!

เขาลืมตาขึ้นอีกครั้งและระบายลมหายใจยาว

เมื่อเห็นจางเซวียนกลับมา ชายหน้ากากทองแดงรีบเข้ามาถามอย่างร้อนรน “เป็นอย่างไรบ้าง?”

จางเซวียนตอบด้วยใบหน้าซีดเผือดและน้ำเสียงอ่อนระโหย “มันยากมาก แต่ผมก็ทำสำเร็จ ผมใช้พลังมากเกินไปตอนที่อยู่ตรงนั้น ถ้ามีหินวิเศษขั้นสูงแบบเข้มข้นเป็นพิเศษสัก 100 ก้อนอยู่กับผมในตอนนี้ ผมก็คงพอจะฟื้นตัวได้…”

“หินวิเศษขั้นสูงแบบเข้มข้นเป็นพิเศษ 100 ก้อน?” ชายหน้ากากทองแดงอ้าปากค้าง “ผมไม่มีหรอก แต่ถ้าคุณช่วยผมถอดถอนฉนวนได้จริงๆ ผมก็จะชดใช้ให้คุณอย่างสมน้ำสมเนื้อ!”

แม้แต่ราชวงศ์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนยังมีหินวิเศษขั้นสูงแบบเข้มข้นเป็นพิเศษอยู่ไม่กี่ก้อนเท่านั้น แล้วหมอนี่มาถามหาหินวิเศษ 100 ก้อนจากคนอย่างเขาได้อย่างไรกัน?

ส่วนจางเซวียน เมื่อได้ยินว่าชายหน้ากากทองแดงไม่มีหินวิเศษขั้นสูงอยู่กับตัว ก็ถอนหายใจอย่างผิดหวัง เขาส่ายหน้า จากนั้นก็เดินไปที่ภาพวาดและแตะมันอย่างแผ่วเบา

“ตื่นสิ”

ทันทีที่คำนั้นถูกพูดจบ ภาพก็เคลื่อนไหวทันที มันโค้งงอไปด้านหลังราวกับคนที่บิดขี้เกียจหลังจากหลับไหลมายาวนาน

“นี่…เขาร่ายมนต์เพื่อพลิกฟื้นภาพวาดได้จริงๆ ?”

ฝูงชนพากันอ้าปากค้าง

หลังจากยืดหลังแล้ว ภาพวาดก็มองไปรอบๆ ก่อนจะกระโดด

“นี่แกคิดว่าแกจะไปไหนน่ะ?” ชายหน้ากากทองแดงยกมือขึ้น แล้วพื้นที่รอบตัวเขาก็ถูกปิดกั้น

กึ่งการละทิ้งช่องว่าง!

จางเซวียนบอกระดับวรยุทธของอีกฝ่ายได้ทันทีที่เขาเคลื่อนไหว เขาเป็นนักรบขั้นกึ่งการละทิ้งช่องว่าง!

ไม่แปลกใจแล้วที่เขาสามารถวางท่าอวดดีใส่ประธานสมาคมและบุคคลผู้มีอำนาจภายในห้องนี้

หลังจากพบว่าทางหนีทีไล่ของตัวเองถูกปิดกั้น ภาพวาดก็กลับมาอย่างหงุดหงิด

“ให้ผมต่อรองกับมันก่อน” จางเซวียนพูด

เขาเดินไปที่ภาพวาดและกระดิกนิ้วใส่มัน

ในฐานะผู้ร่ายมนต์กระตุ้นจิตวิญญาณ มีสายสัมพันธ์พิเศษระหว่างทั้งคู่ ด้วยเหตุนี้ ภาพวาดจึงไม่หลบเลี่ยงนิ้วของจางเซวียน

เขาถอนหายใจอย่างโล่งอกและถ่ายทอดความคิดเข้าไปในตัวมัน

วิ้ง!

เมื่อเข้าใจเจตนาของจางเซวียน ภาพวาดก็สั่นสะท้าน หมู่เมฆที่ปกคลุมภูเขาอยู่แตกสลายไปราวกับเกิดพายุทอร์นาโด เมฆเบาบางลง เผยให้เห็นโลกที่อยู่เบื้องล่าง

“มันทำงานแล้ว!” เมื่อเห็นภาพนั้น ดวงตาของชายหน้ากากทองแดงและฝูงชนในห้องพากันเบิกโพลงด้วยความตื่นเต้น

นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นฉนวนและได้เห็นการทำงานของมันต่อหน้าต่อตา แม้แต่คนที่สุขุมเยือกเย็นที่สุดก็ยังข่มความตื่นเต้นไว้ไม่ได้

ขณะที่ภาพวาดกำลังสั่นสะท้าน หมู่เมฆขาวก็แตกสลายไปเรื่อยๆ ไม่ช้าก็ทานทนแรงเสียดทานไม่ได้ มันปลิวออกจากภาพวาดและร่วงลงกับพื้น

เมื่อเห็นฉนวนถูกถอนออกไปแล้ว ทุกคนก็รีบมองภาพวาดด้วยความอยากรู้ว่าอะไรอยู่ข้างใต้

แม้แต่ปรมาจารย์อู๋ก็ยังอดให้ความสนใจไม่ได้ เขาอยากรู้ว่าอะไรที่ทำให้ชายหน้ากากทองแดงกระตือรือร้นอยากจะทำความเข้าใจภาพวาดมากมายนัก

แต่สิ่งที่อยู่ใต้หมู่เมฆนั้นมีแต่พันธุ์ไม้เขียวชอุ่มและทะเลสาบระยิบระยับ มันสวยงาม แต่ไม่มีอะไรที่ควรค่าพอจะเปรียบเทียบกับภาพวาดส่วนอื่นที่เหลือ

“รอเดี๋ยว…นั่นอะไร?”

ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา ทุกคนรีบหันไปจับจ้องภาพวาดอีกครั้ง

ตรงรอยร้าวที่อยู่ใกล้กับส่วนกลางภูเขา ล้อมรอบด้วยหินรูปร่างประหลาดมากมาย มีน้ำพุร้อนธรรมชาติตั้งอยู่ สาวสวยหลายคนกำลังเล่นน้ำอยู่อย่างสำราญใจ

เพราะอยู่ห่างออกไป ภาพของสาวสวยเหล่านั้นก็ออกจะพร่าเลือนไปบ้าง แต่แน่นอนว่าแค่มองเพียงครั้งเดียวก็เห็นชัดเจนว่าพวกหล่อนงดงามกว่าธรรมดา

“เอ่อ…”

ฝูงชนต่างพากันสงสัยว่าจะมีของล้ำค่าหรือความลับสุดยอดอะไรซ่อนอยู่ภายใต้หมู่เมฆ ใครจะไปคิดว่าจะเป็นเพียงกลุ่มสาวน้อยเล่นน้ำ ต่างคนอดตัวแข็งไม่ได้

เกินคาดจริงๆ !

“ผมเข้าใจแล้ว ตาเฒ่าไร้โศกคงไปสะดุดเข้ากับกลุ่มสาวน้อยเล่นน้ำขณะที่เดินสำรวจภูเขา และในช่วงเวลาหนึ่งของการได้แรงบันดาลใจ เขาก็วาดภาพนั้นลงไป แต่แล้วก็พลันคิดได้ว่าเป็นการไม่เคารพที่ไปแอบดูพวกนั้นอาบน้ำ ด้วยความอับอาย เขาจึงตัดสินใจใช้ฉนวนปิดภาพวาดของเขาเอาไว้!”

“ผมก็สงสัยว่าทำไมตาเฒ่าไร้โศกจึงต้องวุ่นวายใช้ฉนวนปกปิดและทำลายแนวคิดทางศิลปะของผลงานชิ้นเอก เหตุผลเป็นอย่างนี้นี่เอง!”

“ฮ่าฮ่าฮ่า วาดภาพสาวน้อยเล่นน้ำ ตาเฒ่าไร้โศกนี่ก็ช่างเหลือเกิน!”

…..

ฝูงชนพากันหัวเราะลั่น

พวกเขาคิดว่าจะมีความลับเขย่าโลกอยู่ภายใต้ภาพวาดนั้น เพราะดูจากความพยายามของตาเฒ่าไร้โศกที่ปกปิดมันเอาไว้ แต่แล้วก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าสิ่งที่เขาพยายามปกปิดเป็นเพียงความลับดำมืดอย่างหนึ่ง

“นี่…เป็นไปไม่ได้! เป็นแบบนี้ไม่ได้!” ชายหน้ากากทองแดงอุทานอย่างไม่อยากเชื่อ

เขาใช้ความพยายามมากมายกว่าจะได้มาและได้ทำความเข้าใจมัน แต่แล้วมันกลับกลายเป็นเพียงสาวน้อยเล่นน้ำกลุ่มหนึ่ง ความแตกต่างระหว่างเรื่องจริงกับความคาดหวังของเขาทำให้เขาแทบเสียสติ

“จะต้องมีฉนวนอีกอันหนึ่งอยู่ในภาพวาดใช่ไหม? ไม่ต้องสงสัยเลย ต้องมีอีกอันหนึ่งแน่!”

ชายหน้ากากทองแดงรีบไปดูภาพวาดและถ่ายทอดจิตใต้สำนึกของจิตวิญญาณต้นกำเนิดอันทรงพลังของเขาเข้าไปในภาพวาด อยากจะเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

ฟึ่บ!

เมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากผู้อาวุโสที่อยู่ตรงหน้า ภาพวาดถึงกับอึ้งตะลึง มันรีบไปซ่อนตัวอยู่หลังจางเซวียนด้วยความหวาดกลัว

“บอกมานะ! ยังมีฉนวนอยู่ในภาพวาดใช่ไหม?” นัยน์ตาของชายหน้ากากทองแดงพลันแดงก่ำ จิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง

“พอได้แล้ว! ดูสิว่าภาพวาดน้อยชิ้นนี้มันกลัวคุณขนาดไหน!” จางเซวียนตวาดขณะปลอบภาพวาดขั้น 8 จากนั้นก็หันไปพูดกับฝูงชนว่า “อย่างที่ทุกคนได้เห็น ความลับที่อยู่ภายใต้ฉนวนคือกลุ่มสาวน้อยเล่นน้ำ ดูเหมือนตาเฒ่าไร้โศกจะไปแอบดูคนอื่นอาบน้ำและไม่รู้จะหาวิธีระบายความรู้สึกของเขาอย่างไร จึงตัดสินใจใช้พู่กัน เรื่องนี้อาจจะดูไม่ค่อยดีสักหน่อย แต่ก็เป็นธรรมดาสำหรับมนุษย์ที่จะถูกดึงดูดเข้าหาสิ่งสวยงาม มันไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะฉะนั้นพวกคุณไม่ต้องตื่นเต้นไป”

ดูจากทีท่าของอีกฝ่าย เห็นชัดว่าเขารู้ว่ามีอะไรอยู่ใต้ภาพวาด

เมื่อเผชิญเข้ากับสถานการณ์แบบนี้ จางเซวียนได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอกกับการตัดสินใจอันชาญฉลาดของตัวเอง

หากเขาไม่เพิ่มภาพวาดสาวน้อยในน้ำพุร้อนลงไปล่ะก็ จะต้องถูกเอาเรื่องหนักแน่

“ต้องขออภัยด้วย ผมก็หุนหันพลันแล่นเกินไป” เมื่อได้ยินคำนั้น ชายหน้ากากทองแดงถอนหายใจเฮือกและพยายามสงบจิตใจ จากนั้นเขาก็ประสานมือและคำนับ “ตั้งแต่ผมค้นพบว่ามีฉนวน ผมก็อยากรู้มาตลอดว่ามีอะไรอยู่ภายใต้สิ่งนั้น แม้ผลลัพธ์จะออกมาน่าผิดหวัง ผมก็ยังสำนึกในบุญคุณของพวกคุณทุกคนที่ช่วยคลี่คลายความลับข้อนี้”

หลังจากพูดจบ เขาก็สะบัดข้อมือ แล้วหินวิเศษขั้นสูงกองหนึ่งก็มากองอยู่ตรงหน้า

เท่าที่กะดู อย่างน้อยก็น่าจะหมื่นกว่าก้อน

“หินวิเศษนี้เป็นเครื่องแสดงความขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของพวกคุณ ได้โปรดรับไว้ด้วย”

จากนั้น ชายหน้ากากทองแดงก็หันมาพูดกับจางเซวียน “ปรมาจารย์จาง ผมชื่นชมความเชี่ยวชาญอันล้ำลึกของคุณในด้านการวาดภาพทั้งที่คุณอายุยังน้อย นี่คือหนังสือที่ตาเฒ่าไร้โศกทิ้งไว้ ชื่อว่า ‘สิบการถอดรหัสภาพวาด’ รายละเอียดที่มีอยู่ในนั้นคือเทคนิคการวาดภาพหลากหลาย ซึ่งเป็นเทคนิคที่เขาเชี่ยวชาญ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับคุณ”

จากนั้นเขาก็คว้าภาพวาดมาเก็บไว้ก่อนจะประสานมือ “ผมต้องขอตัว ลาก่อน”

เขาลุกขึ้นยืนแล้วรีบเดินออกไป ไม่ช้าก็หายลับไปจากสายตา

เท่าที่ดู ดูเหมือนเขาเกรงว่าจะมีใครตามหลังเขาไปเพราะทรัพย์สมบัติที่ตัวเองครอบครอง จึงไม่ลังเลที่จะรีบกลับ

“….” จางเซวียนมองดูหนังสือที่อยู่ในมือและได้แต่ใบ้กิน

อีกฝ่ายพูดไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะมอบรางวัลให้เขาอย่างงามหากเขาทำความเข้าใจฉนวนได้ แต่นี่…

นี่มันอะไร?

เขาได้แต่อึดอัดคับข้องใจ

“นี่มัน…สิบการถอดรหัสภาพวาดจริงๆ ด้วย? ปรมาจารย์จาง ออกจะไม่สุภาพสักหน่อยนะที่ผมจะพูดอย่างนี้กับคุณ แต่คุณจะขายหนังสือเล่มนี้ให้กับสมาคมจิตรกรของเราไหม?”

ตรงกันข้ามกับอาการใบ้กินของจางเซวียน ประธานเมิ่งนัยน์ตาเป็นประกายอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมองดูหนังสือที่จางเซวียนถือไว้ในมือ

ตาเฒ่าไร้โศกเป็นจิตรกรที่เก่งกาจที่สุดในจักรวรรดิฉิงหย่วน แม้เขาจะมีอายุเพียง 300 ปี แต่ก็ได้สร้างคุณงามความดีให้กับสมาคมจิตรกร ทำให้เกิดยุคแห่งความเจริญรุ่งเรืองขึ้นมา

ในบรรดามรดกตกทอดที่เขาทิ้งไว้ให้สมาคมจิตรกร มีเพียงอย่างเดียวที่โดดเด่น-นั่นคือสิบการถอดรหัสภาพวาด มันเป็นคู่มือวาดภาพที่เขาเขียนขึ้นในช่วงท้ายๆ ของชีวิต แต่แล้วเขาก็หายตัวไปก่อนที่จะทันได้เขียนเสร็จ และหนังสือเล่มนี้ก็พลอยหายสาบสูญไปจากโลกด้วย สมาคมจิตรกรได้ทุ่มเทความพยายามมากมายเพื่อตามหามัน แต่ก็ไม่มีเงื่อนงำเลย

ใครจะไปคิดว่ามันตกอยู่ในมือของชายหน้ากากทองแดง และแถมยังให้ปรมาจารย์จางฟรีๆ

“คุณอยากขอซื้อหนังสือหรือ?” จางเซวียนมองหนังสือในมือและถ่ายโอนมันเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้า จากนั้นก็ยื่นให้อย่างใจกว้างและพูดว่า “ถ้าคุณอยากได้ ผมก็ให้คุณ”

“อะ-เอ่อ เป็นความจริงหรือ?” ประธานเมิ่งรับหนังสือมาด้วยมืออันสั่นเทา “ปรมาจารย์จาง ได้โปรดให้ผมขอบคุณแทนสมาคมจิตรกรของเราด้วย คุณช่างใจกว้างเหลือเกินที่มอบหนังสือซึ่งมีมูลค่าเท่ากับหินวิเศษขั้นสูงแบบเข้มข้นเป็นพิเศษถึง 50 ก้อนให้! เราประทับใจจริงๆ”

“คุณว่าอะไรนะ? หินวิเศษขั้นสูงแบบเข้มข้นเป็นพิเศษ 50 ก้อน?” จางเซวียนรู้สึกว่าโลกหมุนติ้ว

“ใช่แล้ว” ประธานเมิ่งตอบ

“ขออภัยด้วย แต่ผมไม่ให้หนังสือสิบการถอดรหัสภาพวาดกับคุณแล้วล่ะ” จางเซวียนคว้าหนังสือกลับคืนมาจากมือของประธานเมิ่ง

“จ่ายมาเลย”

“…” เมิ่งชง

“…” ฝูงชน

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version