ตอนที่ 1224 ปลดปล่อยไอ้โหด
หลังจากอ่านข้อความในหนังสือ จางเซวียนก็ระบายลมหายใจยาว
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมุ่งหน้าไปยังมุมหนึ่งของห้องและลงนั่งขัดสมาธิ
ครู่ต่อมา ตัวโคลนก็มาสมทบแล้วถามอย่างสงสัย “คุณทำอะไรอยู่น่ะ?”
จางเซวียนหันมาตอบด้วยใบหน้าซีดเผือด “เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมมีคำถามที่ไม่อาจหาคำตอบได้ ผมชอบมานั่งที่มุมห้อง และครุ่นคิดถึงความลับของจักรวาลและความหมายของการมีชีวิตอยู่”
“ครุ่นคิดถึงความลับของจักรวาล? ความหมายของการมีชีวิตอยู่?” ตัวโคลนยิ่งงงหนัก
ร่างต้นแบบของเขามีความสามารถชนิดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?
ทำไมเขาไม่รู้เลย?
ถึงเขาจะไม่รู้ว่าร่างต้นแบบคิดจะทำอะไร แต่ก็รู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายคงมีเหตุผลที่ทำอย่างนั้น จึงตัดสินใจไม่รบกวน “ผมจะเดินดูอยู่รอบๆ คุณอยากทำอะไรก็ทำไปเถอะ”
จากนั้นก็หันหลังกลับแล้วเดินออกมา
ราว 2 ชั่วโมงต่อมา จางเซวียนระบายลมหายใจยาวก่อนจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
ตอนนี้ ดวงตาของเขาแดงก่ำและดูเหมือนจะหมดเรี่ยวแรง เท้าของเขายืนอยู่บนพื้นอย่างไม่มั่นคง ราวกับพร้อมจะล้มพับลงไป
เมื่อเห็นภาพนั้น ตัวโคลนก็รีบเข้ามาพยุง
“ผมไม่เป็นไร” จางเซวียนโบกมือขณะขับเคลื่อนพลังปราณเทียบฟ้าให้ไหลเวียนทั่วร่างกายของเขา 3 รอบ ทำให้ความเหนื่อยอ่อนและอาการอ่อนแรงที่เป็นอยู่ค่อยบรรเทาลง
เมื่อเห็นจางเซวียนอาการดีขึ้นแล้ว ตัวโคลนก็รีบส่งโทรจิตหา “ผมตรวจสอบทั่วพื้นที่นี้แล้ว นอกจากกล่องดำกับแท่น ก็ไม่มีกลไกอื่นๆอยู่ในบริเวณนี้เลย ถ้าข้อสรุปของผมถูกต้อง ผมว่าเรามาอยู่ที่ส่วนที่ลึกที่สุดของเกาะแล้วล่ะ”
ในช่วงเวลา 2 ชั่วโมงที่จางเซวียนใช้เวลาครุ่นคิดถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ เขาได้สำรวจทุกตารางนิ้วของห้องใต้ดินเป็นที่เรียบร้อย
ด้วยการถ่ายทอดความรู้ที่ร่างต้นแบบถ่ายทอดให้ ความเข้าใจเรื่องค่ายกลและกลไกต่างๆของเขาก็เข้าถึงระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุด ซึ่งมาถึงขนาดนี้แล้ว หากเขายังไม่พบความผิดปกติหลังจากตรวจสอบ ก็มีโอกาสที่ว่าจะไม่มีกลไกอื่นๆอยู่ในห้องนั้นอีก
“ผมเข้าใจ” จางเซวียนพยักหน้า
“แล้วตอนนี้เราจะทำอย่างไรต่อ?” ตัวโคลนขมวดคิ้ว “เราควรทำลายตัวล็อคของนักออกแบบสวรรค์สร้างและหวังว่ามันจะสังหารไอ้โหดดีไหม?”
ตัวโคลนรู้สึกว่าร่างต้นแบบของเขารู้อะไรบางอย่าง เพียงแต่ยังไม่เต็มใจจะพูดออกมา
จางเซวียนส่ายหน้า “ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ยังมีเงื่อนไขอื่นในการกระตุ้นการโจมตีของแท่นมากกว่าระยะทาง หากเราพรวดพราดเข้าไป เราจะไปกระตุ้นกลไกของแท่น และลงท้ายก็จะต้องลงเอยด้วยการเป็นอาหารของไอ้โหดเสียเอง!”
“ถ้าอย่างนั้น”
“จะปลอดภัยกว่าหากเราทำลายแท่นก่อน เมื่อทำลายแท่นแล้ว จะทำอะไรกับกล่องนั้นก็ได้” จางเซวียนตอบ
“ฟังดูมีเหตุผลดี” ตัวโคลนพยักหน้า
ดังนั้น ทั้งคู่จึงเดินเข้าไปเพื่อสำรวจแท่นใกล้ๆ
อักษรจารึกที่อยู่บนแท่นนั้นซับซ้อนกว่าอักษรจารึกบนแท่นที่อยู่ในแหวนเก็บสมบัติของเขาไ ม่มีทางที่จางเซวียนจะสามารถคาดเดาผลของค่ายกลที่ถูกจารึกไว้บนนั้นได้
เขาสะบัดข้อมือแล้วนำเอาดาบระดับเซียนขั้นต่ำซึ่งไร้จิตวิญญาณที่เขาได้มาจากพระราชวังชิวอู๋ และขว้างมันเข้าไป
เพล้งงงงง!
ภายในชั่วพริบตา ดาบระดับเซียนขั้นต่ำก็แตกเป็นเสี่ยงๆด้วยฤทธิ์ของกระแสดาบฉีที่พุ่งออกมาจากแท่น
เมื่อเห็นภาพนั้น ตัวโคลนอ้าปากค้าง
กายเนื้อของเขาสามารถรวมตัวกันกลับมาอยู่ในสภาพเดิมได้แม้จะถูกเฉือนเป็นชิ้นๆ แต่จิตวิญญาณของเขายังแข็งแกร่งไม่พอ เมื่อพิจารณาจากพละกำลังของกระแสดาบฉี จิตวิญญาณของเขาคงจะเสื่อมสลายเสียก่อนหากเจอเข้ากับการโจมตีระดับนั้น
ส่วนอีกด้านหนึ่ง จางเซวียนก็หลับตาเป็นระยะเวลาสั้นๆเมื่อแท่นนั้นสำแดงฤทธิ์เดช ครู่ต่อมา เขาก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งก่อนจะนำธงค่ายกลจำนวนหนึ่งออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ
“คุณคิดจะทำอะไรกับธงค่ายกลพวกนี้?” ตัวโคลนถามด้วยความสงสัย
พวกเขาควรจะหาทางทำลายแท่นไม่ใช่หรือ?
ทำไมจู่ๆถึงนำธงค่ายกลออกมา?
“ค่ายกลที่จารึกไว้บนแท่นนั่นล้ำลึกมาก อย่างน้อยที่สุดก็น่าจะเป็นเกรด 8 ความพยายามทำลายค่ายกลมีแต่จะทำให้มันระเบิด ซึ่งอันตรายมาก ดังนั้นผมจึงคิดว่าเราควรจะรับมือกับค่ายกลด้วยการติดตั้งใหม่อีก 1 อัน!” จางเซวียนอธิบาย
“รับมือกับค่ายกลด้วยการติดตั้งใหม่อีก 1 อัน?” ตัวโคลนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
อันที่จริง สิ่งที่จางเซวียนตั้งใจจะทำก็คือใช้ค่ายกลใหม่เข้าขัดขวางการทำงานของค่ายกลเดิมของแท่น และทำลายโครงสร้างภายในของมัน
เมื่อพูดในเชิงทฤษฎีก็ฟังดูง่าย แต่การทำจริงนั้นไม่ง่ายเลย
การสร้างค่ายกลทับค่ายกลอีกอันหนึ่งก็ถือว่ายากอยู่แล้ว และข้อผิดพลาดก็อาจเกิดขึ้นได้จากค่ายกลที่มีอยู่ ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อให้ประสบความสำเร็จในการทำลายอานุภาพของค่ายกลเดิม จางเซวียนจะต้องสร้างค่ายกลที่มีพละกำลังพอๆกับมัน ซึ่งความยากนั้นแทบจะบรรยายไม่ได้
แต่ตัวโคลนก็รู้ดีว่าร่างต้นแบบของเขาจะทำอะไรก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าจะสำเร็จเท่านั้น จึงตัดสินใจไม่พูดอะไรมาก เขาถอยออกมา 2-3 ก้าวและกลับเข้าไปยังทางเดิน พร้อมที่จะวิ่งหนีหากเกิดข้อผิดพลาด
ส่วนจางเซวียนก็สูดหายใจลึกก่อนจะกระโจนขึ้นกลางอากาศ จากนั้นก็สะบัดข้อมือ ธงค่ายกลมากกว่า 100 อันกระเด็นออกจากฝ่ามือของเขาและตกลงไปปักตามตำแหน่งที่กำหนดไว้อย่างถูกต้อง
ฟิ้ววววว!
ครู่ต่อมา ค่ายกลขนาดมหึมาก็เริ่มทำงาน
“มันคือค่ายกลหลอมรวมแสงดาว” ตัวโคลนของจางเซวียนรู้จักชนิดของค่ายกลได้ในทันที
มันไม่ใช่ค่ายกลสังหารหรือค่ายกลภาพลวงตา แต่เป็นค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณ!
เป็นค่ายกลกึ่งเกรด 8 สามารถรวบรวมพลังของแสงดาวที่อยู่ในโลกเพื่อแปรเปลี่ยนให้เป็นพลังจิตวิญญาณได้
ใช้ค่ายกลแบบนี้ทำลายแท่น
“ก็เป็นแนวคิดที่ดีนะ”
แม้ตัวโคลนของจางเซวียนจะชอบเยาะเย้ยร่างต้นแบบเรื่องที่อ่อนแอกว่าตัวเขา แต่ก็ต้องยอมรับว่าคราวนี้เขาประทับใจในความรอบรู้ของอีกฝ่าย
ค่ายกลที่จารึกอยู่บนแท่นนั้นทรงพลังมาก น่าจะเป็นค่ายกลเกรด 8 ด้วยความแข็งแกร่งในตอนนี้ของร่างต้นแบบ เป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะสร้างค่ายกลที่มีพละกำลังมากพอที่จะขัดขวางและทำลายมัน แต่การใช้ค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณถือเป็นเรื่องที่แตกต่างออกไป
ดูเผินๆ การใช้ค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณมาวางเหนือค่ายกลเกรด 8 ที่มีอานุภาพอยู่แล้วนั้นเหมือนจะเป็นการกระทำที่โง่เขลา แต่ทุกสิ่งในโลกย่อมมีขีดจำกัดของมัน
และแม้แต่ค่ายกลเกรด 8 ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
ไม่มีใครรู้ว่าแท่นรับเอาพลังจิตวิญญาณเพื่อขับเคลื่อนค่ายกลมาจากไหน แต่พลังงานที่มันได้รับนั้นมีอยู่เต็มเปี่ยมและไม่จำเป็นที่จะต้องเสริมเข้าไปอีก ดังนั้นการวางค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณลงไปจึงทำให้เป็นที่แน่นอนว่า ไม่ช้าพลังจิตวิญญาณที่ถูกรวบรวมเข้าสู่ค่ายกลของแท่นจะต้องเกินขีดจำกัดของมัน
ขณะที่ตัวโคลนของจางเซวียนยังคงวิเคราะห์สถานการณ์อยู่ จางเซวียนก็นำหินวิเศษขั้นสูงหนึ่งหมื่นก้อนออกมาและโยนมันเข้าไปในค่ายกลเพื่อเร่งการทำงานของค่ายกลหลอมรวมแสงดาวให้รวบรวมพลังจิตวิญญาณได้เร็วขึ้น
ฟิ้ววววว!
พลังมหาศาลเกิดเป็นเป็นพลังหมุนวนขนาดใหญ่ ทำให้ห้องใต้ดินสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ภายใต้การควบคุมของค่ายกลหลอมรวมแสงดาว พลังหมุนวนนั้นตรงเข้าสู่แท่น
แท่นเรืองแสงขึ้นมา และอีกครู่หนึ่ง มันก็เริ่มพองตัวออกเหมือนกับบอลลูน
บึ้ม!
สุดท้าย แท่นก็ถึงขีดจำกัดของมัน เสียงระเบิดลั่นดังก้องไปทั่วทั้งห้องใต้ดิน
“เราทำสำเร็จแล้ว!” ตัวโคลนตาโต
เขาคิดว่าแม้จะมีพลังของค่ายกลหลอมรวมแสงดาว แต่ก็คงต้องใช้เวลาอย่างน้อยเป็นเดือนกว่าจะทำลายค่ายกลได้ แต่ร่างต้นแบบของเขาใช้หินวิเศษถึง 10000 ก้อนเพื่อเร่งปฏิกิริยาของค่ายกล ทำให้ทุกอย่างรวดเร็วมาก
เพียงชั่วเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป แท่นก็ระเบิด
เมื่อแท่นถูกทำลาย จางเซวียนก็เก็บธงค่ายกลทั้งหมดเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติ
หลังจากทำเช่นนั้น เจตนาสังหารในห้องใต้ดินก็ดูจะเข้มข้นขึ้นกว่าเดิม เสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งดังขึ้น “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! จางเซวียน ดูเหมือนฉันจะตัดสินใจถูกที่ล่อแกมาที่นี่! ต้องขอบใจแกมากที่ปลดปล่อยฉันจากพันธนาการ ในที่สุด ฉัน, ไอ้โหดก็ได้กลับคืนสู่โลกใบนี้แล้ว!”
เมื่อจบประโยคนั้น จางเซวียนกับตัวโคลนก็พลันรู้สึกว่าทั้งร่างแข็งทื่อไปด้วยพละกำลังบางอย่าง เหมือนมีพลังมหาศาลกดทับพวกเขาอยู่ ทำให้ขยับไม่ได้
เมื่อรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ตัวโคลนหน้าซีด “เวรละ ไอ้โหดไม่ได้ถูกขังอยู่ในตัวล็อคของนักออกแบบสวรรค์สร้าง แต่อยู่ในแท่นหรอกหรือ?”
ในเมื่อพวกเขารู้สึกได้ว่าเจตนาสังหารนั้นแผ่ออกมาจากตัวล็อคของนักออกแบบสวรรค์สร้าง จึงเข้าใจว่าไอ้โหดต้องอยู่ในนั้น คิดว่าการทำลายแท่นจะทำให้พวกเขาได้รับมือกับไอ้โหด แต่กลับกลายเป็นว่าเข้าใจผิด พันธนาการที่แท้จริงที่กักขังไอ้โหดอยู่คือแท่นนี่เอง
“เร็ว รีบหนี!” เมื่อรู้สึกว่ามีบางอย่างเกิดขึ้น จางเซวียนหรี่ตา เขาตะโกนอย่างร้อนรนก่อนจะรีบปลดปล่อยพลังฝ่ามือ
ฟึ่บ!
ฝ่ามือปีศาจสวรรค์โทมนัสทำลายบรรยากาศแข็งทื่อที่อยู่ล้อมรอบตัวเขา จางเซวียนดึงตัวโคลนใส่กลับเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติก่อนจะสำแดงเทคนิคการเดินทางอันไร้จุดจบ ร่างของเขาพร่าเลือนไป และในชั่วพริบตาเขาก็มาอยู่ที่สุดปลายทางเดินอีกด้านหนึ่ง
เมื่อรีบเดินไปตามทาง ใช้เวลาเพียง 10 อึดใจ จางเซวียนก็มาถึงบริเวณที่ประธานชิงกับคนอื่นๆอยู่
พวกนั้นกำลังพยายามหาทางออกจากถ้ำปีศาจโดยใช้เส้นทางที่ปลอดภัย แต่ดูเหมือนความพยายามจะล้มเหลว
“อาจารย์ใหญ่จาง!” เมือเห็นจางเซวียน ทั้งกลุ่มถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ตามผมมา! เราต้องรีบหนีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้!” จางเซวียนเร่ง
ไอ้โหดถูกปลดปล่อยจากพันธนาการแล้ว และไม่ใช่คนที่พวกเขาจะสามารถรับมือด้วยได้ในตอนนี้ สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือหนีไปให้เร็วที่สุด
“แต่ตัวล็อคมังกรยังล็อคทางเข้าอยู่ แล้วเราจะออกจากถ้ำปีศาจได้อย่างไร?” ปรมาจารย์อู๋ถาม
เมื่อทางเข้าถูกปิดตายและไม่มีทางเลือกอื่นให้เห็น พวกเขาก็ไม่รู้จะหนีไปทางไหน
“เรื่องนั้นไม่ต้องห่วง ตามผมมา!” จางเซวียนไม่ใส่ใจคำถามและข้อสงสัยของคนอื่นๆ เขารีบเดินหน้าไป
สมาชิกที่เหลือในกลุ่มต่างงงงัน แต่ก็เดินตามไปโดยไม่ปริปาก พวกเขาผ่านทางเดินขนาดยาวไปจนในที่สุดก็มาถึงตัวล็อคมังกรอีกครั้ง มันยังคงปิดทางเข้าไว้อย่างแน่นหนา ทำให้ไม่มีทางหลบหนี
“พวกเราควรทำอย่างไรดี?” ปรมาจารย์อู๋ถามอย่างร้อนรน
ประธานชิงกัดฟันและพูดว่า “ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ทำไมเราไม่รวมพลังกันเพื่อสร้างค่ายกลประสานพลังและทำลายตัวล็อคมังกรล่ะ เราน่าจะสามารถทำลายมันและออกไปได้นะ”
“จริง ดูเหมือนไม่มีทางเลือกอื่น” ปรมาจารย์อู๋พยักหน้า
แต่ระหว่างที่ทั้งคู่ปรึกษากันอยู่ พวกเขาก็พบว่าจางเซวียนเดินไปที่ตัวล็อคมังกรและเคาะหินก้อนใหญ่เบาๆก่อนจะพูดว่า “เปิดสิ พวกเราต้องรีบไป”
‘แอ๊ด!’
ต่อหน้าต่อตาความตกตะลึงของทุกคน ตัวล็อคมังกรที่แม้แต่นักรบระดับการละทิ้งช่องว่างขั้นสูงสุดก็ยังเปิดออกไม่ได้ก็พลันเลื่อนไปด้านข้าง
“เอ่อ”
ทุกคนทำตาโตอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่เห็น
เป็นความจริงที่ว่านอกจากจะมีพละกำลังเหนือกว่าตัวล็อคมังกรเท่านั้นถึงจะเปิดได้ ไม่มีทางผ่านมันไปได้เลยหากถูกปิดตายเอาไว้ แต่ชายหนุ่มคนนี้สามารถทำให้ตัวล็อคมังกรขยับไปด้านข้างได้เพียงแค่แตะมันและพูดไม่กี่คำ
ช่างเหลือเชื่อจริงๆ!
“รีบออกไปกันเถอะ!” จางเซวียนเร่งขณะที่นำทางไป
ส่วนคนอื่นๆก็รู้ว่าไม่ใช่เวลาที่จะมามัวสงสัย จึงรีบตามตามจางเซวียนไปเพื่อออกจากเกาะขนาดเล็กเกาะนี้
ครืนนนน!
การสั่นสะท้านของเกาะยิ่งหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อทั้งกลุ่มมาถึงบริเวณที่พวกเขามาถึงก่อนจะเข้าไปในถ้ำปีศาจ ท่ามกลางโคลนที่กระฉอกอย่างเกรี้ยวกราด เกาะนั้นก็เริ่มลอยขึ้นสู่กลางอากาศ
ทุกคนตาโตด้วยความตกตะลึง
เกาะนั่นลอยสูงขึ้นเรื่อยๆไม่ช้าก็เป็นอิสระจากบึง จากนั้นมันก็คว่ำลง 180 องศา ทำให้โคลนไหลกลับลงไปในบึง และโฉมหน้าที่แท้จริงของมันก็ปรากฏ
ท่ามกลางความตกตะลึงของฝูงชน หัวหน้าเลี่ยวตัวสั่นขณะพูดถ้อยคำที่อยู่ในใจของทุกคนออกมา “นั่นใช่หัวหรือเปล่า?”
เกาะนั้นมีรูปร่างเหมือนกับหัว ทะเลสาบที่พวกเขาเข้าไปก่อนจะเข้าถึงถ้ำปีศาจนั้น แท้ที่จริงแล้วคือดวงตาสองดวงของหัวนั้น
ดวงตาดวงใหญ่นั้นเป็นประกายวาบขณะที่เสียงทรงพลังดังขึ้น “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! ในที่สุด ฉัน, ไอ้โหดก็กลับมาแล้ว บอกมาซิ พวกแกอยากตายแบบไหน?”
ในที่สุด ไอ้โหดแห่งบึงทุ่งหญ้าทิศเหนือก็กลับมา!
