ตอนที่ 1225 อาจารย์ร้ายลูกศิษย์แสบ
“เป็นแบบนี้ได้อย่างไร”
เมื่อรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลจากศีรษะอันใหญ่โตนั้น ทั้งกลุ่มยืนตัวแข็ง
พวกเขารู้สึกได้ว่าอานุภาพของศีรษะขนาดมหึมาที่เห็นนั้นไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ความแข็งแกร่งที่มันแผ่ออกมานั้นไร้ขอบเขต และแม้จะไม่ได้เคลื่อนไหว แต่ก็มีรังสีอันไร้เทียมทานที่แผ่มาปกคลุมพื้นที่โดยรอบ ทำให้การหลบหนีแทบจะเป็นไปไม่ได้
“วรยุทธการละทิ้งช่องว่าง ขั้นสูงสุด” ปรมาจารย์อู๋กลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่
เขารับรู้ได้อย่างเลือนรางถึงพละกำลังของนักรบที่มีวรยุทธการละทิ้งช่องว่างขั้นสูงสุด ไม่มีทางที่พวกเขาจะรับมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับนี้ได้เลย!
จางเซวียนพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
สำหรับวรยุทธการละทิ้งช่องว่างขั้นสูงสุด ไอ้โหดแข็งแกร่งกว่าฮ่องเต้ฉิงเทียนมาก และนี่ยังไม่รวมถึงวิถีทางอันทรงพลังต่างๆ ที่มันครอบครองอยู่
“เราควรทำอย่างไรกันดี?”
ทั้งกลุ่มเริ่มตื่นตระหนก
หากศัตรูเป็นนักรบการละทิ้งช่องว่างขั้นสูง พวกเขาก็ยังกล้าเสี่ยง แต่สำหรับการละทิ้งช่องว่างขั้นสูงสุดนั้น ต่อให้กระเสือกกระสนแค่ไหนก็ไม่มีทางเอาชนะได้เลย!
“สามารถใช้ค่ายกลอีกอันหนึ่งมาทำลายแท่นได้ จางเซวียน, ฉันต้องยอมรับว่าแก่ช่างเก่งกาจเสียจริง แต่ดูเหมือนคนเก่งอย่างแกมักจะตกหลุมพรางความเฉลียวฉลาดของตัวเอง ต้องขอบใจแกที่ช่วยให้ฉันหลุดพ้นจากพันธนาการ แกจะไม่บอกฉันหน่อยหรือว่าตอนนี้แกรู้สึกอย่างไร แกอยากฆ่าฉันใจแทบขาดมาตลอด แต่ลงท้ายก็ปลดปล่อยฉันด้วยน้ำมือของตัวเอง เสียใจไหม? รู้สึกผิดบ้างไหม?”
ใบหน้าที่ลอยอยู่กลางอากาศนั้นจ้องมองจางเซวียนด้วยสีหน้าเยาะเย้ย
มันได้สกัดกั้นพื้นที่โดยรอบไว้หมดแล้ว ไม่มีทางที่มนุษย์ทั้งกลุ่มนี้จะหนีไปไหนได้ ถึงตอนนี้ ชัยชนะเป็นของมันแล้วเรียบร้อย!
“ฉันเสียใจ แต่ในเมื่อสถานการณ์ออกมารูปนี้ ก็ไม่มีประโยชน์ที่จะคร่ำครวญกับสิ่งที่ผิดพลาดไปแล้ว แต่ฉันก็อยากรู้ต้นกำเนิดของแท่น แกเข้าไปติดอยู่ในนั้นได้ไงน่ะ?” จางเซวียนถามอย่างสุขุม
นี่คือสิ่งเดียวที่ตอนนี้เขายังไม่เข้าใจชัดเจน
แท่นนั้นเป็นสิ่งประดิษฐ์ของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น แล้วไอ้โหดเข้าไปติดอยู่ในนั้นได้อย่างไร?
“ในเมื่อแกกำลังจะถูกฉันกลืนกินอยู่แล้ว ฉันก็จะทำตามคำขอร้องของแกเสียหน่อย ถึงอย่างไรก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่แกจะทำได้!” ใบหน้าที่อยู่กลางอากาศยิ้มเยาะ “แท่นนั้นน่ะเป็นผลงานของไอ้สารเลวฉิงเทียน!”
“ฮ่องเต้ฉิงเทียน?” จางเซวียนขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ
“แต่เขาเป็นลูกศิษย์ของแกไม่ใช่หรือ? แกถ่ายทอดมรดกของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณให้เขานี่?”
ทำไมฮ่องเต้ฉิงเทียนถึงกักขังอาจารย์ของตัวเองไว้ในแท่น?
“ฮึ่มมม! เมื่อ 2000 ปีก่อน ตอนที่ฉันเรียกตัวเจ้าสารเลวนั่นมา ฉันเป็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งและเจตจำนงอีกเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น” ไอ้โหดคำรามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ฉันถ่ายทอดมรดกของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณให้มันเพราะเหตุผลเดียวก็คือต้องการใช้พลังของมันตามหาร่างกายส่วนอื่นๆ ของฉัน เพื่อที่ฉันจะได้กลับคืนสู่ความแข็งแกร่งดังเดิม!”
“อือ” จางเซวียนพยักหน้า
เขาเองก็คาดเดาไว้แบบนี้
คนที่ได้รับสมญานามว่าไอ้โหดจะใจดีถึงขนาดรับลูกศิษย์และถ่ายทอดมรดกของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณให้ฟรีๆ หรือ?
เป็นที่รู้กันว่าเขาต้องมีเหตุผลของตัวเอง
“เจ้าหมอนั่นก็ไม่เลวนักหรอก มันรับฉันเป็นอาจารย์และยังจับนักออกแบบสวรรค์สร้างกับช่างตีเหล็กมาหลายคน อีกทั้งยังรวบรวมสินแร่ล้ำค่านับไม่ถ้วนเพื่อหลอมศีรษะนี้ให้กับฉัน!” ไอ้โหดพูด
“หลอม?” จางเซวียนพลันนึกถึงห้องจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนที่เขาได้เห็น
หากทั้งเกาะเล็กๆ เกาะนี้คือศีรษะของไอ้โหด ห้องเหล่านั้นก็คงเป็นโครงสร้างภายในสมองของมัน
การหลอมศีรษะขนาดมหึมานี้ ไม่เพียงแต่จะต้องใช้สินแร่จำนวนมาก ยังจะต้องใช้กำลังคนปริมาณมหาศาลด้วย ดูเหมือนเมื่อ 2000 ปีก่อน นอกจากปรมาจารย์ชั้นนำแล้ว ยังมีนักออกแบบสวรรค์สร้างและช่างตีเหล็กอีกมากมายที่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่
แต่ด้วยวิถีทางของไอ้โหดในการปกปิด ‘เกาะ’ นี้ รวมถึงธรรมชาติที่อันตรายของบึง จึงไม่มีใครสงสัยเรื่องการตายของบุคคลเหล่านั้นว่าจะเป็นการจัดฉาก
“ตอนแรก ไอ้สารเลวฉิงเทียนนั่นก็เคารพยกย่องฉันดี ทำตามคำสั่งที่ฉันสั่งการไปโดยไม่ลังเล ฉันจึงไม่แคลงใจในความจงรักภักดีของมัน แต่มันกล้าจัดฉากใส่ฉัน!”
เสียงของไอ้โหดเจือความโกรธแค้น “วันหนึ่ง มันก็นำแท่นเพื่อมาช่วยยกระดับความแข็งแกร่งให้ ฉัน แต่อันที่จริง มันใช้แท่นกับศีรษะที่นักออกแบบสวรรค์สร้างหลอมขึ้นมาเพื่อกักขังฉัน! กว่าฉันจะรู้ตัว ฉันก็ถูกกักขังไว้ที่นี่แล้ว”
“กักขัง?”
“ก็ใช่น่ะสิ! เจตนาของไอ้สารเลวฉิงเทียนนั่นไม่ใช่แค่กักขังฉันนะ ตั้งแต่แรก มันตั้งใจที่จะใช้ศาสตร์แห่งจิตวิญญาณที่ร่ำเรียนไปจากฉันเพื่อขโมยความทรงจำของฉันและเข้าแทนที่ฉันเสียเอง!” ถึงตอนนี้ ไอ้โหดคำรามด้วยอาการเหยียดหยามราวกับเยาะเย้ยมดตัวหนึ่งที่มักใหญ่ใฝ่สูง
แม้ฮ่องเต้ฉิงเทียนจะเคยเป็นบริวารของไอ้โหด แต่เขาก็ยังเป็นฮ่องเต้ผู้เย่อหยิ่งและทรงพลังของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น เป็นสิ่งมีชีวิตที่เกิดมาเพื่อเหนือกว่าเผ่าพันธุ์ต่างๆ ถึงอีกฝ่ายจะเป็นไอ้โหดผู้ทรงพลัง ก็ไม่มีทางที่เขาจะยอมจำนนให้
ยังไม่ต้องพูดถึงว่าตัวตนของไอ้โหดที่เป็นอยู่นั้นเป็นเพียงเปลือกของสิ่งที่มันเคยเป็น
“ขโมยความทรงจำของแกและเข้าแทนที่?” จางเซวียนส่ายหน้าอย่างสมเพช “ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในตำนานที่ขับเคี่ยวกับปรมาจารย์ขง แกตกหลุมพรางของฮ่องเต้ฉิงเทียนหรือ?”
ถึงจะหมดยุคความรุ่งเรืองของไอ้โหดไปแล้ว แต่มันก็ยังมีวิธีป้องกันตัวและมีไพ่ไม้ตายอยู่กับตัวอีกมากมาย
การตกหลุมพรางของฮ่องเต้ฉิงเทียนจึงเป็นเรื่องเหลือเชื่อ
“ฮึ่มมมม! ถึงฉันจะไม่แคลงใจในความจงรักภักดีของมัน แต่ฉันก็ป้องกันตัวตั้งแต่แรก แต่เมื่อสองพันปีก่อน ฉันเพิ่งฟื้นตื่นขึ้นจากการหลับใหลและวรยุทธของฉันก็ยังไม่ถึงระดับเซียนด้วยซ้ำ ฉันต้องการความแข็งแกร่งและทรัพยากรของมัน จึงไม่มีทางเลือกที่จะต้องอยู่เคียงข้างกับมันไป”
ถึงตอนนี้ นัยน์ตาของไอ้โหดฉายแววดุร้ายขณะที่พูดต่อ “แต่ก็อย่างที่แกพูด ฉันจะตกหลุมพรางของไอ้สารเลวฉิงเทียนง่ายๆ แบบนั้นได้อย่างไรกัน? ฉันถ่ายทอดเจตจำนงเสี้ยวหนึ่งไว้ในจิตใจของมัน เพื่อที่หากมันพยายามจะทำร้ายฉัน ฉันก็จะทำร้ายจิตวิญญาณของมันในทันที!”
ได้ยินคำนั้น จางเซวียนอ้าปากค้าง
ช่างเป็นอาจารย์และลูกศิษย์ที่เหมาะสมกันเหลือเกิน ภายใต้ผิวน้ำที่ดูจะราบเรียบ ต่างคนต่างมีมีดที่พร้อมจะจ้วงแทงอีกฝ่ายตลอดเวลา ทั้งคู่ต่างเล่นเกมของการวัดใจ!
“หลังจากหลอมศีรษะนี้แล้ว เพื่อเรียกคืนพละกำลังและประสิทธิภาพการต่อสู้กลับคืนมา ฉันต้องขยายสติสัมปชัญญะของฉันให้ครอบคลุมทั้งเกาะเล็กๆ เกาะนี้ แต่ถ้าฉันทำแบบนั้น ฉันก็จะต้องสูญเสียสติสัมปชัญญะไป และมันก็ใช้โอกาสนี้นำแท่นมากักขังฉัน!”
เมื่อหวนนึกถึงเรื่องราว ความโกรธของไอ้โหดพลุ่งพล่านขึ้นอีก “ขณะที่มันกำลังจะฆ่าฉัน เจตจำนงที่ฉันทิ้งไว้ในหัวของมันก็ทำงาน มันไม่อยากตาย แต่เพราะไม่มีทางเลือก จึงต้องยอมทำตามคำสั่งของฉัน มันเตรียมแผนการที่จะทำให้แน่ใจว่าฉันฆ่ามันไม่ได้ ฉันจึงไม่กล้าทำอะไรมันเช่นกัน ดังนั้นเราจึงต้องอยู่กันไปแบบนี้”
“เอ่อ” ปรมาจารย์อู๋กับประธานชิงมองหน้ากัน
คำว่า ‘อาจารย์’ นั้นมีความหมายลึกซึ้งมากสำหรับผู้ที่อยู่ในทวีปแห่งปรมาจารย์ รวมถึงนักรบทั่วไป
หากพบว่าลูกศิษย์คนไหนทรยศอาจารย์ของตัวเอง พวกเขาจะถูกสังหารโดยไม่ลังเล
สวรรค์ โลก วงศ์ตระกูล อาจารย์ กษัตริย์
ตำแหน่งของอาจารย์นั้นเหนือกว่าแม้แต่บ้านเมือง เป็นรองก็แค่บิดามารดาเท่านั้น!
ด้วยวัฒนธรรมของทวีปแห่งปรมาจารย์ เป็นเรื่องที่พบเห็นได้ยากมากที่ลูกศิษย์สักคนหนึ่งจะสร้างภาพหรือจัดฉากใส่อาจารย์ของตัวเอง แต่สำหรับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นคู่นี้ อาจารย์ก็คิดจะหาประโยชน์จากลูกศิษย์ ในขณะที่ลูกศิษย์ก็คิดจะเข้าแทนที่อาจารย์อยู่ทุกวัน
ช่างผิดเพี้ยนและแปลกประหลาดเสียเหลือเกิน!
จางเซวียนรับรู้ถึงความไม่เข้าใจของคนอื่นๆ จึงอธิบายว่า “เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นนั้นมอบความจงรักภักดีให้กับเทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณของพวกมัน คำว่า ‘อาจารย์’ ไม่มีความหมายอะไรกับพวกมันหรอก”
เขาได้พบกับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น 2-3 ตัวระหว่างการเดินทาง และยังได้กำจัดสายเลือดฉิงเทียนนับตั้งแต่ราชาไปจนถึงฮ่องเต้ เนื่องจากต้องปะทะกันบ่อย จึงพอจะรู้วัฒนธรรมและความเชื่อของพวกมันอยู่บ้าง
มีเพียงสิ่งเดียวที่พวกมันจงรักภักดี นั่นคือเทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณ มีแต่คำพูดของเทพเจ้าแห่งจิตวิญญาณเท่านั้นที่พวกมันจะเชื่อฟังโดยไม่มีเงื่อนไข หากนอกเหนือจากนั้น แม้แต่คำว่า ‘อาจารย์’ ก็ไม่สำคัญอะไรเลย
อย่าว่าแต่การสร้างภาพหรือจัดฉากใส่อาจารย์ ไม่มีบทลงโทษทางสังคมสำหรับลูกศิษย์ที่สังหารอาจารย์เสียด้วยซ้ำ พวกมันไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่
เพราะเหตุผลนี้ ฮ่องเต้ฉิงเทียนกับไอ้โหดจึงไม่มีปัญหาอะไรในการปะทะกันอย่างเงียบๆ ตั้งแต่เมื่อ 2000 ปีก่อน
อันที่จริง จางเซวียนสงสัยว่าเหตุผลที่ไอ้โหดที่อยู่ในห้องใต้ดินของหวูหยางจื่อฟื้นคืนชีพขึ้นมาก็คงเป็นฝีมือของฮ่องเต้ฉิงเทียน
จางเซวียนเงยหน้าขึ้นและถามว่า “ฮ่องเต้ฉิงเทียนใช้อะไร คนอย่างแกถึงลังเลที่จะทำร้ายเขา?”
ใครๆ ก็รู้ว่าฮ่องเต้ฉิงเทียนจงใจทำลายไอ้โหด และในเมื่อไอ้โหดก็อยู่ในสภาพพร้อมที่จะแก้แค้น จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องลังเล
“มันเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของสิ่งที่เรียกว่ามรดกเครื่องรางฟ้าประทาน” ไอ้โหดตอบ
บางทีอาจเป็นเพราะความโดดเดี่ยวที่ทำให้มันรู้สึกปั่นป่วนเมื่อเผชิญหน้ากับปรมาจารย์ทั้งกลุ่มที่กำลังจะกลายเป็นเหยื่อของมันในไม่ช้า มันจึงเปิดเผยทุกอย่างโดยไม่กังวล
“มรดกเครื่องรางฟ้าประทาน?” จางเซวียนได้ค้นหาความทรงจำของฮ่องเต้ฉิงเทียนมาแล้วและรู้เรื่องนี้เช่นกัน จึงไม่รู้สึกประหลาดใจมากนัก
แต่ปรมาจารย์อู๋กับคนอื่นๆ พากันหรี่ตาด้วยความประหลาดใจ
ไอ้โหดไม่แยแสความตกใจของคนอื่นๆ มันคำรามก่อนจะพูดต่อ “เป็นเพราะหุ่นตัวหนึ่งที่จงรักภักดีต่อไอ้สารเลวฉิงเทียนนั่นเป็นผู้เปิดเผยเรื่องนี้ ในฐานะปรมาจารย์ แกคงรู้ดีว่ามรดกเครื่องรางฟ้าประทานเป็นของล้ำค่าขนาดไหน”
ทุกคนต่างพยักหน้า
มรดกเครื่องรางฟ้าประทานคือของล้ำค่าที่ปรมาจารย์ขงทิ้งไว้ เป็นของล้ำค่าที่ปรมาจารย์ขงหลอมขึ้นด้วยตัวเอง, มหาคัมภีร์แห่งฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ดังนั้น คุณค่าของมรดกเครื่องรางฟ้าประทานจึงยิ่งใหญ่มากจนทำให้แม้แต่ปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวของสภาปรมาจารย์ถึงกับคลุ้มคลั่งได้เมื่อพูดถึงมัน
แววตาตื่นเต้นปรากฏอยู่ในดวงตาของไอ้โหด “ถ้าฉันได้มรดกเครื่องรางฟ้าประทานมา ฉันก็จะสามารถปลดปล่อยตัวเองออกจากสภาพเหมือนนรกที่เป็นอยู่ตอนนี้ และรีบหาร่างกายส่วนอื่นที่เหลือและกลับคืนสู่ความแข็งแกร่งถึงขีดสุด บางทีฉันอาจจะขโมยมหาคัมภีร์แห่งฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงและเอาชนะปรมาจารย์ขงได้!”
เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นทั่วๆ ไปจะไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรกับมรดกเครื่องรางฟ้าประทานหากได้มา แต่สำหรับผู้ที่เคยต่อสู้กับปรมาจารย์ขงมาหลายครั้ง ไอ้โหดรู้ดีว่าควรจะใช้ที่ไหนและใช้อย่างไร
“ด้วยสภาพของฉันในตอนนี้ ฉันออกจากบึงไปไม่ได้ จึงต้องพึ่งพามันในการหามรดกเครื่องรางฟ้าประทาน ดังนั้นฉันจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องไว้ชีวิตมัน อีกทั้งมันยังรู้ว่าชิ้นส่วนของฉันอยู่ที่ไหน หากฉันสังหารมันก่อนที่จะได้ชิ้นส่วนคืนมา การฟื้นคืนชีพของฉันก็จะต้องชะงักไป” ไอ้โหดพูดต่อ
“ไม่สงสัยแล้ว” จางเซวียนพยักหน้า
ความเย้ายวนของมรดกเครื่องรางฟ้าประทานนั้นยิ่งใหญ่มาก และหลังจากการจำศีลมาเนิ่นนาน ไอ้โหดย่อมอยากได้ความแข็งแกร่งกลับคืนมาเร็วที่สุด ดังนั้นจึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมเขาจึงเลือกไว้ชีวิตฮ่องเต้ฉิงเทียนทั้งที่อีกฝ่ายทรยศ
เพราะรู้สึกได้ถึงความผิดปกติในเรื่องเล่าของไอ้โหด จางเซวียนพยายามซักถาม “แกพูดว่าเรื่องนั้นถูกแพร่งพรายออกมาโดยหุ่นตัวหนึ่งซึ่งจงรักภักดีกับฮ่องเต้ฉิงเทียน ในเมื่อข่าวนี้เป็นเรื่องที่แม้แต่เถียนฉิงยังไม่รู้ ก็ดูเหมือนว่าฮ่องเต้ฉิงเทียนจะไว้ใจหุ่นตัวนั้นมากนะ!”
เถียนฉิงเป็นเสี้ยวหนึ่งของเจตจำนงของฮ่องเต้ฉิงเทียน จึงไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นหุ่น
ส่วนราชาจงชิง เรียกได้ว่าเป็นแพะรับบาปเสียมากกว่า ‘หุ่น’ ที่ไอ้โหดพูดถึงจึงไม่น่าจะใช่เขา ถ้าเป็นอย่างนั้น เป็นไปได้หรือไม่ว่ายังมีอีกคนที่ใกล้ชิดกับฮ่องเต้ฉิงเทียนซ่อนตัวอยู่ภายในจักรวรรดิฉิงหย่วน?
แต่ก็อีกนั่นแหละ หากข้อสันนิษฐานของเขาเป็นความจริง ทำไมเขาจึงไม่พบอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ในความทรงจำของฮ่องเต้ฉิงเทียนเลย?
“แกไม่ต้องพยายามซักถามฉันหรอก หมอนั่นจงรักภักดีกับฉัน” ไอ้โหดคำราม
จากนั้น ดูเหมือนมันจะไม่อยากพูดอะไรอีกต่อไป ประกายเย็นเยียบวาบขึ้นในดวงตาของไอ้โหดพร้อมกับเจตนาสังหารที่ระเบิดออกมา “หมดเวลาของการเล่านิทานแล้ว พวกแกควรจะมีความสุขนะที่ได้รู้ความลับสุดยอดมากมาย ตอนนี้ ถึงเวลาที่ฉันจะส่งพวกแกไปตามทางของพวกแกแล้ว!”
บึ้มมม!
แรงกดดันมหาศาลถูกส่งลงมาจากสวรรค์ สร้างความรู้สึกหนักหน่วงที่เข้าปะทะหน้าอก ทุกคนพากันหายใจถี่กระชั้น
