ตอนที่ 1238 ยังดูดนมแม่อยู่หรือเปล่า?
พลั่ก!
ปรมาจารย์ซ่งกระอักเลือดออกมากองใหญ่เมื่อได้ยินคำพูดของจางเซวียน ก่อนจะเป็นลมไปด้วยความโมโห
ในฐานะปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาวที่มาเยือนจักรวรรดิฉิงหย่วนซึ่งอ่อนด้อยกว่า เขาควรจะอยู่ในตำแหน่งซึ่งมีอำนาจสิทธิ์ขาดโดยไม่มีใครกล้าคัดค้าน
แต่ทุกอย่างดูจะไม่เป็นไปตามคาด อย่างแรก ปรมาจารย์ทุกคนที่ควรจะอยู่ภายใต้คำสั่งของเขากลับต่อต้าน และราวกับเท่านั้นยังไม่พอ หม้อใบหนึ่งก็แทบจะทำให้เขาพิการ สิ่งที่ทำให้เขาโมโหหนักขึ้นไปอีกก็คือจางเซวียนที่มองหน้าเขาอย่างไม่รู้สึกรู้สา ราวกับไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
แกต้องแอบให้คำชี้แนะกับหม้อของแกแน่ๆ ฉันเป็นปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาว แกคิดจริงๆ หรือว่าฉันไม่รู้?
แกแอบให้คำชี้แนะกับมันเพื่อบอกว่าจะจัดการกับฉันอย่างไร แต่ต่อหน้าฉันแกก็ตีหน้าซื่อ ทำเหมือนกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตัวแกเลย
แกจะหน้าไม่อายกว่านี้อีกได้ไหม?
แถมยังมาบอกให้ตัดออก?
ตัดหัวแกน่ะสิ!
เมื่อเห็นปรมาจารย์ซ่งเป็นลมไป จางเซวียนส่ายหัวและเก็บกริชของเขา เขาทาบนิ้วมือไปที่จุดชีพจรเหรินจงของอีกฝ่ายเพื่อช่วยให้ได้สติกลับคืนมา จากนั้นก็หันไปตวาดหม้อต้นกำเนิดทองคำ “รีรออะไรอยู่ล่ะ? มาขอโทษเขาสิ!”
“ขอรับนายท่าน!” หม้อต้นกำเนิดทองคำใช้ขาอ้วนม่อต้อของมันเดินเข้ามาอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก มันบิดไปบิดมาราวกับเป็ด แต่เมื่ออยู่ตรงหน้าปรมาจารย์ซ่ง มันก็กล่าวคำขอโทษอย่างจริงใจ “ปรมาจารย์ซ่ง ผมไม่ควรเตะหว่างขาของคุณ เพื่อชดเชยความบอบช้ำที่คุณได้รับ ผมจะให้คุณเตะของผม 2 ครั้งเลยดีไหม?”
จากนั้น หม้อต้นกำเนิดทองคำก็อ้าขาออกราวกับจะเชื้อเชิญปรมาจารย์ซ่ง
ปรมาจารย์ซ่งกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง
จะบ้าหรือไง! แกเตะหว่างขาของฉันมันจะเหมือนกับฉันเตะหว่างขาของแกอย่างนั้นหรือ? แกมีอะไรอยู่ตรงนั้นให้ฉันเตะ?
อีกอย่าง ฉันเป็นถึงปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาว ถ้าฉันจะต้องให้ใครมาอ้าขาให้เพื่อให้ฉันไปเอาคืนล่ะก็ เกียรติยศศักดิ์ศรีของฉันจะอยู่ที่ไหน?
ปรมาจารย์ซ่งส่ายหน้าก่อนจะตวาดก้อง “จางเซวียน คุณใช้กำลังปลดปล่อยนักโทษประหาร กระด้างกระเดื่องต่อรุ่นพี่และสั่งการให้ของล้ำค่าของคุณโจมตีผม ชัดเจนเลยว่าคุณไม่รับรู้และไม่เห็นกฎเกณฑ์ของสภาปรมาจารย์เอาเสียเลย ไม่ต้องสงสัยนะ ผมจะต้องรายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานใหญ่อย่างแน่นอน!”
“คุณจะรายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานใหญ่?”
“ก็ใช่น่ะสิ!” ปรมาจารย์ซ่งคำรามเสียงลอดไรฟัน
“ถ้าอย่างนั้น หม้อต้นกำเนิดทองคำ ฉันจะปล่อยปรมาจารย์ซ่งไว้ให้แกดูแลก็แล้วกัน รักเขาให้มากๆ นะ” จางเซวียนโบกมือหน้าตาเฉย
“แน่นอน!” หม้อต้นกำเนิดทองคำรับคำอย่างลิงโลดก่อนจะยกขาสั้นม่อต้อของมันขึ้น ดูเหมือนพร้อมจะพุ่งเข้าตำแหน่งเดิมอีกครั้ง
“แก!” ปรมาจารย์ซ่งถอยกรูดอย่างอ่อนแรง เขารีบขับเคลื่อนพลังปราณ และคิดว่าอย่างน้อยก็จะต้องให้จางเซวียนได้ชดใช้กับการกระทำครั้งนี้ ต่อให้เขาจะต้องตายที่นี่ก็เถอะ
แต่ในตอนนั้นเอง เสียงกรีดร้องแหลมของอสูรระดับเซียนตัวหนึ่งก็ดังก้องไปทั่วท้องฟ้า
ครู่ต่อมา อะไรบางอย่างที่มีหน้าตาเหมือนเปลวเพลิงก็ปรากฏขึ้นตรงเส้นขอบฟ้า
“มันคืออสูรระดับเซียนขั้น 6 ฟีนิกซ์เมฆเปลวเพลิง!” ปรมาจารย์ซ่งหรี่ตาด้วยความประหลาดใจ จากนั้นก็เกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา เขาตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น “นี่มันสภาปรมาจารย์แห่งสมาพันธ์นานาจักรวรรดิ ปรมาจารย์เหยา, เหยาม่านเถียน!”
“เหยาม่านเถียน?” จางเซวียนขมวดคิ้ว
เขาเปิดใช้ดวงตาหยั่งรู้และสำรวจเปลวเพลิงนั้นอย่างใกล้ชิด
มีร่างหนึ่งอยู่หลังฟีนิกซ์เมฆเปลวเพลิงนั้น เป็นสุภาพสตรีคนหนึ่งที่มีอายุราว 40 ปี เธอสวมชุดเรียบง่าย รูปลักษณ์ภายนอกนั้นจะบอกว่าสวยก็ไม่เต็มที่นัก แต่บุคลิกอันสง่างามของเธอทำให้เธอมีอำนาจโดดเด่นต่างจากฝูงชน สร้างความประทับใจราวกับเป็นเทพธิดาที่ลงมาจากสรวงสวรรค์
ที่กลัดติดอยู่บนหน้าอกของเธอคือตราสัญลักษณ์ปรมาจารย์ ดาว 8 ดวงส่องประกายอยู่บนนั้นเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์
ปรมาจารย์ระดับ 8 ดาว?
ไม่น่าเชื่อว่าอีกฝ่ายจะเป็นถึงปรมาจารย์ระดับ 8 ดาว!
พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ อย่างน้อยเธอจะต้องเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 6 สุดยอดการควบคุม!
ท่ามกลางสายตาตกตะลึง ฟีนิกซ์เปลวเพลิงนั้นร่อนลงบนลานประหาร จากนั้นปรมาจารย์เหยาก็ค่อยๆ ลงจากหลังของอสูรระดับเซียนบินได้ตัวนั้น
ยังไม่ทันที่เธอจะถึงแท่นประหาร เสียงสง่างามก็ดังก้องไปทั่ว “ฉันคือปรมาจารย์ระดับ 8 ดาวขั้นต่ำ เหยาม่านเถียน จากสภาปรมาจารย์แห่งสมาพันธ์นานาจักรวรรดิ ฉันมาที่นี่ภายใต้คำสั่งของสำนักงานใหญ่เพื่อมาสืบเสาะการตายของประธานโกว ไม่ทราบว่ารองประธานอู๋ของสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนอยู่ที่นี่หรือเปล่า?”
“สอบสวนการตายของประธานโกว?” จางเซวียนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะนึกได้
เมื่อครั้งที่จางเซวียนเข้าท้าชนสภาปรมาจารย์และเถียนฉิงหนีไปได้นั้น ประธานโกวได้ขอความช่วยเหลือจากสำนักงานใหญ่เพื่อให้ตามตัวอีกฝ่าย ดังนั้นทางสำนักงานใหญ่จึงส่งตัวปรมาจารย์ซ่งมา จากนั้นประธานโกวก็เสียชีวิตพร้อมกับปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวอีก 7 คน เรื่องนี้เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงของสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนในตอนนั้น ปรมาจารย์อู๋จึงส่งคำร้องขอความช่วยเหลือไปอีกครั้ง
เรื่องที่สองนี้ใหญ่เกินไปสำหรับปรมาจารย์ซ่งที่พวกเขาได้ส่งมาจากสภาปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิเฉียนฉงในครั้งแรก เพื่อรับมือกับเถียนฉิง ทางสำนักงานใหญ่จึงตัดสินใจส่งปรมาจารย์ระดับ 8 ดาวมาอีกคนหนึ่ง
ด้วยระยะเวลาที่เหลื่อมกันระหว่างทั้งสองเรื่อง ทั้งปรมาจารย์ซ่งและปรมาจารย์เหยาจึงต่างก็ไม่รู้ว่าทั้งคู่จะต้องมาที่จักรวรรดิฉิงหย่วนเหมือนกัน
“ซ่งชวน ปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวจากจักรวรรดิเฉียนฉงคารวะปรมาจารย์เหยา” ปรมาจารย์ซ่งก้าวออกมาทักทาย
ปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาวนั้นเป็นการเรียกขานกันอย่างไม่เป็นทางการในหมู่ปรมาจารย์ด้วยกันเองเพื่อบ่งบอกถึงความแข็งแกร่งที่เหนือชั้นกว่าปรมาจารย์ระดับ 7 ดาว แต่คำเรียกขานนี้ไม่ได้ใช้อย่างเป็นทางการในสภาปรมาจารย์ ดังนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าปรมาจารย์ระดับสูงกว่า ปรมาจารย์ซ่งจึงไม่กล้าเรียกขานตัวเองว่าเป็นปรมาจารย์ระดับเสี้ยว 8 ดาว เพราะเกรงว่าจะถูกตำหนิ
“อือ ฉันจำคุณได้ จำได้ว่าเคยพบคุณครั้งหนึ่งเมื่อครั้งที่ไปเยือนจักรวรรดิเฉียนฉงเพื่อเปิดการบรรยายเมื่อ 2-3 ปีก่อน” เหยาม่านเถียนพยักหน้าก่อนจะตั้งคำถาม “คุณมาทําอะไรที่นี่? แล้วอาการบาดเจ็บของคุณ?”
ด้วยความสามารถในการหยั่งรู้ของเธอ เธอรู้ได้ในทันทีว่าหว่างขาของปรมาจารย์ซ่งได้รับบาดเจ็บ
สำหรับนักรบขั้นการละทิ้งช่องว่างขั้นสูงสุดที่ต้องมาได้รับบาดเจ็บในสถานที่แบบนี้ นั่นหมายความว่าเขาต้องเผชิญกับคู่ต่อสู้ผู้ไร้เทียมทานก่อนหน้าที่เธอจะมาถึงหรือเปล่า?
“เรียนปรมาจารย์เหยา ผมมาที่นี่ตามคำสั่งของสำนักงานใหญ่เพื่อสืบเสาะเรื่องเกี่ยวกับการเข้าท้าชนสภาปรมาจารย์ของปรมาจารย์จาง และการหายตัวไปของรองประธานเถียน”
“แต่เมื่อมาถึง ผมก็ได้รู้ว่าฮ่องเต้ฉู่เถียนฉิงถูกฆาตกรรม ผมตามตัวฆาตกรไม่ได้ แต่จับตัวผู้สมรู้ร่วมคิดของเขาได้ ตามกฎเกณฑ์ของสภาปรมาจารย์ อาชญากรเหล่านี้จะต้องถูกประหารกลางแจ้งเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่นๆ”
“แต่ใครจะไปคิดว่าปรมาจารย์จางที่อยู่ตรงนั้นจะไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสภาปรมาจารย์และจงใจปล่อยให้อาชญากรเหล่านั้นหลบหนีไปได้ ถึงกับทำตัวกระด้างกระเดื่องและโจมตีผมด้วย” ปรมาจารย์ซ่งรีบรายงานเรื่องทั้งหมดต่อปรมาจารย์เหยา
“ปรมาจารย์เหยา ผมขอร้องคุณให้ชดเชยความเสียหายให้ผมด้วย!”
“คุณกำลังบอกว่าปรมาจารย์จางจงใจปลดปล่อยอาชญากรทั้งหมดและทำให้คุณได้รับบาดเจ็บอย่างนั้นหรือ?” เหยาม่านเถียนคิ้วก่อนจะหันไปถามจางเซวียน “คุณคือจางเซวียนใช่ไหม? ที่ปรมาจารย์ซ่งพูดนั้นเป็นความจริงหรือเปล่า?”
“เป็นความจริงที่ผมปลดปล่อยคนของผมซึ่งกำลังจะถูกสังหาร และก็เป็นของล้ำค่าของผม คือหม้อต้นกำเนิดทองคำที่ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ” จางเซวียนประสานมือและตอบคำถาม ไม่ปฏิเสธ สักประเด็น
เพราะมีผู้คนมากมายด้านล่างลานประหารที่ได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าว จึงไม่มีทางที่เขาจะปฏิเสธได้ ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ยอมรับเสียโดยดีก็น่าจะดีกว่า
“ปรมาจารย์ซ่งมาเยือนจักรวรรดิฉิงหย่วนในฐานะตัวแทนของสำนักงานใหญ่ คำพูดของเขาจึงเป็นตัวแทนของเจตจำนงของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ การไม่เชื่อฟังคำตัดสินของเขา เข้าขัดขวางการประหาร และถึงกับทำให้เขาได้รับบาดเจ็บ คุณรู้หรือเปล่าว่ามันเป็นอาชญากรรมที่หนักหนาแค่ไหน?” เหยาม่านเถียนถามอย่างไม่พอใจ
ด้วยความโด่งดังของการเข้าท้าชนสภาปรมาจารย์ เธอเองก็ได้ยินชื่อของจางเซวียนมาเหมือนกัน
สำหรับคนหนุ่มอย่างเขาที่เข้าท้าชนสภาปรมาจารย์ได้สำเร็จ แปลว่าความปราดเปรื่องของเขานั้นจะต้องมีไม่น้อย
ตราบใดที่เขาไม่เสียชีวิตก่อนวัยอันควร ก็จะต้องประสบความสำเร็จอย่างมากในอนาคต ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ทำไมจู่ๆ เขาถึงเลือกทำอะไรอย่างหุนหันพลันแล่นและโง่เง่า ทำลายอนาคตอันสดใสที่รออยู่ตรงหน้า?
“เรียนปรมาจารย์เหยา เรื่องราวนั้นมีมากกว่าที่ปรมาจารย์ซ่งรายงาน ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 7 ดาว ผมรู้ถึงการกระทำของผมดี แต่ผมไม่มีโอกาสที่จะได้อธิบาย ผมไม่อยากเห็นสภาปรมาจารย์ต้องเป็นตัวตลกเพราะการกระทำอันโง่เขลา” จางเซวียนคำนับอย่างงาม
“เป็นตัวตลกเพราะการกระทำอันโง่เขลา?” เหยาม่านเถียนถามด้วยความสงสัย
“ใช่แล้ว” จางเซวียนพยักหน้าก่อนจะเริ่มอธิบาย “รองประธานเถียนเป็นสายลับของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น เขาเป็นร่างที่เกิดจากเจตจำนงของฮ่องเต้ฉิงเทียนแห่งราชวงศ์ฉิงเทียน ซึ่งหมายความว่า รากเหง้าของเขาสามารถสืบสกุลกลับไปสู่เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นได้ เขาสมรู้ร่วมคิดกับราชาจงชิงและฮ่องเต้ฉู่เถียนฉิง ตั้งใจที่จะนำความเดือดร้อนวุ่นวายมาสู่มวลมนุษย์” จางเซวียนรีบอธิบายเรื่องที่เกี่ยวกับเถียนฉิงและราชวงศ์ฉิงเทียนให้ปรมาจารย์เหยาฟัง
แน่นอนว่าเขาพยายามหลีกเลี่ยงในส่วนที่เกี่ยวข้องกับไอ้โหด
“เอ่อ” เมื่อปรมาจารย์เหยาได้ฟังเรื่องราวทั้งหมด นัยน์ตาของเธอก็เบิกโพลงด้วยความตกตะลึง เธอมองจางเซวียนอย่างพินิจพิเคราะห์และถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “นี่มันเรื่องใหญ่นะ คุณมีหลักฐานหรือเปล่า?”
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับรองประธานสภาปรมาจารย์และฮ่องเต้แห่งจักรวรรดิอันทรงเกียรติ หากพวกเขาไม่รับมืออย่างถูกต้องเหมาะสม ชื่อเสียงของสภาปรมาจารย์ย่อมกลายเป็นของไร้ค่า และความน่าเชื่อถือก็จะมลายหายไปหมด
“ปรมาจารย์อู๋กับคนอื่นๆ ได้รายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานใหญ่แล้ว ถ้าปรมาจารย์เหยาสงสัยคำพูดของผม ติดต่อกับสภาปรมาจารย์แห่งสมาพันธ์นานาจักรวรรดิเพื่อถามเรื่องนี้ได้ พวกเขาคงจะมีศพของฮ่องเต้ฉิงเทียนเป็นหลักฐาน” จางเซวียนพูด
จริงอยู่ที่ว่าฮ่องเต้ฉิงเทียนกับเถียนฉิงตายไปแล้ว แต่ร่างของพวกเขายังอยู่ แม้จะเป็นเรื่องยาก แต่สภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ก็คงจะมีวิธีที่จะพิสูจน์ว่าเถียนฉิงเป็นร่างที่เกิดขึ้นจากเจตจำนงของฮ่องเต้ฉิงเทียนจริงหรือไม่
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทางสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่สามารถพิสูจน์ได้โดยง่าย และก็ไม่ใช่ประเด็นที่จางเซวียนจะมาโกหก ดังนั้น เหยาม่านเถียนจึงพยักหน้า ฉันจะติดต่อสำนักงานใหญ่เพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ภายหลัง”
“เอาเถอะ แม้จะมีบางอย่างที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับฉู่เถียนฉิง แต่ปรมาจารย์จาง คุณก็ควรจะรู้ว่ามีขั้นตอนและกรรมวิธีที่ถูกต้องในการรับมือกับเรื่องนี้อยู่ เรื่องนี้ควรจะถูกรายงานไปยังสำนักงานใหญ่ และทางสำนักงานใหญ่ก็จะส่งฉู่เถียนฉิงเข้ารับการไต่สวนก่อนจะพิพากษาเขา การกระทำของพ่อบ้านของคุณและเหล่ากูรูยาพิษในการบุกเข้าไปในพระราชวัง วางยาเหล่าองครักษ์และสังหารฉู่เถียนฉิงนั้นเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและยอมรับไม่ได้”
“ในเมื่อฉู่เถียนฉิงทรยศต่อมวลมนุษย์ ฉันก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมคุณถึงคิดว่าเป็นเรื่องไม่ยุติธรรมที่ปรมาจารย์ซ่งจะตัดสินพวกเขาให้ถูกประหาร แต่คุณควรจะพิจารณาถึงผลกระทบอันใหญ่หลวงที่เกิดขึ้นจากการสังหารฮ่องเต้แห่งจักรวรรดิอันทรงเกียรติด้วย”
“เพื่อปลอบประโลมจิตใจของประชาชน นี่คือการกระทำที่ปรมาจารย์ซ่งไม่มีทางเลือก จึงจำเป็นจะต้องทำเพื่อสิ่งที่ดีกว่า อีกอย่างการ กระทำของคุณในการบุกรุกลานประหารและสั่งการให้ของล้ำค่าของคุณทำร้ายเขาจนได้รับบาดเจ็บนั้นก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและยอมรับไม่ได้เช่นเดียวกัน!”
เป้าหมายของสภาปรมาจารย์นั้นก็เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของมวลมนุษย์และทำให้พวกเขาเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น
การกระทำของซุนฉางกับเหล่ากูรูยาพิษที่วางยาคนทั้งพระราชวังและสังหารฮ่องเต้นั้นเป็นสิ่งที่ผิดกฎ ต่อให้ฉู่เถียนฉิงจะเป็นผู้ทรยศต่อมวลมนุษยชาติจริงๆ ก็ตาม
ยังมีวิธีที่ถูกต้องในการรับมือกับเรื่องเหล่านี้ และเป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องใช้วิธีดังกล่าวด้วย ไม่อย่างนั้น การตัดสินเรื่องราวต่างๆ เอาเองก็เท่ากับเผด็จการ ไม่ช้าไม่นานสังคมก็จะต้องเข้าสู่ความยุ่งเหยิง
นี่คือเหตุผลทำนองเดียวกับที่กฎหมายมีผลในโลกที่จางเซวียนได้จากมา ต่อให้ผู้นั้นจะเป็นฆาตกรตัวจริง ก็จะต้องปล่อยให้กฎหมายตัดสินและลงโทษ แทนที่จะจัดการเรื่องนั้นด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้น พวกเขาก็จะถือว่าเป็นอาชญากรเช่นกัน
นี่คือสถานสถานการณ์เดียวกันกับที่ซุนฉางและพรรคพวกกำลังเผชิญหน้าอยู่
ต่อให้ฉู่เถียนฉิงจะเป็นผู้ทรยศต่อมวลมนุษยชาติ แต่เขาก็ยังเป็นฮ่องเต้ของจักรวรรดิอันทรงเกียรติ การถูกสังหารโดยกระทันหันนั้นจะทำให้เกิดความระส่ำระสายในหมู่ประชาชน และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องปฏิบัติการตามขั้นตอนที่ถูกต้องเหมาะสมและส่งเขาเข้าสู่การพิพากษา แต่เรื่องที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นไปแล้ว ปรมาจารย์ซ่งจึงได้แต่หาทางปลอบใจประชาชนในระหว่างนี้ แม้วิธีการที่เขาใช้จะโหดร้ายไปสักหน่อยก็ตาม
ในเมื่อการกระทำของปรมาจารย์ซ่งเป็นสิ่งที่ถูกต้อง การที่จางเซวียนบุกเข้าไปยับยั้งการประหารและทำร้ายปรมาจารย์ซ่งจึงถือเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และอาชญากรรมที่เกี่ยวกับความกระด้างกระเดื่องนั้นก็มีโทษหนักอยู่ไม่น้อย
เมื่อได้ยินปรมาจารย์เหยาออกรับแทน ปรมาจารย์ซ่งรีบกระโดดเข้ามาเพื่อกระพือไฟให้ลุกขึ้นอีก “ปรมาจารย์เหยา ปรมาจารย์จางเกิดความหลงตัวเองเพราะความปราดเปรื่องที่เขามีอยู่ ไม่เพียงแต่เขาจะไม่เคารพรุ่นพี่ เขายังไม่ใส่ใจกฎเกณฑ์ของสภาปรมาจารย์ด้วย คนแบบนี้ควรถูกลงโทษอย่างรุนแรง ไม่อย่างนั้นจะเป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีกับคนอื่น”
ความเป็นชายของเขาเกือบจะถูกทำให้พิการแบบนี้ ไม่มีทางที่เขาจะปล่อยให้เรื่องจบลงง่ายๆ !
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ จางเซวียนคำราม “หุบปาก!”
“คุณ” ปรมาจารย์ซ่งแทบระเบิด
“ปรมาจารย์เหยายังไม่ได้อนุญาตให้คุณพูด คุณคิดว่ามันเหมาะสมแล้วหรือที่เสนอหน้าเข้ามาแบบนี้ ขัดจังหวะคำพูดของปรมาจารย์ระดับ 8 ดาว นี่คือแบบแผนที่คุณใช้ในการพูดตลอดมาหรือ?” จางเซวียนเอาสองมือไพล่หลังขณะพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ผม” ปรมาจารย์ซ่งหน้าซีด
ในเมื่อปรมาจารย์เหยากำลังตัดสินคดีความอยู่ จึงเป็นการไม่เคารพอย่างมากที่เขาพรวดพราดเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาต
เห็นปรมาจารย์ซ่งเงียบไป จางเซวียนประสานมือและรายงาน “เรื่องราวยังมีมากกว่าที่ปรมาจารย์เหยาได้รับทราบ ปรมาจารย์ซ่งได้พูดถึงก่อนหน้านี้แล้วว่าซุนฉางได้ร่วมมือกับเหล่ากูรูยาพิษจากห้องโถงแห่งยาพิษเพื่อบุกเข้าไปในพระราชวัง แต่เรื่องจริงก็คือผู้อาวุโสฉู่กับคนอื่นๆ นั้นไม่ได้เป็นกูรูยาพิษจากห้องโถงแห่งยาพิษอีกต่อไปแล้ว พวกเขาได้กลายเป็นยอดขุนพลแห่งสภายอดขุนพลไปแล้วเรียบร้อย!”
“ยอดขุนพล?”
“ใช่แล้ว ผู้อาวุโสฉู่กับคนอื่นๆ ใช้ยาพิษก็จริง แต่ความมีเมตตากรุณาของเขาเป็นที่พอใจของเหล่ายอดขุนพล ดังนั้นสภายอดขุนพลแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนจึงรับพวกเขาเข้าสู่สภา เรื่องนี้ถูกรายงานไปยังสภายอดขุนพลสำนักงานใหญ่แล้ว และทายาทยอดขุนพลที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งก็ได้ให้ความเห็นชอบกับเรื่องนี้ ถ้าคุณเกิดความสงสัยในคำพูดของผม คุณสามารถสืบเสาะเรื่องนี้ได้!” จางเซวียนรายงานอย่างตรงไปตรงมา
เรื่องที่ผู้อาวุโสฉู่กับคนอื่นๆ เข้าร่วมกับสภายอดขุนพลนั้นถูกรายงานไปยังสำนักงานใหญ่แล้ว และก็ได้การยอมรับ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ใช่กูรูยาพิษอีกต่อไป แต่เป็นยอดขุนพลจากสภายอดขุนพล
“อ้อ?” ปรมาจารย์เหยามองหน้าปรมาจารย์ซ่งและถามว่า “ปรมาจารย์ซ่ง คุณรู้เรื่องนี้หรือเปล่า?”
“ผม-ผมรู้แต่เพียงว่าพวกเขาเข้าร่วมกับสภายอดขุนพล แต่” ปรมาจารย์ซ่งหน้าแดงก่ำขณะรีบอธิบายอย่างร้อนรน “เสือดาวไม่สามารถลบลายของมันได้หรอก เรื่องจริงที่ว่าพวกเขายังคงลักลอบผสมยาพิษเป็นหลักฐานที่เกินพอจะพิสูจน์เรื่องนั้น”
เขาได้ยินมาว่ามีกูรูยาพิษได้การยอมรับให้เข้าสู่สภายอดขุนพล แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
“เสือดาวไม่อาจลบลายของมันได้หรอก? ไม่นึกเลยว่าจะมีวันที่ผมจะได้ยินคำพูดแบบนี้จากปากของปรมาจารย์!” จางเซวียนสะบัดแขนเสื้ออย่างโกรธเกรี้ยว “ปรมาจารย์ซ่ง คุณเคยดูดนมแม่เมื่อครั้งยังเป็นทารก ถ้าใช้ตรรกะของคุณ ผมจะพูดได้ไหมว่าตอนนี้คุณยังดูดนมแม่อยู่?”
