Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1398


ตอนที่ 1398 พ่อบ้านตัวจริง (2)

“พะ-พ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง? ปรมาจารย์หยางไหน?” ปรมาจารย์จานถึงกับผงะกับการรายงานของผู้อาวุโส

“หยางชวน!” ผู้อาวุโสตอบ

ปรมาจารย์จานตัวแข็งทื่อ

เขาเพิ่งจะพิสูจน์ได้ว่าชายร่างอ้วนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง ก็พอดีกับที่มีอีกคนหนึ่งโผล่พรวดขึ้นมา นี่เป็นการร่วมมือกันกลั่นแกล้งอะไรพวกเขาหรือเปล่า?

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ตำแหน่งพ่อบ้านของปรมาจารย์หยางไร้ค่าถึงขนาดมีอยู่ทั่วทุกหัวระแหง?

“มันเกิดอะไรขึ้น?” ปรมาจารย์จานส่งโทรจิตหาผู้อาวุโส

นี่มันบ้าบออะไร?

ที่นี่คือปูชนียสถานนักปราชญ์นะ ไม่ใช่สถานที่ที่เล่นเกม ‘ทายซิว่าใครคือพ่อบ้านตัวจริงของปรมาจารย์หยาง’ การที่จู่ๆ พ่อบ้านอีกคนของปรมาจารย์หยางโผล่พรวดขึ้นมาแบบนี้ จะทำให้พวกเขาปวดหัวตายกันหรือไง?

“ผมก็ไม่รู้ ลูกศิษย์ของผมเพิ่งส่งข้อความมา” จากนั้นผู้อาวุโสก็ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “อีกอย่าง ดูเหมือนจะเป็นคนที่คุณรู้จักเสียด้วย”

“คนที่ผมรู้จัก?” ปรมาจารย์จานถึงกับงง

แม้เขาจะได้ยินถึงวีรกรรมของปรมาจารย์หยางมามากมาย แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงานอย่างเป็นทางการมากกว่าจะเป็นชีวิตส่วนตัวของอีกฝ่าย อีกอย่าง เขาก็ยังไม่เคยได้รับโอกาสให้พบปรมาจารย์หยางเป็นการส่วนตัว จึงไม่คุ้นเคยกับบุคคลที่ทำงานใกล้ชิดเขา อย่างพ่อบ้านซุน เขาก็ไม่เคยได้ยินชื่อของอีกฝ่ายมาก่อนเช่นกัน จึงเป็นเรื่องน่างงงันอย่างยิ่งที่พ่อบ้านอีกคนหนึ่งของปรมาจารย์หยางปรากฏตัวขึ้นและกล่าวอ้างว่าคุ้นเคยกับเขาดี

“ใช่แล้ว คุณยังจำหูอี้เหว่ยได้หรือเปล่า?” ผู้อาวุโสตอบผ่านทางโทรจิต

“คุณกำลังพูดถึง…ราชายาพิษพันมือ?” ปรมาจารย์จานกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวเมื่อได้ยินชื่อนั้น

“ใช่แล้ว เขานั่นแหละ!” ผู้อาวุโสพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

“บุคคลชั้นนำของห้องโถงแห่งยาพิษสำนักงานใหญ่นั้นแบ่งออกเป็น 2 ผู้อารักขา, 4 ผู้ทรงอำนาจ, 12 ราชายาพิษ และ 72 หัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษขั้น 1 ในฐานะผู้อารักขาฝ่ายซ้ายของห้องโถงแห่งยาพิษ ชื่อของหูอี้เหว่ยมักได้รับการขนานนามคู่กับผู้อารักขาฝ่ายขวา, เซินเจว๋ และเขาเป็นที่ขึ้นชื่อในเรื่องความสามารถเรื่องยาพิษอันไม่มีใครเทียบได้!”

เมื่อรำลึกถึงเรื่องราวของหูอี้เหว่ย ปรมาจารย์จานก็อดตัวสั่นไม่ได้ “ว่ากันว่าความเชี่ยวชาญเรื่องยาพิษของเขาอยู่ในระดับที่สามารถวางยาตัวอ่อนในครรภ์ของมารดาโดยไม่ทำร้ายทั้งแม่และเด็ก แต่ก็เป็นการสาปแช่งชีวิตของเด็กคนนั้นให้ต้องทนทุกข์ทรมาน ยาพิษที่เขาผสมนั้นทรงพลังถึงขนาดที่แม้แต่นายแพทย์ระดับ 9 ดาวก็ยังจนปัญญา!”

“จริงด้วย มีอยู่ช่วงเวลาหนึ่งที่เขาสร้างความปั่นป่วนให้กับทวีปแห่งปรมาจารย์ วางยาทุกคนที่เขาพบเจอ แต่ลงท้าย สภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ก็ส่งกองกำลังไปปิดล้อมและเอาชนะเขาได้ ถ้าผมจำไม่ผิด ปรมาจารย์จาน คุณเข้าร่วมปฏิบัติการครั้งนั้นด้วยใช่ไหม?” ผู้อาวุโสถาม

“ใช่แล้ว ผมเข้าร่วมในปฏิบัติการครั้งนั้นด้วย อยู่ในกองกำลังที่สนธิกันระหว่างสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ ปูชนียสถานนักปราชญ์ และสภายอดขุนพล มีนักรบระดับเซียนขั้น 9 อยู่ทั้งหมด 9 คน พวกเราตีวงล้อมให้เขาจนมุมในเมืองโบราณแห่งหนึ่งและติดตั้งกับดักเพื่อบีบบังคับให้เขายอมแพ้ แต่ใครจะไปคิดว่าหมอนั่นจะฝ่าด่านการป้องกันของเราออกมาได้โดยใช้ยาพิษของเขา นักรบระดับเซียนขั้น 9 ถึงหกคนต้องตายทันที และเพราะโชคช่วย ผมจึงรอดชีวิตจากภารกิจนั้นมาได้”

เมื่อปรมาจารย์จานหวนนึกถึงเรื่องเก่า ความเคียดแค้นก็สั่นระริกอยู่ในดวงตาของเขา เขาดูเหมือนจะร้อนรนขึ้นมาเล็กน้อย “ก็เพราะพิษร้ายแรงในครั้งนั้นที่ทำให้วรยุทธของผมต้องหยุดชะงักตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ยังคงเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 9 ขั้นต้นอยู่อย่างนี้”

“หลังจากเรื่องนั้น สภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ได้จัดการ 2-3 อย่าง ซึ่งเจ้าหูอี้เหว่ยที่แสนเจ้าเล่ห์คนนั้นก็หนีรอดไปได้ทุกครั้ง แต่จู่ๆ ข่าวคราวของเขาก็เงียบหายไปเฉยๆ ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมานี้ไม่มีใครได้เห็นเขาอีกเลย มีข่าวลือว่าเขาได้พบกับปรมาจารย์หยาง และอีกฝ่ายทำให้เขายอมจำนนและกลายเป็นลูกน้องของเขาได้!” ผู้อาวุโสพูด

ด้วยความซับซ้อนของเรื่องนี้ ปฏิบัติการที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อนจึงถูกเก็บเป็นความลับในหมู่คนระดับสูงของสภาปรมาจารย์ ผู้ที่ไม่ได้เข้าร่วมในปฏิบัติการครั้งนั้นจึงไม่รู้เรื่องนี้

“อือ ผมได้ยินข่าวลือนั้นมาเหมือนกัน ไม่ว่าหูอี้เหว่ยจะทรงพลังแค่ไหน ก็ไม่มีทางที่เขาจะรับมือกับปรมาจารย์หยางผู้เก่งกาจได้ ถ้าชายที่มาขอพบผมคือหูอี้เหว่ยจริงๆ นั่นก็แปลว่าเรื่องที่ใครๆ ร่ำลือกันนั้นเชื่อถือได้!” ปรมาจารย์จานพูด

ถึงเขาจะมีความอาฆาตแค้นอย่างล้ำลึกกับหูอี้เหว่ย แต่ถ้าเรื่องที่อีกฝ่ายกลายเป็นลูกน้องของปรมาจารย์หยางนั้นเป็นความจริง เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องล้มเลิกความคิดที่จะแก้แค้น

เป็นเรื่องจริงที่ว่าราชายาพิษพันมือได้สร้างความเดือดร้อนอย่างหนักในอดีต แต่หากปรมาจารย์หยางสามารถรับประกันได้ว่าอีกฝ่ายจะใช้ความสามารถของตัวเองเพื่อประโยชน์ของมวลมนุษยชาติในอนาคต นั่นก็จะเป็นเรื่องดีเสียยิ่งกว่าการสังหารอีกฝ่ายเสีย

ในช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ ข่าวลือที่ว่าปรมาจารย์หยางทำให้หูอี้เหว่ยยอมจำนนได้นั้นก็แพร่สะพัดไปทั่วราวกับไฟป่า แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ที่จะตัดสินว่าข่าวลือนั้นถูกต้องหรือไม่ ดังนั้นพวกเขาจึงต้องฟังหูไว้หูไว้ก่อน

แต่ใครจะไปคิดว่า…ที่สุดแล้วเรื่องนี้จะเป็นความจริง!

“คุณพูดถูก…” ผู้อาวุโสลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า “เราควรเชิญเขาเข้ามาหรือเปล่า?”

“ในเมื่อเขาเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง ก็คงจะคุ้นเคยกับพ่อบ้านซุนที่อยู่ตรงนี้ คงจะดีหากจะให้ทั้งคู่ได้พูดคุยกัน บางทีเราอาจจะได้ทำความเข้าใจสาเหตุของเหตุการณ์พิลึกพิลั่นที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ด้วย” ปรมาจารย์จานพูด

มีแต่คนที่ทรงพลังอย่างปรมาจารย์หยางเท่านั้นที่เก่งกาจพอจะทำให้คนโหดร้ายอย่างหูอี้เหว่ยยอมโค้งคำนับให้ด้วยความจำนน หากบุคคลที่มาขอพบเขาเป็นหูอี้เหว่ยจริงๆ ก็แทบไม่มีอะไรให้ต้องสงสัยเลยว่าเขาเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง เพราะจะมีเหตุผลอะไรที่ผู้ทรงเกียรติในระดับผู้อารักขาฝ่ายซ้ายของห้องโถงแห่งยาพิษจะมากล่าวว่าตัวเองเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์คนหนึ่ง นั่นเป็นการลดระดับสถานภาพของเขาอย่างแรง!

และในเมื่อชายอ้วนที่อยู่ตรงหน้าเขาเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยางเช่นกัน ก็เป็นไปได้ว่าทั้งสองฝ่ายคงรู้จักกันดี

“ได้” ผู้อาวุโสพยักหน้าก่อนจะออกจากห้องไป

ครู่หนึ่งก็กลับมาพร้อมกับผู้อาวุโสในเสื้อคลุมสีเทา

ผู้อาวุโสคนนั้นมีคิ้วหนาและมีนัยน์ตาที่ล้ำลึก ยากที่จะอ่านความรู้สึกของเขา

วรยุทธที่แท้จริงของเขาถูกฝังลึกไว้ในร่างกาย ทำให้ไม่อาจประเมินความแข็งแกร่งของเขาได้ แต่เท่าที่ปรมาจารย์จานพูด เขาก็น่าจะเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 9 เป็นอย่างน้อย

หูอี้เหว่ยเดินเข้าหาปรมาจารย์จานและยิ้มให้ “จานเทียนเฉิน เราพบกันอีกครั้งแล้วนะ”

“ใช่ เราพบกันอีกแล้ว” ปรมาจารย์จานพูดพร้อมกับหรี่ตา ขณะพยายามข่มความโกรธเกรี้ยวไว้อย่างสุดความสามารถ

“อย่าโมโหไปเลย ผมเคยเป็นผู้อารักขาฝ่ายซ้ายของห้องโถงแห่งยาพิษ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเราพยายามจะสังหารกันและกัน แต่ในเมื่อตอนนี้ผมเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยางแล้ว ก็ถือว่าเราเป็นพันธมิตรที่ยืนอยู่ฝั่งเดียวกัน ไม่มีความจำเป็นที่คุณจะต้องมองผมอย่างเคียดแค้นแบบนั้น” หูอี้เหว่ยพูด

“ใช่ ไม่มีเหตุผลที่จะทำแบบนั้นอีกต่อไป” ปรมาจารย์จานส่ายหน้า “ไม่ทราบว่าคุณมาพบผมด้วยเหตุผลอะไร หากไม่มีอะไรสำคัญล่ะก็ ให้ผมชี้ทางออกให้คุณดีไหม?”

“อย่าเพิ่งรีบไล่ผม ทำไมคุณไม่ดูสิ่งนี้ก่อนล่ะ บางทีมันอาจเปลี่ยนใจของคุณได้!” หูอี้เหว่ยกระดิกนิ้ว แล้วขวดหยกใบหนึ่งก็ลอยไป

ปรมาจารย์จานรับขวดหยกไว้และเปิดออก ครู่ต่อมาก็หรี่ตา “นี่คือ…ยาถอนพิษสำหรับพิษในร่างกายของผม?”

ตั้งแต่ได้รับผลกระทบจากพิษของอีกฝ่ายเมื่อ 20 ปีก่อน เขาได้พยายามเสาะหานายแพทย์มาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน แต่ไม่มีใครสามารถแก้ไขมันได้ ด้วยเหตุนั้น เขาจึงไม่สามารถยกระดับวรยุทธได้อีก เพราะเหตุผลนี้ที่ทำให้เขาเคียดแค้นอีกฝ่ายตลอดมา ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ หมอนี่จะมายื่นยาถอนพิษให้เขา?

“ใช่แล้ว นายท่านของผมอยากให้ผมรักษาผู้ป่วยทั้งหมดที่ผมเคยวางยาไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ถึงพิษที่คุณได้รับจะไม่รุนแรงนัก แต่ก็ทำให้คุณต้องทุกข์ทรมานอยู่ไม่น้อย ผมจึงหวังว่าจะได้นำมันมาให้คุณ” หูอี้เหว่ยอธิบาย

“ฝากคำขอบคุณของผมไปถึงปรมาจารย์หยางด้วย” ด้วยความสามารถในการหยั่งรู้ของปรมาจารย์จาน เขาบอกได้ทันทีว่ายาถอนพิษเป็นของจริงหรือไม่ด้วยการมองเพียงแวบเดียว เขาแทบควบคุมความตื่นเต้นไว้ไม่ได้ที่จะได้รักษาผลกระทบจากพิษที่เขาได้รับมาตลอดระยะเวลาอันยาวนานเสียที

ปรมาจารย์จานรีบเก็บมันไว้ในแหวนเก็บสมบัติ ก่อนจะหวนคิดอีกเรื่องหนึ่งที่อยู่ในหัว จึงเรียกซุนฉางและพูดว่า “เอาล่ะ ทำไมไม่ให้ผมแนะนำพวกคุณให้รู้จักกันก่อน สุภาพบุรุษคนนี้คือพ่อบ้านของปรมาจารย์หยางเช่นกัน, ซุนฉาง”

“พ่อบ้านซุน ผู้อาวุโสคนนี้คือพ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง ผมคิดว่าคุณทั้งคู่รู้จักกันดีแล้วใช่ไหม?”

“พ่อบ้านของปรมาจารย์หยาง?” หัวอี้เหว่ยขมวดคิ้ว “ผมเป็นพ่อบ้านเพียงคนเดียวของปรมาจารย์หยาง ทำไมถึงมีพ่อบ้านขึ้นมาอีกคน?”

ฝ่ายซุนฉางก็เลิกคิ้วเมื่อได้ยินคำนั้น สีหน้าของเขาบ่งบอกความไม่พอใจ “จานน้อย คุณบอกว่าเขาเป็นพ่อบ้านของนายท่านหรือ? ล้อผมเล่นแล้วล่ะ!”

จากนั้นเขาก็หันไปตวาดใส่หูอี้เหว่ย “บังอาจนัก! กล้าปลอมตัวเป็นพ่อบ้านของปรมาจารย์หยางได้อย่างไร? พวกเรา จับเขาไว้!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version