Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1435


ตอนที่ 1435 จิตวิญญาณอันน่าสะพรึง

ในฐานะตระกูลแห่งปรมาจารย์ นอกเหนือจากบรรพบุรุษของพวกเขาแล้ว ก็เป็นธรรมดาที่ทุกคนจะต้องเคารพปรมาจารย์ขงด้วย ก่อนหน้านี้ จางหวู่เฉินตกตะลึงพออยู่แล้วที่ได้เห็นรูปปั้นทุกตัวมีชีวิตขึ้นมา ซึ่งเขาไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ เรื่องแบบนี้ดูเหลวไหลเกินกว่าที่จะเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง

ด้วยเหตุนี้ ความพรั่นพรึงเมื่อได้ยินเสียงทักทายนั้นจึงแทบจะทำให้จิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาเสื่อมสลายไป

เขาหันหน้าไปมองอย่างร้อนรน แล้วหัวใจก็แทบจะหยุดเต้นเมื่อเห็นรูปปั้นของปรมาจารย์ขงยืนตระหง่านอยู่หน้าแขกกลุ่มหนึ่งกำลังแนะนำตัวอย่างอบอุ่น

จางหวู่เฉินรู้สึกปากคอแห้งผากไปหมด นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงขณะที่ถามว่า “หมอนั่นร่ายมนต์ใส่รูปปั้นของปรมาจารย์ขงด้วยหรือ?”

ตอนนี้ โลกรอบตัวของเขาหมุนติ้ว

นั่นคือปรมาจารย์ขงนะ! บุคคลซึ่งไม่มีใครในทวีปแห่งปรมาจารย์ที่ไม่เคารพ ถึงจะเป็นเพียงรูปปั้น ก็ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะแตะต้อง แต่หมอนั่นกลับร่ายมนต์ใส่ได้…

“ไม่ใช่แค่ปรมาจารย์ขงน่ะสิ” ผู้อาวุโสอู่เจินพูดขณะชี้ไปยังอีกทางหนึ่ง

จางหวู่เฉินรีบมองตาม และเห็นบิดาผู้ก่อตั้งตระกูลจางนั่งกับพื้น กำลังเปิดการบรรยายให้แขกอีกกลุ่มหนึ่งฟัง บิดาผู้ก่อตั้งดูจะมีอารมณ์ร่วมมากขึ้นทุกทีขณะที่พูดไป จนถึงจุดที่แน่ใจได้เลยว่าน้ำลายจะต้องกระเด็นออกจากปากของเขาแน่

“เหลวไหล! เรื่องพวกนี้มันเหลวไหลทั้งเพ!” จางหวู่เฉินตวาดก้อง

เหตุผลที่ตระกูลจางตั้งบรรดารูปปั้นไว้ในจัตุรัสก็เพื่อสำแดงความแข็งแกร่งของตระกูลและประกาศถึงคุณงามความดีให้โลกได้รับรู้ แต่ตอนนี้รูปปั้นกำลังเล่าเรื่องจริงด้วยตัวเอง…มันช่างดูน่าอับอายเหลือเกิน!

นี่มันไม่ใช่การแสดงวีรกรรม แต่เป็นมหกรรมคุยโวโอ้อวดแบบไม่ได้เรื่อง!

และที่สำคัญกว่านั้น…มันเรื่องอะไรหมอนั่นถึงร่ายมนต์ใส่รูปปั้นของปรมาจารย์ขงด้วย?

มีใครในทวีปแห่งปรมาจารย์ที่ไม่รู้จักปรมาจารย์ขงบ้าง? มีความจำเป็นที่จะต้องแนะนำตัวเขาด้วยหรือไง?

เหล่าบรรพบุรุษของตระกูลจางล้วนแต่เป็นบุคคลที่น่ายำเกรง สร้างความเคารพนับถือให้กับบุคคลที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา แต่ตอนนี้กลับโอ้อวดความสำเร็จของตัวเองด้วยทีท่าอันไม่น่าดู เหมือนเด็กน้อยที่โอ้อวดวีรกรรมของตัวเองเสียมากกว่า

แล้วจะหาเกียรติยศมาจากไหน?

ชื่อเสียงของพวกเขาจะกลายเป็นอย่างไร?

“ทำลายค่ายกลทันทีที่มาถึง เล่นกับรูปปั้นของเหล่าบรรพบุรุษในพื้นที่รับรองแขกและทำให้พวกเขากลายเป็นตัวตลก ชัดเจนเลยว่าหมอนั่นตั้งใจมาป่วน!” จางหวู่เฉินโมโหเสียจนแทบจะระเบิด

ถึงแขกส่วนใหญ่ที่มาที่นี่จะมาเพื่อท้าทายตระกูลจาง แต่พวกเขาก็มีความยำเกรงอยู่ในใจ หลายคนทำท่าเหมือนเข้ามาในพระราชวังเพื่อมาพบฮ่องเต้ นั่นก็เป็นเพราะพวกเขารู้ดีถึงความเป็นสุดยอดของทายาทของตระกูลจาง ปฏิเสธไม่ได้ว่าตระกูลจางมีทั้งความแข็งแกร่งและอิทธิพลในทวีปแห่งปรมาจารย์

แต่ไม่เพียงหมอนี่จะไม่เคารพตระกูลจางแม้แต่น้อย ยังสร้างความวุ่นวายจนทำให้สถานการณ์ปั่นป่วนเกินจะควบคุมอีกด้วย

เจ้าสารเลว ไร้ยางอาย!

“ไม่มีทางที่เขาจะเป็นบุคคลคนนั้นได้หรอก! ไม่มีทาง…” จางหวู่เฉินส่ายหน้าไม่หยุด

สมาชิกตระกูลจางล้วนแต่มีความชอบธรรมและเป็นบุคคลผู้ทรงเกียรติ จะทำอะไรแบบนี้ออกมาได้อย่างไร?

เพราะฉะนั้น ไม่มีทางอย่างแน่นอนที่เขาจะเป็นบุคคลคนนั้น และตราบใดที่เขาไม่ใช่คนคนนั้น ก็สามารถสั่งสอนบทเรียนให้อีกฝ่ายได้ หมอนั่นจะได้สำนึกเสียทีว่าตระกูลจางไม่ใช่ตระกูลที่จะให้ใครมาเหยียดหยาม!

“ไปพาตัวผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณของทางตระกูลมา ให้พวกเขาจัดการทำลายจิตวิญญาณในรูปปั้นเสีย” หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จางหวู่เฉินก็ระงับอารมณ์ได้ เขารีบแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้า

การร่ายมนต์ใส่จิตวิญญาณเข้าไปในข้าวของต่างๆ หรือของล้ำค่านั้นเป็นเรื่องธรรมดา เพราะฉะนั้นจิตวิญญาณก็ถูกทำลายได้เช่นกัน แต่จะดีที่สุดหากมีผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณเป็นผู้ปฏิบัติการ เพราะไม่อย่างนั้น ก็มีโอกาสที่พวกเขาจะพลั้งมือทำลายรูปปั้นได้

ผู้อาวุโสอู่เจินรีบพยักหน้าก่อนจะสั่งการกับสมาชิกคนหนึ่งของตระกูลจาง

ไม่ช้า ผู้อาวุโส 2 คนก็กระหืดกระหอบเข้ามา

“ผู้อาวุโสที่ 3, ผู้อาวุโสที่ 7!” ผู้อาวุโสทั้งสองคนกล่าวทักทาย

“ผู้อาวุโสอู๋กับผู้อาวุโสโม่ พวกเราขอรบกวนคุณด้วย” จางหวู่เฉินประสานมือ

เหตุผลที่เหล่าอัจฉริยะของตระกูลจางมีทักษะในอาชีพรองรับแทบทุกอาชีพก็เพราะพวกเขาได้เชื้อเชิญผู้เชี่ยวชาญมากมายจากแต่ละสาขาอาชีพเข้ามา ทั้งผู้อาวุโสอู๋และผู้อาวุโสโม่เป็นผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณระดับ 9 ดาว เป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงแม้แต่ในสมาคมผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณสำนักงานใหญ่

“ผู้อาวุโสที่ 3 ไม่ต้องห่วง นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่!” ผู้อาวุโสอู๋หัวเราะหึๆ ขณะลูบเคราอย่างสบายใจและแผ่รังสีของความมั่นใจออกมา “ผมจะทำให้จิตวิญญาณในรูปปั้นทำลายตัวเองเดี๋ยวนี้ แล้วรูปปั้นก็จะกลับเป็นปกติเหมือนเดิม”

“อือ” ผู้อาวุโสที่ 3 พยักหน้า

แม้พวกเขาจะได้คำยืนยันเป็นมั่นเหมาะจากผู้อาวุโสทั้งสองคน แต่ก็ยังรู้สึกว่าควรจะเฝ้าดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะถึงอย่างไร รูปปั้นเหล่านี้ก็เป็นมรดกตกทอดกันมาหลายชั่วคน ไม่มีอะไรจะมาทดแทนได้

“จัดการตัวนี้ก่อนก็แล้วกัน…” ผู้อาวุโสอู๋มองไปรอบๆ ก่อนจะเดินไปที่รูปปั้นของจางหลิงหรัน

จิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาพุ่งออกมาจากหว่างคิ้วและดำดิ่งเข้าสู่รูปปั้นนั้น

ฟึ่บ!

รูปปั้นของจางหลิงหรันหยุดพูดทันที มันตัวแข็งทื่อ ราวกับจิตวิญญาณที่อยู่ในนั้นถูกทำลายไปแล้ว

“เอาล่ะ เรียบร้อย!” ผู้อาวุโสอู๋ดึงจิตวิญญาณต้นกำเนิดกลับเข้าร่างของเขา จากนั้นก็หัวเราะหึๆ

ศิลปะการพลิกฟื้นจิตวิญญาณนั้นเป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อน แม้แต่ผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณระดับ 9 ดาวก็ยังต้องปฏิบัติการด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะเมื่อต้องรับมือกับของล้ำค่าที่มีความสำคัญ ดังนั้น ถึงแม้จะเป็นแค่การทำลายจิตวิญญาณ พวกเขาก็จะต้องละเอียดถี่ถ้วน

เมื่อเห็นว่ากรรมวิธีเสร็จสิ้นโดยง่าย ผู้อาวุโสที่ 3 ถอนหายใจอย่างโล่งอก

ในเมื่อรูปปั้นของเหล่าบรรพบุรุษไม่ได้รับความเสียหาย ก็สมควรให้พวกเขาปฏิบัติการต่อไป ตราบใดที่จิตวิญญาณถูกทำลายไปอย่างรวดเร็ว ชื่อเสียงของตระกูลจางก็จะเสียหายน้อยที่สุด

“ผมขอรบกวนคุณทั้งสองด้วยก็แล้วกัน” ผู้อาวุโสที่ 3 พูดอีกครั้งอย่างนอบน้อมกว่าเดิม

“ไม่มีปัญหา ไม่ต้องมีพิธีรีตองไปหรอก ผมจะทำให้จิตวิญญาณทั้งหมดถูกทำลายไปอย่างรวดเร็วเลยล่ะ” ผู้อาวุโสอู๋โบกมืออย่างสบายใจ เขาตั้งต้นจัดการกับรูปปั้นอีกตัวหนึ่ง

แต่หลังจากทำไปได้เพียงครึ่งทาง ก็เห็นได้จากหางตาว่าผู้อาวุโสโม่ยืนตัวแข็ง เมื่อหันกลับไป ก็เห็นอีกฝ่ายตาโตด้วยความพรั่นพรึง

เขาถามอีกฝ่ายอย่างงุนงง “มีอะไร?”

“ศีรษะของคุณ…” ผู้อาวุโสโม่อุทานอย่างร้อนรน

“ศีรษะของผม?” ผู้อาวุโสอู๋งงงันกับคำตอบนั้น เขารีบใช้การรับรู้จิตวิญญาณตรวจสอบร่างกายของตัวเอง ครู่ต่อมาก็เข่าอ่อน แทบทรุดฮวบลงกับพื้น

เขาพบว่ามีกระบองเพชรกับดอกไม้มากมายงอกออกมาจากศีรษะของเขา และพวกมันก็มีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ !

เมื่อรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้อาวุโสโม่อุทานอย่างร้อนรน “คุณไม่ได้ทำลายจิตวิญญาณจนสิ้นซากน่ะสิ! มันดำดิ่งเข้าไปในจิตวิญญาณต้นกำเนิดของคุณและตั้งใจจะตอบโต้ด้วยการควบคุมร่างกายของคุณ!”

เมื่อครู่นี้ ผู้อาวุโสอู๋ส่งจิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาเข้าไปในรูปปั้นเพื่อทำลายจิตวิญญาณที่อยู่ในนั้น และเขาคิดว่าตัวเองทำสำเร็จแล้ว ไม่ได้รู้เลยว่าไม่เพียงแต่จิตวิญญาณจะไม่ได้ถูกทำลาย มันยังใช้โอกาสนี้ฝังเมล็ดพันธุ์ของตัวเองเข้าไปในจิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาเพื่องอกรากและออกดอกออกผลด้วย

ความเลินเล่อเพียงครู่เดียวก็เกินพอที่จะทำให้ผู้อาวุโสอู๋ตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกแล้ว

แน่นอนว่าด้วยพละกำลังของผู้อาวุโส เป็นไปไม่ได้ที่จิตวิญญาณซึ่งอ่อนแอกว่าเขามากจะเข้าครอบครองร่างของเขาได้ แต่มันก็ยังเป็นเรื่องน่าอับอายที่จะต้องเดินไปไหนมาไหนด้วยศีรษะที่ปกคลุมด้วยกระบองเพชรและดอกไม้ เพียงเท่านี้ก็เกินพอที่จะทำให้เขาต้องอับอายไปชั่วชีวิตแล้ว!

“บ้าที่สุด!” เมื่อรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ผู้อาวุโสอู๋ตัวสั่นด้วยความโกรธ และราวกับจะตอบสนองความโกรธของเขา บรรดากระบองเพชรที่อยู่บนศีรษะก็สั่นสะท้านไม่หยุด

เขารีบตรวจสอบจิตวิญญาณต้นกำเนิดของตัวเอง และครู่ต่อมาก็พูดว่า “จิตวิญญาณนี้หยั่งรากลงในจุดชีพจรเทียนไห่ของผม ผมรับมือกับมันด้วยตัวเองไม่ได้ คุณต้องช่วยผมทำลายมันโดยใช้ ‘ศิลปะการขจัดฉินเจิน’ ของคุณ!”

“ได้เลย” ผู้อาวุโสโม่พยักหน้า

เขาเดินไปหาผู้อาวุโสอู๋ จากนั้นก็สูดหายใจลึกขณะปล่อยคลื่นพลังจิตวิญญาณเข้าสู่จุดชีพจรเทียนไห่ของอีกฝ่าย

ปุ้!

เกิดเสียงดังเหมือนเข็มทิ่มลูกโป่ง ดูเหมือนมีบางอย่างถูกทำลาย

ผู้อาวุโสอู๋ตรวจสอบจิตวิญญาณต้นกำเนิดของเขาก่อนจะถอนหายใจเฮือก “ดูเหมือนคราวนี้มันจะถูกทำลายไปหมดแล้ว…ฮะ?”

ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ ก็เห็นกระบองเพชรงอกงามขึ้นบนศีรษะของผู้อาวุโสโม่ เป็นพุ่มเขียวชอุ่มราวกับหมวกสีเขียว มันครอบคลุมทั่วทั้งศีรษะของเขา

“คะ-คุณ…” ผู้อาวุโสโม่ถึงกับตกตะลึง

ทั้งหมดที่เขาทำก็คือใช้พลังจิตวิญญาณของตัวเองเพื่อทำลายจิตวิญญาณนั้น และเพราะเกรงว่าจิตวิญญาณจะเข้าเกาะกุมเขา เขาจึงรีบถอนพลังจิตวิญญาณของเขาออกทันทีที่สัมผัสมัน นี่เขาถูกจิตวิญญาณเล่นงานเอาด้วยเหมือนกันหรือ?

“มันเกิดบ้าอะไรขึ้นที่นี่?” ผู้อาวุโสโม่แทบจะปล่อยโฮ

ขณะที่ผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณคนอื่นๆ สามารถทำลายจิตวิญญาณได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้จิตวิญญาณต้นกำเนิดของพวกเขากดข่ม แต่พวกเขากลับลงเอยด้วยการถูกมันครอบงำ…ในฐานะผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณระดับ 9 ดาว นี่คือสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับพวกเขามาก่อน!

แถมทั้งคู่ยังตกหลุมพรางในสิ่งเดียวกันเสียด้วย

ใครเป็นตัวการที่ร่ายมนต์จิตวิญญาณที่แปลกประหลาดและน่าสะพรึงแบบนี้?

ขณะที่ทั้งคู่กำลังปั่นป่วนกับสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร กระบองเพชรที่อยู่บนศีรษะของพวกเขาก็สั่นสะท้านเล็กน้อยก่อนที่จะส่งเสียงแผ่วเบาออกมาซึ่งคล้ายกับเสียงมนุษย์

“ผมคือจางหลิงหรัน มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า?”

“….” ผู้อาวุโสอู๋

“….” ผู้อาวุโสโม่

“….” จางหวู่เฉิน

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version