Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1446


ตอนที่ 1446 การทดสอบสายฟ้าขั้นก้าวสู่จักรวาล

สำหรับวรยุทธระดับเซียนขั้น 9 ก้าวสู่จักรวาลนั้น คำว่าจักรวาลหมายถึงโลกแห่งมิติทั้งหมดที่ประกอบด้วย 3 มิติ ผู้ที่เข้าถึงวรยุทธขั้นนี้จะมีความเข้าใจในมิติที่ล้ำลึกยิ่งกว่าวรยุทธระดับเซียนขั้น 8 การแบ่งแยกมิติ ทำให้พวกเขาควบคุมการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ที่อยู่รอบตัวได้ และมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับที่เรียกว่าเป็นสุดยอดของทวีปแห่งปรมาจารย์

จางเซวียนรู้สึกว่าคงจะเป็นโชคดีมากแล้วหากเขาช่วยให้อสูรมังกรบาดาลฝ่าด่านไปสู่วรยุทธขั้นกึ่งก้าวสู่จักรวาลได้ แต่บางที อาจเป็นเพราะรากฐานวรยุทธที่มันสั่งสมมาตลอดระยะเวลาหลายปี จึงทำให้ฝ่าด่านคอขวดได้ถึง 2 ด่านอย่างรวดเร็ว ประกอบกับการใช้เพลิงนรกด้วย จึงทำให้มันพัฒนาตัวเองได้ถึงระดับเซียนขั้น 9 ในชั่วอึดใจ!

ความสามารถในการควบคุมมิติเป็นทักษะที่มีแต่สวรรค์เท่านั้นที่จะทำได้ ผู้ที่สามารถฉกฉวยความสามารถนี้มาจากสวรรค์จึงต้องเผชิญกับการลงโทษที่ทัดเทียมกัน

ดังนั้น การทดสอบสายฟ้าที่ผู้สำเร็จวรยุทธระดับนี้จะต้องเผชิญจึงถือว่าไร้เทียมทานมาก

หากเทียบกับการทดสอบสายฟ้าของวรยุทธขั้น 8 การแบ่งแยกมิติ ที่ถือว่ายากแล้ว การทดสอบสายฟ้าของวรยุทธขั้น 9 ก้าวสู่จักรวาลก็เรียกว่าแทบจะสร้างความสิ้นหวังเลยทีเดียว

ถ้าจะเปรียบเทียบกัน ต่อให้การทดสอบสายฟ้าของวรยุทธขั้นการแบ่งแยกมิติ 10 การทดสอบ ก็ยังไม่ใกล้เคียงกับการทดสอบสายฟ้าของวรยุทธขั้นก้าวสู่จักรวาลเพียงการทดสอบเดียว

ครืนนนนน!

ในชั่วพริบตา เมฆดำที่อยู่บนท้องฟ้าก็ครอบคลุมพื้นที่ราว 4-5 พันหมู่ และขยายตัวในอัตราที่น่าสะพรึงมาก

“นี่มันหายนะชัดๆ …” จางหวู่เฉินกับผู้อาวุโสอู่เจินที่อยู่นอกกรงตัวสั่นด้วยความพรั่นพรึง

ทั้งคู่เคยผ่านการทดสอบสายฟ้าของวรยุทธระดับเซียนขั้น 9 มาแล้ว และแม้ด้วยระดับวรยุทธในปัจจุบัน พวกเขาก็ยังคงตัวสั่นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมันอีกครั้ง…ทุกคนควรจะรู้ว่าประสิทธิภาพของการทดสอบสายฟ้านั้น อันที่จริงแล้วเทียบได้กับพละกำลังเต็มพิกัดจากการโจมตีของผู้เชี่ยวชาญที่เหนือกว่าระดับเซียนขั้น 9 เสียอีก

แล้วการทดสอบสายฟ้าอันทรงพลังแบบนี้ถูกเรียกมาอยู่ใจกลางเมือง…พื้นที่รับรองแขกทั้งหมดคงต้องมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านแน่!

ชายหนุ่มคนนั้นทำลายตึกรามบ้านช่องที่อยู่ใกล้กับค่ายกลบริเวณทางเข้าไปแล้วนับไม่ถ้วน มาตอนนี้ ยังจะทำลายพื้นที่รับรองแขกอีกหรือ?

จางเซวียนคนนี้เป็นสัญลักษณ์ของความโชคร้ายจริงๆ !

เมื่อหัวหน้าตระกูลกลับมา พวกเขาจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร?

“ทุกคน รีบอพยพออกจากพื้นที่!” รู้ดีว่าฝูงชนที่ยืนอยู่ในขอบเขตของการทดสอบสายฟ้านั้นมีแต่จะทำให้สายฟ้าแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ จางหวู่เฉินสั่งการทันที

ฟึ่บ!

เมื่อรับรู้ถึงอันตราย ก็ไม่มีใครกล้าอ้อยอิ่งอยู่ในพื้นที่ต่อไป

ทุกคนรีบอพยพออกจากพื้นที่รับรองแขกโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไม่มีวิธีไหนที่จะหยุดการทดสอบสายฟ้าได้ มันมีแต่จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีใครพยายามไปยับยั้งมัน ซึ่งหากกำจัดการทดสอบสายฟ้าได้ทั้งหมดในคราวเดียวก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าล้มเหลว ทั้งเมืองจะต้องมอดไหม้ไม่มีเหลือ…

“เจ้าจางเซวียนคนนั้นถือเป็นตัวซวย เขาควรจะรู้ดีเกินกว่าที่จะปล่อยให้อสูรระดับเซียนของตัวเองฝ่าด่านวรยุทธที่นี่!” จางหวู่เฉินพูดเสียงลอดไรฟัน

เมื่อไหร่ก็ตามที่ตระกูลจางมีผู้ที่ใกล้จะฝ่าด่านวรยุทธไปสู่ขั้นก้าวสู่จักรวาลได้ พวกเขาก็จะเตรียมสถานที่ไว้ล่วงหน้า ในบางกรณีจะมีการติดตั้งค่ายกลไว้เพื่อให้แน่ใจว่าการทดสอบสายฟ้าของวรยุทธระดับเซียนขั้น 9 จะไม่สร้างความเสียหายต่อพื้นที่โดยรอบมากเกินไป แต่หมอนี่กลับนำสายฟ้ามาถึงใจกลางถิ่นที่อยู่ของพวกเขา

ดูจากปริมาณแขกเหรื่อที่อยู่ที่นี่ ไม่มีทางที่จะปกป้องคนเหล่านั้นได้เลย! หากใครสักคนต้องตายภายใต้การดูแลของตระกูลจาง จะถือเป็นการเสื่อมเสียชื่อเสียงตระกูลจางอย่างมาก

หรือต่อให้ไม่มีใครตายเพราะภัยพิบัติครั้งนี้ ความเสียหายอย่างมหาศาลที่เป็นผลของการทดสอบสายฟ้าขั้นก้าวสู่จักรวาลก็มีแต่จะทำให้ตระกูลจางเป็นที่หัวเราะเยาะไปทั่วทั้งทวีปแห่งปรมาจารย์

“จางเซวียน รีบนำอสูรของคุณออกจากพื้นที่บริเวณนี้เถอะ มีภูเขาพยัคฆ์มังกรอยู่ไม่ห่างออกไปนัก ที่นั่นมีค่ายกลที่จะช่วยให้อสูรของคุณรับมือกับการทดสอบสายฟ้าได้!” เมื่อทนดูไม่ไหวอีกต่อไป จางหวู่เฉินเร่งจางเซวียนด้วยความกังวล

ที่นอกเมืองมีสถานที่ที่เรียกว่าภูเขาพยัคฆ์มังกร เป็นที่ที่คนตระกูลจางใช้รับมือกับการทดสอบสายฟ้า ด้วยวัตถุประสงค์นี้ จึงมีค่ายกลที่มีอานุภาพไร้เทียมทานมากมายถูกติดตั้งไว้ทั่ว แม้มันไม่อาจช่วยปัดป้องสายฟ้า แต่อย่างน้อยก็จะช่วยกดข่มปีศาจใต้สำนึกที่จะเกิดขึ้นในจิตใจของนักรบได้ ทำให้พวกเขาสามารถเพ่งสมาธิเพื่อรับมือกับการทดสอบได้ดี

ขอแค่เขาพาอสูรไปที่นั่น ตระกูลจางก็จะรอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ไปได้

“ได้เลย…” จางเซวียนชำเลืองมองอสูรมังกรบาดาลก่อนจะพยักหน้า

แต่ขณะที่เขากำลังจะสั่งการอสูรมังกรบาดาลให้มุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่จางหวู่เฉินพูดถึง กระแสพลังงานอันแรงกล้าก็ระเบิดขึ้นจากด้านหลัง

เมื่อหันไปมอง ก็ได้ยินเสียงตวาดก้องอย่างโกรธเกรี้ยวของอสูรเพลิงนรกดังอยู่กลางอากาศ “ในเมื่อถึงอย่างไรผมก็ต้องตาย ผมจะพาเจ้าพวกนี้ลงนรกไปด้วยให้หมด!”

เปลวเพลิงแผดเผาออกจากร่างของอสูรเพลิงนรก

“แย่แล้ว…” จางหวู่เฉินพรั่นพรึงเมื่อได้เห็นภาพนั้น

เพราะกินยาพิษร้ายแรงเข้าไป อสูรเพลิงนรกจึงตั้งใจพลีชีพ มันเลือกที่จะใช้พละกำลังเต็มพิกัดเพื่อยั่วยุการทดสอบสายฟ้า จะได้เป็นการสังหารจางเซวียนและอสูรมังกรบาดาลไปด้วย

มันยืนอยู่ตรงใจกลางการทดสอบสายฟ้า และทันทีที่ขับเคลื่อนพละกำลัง การทดสอบสายฟ้าก็ส่งเสียงครืนอย่างเกรี้ยวกราดเป็นการตอบโต้

ครืนนนนนน!

เพียงชั่วพริบตา พื้นที่ 5000 หมู่ที่การทดสอบสายฟ้าครอบคลุมอยู่ก็ขยายตัวเป็น 10,000 หมู่ และไม่มีสัญญาณว่าการขยายตัวนั้นจะหยุดยั้งลงได้

ถ้าแต่เดิมการทดสอบสายฟ้าครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ที่รับรองแขก ตอนนี้มันก็ครอบคลุมไปจนถึงพื้นที่ที่เหล่าสมาชิกตระกูลจางพักอาศัยอยู่แล้ว

“แก…ทำดีมาก!” เมื่อเห็นว่าอสูรเพลิงนรกที่อยู่ในสภาพร่อแร่ทำประโยชน์ให้กับเขา จางเซวียนตาโตด้วยความพอใจ

ด้วยขนาดของการทดสอบสายฟ้า คงเทียบได้กับหินวิเศษขั้นสูงสุดอย่างน้อย 10 ก้อน ถ้าเขาซึมซับพลังงานจากมันได้ ระดับวรยุทธของเขาต้องเพิ่มสูงขึ้นแน่

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันจะพาพวกแกลงนรกไปกับฉันด้วย!” อสูรเพลิงนรกไม่รู้ความคิดของจางเซวียน มันเพ่งสมาธิอยู่กับเรื่องเดียว คือการทำให้การทดสอบสายฟ้าขยายใหญ่ขึ้นเท่าที่จะเป็นไปได้ มันคำรามกร้าวและปลดปล่อยพลังงานออกมาจนหยดสุดท้าย

ระหว่างที่ทำอย่างนั้น ก็รู้สึกได้ว่าการปลดปล่อยพลังงานออกมาดูจะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากยาพิษ มันจึงกัดฟันและบังคับตัวเองต่อไป

ยังไม่ทันที่สายฟ้าจะฟาดลงมา แรงกดดันมหาศาลก็ทำลายค่ายกลที่ติดตั้งไว้ในกรง พร้อมกันนั้น ตึกรามบ้านช่องมากมายนับไม่ถ้วนก็พังทลายในทันที

“นายท่าน ทำไงดี?” เมื่อเห็นว่าการทดสอบสายฟ้าขั้นก้าวสู่จักรวาลของตัวเองเริ่มจะอยู่เหนือการควบคุม อสูรมังกรบาดาลได้แต่หดหัวด้วยความหวาดกลัว

มันใช้สมาธิอยู่กับการฝ่าด่านวรยุทธจนลืมคิดถึงผลที่จะเกิดขึ้นตามมา ไม่คาดคิดเลยว่าเรื่องราวจะบานปลายถึงขนาดนี้

ถ้าแม้แต่นายท่านของมันยังจนปัญญากับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มันคงถูกช็อตตายแน่

“ไม่ต้องตระหนก เรียกการทดสอบสายฟ้าต่อไปอย่างนั้นแหละ ยิ่งใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งดี” จางเซวียนสั่งการก่อนจะบินไปอยู่ข้างๆ จางหวู่เฉินและคนอื่นๆ

“ผู้อาวุโสที่ 3, ผู้อาวุโสที่ 7” จางเซวียนประสานมือและทักทาย

ด้วยระดับวรยุทธของเขาในตอนนี้ เขาสามารถเดินไปเดินมาได้โดยไม่เป็นจุดสนใจของการทดสอบสายฟ้า

“คุณมีวิธีแก้ไขสถานการณ์นี้หรือเปล่า?” จางหวู่เฉินถามด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

ถ้าอสูรมังกรบาดาลยังไม่ออกไปเสียตอนนี้ ทุกคนจะต้องตายทันทีที่สายฟ้าฟาดลงมา

“ผมมีวิธีอยู่ในใจแล้ว แต่อยากได้ของสัก 2-3 อย่างเพื่อช่วยจัดการกับมัน คุณมีหนังสือเทคนิควรยุทธระดับเซียนขั้น 7, ระดับเซียนขั้น 8 และระดับเซียนขั้น 9 อยู่บ้างไหม? ผมอยากได้จำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!” จางเซวียนถามอย่างรีบร้อน

ในเมื่อการทดสอบสายฟ้าใกล้จะฟาดลงมาเต็มแก่แล้ว ก็เป็นที่รู้กันว่าเขาจะต้องรีบหาหนังสือเทคนิควรยุทธเพื่อยกระดับวรยุทธของตัวเองเช่นกัน ไม่อย่างนั้น แหล่งพลังงานอันมีค่านี้จะต้องสูญเปล่า

“หนังสือเทคนิควรยุทธ? คุณต้องใช้มันด้วยหรือ?” จางหวู่เฉินถึงกับผงะกับคำขออย่างปุบปับของจางเซวียน

เรื่องที่เกิดขึ้นที่ปูชนียสถานนักปราชญ์นั้นถูกเก็บเป็นความลับ และบรรดานักเรียนก็ได้รับการกำชับไม่ให้แพร่งพรายเรื่องดังกล่าวออกไป ดังนั้นจึงต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าเรื่องราวต่างๆ จะมาถึงหูของบรรดาตระกูลชั้นนำ ดังนั้น ในตอนนี้จางหวู่เฉินจึงยังไม่รู้เรื่องราวของชายหนุ่มที่สามารถใช้ประโยชน์จากการทดสอบสายฟ้าเพื่อการฝ่าด่านวรยุทธได้

“ผมไม่มีเวลาอธิบายแล้ว! ช่วยนำมาให้ผมเดี๋ยวนี้เลย นี่เป็นวิธีเดียวที่เราจะแก้ไขวิกฤตการณ์ที่อยู่ตรงหน้าเราได้ ไม่อย่างนั้น…เกรงว่าผมจะช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน!” จางเซวียนพูดด้วยน้ำเสียงที่เร่งร้อนกว่า

“เอ่อ…ผมมีหนังสือเทคนิควรยุทธขั้น 7 อยู่กับตัวตอนนี้ ตั้งใจจะถ่ายทอดให้กับลูกศิษย์ของผม เลยนำติดตัวมาด้วย ส่วนหนังสือเทคนิควรยุทธขั้น 8 นั้นส่วนใหญ่ถูกเก็บรักษาไว้ในคลังหนังสือของตระกูล และผมเกรงว่าแม้ด้วยอำนาจของผมในฐานะผู้อาวุโสที่ 3 แต่ผมก็พาคุณเข้าไปข้างในไม่ได้ มีแต่สมาชิกชั้นยอดของตระกูลจางเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึง แต่ถึงอย่างนั้น พวกเขาก็นำหนังสือเทคนิควรยุทธออกมาได้เพียงเล่มเดียวเท่านั้น แม้แต่ผมก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น!” จางหวู่เฉินอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะอธิบาย

ผู้ที่เข้าถึงวรยุทธขั้นการแบ่งแยกมิติแล้วถือได้ว่าเข้าถึงความเป็นสุดยอดของทวีปแห่งปรมาจารย์ ดังนั้น แม้จะเป็นถึงผู้อาวุโสที่ 3 แต่เขาก็มีหนังสือเทคนิควรยุทธเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัวเพียงไม่กี่เล่ม ส่วนศาสตร์ลับของทางตระกูลนั้น แน่นอนว่าไม่มีทางที่เขาจะเปิดเผยแก่คนนอก

“ผมเกรงว่าผมจะต้องใช้หนังสือเทคนิควรยุทธระดับเซียนขั้น 7 แล้วล่ะ…” เมื่อเห็นสายฟ้าพร้อมจะฟาดลงมาได้ทุกขณะ จางเซวียนรู้ดีว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก เขาจึงโบกมือและเอ่ยปากเร่ง “นำมาให้ผมเร็ว ผมต้องดูมันก่อน!”

“ได้” เมื่อเห็นชายหนุ่มมีวิธีการอยู่ในหัว จางหวู่เฉินไม่กล้าเสียเวลา เขาสะบัดข้อมือ แล้วหนังสือกองหนึ่งก็มาปรากฏตรงหน้า

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version