Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1565


ตอนที่ 1565 วรยุทธขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่

จางเซวียนนำหินวิเศษขั้นสูงสุดที่เซียนดาบชิงมอบให้ใส่เข้าไปในค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณ ก่อนจะถอดจิตออกจากร่าง เขาเพ่งสมาธิและเริ่มซึมซับพลังจิตวิญญาณที่อยู่โดยรอบขณะขับเคลื่อนพลังจิตวิญญาณตามรูปแบบที่กำหนดไว้ในศาสตร์แห่งจิตวิญญาณเทียบฟ้า

ฟึ่บ!

ระดับวรยุทธของจิตวิญญาณของเขาเพิ่มขึ้นรวดเร็วอย่างน่าทึ่ง

ด้วยระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณที่เทียบเท่ากับปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวขั้นสูงสุด จางเซวียนสามารถเพ่งสมาธิกับการฝึกฝนวรยุทธได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ยกระดับวรยุทธได้เร็วขึ้นมาก เดิมเขาใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงในการยกระดับวรยุทธแต่ละขั้น แต่ตอนนี้ทำได้ภายในเวลาเพียงชั่วโมงเดียว

ครู่ต่อมา จางเซวียนก็ลืมตา

เขาโบกมือเบาๆ เกิดรอยแยกสีดำสนิทขึ้นตรงหน้า แม้แต่มิติก็ไม่อาจต้านทานพละกำลังมหาศาลที่จิตวิญญาณของเขามี!

น่าเสียดายที่การทะลุของจิตวิญญาณยังไม่สมบูรณ์แบบ เราจึงไม่ควรฝึกฝน จางเซวียนส่ายหน้า

ตอนที่ลู่ชงถ่ายทอดมรดกของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณให้เขา ก็มีทั้งศาสตร์ลับและการทะลุของจิตวิญญาณเป็นส่วนหนึ่งของมรดกนั้น แต่น่าเสียดายที่มีข้อบกพร่องมากเกินกว่าที่จางเซวียนจะฝึกฝน และระดับวรยุทธของเขาก็ยังอ่อนด้อยเกินไป

ไม่อย่างนั้น ถ้าจิตวิญญาณของเขาสามารถกระโจนผ่านมิติได้เหมือนอย่างลูกศิษย์ของเขาล่ะก็ ประสิทธิภาพการต่อสู้ของจางเซวียนคงจะเพิ่มสูงขึ้นอีกมาก

แน่นอนว่าสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ไม่เต็มใจจะยอมรับความจริงที่ว่าเขาฝึกฝนศาสตร์ของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ และนักรบส่วนใหญ่ของทวีปแห่งปรมาจารย์ก็ยังมีความไม่ไว้ใจผู้พยากรณ์จิตวิญญาณอยู่ จึงเป็นการดีที่สุดสำหรับจางเซวียนที่จะไม่ใช้วิถีทางเหล่านั้นในที่สาธารณะ

ถ้าไม่ใช่เพราะปรมาจารย์หยางปรากฏตัวทันเวลาพอดีและเรียกขานเขาว่า ‘ศิษย์พี่’ ทั้งยังออกรับแทนด้วย สภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ก็คงยังซักไซ้ต่อไปเรื่องที่เขาเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาพิษและศาสตร์ของจิตวิญญาณ

ฟึ่บ!

จางเซวียนนำจิตวิญญาณกลับเข้าสู่กายเนื้อ

เขาลุกขึ้นยืนอีกครั้งและสะบัดแขนเบาๆ รู้สึกได้ถึงพละกำลังดุเดือดที่พลุ่งพล่านไปทั่วร่าง ทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก

จางเซวียนกระดิกนิ้ว

ครืดดด!

เกิดรอยแยกขึ้นในห้องนั้น ข้าวของต่างๆ ที่ปลิวเข้าไปในรอยแยกจะถูกกำจัดไปในทันที

จางเซวียนพยักหน้าอย่างพอใจ พละกำลังนี้ยังไม่ใกล้เคียงกับพละกำลังที่เรามีเมื่อเปิดใช้งานตราประทับสภาปรมาจารย์ แต่นักรบระดับเซียนขั้น 9 ทั่วไปก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเราอีกแล้ว อันที่จริง เราอาจเล่นงานได้แม้แต่ผู้อาวุโสที่ 1 ของศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง, โหยวโร่วชิง!

คราวนี้ จางเซวียนยกระดับทั้งพลังปราณและระดับวรยุทธของจิตวิญญาณขึ้นได้อีกมาก เมื่อพละกำลังของทั้งคู่ผนวกกัน แม้แต่ผู้ที่สำเร็จวรยุทธขั้นกึ่งนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ไม่อาจเล่นงานเขาได้ง่ายนัก ด้วยสิ่งนี้ ถือได้ว่าเขาเป็นนักรบชั้นยอดคนหนึ่งของทวีปแห่งปรมาจารย์

“เอาล่ะ เราควรจะพยายามยกระดับวรยุทธให้อสูรมังกรบาดาลและอสูรเพลิงนรกด้วย…”

อสูรทั้ง 2 ตัวต้องทุกข์ทรมานจากความพยายามในการปกป้องเขา โดยเฉพาะอสูรเพลิงนรก ในการต่อสู้ครั้งก่อน อสูรเพลิงนรกถูกจางหวู่เหิงกักขังไว้ ถ้าไม่ใช่เพราะการเปิดเผยตัวตนอย่างกะทันหันของตระกูลจางว่าเขาคือทายาทน้อย มันคงต้องตายไปแล้ว

ในเมื่อตอนนี้ผู้อาวุโสที่ 1 ถูกกักขัง ก็แน่นอนว่าอสูรเพลิงนรกย่อมกลับมาหาเขา

จางเซวียนปล่อยทั้งคู่ออกมาและให้มันกินยาเม็ดเกรด 9

ด้วยการเยียวยาจากพลังงานที่อยู่ในยาเม็ด บาดแผลของอสูรเพลิงนรกมีสภาพดีขึ้นอย่างรวดเร็ว มันยังไม่อาจฝ่าด่านวรยุทธได้ แต่ก็สามารถขัดเกลาวรยุทธให้แข็งแกร่งขึ้น และเท่าที่ดู ไม่ช้าไม่นานก็คงจะฝ่าด่านคอขวดของวรยุทธระดับเซียนขั้น 9 และก้าวไปสู่วรยุทธขั้นสูงกว่านี้ได้!

สำหรับอสูรมังกรบาดาล ด้วยอานุภาพเยียวยาของยาเม็ดเกรด 9 และคำชี้แนะของจางเซวียน มันสามารถยกระดับวรยุทธจากระดับเซียนขั้น 9 ขั้นต้นมาเป็นระดับเซียนขั้น 9 สูงสุดภายในเวลาชั่วข้ามคืน

ในแง่ของความแข็งแกร่ง ตอนนี้อสูรมังกรบาดาลไม่ได้ด้อยไปกว่าอสูรเพลิงนรกอีกต่อไป!

กว่าจางเซวียนจะจัดการเรื่องราวต่างๆ เสร็จ พระอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว เขายืดหลังบิดขี้เกียจแล้วผลักประตูเพื่อเดินออกจากห้อง เห็นเซียนดาบชิงรออยู่ในลานบ้าน

“ถึงเวลาที่เราจะต้องทำความเคารพเหล่าบรรพบุรุษแล้ว…ไปกันเถอะ!” เซียนดาบชิงพูด แล้วเขาก็ พลันเลิกคิ้วขณะจับจ้องลูกชายอย่างถี่ถ้วน ครู่ต่อมาก็อุทานด้วยความตื่นเต้น “วรยุทธของลูก…”

ครั้งล่าสุดที่เขาพบลูกชาย อีกฝ่ายยังเป็นแค่นักรบการแบ่งแยกมิติขั้นต้นเท่านั้น แต่เพียงชั่วข้ามคืน วรยุทธของเขาก็พุ่งพรวดจนแม้แต่นักรบระดับเซียนขั้น 9 ก็ยังรับมือกับเขาได้ยาก!

“เมื่อคืนนี้ผมฝ่าด่านวรยุทธได้ แต่มันเป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น” จางเซวียนอธิบาย

“เรื่องบังเอิญ?” เซียนดาบชิงอ้าปากค้างเมื่อได้ยิน

ตอนที่เขาดวลกับลูกชายเมื่อวันก่อน อีกฝ่ายสำแดงพละกำลังที่เหนือชั้นกว่าตัวเขาเองเสียอีก ตอนแรกเขาคิดว่าลูกชายแข็งแกร่งขนาดนั้นจริงๆ แต่ไม่ช้าก็ได้รู้ว่าจางเซวียนใช้ศาสตร์ลับบางอย่างเพื่อยกระดับพละกำลังเป็นการชั่วคราว เขายังกังวลอยู่ว่าศาสตร์ลับนั้นจะส่งผลกระทบอะไรหรือเปล่า แต่เท่าที่เห็น ก็ดูเหมือนเขาจะกังวลเกินกว่าเหตุ!

เพราะไม่เพียงแต่ระดับวรยุทธของลูกชายจะไม่ลดลง ยังพุ่งพรวดขึ้นอย่างก้าวกระโดดอีกด้วย!

ช่างน่าสงสัยเสียจริงว่าลูกชายของเขาฝึกฝนวรยุทธอย่างไรจึงพัฒนารวดเร็วแบบนี้

“สำแดงพละกำลังใส่พ่อหน่อย พ่ออยากเห็นว่าลูกทรงพลังแค่ไหนเมื่อไม่ใช้ศาสตร์ลับ!” เซียนดาบชิงพูด

“ได้สิ” รู้ดีว่าพละกำลังของตัวเองไม่แข็งแกร่งพอจะทำให้ท่านพ่อต้องบาดเจ็บหากปราศจากตราประทับสภาปรมาจารย์ จางเซวียนจึงไม่คิดจะออมมือ

เขาสูดหายใจลึกแล้วปล่อยหมัดเข้าใส่อย่างสุดกำลัง

บึ้มมม!

พื้นที่ตรงหน้าจางเซวียนพังทลาย ราวกับมีคลื่นความสั่นสะเทือนอันทรงพลังแผ่ออกไปโดยรอบ

เซียนดาบชิงเลิกคิ้วด้วยความอัศจรรย์ใจขณะยกมือขึ้นเพื่อยับยั้งหมัดของจางเซวียน

เขาสลายพละกำลังจากหมัดของจางเซวียนได้ แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องถอยไปก้าวหนึ่งเพื่อพยุงตัวจากแรงปะทะของหมัดนั้น

เซียนดาบชิงประทับใจจนอดออกความเห็นไม่ได้ “ความแข็งแกร่งของลูกไม่ได้อ่อนด้อยกว่าผู้เชี่ยวชาญที่มีวรยุทธขั้นการพักฟื้นภายในเลย…”

“การพักฟื้นภายใน?” จางเซวียนทวนคำด้วยความสงสัย

“เมื่อสำเร็จวรยุทธระดับเซียนขั้น 9 แล้ว ลูกก็ควรจะรู้ว่าวรยุทธระดับเซียนขั้น 9 ไม่ใช่ปลายทางของการฝึกฝน เหนือกว่าระดับเซียนยังมีวรยุทธขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่!” เซียนดาบชิงอธิบาย

จางเซวียนพยักหน้า

ก่อนหน้านี้เขาเคยฟังปรมาจารย์หยางพูดแล้ว แต่ยังไม่รู้รายละเอียดมากนัก

“นักรบทั่วไปมีวรยุทธ 9 ขั้น นักรบเหนือมนุษย์ก็มี 9 ขั้น นักรบระดับเซียนก็มี 9 ขั้น แต่วรยุทธขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่มีเพียง 4 ขั้นเท่านั้น!” เซียนดาบชิงอธิบาย

“วรยุทธของนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้นแรกคือขั้นการพักฟื้นภายใน”

“สำหรับวรยุทธขั้นเซียน นักรบจะพัฒนาจิตวิญญาณต้นกำเนิดและกายเนื้อของตัวเองจนถึงขีดสุด แต่การพัฒนาของพวกเขาก็มักมาพร้อมกับความไม่สมบูรณ์แบบ ส่วนวรยุทธขั้นการพักฟื้นภายใน นักรบผู้นั้นจะสามารถแยกจิตวิญญาณต้นกำเนิดออกจากกายเนื้อและขัดเกลาทั้งสองอย่างได้อย่างถี่ถ้วน ขจัดเอาความอ่อนแอและความไม่เสถียรออกไปได้หมด ผู้ที่ประสบความสำเร็จถึงวรยุทธขั้นนี้จะมีอายุขัยเพิ่มขึ้นอีก 500 ปี ทำให้พวกเขามีชีวิตอยู่ได้ถึง 1,500 ปี”

นักรบระดับเซียนทั่วไปจะมีอายุขัยราว 1000 ปี ถึงบางคนจะอยู่ได้นานกว่านั้น แต่ก็ไม่ได้ห่างไกลกว่ากันสักเท่าไหร่ แต่ส่วนนักรบที่สำเร็จวรยุทธขั้นการพักฟื้นภายในจะชะลอกระบวนการเสื่อมโทรมของร่างกายออกไปได้อีก ทำให้อายุขัยยืดออกไปเป็น 1,500 ปี

500 ปีนั้นอาจดูไม่ยาวนานนัก แต่หากโชคดีพอ นักรบคนหนึ่งก็อาจยกระดับวรยุทธของตัวเองให้สูงขึ้นได้อีกด้วยเวลาที่ถูกยืดออกไป

“ระดับขั้นของวรยุทธขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่นั้นซับซ้อนกว่าระดับเซียน ดังนั้น ขณะที่วรยุทธระดับเซียนมีขั้นย่อย 4 ขั้น แต่วรยุทธขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่นั้นมีขั้นย่อยถึง 6 ขั้นเลยทีเดียว”

“6 ขั้นนั้นคือ ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง ขั้นสูงสุด ขั้นสมบูรณ์แบบ และขั้นโลกจารึก!”

“ใน 6 ขั้นย่อยนี้ แต่ละขั้นจะยากเย็นไปกว่าขั้นก่อนๆ อันที่จริง มีนักรบบางคนที่ต้องใช้เวลาเป็นร้อยปีเพื่อยกระดับวรยุทธเพียง 1 ขั้นย่อย ซึ่งในแต่ละครั้งก็ต้องใช้พลังจิตวิญญาณในปริมาณสูงมาก ด้วยเหตุนี้ วรยุทธขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่จึงถือเป็นปราการสำคัญที่นักรบพยายามจะก้าวข้าม ซึ่งในประวัติศาสตร์ ก็มีน้อยคนเหลือเกินที่ผ่านไปได้จนถึงขั้นนักปราชญ์โบราณ”

“หมัดที่ลูกสำแดงออกมาก่อนหน้านี้มีพละกำลังที่เทียบเท่ากับนักรบการพักฟื้นภายในขั้นต้นเลยทีเดียว แม้จะพูดไม่ได้ว่าเป็นพละกำลังที่โดดเด่นในกลุ่มอำนาจใหญ่ๆ ของทวีปแห่งปรมาจารย์ แต่แน่นอนว่าสำหรับคนรุ่นเดียวกัน ไม่มีใครเทียบชั้นกับลูกได้!”

จางเซวียนพยักหน้ารับ

เพราะยังอยากรู้เรื่องวรยุทธขั้นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ จางเซวียนจึงถามต่อ “ขั้นแรกของวรยุทธระดับนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่คือขั้นการพักฟื้นภายใน แล้วขั้นที่ 2 ล่ะ?”

“ขั้นที่ 2 มีชื่อว่าร่างอันทรงเกียรติ!” เซียนดาบชิงตอบ “วรยุทธขั้นการพักฟื้นภายในจะทำให้ผู้นั้นได้พิจารณาทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของตัวเอง แต่วรยุทธขั้นร่างอันทรงเกียรติคือการได้รับพรจากสวรรค์ให้มีอายุยืนยาว ต่อให้เปลวเพลิงและน้ำแข็งก็ทำอันตรายผู้นั้นไม่ได้ บาดแผลทั่วไปจะหายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้ยา ด้วยการปลุกสายเลือดฮ่องเต้ขึ้นอย่างสมบูรณ์, หยวนเทาซึ่งเป็นลูกศิษย์ของลูกก็สำเร็จวรยุทธขั้นนี้!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version