Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1477


ตอนที่ 1477 เขาไม่ใช่ลูกศิษย์ของผม

“ผมมีลูกศิษย์คนเดียว, ฟงสืออี้” ปรมาจารย์หยางตอบพร้อมกับขมวดคิ้ว

“จางเซวียนไม่ใช่ลูกศิษย์ของคุณหรือ?”

ทุกคนถึงกับชะงัก โดยเฉพาะผู้อาวุโสที่ 1 และจางหวู่เฉิน ทั้งคู่อดสบตากันไม่ได้

พวกเขาเคยถามเรื่องนี้มาก่อนแล้ว ซึ่งตั้งแต่แรก จางเซวียนก็กล่าวอ้างว่าตัวเองเป็นศิษย์สายตรงของหยางชวนและได้รับมรดกตกทอดของเขามา ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องโกหกหรือ?

“หลายปีที่ผ่านมานี้ ผมมีกิจธุระยุ่งมาก จึงไม่มีเวลารับศิษย์สายตรงคนอื่น พวกคุณก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดี เกิดอะไรขึ้น? มีใครอ้างตัวว่าเป็นลูกศิษย์ของผมหรือ?” ปรมาจารย์หยางถาม

“ใช่แล้ว คนที่ชื่อจางเซวียนคนนี้น่ะอ้างตัวว่าเป็นศิษย์สายตรงของคุณ และเมื่อครู่นี้เขาก็เพิ่งสร้างความพินาศวอดวายให้กับตระกูลจาง!” ผู้อาวุโสที่ 1 รายงาน

“มีคนอ้างตัวว่าเป็นศิษย์สายตรงของผม?” ปรมาจารย์หยางหน้าดำคร่ำเครียด “แล้วจางเซวียนที่คุณพูดถึงน่ะ ตอนนี้อยู่ไหน?”

ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์กับอาจารย์นั้นเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในทวีปแห่งปรมาจารย์ เป็นธรรมดาที่การกล่าวอ้างว่าเป็นลูกศิษย์ของใครโดยไม่เป็นความจริงนั้นถือเป็นการไม่แสดงความเคารพและเป็นข้อห้ามข้อสำคัญ

อีกอย่าง เท่าที่ฟัง หมอนั่นก็ดูเหมือนจะใช้ชื่อของเขาสร้างปัญหาไปทั่ว และนั่นเป็นสิ่งที่หยางชวนรับไม่ได้

“เขาจากไปแล้วโดยใช้ค่ายกลทะลุมิติ” ผู้อาวุโสที่ 1 ตอบด้วยสีหน้าลำบากใจ

“ค่ายกลทะลุมิติ? มันเกิดอะไรขึ้น?” ปรมาจารย์หยางถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

ผู้อาวุโสที่ 1 จึงต้องอธิบายเรื่องราวทั้งหมดอีกครั้ง

“คุณกำลังบอกว่าเจ้าหนุ่มคนนั้นที่เพิ่งฝ่าด่านวรยุทธไปสู่ขั้นพื้นที่ลวงตาสามารถต้านทานการทดสอบสายฟ้าที่มีพละกำลังเหนือกว่าการทดสอบสายฟ้าของวรยุทธขั้นก้าวสู่จักรวาลอีกหรือ? ยิ่งไปกว่านั้น ยังเอาชนะเหล่าอัจฉริยะของตระกูลจางได้ทั้งในด้านศิลปะเพลงดาบ การวาดภาพ การร่ายมนต์พลิกฟื้นจิตวิญญาณ การตรวจสอบสมบัติ และอื่นๆ ?” ปรมาจารย์หยางถึงกับผงะในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

“ใช่แล้ว!” ผู้อาวุโสที่ 1 พยักหน้า “หากเขามีความสามารถอย่างน่าทึ่งเพียงด้านสองด้านก็พอเข้าใจได้ แต่มีความเชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆ มากมายตั้งแต่อายุเพียงเท่านี้ ผมเชื่อว่ามีโอกาสสูงที่เขาจะเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นปลอมตัวมา!”

“เป็นไปได้ที่ฮ่องเต้ของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจะปลอมตัวเป็นปรมาจารย์ แต่ออกจะน่าประหลาดที่เขาจะทำตัวบ้าบิ่นแบบนั้น” ปรมาจารย์หยางส่ายหน้า ไม่เห็นด้วยกับความเห็นของผู้อาวุโสที่ 1

ถึงฮ่องเต้ของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจะปลอมตัวเป็นปรมาจารย์ได้ แต่การปลอมตัวของพวกมันก็ไม่ได้แนบเนียนเท่าไหร่ โดยเฉพาะหากต้องเผชิญหน้ากับปรมาจารย์ระดับ 9 ดาว ดังนั้นพวกมันจึงพยายามเก็บตัวเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่มีทางที่จะมาถึงถิ่นตระกูลจางและสร้างความพินาศวอดวายแบบนี้

เพราะทำอย่างนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับการเปิดเผยตัวเอง

แล้วจะปลอมตัวตั้งแต่แรกเพื่ออะไร?

ผู้อาวุโสที่ 1 โต้แย้ง ไม่เห็นด้วยกับปรมาจารย์หยาง “ถ้าเขาไม่ใช่เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น ทำไมถึงสามารถใช้วิธีการของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ? ทำไมถึงสามารถเปิดใช้งานของล้ำค่าของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นได้ล่ะ?”

“ปลอมตัวเป็นลูกศิษย์ของผมและสร้างความปั่นป่วนที่นี่ ทั้งยังมีความรู้ในศาสตร์ของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณด้วย เจ้าหนุ่มคนนี้ดูจะเป็นคนที่น่าสนใจไม่เบา ผมอยากพบเขา คุณรู้หรือเปล่าว่าค่ายกลทะลุมิตินั้นพาเขาไปที่ไหน?” ปรมาจารย์หยางถามพร้อมกับหัวเราะหึๆ

ผู้อาวุโสที่ 1 ส่ายหน้า “ผมเกรงว่าพวกเราจะบอกไม่ได้”

ถ้าเป็นค่ายกลทะลุมิติแบบทั่วไป พวกเขาก็ยังพอจะคาดเดาได้ แต่ค่ายกลทะลุมิติที่จางเซวียนใช้นั้นอยู่ในระดับสูงมาก ถึงขนาดที่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญระดับผู้อาวุโสที่ 1 ก็ไม่อาจทำความเข้าใจมัน นับประสาอะไรกับจะคาดเดาว่าชายหนุ่มทะลุมิติไปที่ไหน

“คุณบอกไม่ได้หรือ?” ปรมาจารย์หยางขมวดคิ้ว “เขาทะลุมิติไปจากตรงไหนล่ะ? พาผมไปหน่อย ผมอยากดู”

ผู้อาวุโสที่ 1 กับคนอื่นๆ รีบนำทาง ไม่ช้าก็มาถึงจุดที่จางเซวียนทะลุมิติไป

ปรมาจารย์หยางก้มหน้าลงศึกษาพื้นที่บริเวณนั้น ยิ่งมอง รอยย่นบนหน้าผากของเขาก็ยิ่งลึกขึ้น ครู่ต่อมา เขาก็หันมาถามผู้อาวุโสที่ 1 “เจ้าหนุ่มคนนั้นมีตราสัญลักษณ์ที่คล้ายกับสิ่งนี้ไหมตอนที่เขาทะลุมิติไป?”

ปรมาจารย์หยางเคาะนิ้วเบาๆ แล้วภาพเหมือนของตราสัญลักษณ์อันหนึ่งที่ส่องประกายสีทองก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ

“ใช่ เขามีของล้ำค่าชิ้นนี้อยู่กับตัว” ผู้อาวุโสที่ 1 พยักหน้า “เขาใช้มันรับมือกับกระแสดาบฉีของผม ผมเชื่อว่ามันน่าจะเป็นของล้ำค่าระดับเซียนขั้นสูงสุดเป็นอย่างน้อย!”

ชายหนุ่มใช้ตราสัญลักษณ์อันนี้รับมือการโจมตีของเขาได้ เขาจึงประทับใจในของชิ้นนี้อยู่ไม่น้อย

“ถ้าอย่างนั้น…” ได้ยินคำยืนยันของผู้อาวุโสที่ 1 รอยย่นบนหน้าผากของปรมาจารย์หยางดูจะลึกขึ้นอีก

รู้สึกได้ถึงอาการผิดปกติของปรมาจารย์หยาง ผู้อาวุโสที่ 1 ถาม “ปรมาจารย์หยาง คุณรู้จักตราสัญลักษณ์อันนี้หรือ?”

“รู้จัก? ถ้าจางเซวียนมีตราสัญลักษณ์อันนี้อยู่ในมือจริงอย่างที่คุณบอก ก็มีโอกาสสูงที่เขาจะ…” ถึงตอนนี้ ปรมาจารย์หยางหยุดพูดไปดื้อๆ เขาเงียบงันไปครู่หนึ่งก่อนจะโบกมือ “ช่างเถอะ ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะพูดถึงมัน ผมจะต้องเห็นด้วยตาของตัวเองก่อน!”

“เรื่องที่เกี่ยวข้องกับตราสัญลักษณ์หัวหน้าปูชนียสถานนั้นเป็นเรื่องใหญ่เกินไป จนแม้กระทั่งตัวเขาก็ไม่กล้าพูดออกมาง่ายๆ โดยเฉพาะเมื่อเขาเองเป็นถึงผู้อาวุโสสูงสุดของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ เพราะต่อให้เขาพูดว่าความเห็นของตัวเองเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน แต่คนอื่นๆ ก็จะถือเอาเป็นเรื่องจริงเพราะตำแหน่งอันใหญ่โตของเขา และหากผลปรากฏออกมาว่าเขาคิดผิด ก็จะนำมาซึ่งความเสียหายใหญ่หลวง

แต่เมื่อพูดถึงตราสัญลักษณ์ เขารู้ดีว่าตราสัญลักษณ์หัวหน้าปูชนียสถานนั้นมีนักปราชญ์ขุยเป็นผู้มอบให้ และไม่มีทางที่นักปราชญ์ขุยจะทำผิดพลาดครั้งใหญ่ด้วยการมอบตราสัญลักษณ์หัวหน้าปูชนียสถานให้กับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นแน่ ต่อให้นักปราชญ์ขุยจะเป็นเพียงเศษเสี้ยวของจิตวิญญาณ แต่เขาก็ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญผู้ทรงพลังในยุคสมัยนั้น อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่มีดวงตาหยั่งรู้ จึงไม่มีทางที่จางเซวียนจะตบตาเขาได้หากว่าเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจริงๆ

ขณะที่ปรมาจารย์หยางกำลังคิดหนัก หูอี้เหว่ยก็รีบเข้ามาทักทาย “นายท่าน ในที่สุดคุณก็ออกมาเสียที!”

“อือ” ปรมาจารย์หยางพยักหน้า สายตาอันคมกริบของเขามองเห็นว่าหูอี้เหว่ยมีบางอย่างอยู่ในใจ จึงถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”

“นายท่าน ก่อนหน้านี้ผมอยู่ที่ปูชนียสถานนักปราชญ์ ได้พบนักเรียนคนหนึ่งชื่อจางเซวียน ผมพบสภาวะครรภ์เป็นพิษแต่กำเนิดที่ผมเคยฝังไว้ในร่างของเขา…” หูอี้เหว่ยรีบรายงานสิ่งที่เขาได้พบ

“สภาวะครรภ์เป็นพิษแต่กำเนิด? ทายาทน้อยของตระกูลจางหรือ?” แม้แต่ปรมาจารย์หยางก็ชะงักกับเรื่องนี้ เขาหันไปมองเซียนดาบชิงกับคนอื่นๆ อดจังงังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้

นอกจากจะเป็นหัวหน้าปูชนียสถานนักปราชญ์ เป็นผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ เป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น จางเซวียนคนนั้นยังเป็นทายาทน้อยของตระกูลจางด้วย? หมอนี่ผิดปกติอะไรหรือเปล่า?

หรือว่าเป็นโรคสองบุคลิก?

ปรมาจารย์หยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “ในเมื่อตัวตนของเขาในฐานะลูกศิษย์ของผมได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องหลอกลวง ผมก็เชื่อว่ามีความจำเป็นที่จะต้องสืบเสาะเรื่องนี้ให้แน่ชัดเพื่อตรวจสอบตัวตนอื่นๆ ของเขา เซียนดาบชิงกับเซียนดาบเหมิง, คุณทั้งคู่อย่าเพิ่งตั้งความหวังมากไปในตอนนี้นะ พวกเราทุกคนรู้ซึ้งถึงสถานการณ์ของทายาทน้อยดี โอกาสที่เขาจะยังรอดชีวิตอยู่นั้นมีน้อยมาก พวกคุณควรให้ผมพบเขาและตรวจสอบตัวตนของเขาให้แน่ชัดก่อนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป”

“ฉันจะไปกับคุณด้วย!” เซียนดาบเหมิงพูดอย่างมุ่งมั่น “ฉันรู้สึกว่าตัวเองจะต้องเสียใจไปชั่วชีวิตหากอย่างน้อยไม่ได้พบเขาสักครั้ง!”

นี่คือเบาะแสที่ดีที่สุดที่เธอได้พบเกี่ยวกับลูกชายของเธอตลอด 20 ปีที่ผ่านมา ถึงผู้อาวุโสที่ 1 กับคนอื่นๆ จะพบหลักฐานที่ตรงกันข้าม แต่เธอก็ยังไม่เต็มใจจะยอมรับมันจนกว่าจะได้เห็นกับตาตัวเองเสียก่อน

ปรมาจารย์หยางพยักหน้า เข้าใจความรู้สึกของเซียนดาบเหมิงดี “เรื่องนั้นไม่มีปัญหา ผมไม่คิดว่าหูอี้เหว่ยจะเข้าใจผิด เจ้าหนุ่มคนนั้นใช้แซ่จาง และยังมาจากดินแดนโบร่ำโบราณด้วย ทุกอย่างดูจะเป็นจิ๊กซอว์ที่ต่อเข้ากันได้อย่างดี เป็นเรื่องยากที่คุณจะยอมรับเว้นเสียแต่จะเห็นด้วยตาตัวเอง”

“ปรมาจารย์หยาง เป็นไปได้ไหมที่คุณจะรู้ว่าเขาทะลุมิติไปที่ไหน?” เซียนดาบชิงถามขึ้น

“ถ้าผู้อาวุโสที่ 1 พูดถูกเรื่องตราสัญลักษณ์ ผมเชื่อว่าผมรู้ว่าเขาทะลุมิติไปที่ไหน” ปรมาจารย์หยางพยักหน้า “ถ้าผมเดาไม่ผิด เขาน่าจะกลับไปที่ปูชนียสถานนักปราชญ์!”

“ปูชนียสถานนักปราชญ์?” เซียนดาบชิงอ้าปากค้าง

ตัวเขากับภรรยารีบร้อนเดินทางไปปูชนียสถานนักปราชญ์หลังจากได้ข่าวจากหูอี้เหว่ย แต่ไปได้เพียงครึ่งทาง ก็ได้ยินว่าจางเซวียนอยู่ในตระกูลจางของพวกเขา จึงรีบกลับมา มาตอนนี้ ปรมาจารย์หยางก็มาบอกพวกเขาอีกว่าจะต้องกลับไปที่ปูชนียสถานนักปราชญ์!

ทำไมถึงโชคร้ายอย่างนี้ ต้องคลาดกันครั้งแล้วครั้งเล่า?

“ถ้าผมจำไม่ผิด ตระกูลจางไม่มีค่ายกลทะลุมิติที่จะนำไปสู่ปูชนียสถานนักปราชญ์หรือสถานที่อื่นที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ผมจะทะลุมิติไปยังสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ก่อน และทะลุมิติไปปูชนียสถานนักปราชญ์จากที่นั่น การเดินทางคงจะใช้เวลาเพียงวันเดียว ทุ่นเวลาไปได้มาก” ปรมาจารย์หยางพูด

สภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่มีค่ายกลทะลุมิติที่ไปได้ทั่วทั้งทวีปแห่งปรมาจารย์ ซึ่งปูชนียสถานนักปราชญ์ก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่อยู่ในสังกัด การเดินทางไปจากที่นั่นจึงย่อมรวดเร็วกว่า

เมื่อพิจารณาถึงความสำคัญของเรื่องนี้ ก็น่าจะดีที่สุดหากเรื่องนี้คลี่คลายโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

“ได้สิ ปรมาจารย์หยาง พวกเราจะไปกับคุณ!” เซียนดาบชิงพยักหน้า

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version