ตอนที่ 1487 เราจะออกเดินทางแล้ว
นอกจากค่ายกลอารักขา ไพ่ไม้ตายอีกใบที่แข็งแกร่งที่สุดของปูชนียสถานนักปราชญ์ก็คือค่ายกลของนักปราชญ์ที่สร้างขึ้นโดยเหล่าผู้อาวุโส
ค่ายกลนี้ผนวกพละกำลังของเหล่าผู้อาวุโสเข้าด้วยกันเพื่อสร้างการโจมตีที่มีอานุภาพทำลายล้าง เป็นอาวุธที่น่าสะพรึงมาก
อย่าว่าแต่จางเซวียน ต่อให้อสูรระดับเซียนขั้น 9 ก็ไม่อาจรับมือกับค่ายกลของนักปราชญ์ได้
ฟึ่บ!
ยังไม่ทันที่เฉิงเล่อเหยาจะพูดจบ ตาข่ายที่อยู่กลางอากาศก็ก่อตัวสำเร็จ ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมดเอาไว้
ฮื่ออออ!
รู้สึกได้ถึงอันตรายจากตาข่ายที่เพิ่งถูกสร้างขึ้น อสูรเพลิงนรกคำรามอย่างดุร้าย มันพุ่งเข้าใส่ตาข่าย ตั้งใจจะฉีกกระชากก่อนที่มันจะก่อตัวเป็นรูปร่างชัดเจน
ตาข่ายที่ครอบคลุมท้องฟ้าทั้งหมดอยู่นั้นเป็นเครือข่ายของพลังปราณที่มีขนาดใหญ่ มันรวมตัวกันอยู่ได้ภายใต้การควบคุมของปรมาจารย์จาน และก่อเกิดเป็นพลังงานที่พุ่งเข้าใส่อสูรเพลิงนรก
บึ้มมมม!
ราวกับเรือลำน้อยที่ฝ่ามหาสมุทรอันคลุ้มคลั่ง อสูรเพลิงนรกปั่นป่วนไปกับพละกำลังมหาศาลนั้น แรงปะทะทำให้มันร่วงลงมากองกับพื้น เกิดฝุ่นตลบล้อมรอบตัวมัน
ฮื่ออออ!
มันคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวขณะพยายามดิ้นรนต่อสู้กับพละกำลังที่เล่นงานมันอยู่ แต่ก็ไม่อาจเป็นอิสระได้
ถึงผู้อาวุโสส่วนใหญ่จะยังไม่ได้สำเร็จวรยุทธระดับเซียนขั้น 9 แต่เมื่อผนวกพละกำลังเข้าด้วยกันและรวมกับพลังงานพิเศษของปูชนียสถานนักปราชญ์ ก็ก่อเกิดเป็นพละกำลังที่แม้แต่อสูรเพลิงนรกที่มีวรยุทธระดับเซียนขั้น 9 สูงสุดก็ยังรับมือไม่ไหว
แรงปะทะหนักหน่วงนั้นหยุดลงเมื่อเกิดหลุมขนาดใหญ่บนพื้นดิน อสูรเพลิงนรกกระอักเลือดสีทองออกมาขณะพยายามกระเสือกกระสนลุกขึ้นยืน แต่ก็พบว่าตัวเองบาดเจ็บเกินกว่าจะยืนไหว
“ฮึ่มมมม!” เมื่อเห็นว่าพวกเขาเล่นงานอสูรเพลิงนรกได้ ปรมาจารย์จานหันไปอีกทางหนึ่งและเตรียมค่ายกลเพื่อจะโจมตีอีกครั้ง
ฟึ่บ!
กระแสพลังงานก่อตัวขึ้นอีกครั้งหนึ่ง มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่จางเซวียนยืนอยู่
พละกำลังในการโจมตีครั้งนี้แข็งแกร่งกว่าตอนเล่นงานอสูรเพลิงนรกมาก หากปะทะกับจางเซวียนอย่างจังล่ะก็ เขาต้องตายแน่
“นายท่าน!”
อสูรมังกรบาดาลรีบพุ่งเข้ามา แต่ก็ช้าเกินไป ยังไม่ทันที่จะถึงตัวเจ้านายของมัน กระแสพลังงานซึ่งเป็นคลื่นสีขาวก็ครอบคลุมร่างของชายหนุ่มเอาไว้ทั้งหมด
“จางเซวียน…” เฉิงเล่อเหยาที่อยู่ไม่ห่างออกไปมองภาพนั้นด้วยอาการตกตะลึง เธอแข้งขาอ่อนจนลงไปกองอยู่กับพื้น ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไม่ได้
จากจุดที่เธอยืนอยู่ เธอรู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานที่เข้าโจมตี มันเป็นพละกำลังที่แม้แต่ท่านอาจารย์ของเธอซึ่งเป็นถึงนักรบระดับเซียนขั้น 8 สูงสุดก็ยังรับมือไม่ไหว
“เขาไม่หลบเลยหรือ?” ปรมาจารย์จานที่อยู่กลางอากาศถึงกับตัวแข็งด้วยความประหลาดใจ
แม้การโจมตีจากค่ายกลของนักปราชญ์จะทรงพลังมาก แต่ก็ต้องใช้เวลาในการสะสมพลังงาน เขาคิดว่าจางเซวียนคงจะหนีไปก่อนที่การโจมตีจะถึงตัว ซึ่งเขาก็ได้เตรียมคลื่นความสั่นสะเทือนเพื่อสกัดกั้นชายหนุ่มเอาไว้แล้ว
แต่ใครจะไปคิดว่าอีกฝ่ายจะยืนรากงอกอยู่กับที่ ปล่อยให้กระแสพลังงานเล่นงานตัวเองอย่างจังแบบนั้น!
“ดี, ก็สมควรแล้วล่ะ ด้วยการกระทำอันชั่วร้ายของเขา ทั้งทำลายค่ายกลรักขาและทำลายหอหัวหน้าปูชนียสถาน ต่อให้ปรมาจารย์หยางก็ออกรับแทนเขาไม่ได้!” ผู้อาวุโสเก่อคำรามขณะชำเลืองมองปรมาจารย์จาน
เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายยังคงกังวลใจเรื่องนี้ เพราะถึงอย่างไรจางเซวียนก็เป็นศิษย์สายตรงของปรมาจารย์หยาง และเป็นเรื่องยากที่จะบอกได้ว่าบุคคลในตำนานผู้นั้นจะทำอย่างไรเมื่อรู้เรื่องนี้
แต่จะมาโทษพวกเขาก็ไม่ได้ มีนักเรียนมากมายที่อยู่ตรงนี้ซึ่งสามารถยืนยันได้ว่าสิ่งที่พวกเขาทำลงไปเป็นการป้องกันตัว กล้าทำตัวอาจหาญเพียงเพราะมีอสูรที่ทรงพลัง…ชายหนุ่มคนนั้นก็สมควรจะได้รับผลจากการกระทำของเขา!
“ผมไม่ได้กังวลเรื่องนั้นหรอก แค่เศร้าใจนิดหน่อยที่ต้องเห็นคนปราดเปรื่องอย่างเขาตายไปแบบนั้น…” ปรมาจารย์จานส่ายหน้า
ถึงปรมาจารย์หยางจะมีสถานภาพสูงส่งในทวีปแห่งปรมาจารย์ แต่เขาก็ยังเคารพกฎเกณฑ์ ด้วยสิ่งที่จางเซวียนได้ทำลงไป ไม่มีทางที่ปรมาจารย์หยางจะเข้าข้างศิษย์สายตรงของเขา!
แต่…ชายหนุ่มคนนั้นก็ปราดเปรื่องมาก ถือเป็นความสูญเสียของมวลมนุษยชาติที่จะต้องเสียคนแบบนั้นไป
“ด้วยนิสัยของหมอนั่น ความปราดเปรื่องของเขามีแต่จะสร้างความวอดวายให้กับมวลมนุษย์เสียมากกว่า!” ผู้อาวุโสเก่อคำราม
ปราดเปรื่องแล้วมีประโยชน์อะไร?
หากเขาเอาแต่ใช้ความสามารถตัวเองทำเรื่องชั่วร้าย ลงท้าย ความปราดเปรื่องของเขาก็จะทำลายมวลมนุษย์
ตลอดระยะเวลาแห่งประวัติศาสตร์ของทวีปแห่งปรมาจารย์ ปรากฏอยู่เสมอว่ามีอัจฉริยะผู้ปราดเปรื่องที่ต้องลงท้ายด้วยการหลุดพ้นไปจากเส้นทางที่ถูกต้อง เพราะการถูกบ่มเพาะอย่างผิดๆ
“ผมคิดว่าคุณพูดถูก…” ปรมาจารย์จานส่ายหน้า ตัดสินใจไม่คิดอะไรมากอีก “เคลียร์พื้นที่เถอะ เราต้องรายงานเรื่องนี้ไปยังสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่โดยเร็วที่สุด”
“ได้” ผู้อาวุโสเก่อตอบ
เขาก้มหน้าลงมองซากปรักหักพังที่อยู่ด้านล่าง ก็พอดีกับที่เห็นอะไรบางอย่างซึ่งทำให้ต้องหรี่ตาด้วยความตกใจ เขาเกือบสูญเสียการควบคุมตัวเองและร่วงลงไปกองกับพื้น
“เกิดอะไรขึ้น?” ปรมาจารย์จานขมวดคิ้ว
“ปรมาจารย์จาน…ดูนั่น!” เพราะไม่รู้จะอธิบายอย่างไร ผู้อาวุโสเก่อชี้ไปที่พื้นดินอย่างร้อนรน
ในหลุมขนาดใหญ่ที่เกิดจากกระแสพลังงานพุ่งเข้าใส่เมื่อครู่นี้ จางเซวียนยืนอยู่โดยไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ มีธงค่ายกลหลายสิบอันปักอยู่ตรงหน้าเขา ปล่อยแสงเรืองออกมาจากผิวหน้าของมัน พื้นที่รอบๆ หลุมนั้นสั่นสะท้านเล็กน้อย พลังงานอันอบอุ่นแผ่ซ่านออกมา
“นั่นมัน…ค่ายกลทะลุมิติ? เขาสร้างมันสำเร็จหรือ?”
ไม่มีทางผิดพลาดไปได้ ค่ายกลที่สร้างขึ้นโดยธงค่ายกลเหล่านั้นเป็นค่ายกลทะลุมิติจริงๆ และพื้นที่โดยรอบค่ายกลก็เสถียรด้วย ซึ่งหมายความว่าไม่มีความผิดพลาดในการสร้างแม้แต่น้อย!
การที่นักรบขั้นพื้นที่ลวงตาจะไม่ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของค่ายกลของนักปราชญ์นั้นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถึงกับสร้างค่ายกลทะลุมิติจนสำเร็จได้ด้วยในระหว่างนั้น…
เอาจริงๆ สิ?
“อสูรเพลิงนรก อสูรมังกรบาดาล เฉิงเล่อเหยา มานี่ เราจะออกเดินทางแล้ว!”
ชายหนุ่มที่อยู่ในหลุมหัวเราะหึๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า “ปรมาจารย์จานกับเหล่าผู้อาวุโสของปูชนียสถานนักปราชญ์ ผมต้องขอขอบคุณพวกคุณทุกคนสำหรับพลังงานนี้ ไม่อย่างนั้น คงมีแต่พระเจ้าเท่านั้นที่จะรู้ว่าผมต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะสร้างค่ายกลนี้สำเร็จ…เอาล่ะ ผมยังมีเรื่องที่จะต้องทำ ต้องขอตัวก่อน พบกันครั้งหน้านะ!”
หลังจากพูดจบ จางเซวียนก็โบกมือและเก็บอสูรระดับเซียนทั้ง 2 ตัวเข้าสู่รังนางพญามด พร้อมกันนั้นก็คว้าตัวเฉิงเล่อเหยาและใช้กระแสพลังปราณห่อหุ้มร่างของเธอไว้ ก่อนจะเปิดใช้งานค่ายกลทะลุมิติ เกิดแสงเจิดจ้าล้อมรอบร่างของทั้งคู่ แล้วพวกเขาก็หายวับไปจากจุดนั้นในชั่วพริบตา
“อย่าปล่อยให้เขารอดไปได้นะ!” เพราะมัวแต่อึ้งตะลึงกับภาพตรงหน้า ปรมาจารย์จานใช้เวลาครู่หนึ่งกว่าจะคิดได้อีกครั้ง เขาตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยวขณะที่พุ่งเข้าใส่ค่ายกลทะลุมิติ ตั้งใจจะเข้าไปในนั้นเพื่อตามล่าจางเซวียน
แต่เพียงแค่เข้าใกล้ เขาก็รู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานที่ไหลเวียนอย่างรวดเร็วอยู่ในค่ายกลนั้น เหมือนกับเขื่อนที่มีน้ำล้นซึ่งพร้อมจะพังทลายได้ทุกขณะ ตามมาด้วย…
บึ้มมมม!
พริบตาต่อมา ค่ายกลก็พังทลาย ธงค่ายกลหลายสิบอันกระเด็นขึ้นจากพื้นดินและกระจายไปโดยรอบ ทำให้ค่ายกลทะลุมิติหายวับไป ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนดูเหมือนว่าไม่เคยมีค่ายกลอยู่ตรงนั้นมาก่อน
“เขาสร้างกลไกทำลายตัวเองของค่ายกลทะลุมิติไว้ด้วยหรือ?”
ปรมาจารย์จานรู้สึกเหมือนจะเสียสติ
เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลที่มีทักษะพอตัว ไม่อย่างนั้นคงไม่มีธงค่ายกลเกรด 9 อยู่ในครอบครอง
ชายหนุ่มสามารถสร้างค่ายกลทะลุมิติได้ขณะกำลังถูกโจมตี และถึงกับติดตั้งกลไกทำลายตัวเองไว้ด้วย มันออกจะมากเกินไปไหมในช่วงระยะเวลาอันสั้นแค่นั้น?
เมื่อค่ายกลทะลุมิติทำลายตัวเองไปแล้ว ก็ไม่มีทางที่จะแกะรอยได้ว่าพวกเขาทะลุมิติไปที่ไหน ส่วนเรื่องการตามล่านั้นก็ไม่ต้องพูดถึง
พวกเขาพ่ายแพ้อย่างยับเยินให้กับชายหนุ่ม
นัยน์ตาของปรมาจารย์จานเย็นเยียบเมื่อชำเลืองมองซากปรักหักพังที่อยู่รอบตัวเขา
“การที่หมอนั่นหนีไปได้จะก่อให้เกิดหายนะต่อมวลมนุษย์ เหล่าผู้อาวุโสและนักเรียนของปูชนียสถานนักปราชญ์ ฟังคำสั่งของผม! นับจากวันนี้ไป ถ้าใครพบตัวจางเซวียน รายงานให้ผมรับรู้ทันที อย่าช้า! หรือถ้ามีโอกาส ก็เล่นงานเขาเลย ไม่ต้องลังเล!”
