Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1524


ตอนที่ 1524 สร้างทางเดินพลังปราณขึ้นใหม่ (1)

“การสร้างทางเดินพลังปราณขึ้นใหม่เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนมาก เกี่ยวข้องกับการอวตารโดยใช้เลือดของนักปราชญ์โบราณ ผมต้องศึกษาตำราเก่าแก่มากมายกว่าจะหาวิธีที่เหมาะสมได้” ปรมาจารย์หยางพูด

“การอวตารโดยใช้เลือด?” จางเซวียนทวนคำ

รู้ดีว่าจางเซวียนสงสัย ปรมาจารย์หยางอธิบาย “หลังจากฝ่าด่านวรยุทธไปถึงขั้นนักปราชญ์โบราณแล้ว ผู้นั้นจะมีความสามารถในการอวตารโดยใช้เลือด หรือพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือหากนักรบได้รับเลือดเพียงหยดเดียว ก็สามารถฟื้นคืนจากความตายได้”

“เอ่อ…” จางเซวียนถึงกับประหลาดใจ

ไอ้โหดก็สำเร็จขั้นการอวตารโดยใช้เลือดเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ มันจึงฟื้นคืนชีพได้แม้ร่างกายจะถูกแยกออกเป็นชิ้นส่วนนับไม่ถ้วน

แต่เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก็คืออายุขัยของมนุษย์กับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นนั้นมีพื้นฐานที่แตกต่างกัน เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นเกิดมาพร้อมกับอายุขัยยืนยาว ดังนั้น แม้จะเป็นนักรบระดับนักปราชญ์โบราณ ก็ยังมีอายุขัยที่เทียบชั้นกับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นที่เป็นนักปราชญ์โบราณไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ ต่อให้พบร่องรอยของนักรบที่เป็นนักปราชญ์โบราณ ก็ไม่มีทางที่จะทำให้พวกเขาฟื้นคืนชีพได้อีก

แต่หากนักปราชญ์โบราณฟื้นคืนชีพได้ด้วยเลือดเพียงหยดเดียว ก็แน่นอนว่าการสร้างทางเดินพลังปราณขึ้นใหม่ย่อมเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับพวกเขา!

“ทางเดินพลังปราณของจ้าวหย่า, ลูกศิษย์ผมคนนี้น่ะเสียหายอย่างสิ้นเชิง ผมอยากสร้างทางเดินพลังปราณให้เธอใหม่เพื่อที่เธอจะได้ฝึกฝนวรยุทธต่อไป คุณพอมีวิธีไหนที่จะเป็นไปได้หรือเปล่า?” จางเซวียนถาม

“ทางเดินพลังปราณของเธอถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงหรือ?” ปรมาจารย์หยางประหลาดใจ เขารีบหันไปมองจ้าวหย่า ไม่คิดว่าสาวน้อยหน้าตาสดใสคนนี้จะอาการสาหัสขนาดนั้น เพียงครู่เดียวเขาก็พยักหน้าอย่างเคร่งขรึมและพูดว่า “ทางเดินพลังปราณของเธอถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงจริงๆ ผมเกรงว่าคงยากมากที่เธอจะฟื้นตัวจนกลับคืนสู่สภาพเดิม”

“ยากมาก?” จางเซวียนขมวดคิ้ว

“ใช่ คนที่ผมเคยช่วยสร้างทางเดินพลังปราณให้เขานั้นประสบกับภาวะการฉีกขาดของทางเดินพลังปราณเนื่องจากมีอายุมาก ดังนั้น ทั้งหมดที่ผมทำในตอนนั้นก็คือเชื่อมต่อมันเข้าด้วยกัน แต่สำหรับจ้าวหย่า ทางเดินพลังปราณของเธอถูกทำลายอย่างสิ้นเชิง ไม่หลงเหลือร่องรอยไว้เลย นั่นหมายความว่าคุณจะต้องสร้างทางเดินพลังปราณให้เธอใหม่ตั้งแต่ต้น ซึ่งผมเกรงว่าเธอจะรับแรงกดดันระหว่างกระบวนการสร้างทางเดินพลังปราณไม่ไหว เนื่องจากร่างกายที่อ่อนแออยู่ในตอนนี้” ปรมาจารย์หยางส่ายหน้า “ถ้าเราใช้วิธีของผมกับเธอ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จน่ะมีน้อยมาก”

“แล้วคุณใช้วิธีไหนในการสร้างทางเดินพลังปราณขึ้นใหม่?” จางเซวียนตั้งคำถาม “ผมอยากรู้ เผื่อจะมีวิธีการอื่นที่เป็นทางเลือกซึ่งอาจเหมาะสมกับเธอมากกว่า”

ถึงหยางชวนจะรู้สึกว่าโอกาสประสบความสำเร็จมีน้อย แต่สำหรับจางเซวียน มันอาจไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป เพราะด้วยหอสมุดเทียบฟ้า เขาสามารถแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆ ในกระบวนการสร้างทางเดินพลังปราณของอีกฝ่าย รวมทั้งหาวิธีที่เหมาะสมและถูกต้องที่สุดสำหรับจ้าวหย่าได้ด้วย ซึ่งนั่นจะเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จขึ้นได้อีกมาก

“ทฤษฎีการสร้างทางเดินพลังปราณขึ้นใหม่ของผมนั้นเป็นเทคนิคที่เรียบง่าย ผมสกัดทางเดินพลังปราณจากอสูรระดับเซียนขั้นสูงและใช้เทคนิคเฉพาะเพื่อเชื่อมต่อมันเข้ากับทางเดินพลังปราณของผู้ป่วย เพราะทางเดินพลังปราณของอสูรระดับเซียนส่วนใหญ่มีความยืดหยุ่นและเข้ากันได้กับมนุษย์ ถึงจะไม่ง่ายนัก แต่ก็ยังพอจะทำได้” ปรมาจารย์หยางพูด

“คุณใช้ทางเดินพลังปราณของอสูรระดับเซียนขั้นสูงหรือ?” จางเซวียนขมวดคิ้ว

คิดไปคิดมา ก็คล้ายกับการปลูกถ่ายอวัยวะในชีวิตเก่าของเขา

“อสูรระดับเซียนนั้นมีสภาวะที่แตกต่างกันไป ทางเดินพลังปราณของพวกมันจึงแตกต่างกันด้วย” จางเซวียนครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากถาม “ไม่ใช่ว่าจะใช้ทางเดินพลังปราณของอสูรระดับเซียนตัวไหนก็ได้ใช่ไหม?”

ในเมื่อร่างกายมีโอกาสที่จะปฏิเสธอวัยวะที่ถูกปลูกถ่ายเข้าไป ปัญหาเดียวกันก็อาจเกิดขึ้นกับการปลูกถ่ายทางเดินพลังปราณได้เช่นกัน

“ใช่แล้ว อสูรระดับเซียนที่ถูกเลือกมาจะต้องมีสภาวะที่เหมือนกันกับคนไข้ ลูกศิษย์ของคุณมีสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ แต่อสูรระดับเซียนที่มีสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์นั้นก็แทบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว นั่นคือเหตุผลที่ผมพูดว่าโอกาสเป็นไปได้นั้นยากเต็มที” ปรมาจารย์หยางส่ายหน้า

“เอ่อ…” จางเซวียนเงียบไป

มนุษย์ที่มีสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์นั้นยังแทบจะหาไม่ได้ นับประสาอะไรกับอสูรระดับเซียน นี่เป็นสถานการณ์ที่ชวนให้ลำบากใจจริงๆ

ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ จ้าวหย่าขัดขึ้นพร้อมกับยิ้มให้ “ท่านอาจารย์ ฉันไม่เป็นไร ถึงจะฟื้นฟูสภาวะเดิมไม่ได้ ฉันก็ยินดีที่จะใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดาตลอดไป!”

เธอได้เห็นแล้วว่าท่านอาจารย์พยายามแค่ไหน หากมันจะไม่ได้ผล บางทีก็อาจเป็นเพราะโชคชะตาเลือกเส้นทางแบบนี้ให้ จึงไม่จำเป็นที่จะต้องดิ้นรนให้เปล่าประโยชน์

“วางใจเถอะ ในเมื่อผมพูดแล้วว่าผมจะรักษาคุณ ผมก็ต้องทำจนสำเร็จให้ได้!” จางเซวียนพูดอย่างมั่นใจขณะโบกมือ ก่อนจะหันกลับไปหาปรมาจารย์หยาง “นอกเหนือจากวิธีนี้ ยังมีวิธีอื่นที่เป็นไปได้อีกไหม?”

“อืมมม…” ปรมาจารย์หยางหยุดคิด “มันไม่ง่ายที่จะหาอสูรระดับเซียนที่มีสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ แต่ทางเลือกก็คือ อาจเป็นไปได้ที่จะทดแทนทางเดินพลังปราณของเธอโดยใช้พืช”

“พืช?”

“ใช่แล้ว พืชนั้นปรับตัวกับสภาพแวดล้อมได้ดีกว่า โดยเฉพาะพืชที่มีคุณสมบัติเป็นกลาง ทำให้มันถูกหลอมขึ้นเป็นทางเดินพลังปราณได้ดี แต่โชคร้ายที่พืชส่วนใหญ่มีพละกำลังไม่มาก ซึ่งนั่นก็หมายความว่าโอกาสที่นักรบจะประสบความสำเร็จด้านวรยุทธในอนาคตก็ย่อมถูกจำกัดไปด้วย” ปรมาจารย์หยางอธิบาย

แม้แต่สมุนไพรโบราณที่มีอายุนับพันปีก็ยังเทียบชั้นไม่ได้กับอสูรระดับเซียน ถึงจะใช้พืชทดแทนทางเดินพลังปราณของนักรบได้ แต่นั่นก็เป็นเพียงวิธีแก้ไขขั้นพื้นฐาน จะใช้ก็ต่อเมื่อไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงๆ เท่านั้น นั่นก็เพราะขีดจำกัดของพืชจะทำให้นักรบมีขีดจำกัดในการพัฒนาวรยุทธไปด้วย เขาจะไม่อาจสำเร็จวรยุทธขั้นสูงได้

“คุณพูดถูก เว้นเสียแต่ว่าพืชนั้นอยู่ในระดับขั้นสูงมาก แต่ก็ไม่ง่ายที่จะหาพืชระดับนั้น…เอ๊ะ?” ขณะที่จางเซวียนกำลังจนปัญญา ความคิดหนึ่งก็แวบเข้ามา เขาตบหน้าผากอย่างนึกได้ “เถาวัลย์ของน้ำเต้าตงฉู่!”

เถาวัลย์ของน้ำเต้าตงฉู่เป็นของล้ำค่าที่สามารถซึมซับได้แม้แต่พลังงานอันเกรี้ยวกราดของการทดสอบสายฟ้า ยิ่งไปกว่านั้น มันยังควบคุมพลังของมิติได้ด้วย ดังนั้น ในแง่ของประสิทธิภาพ ก็ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่านักรบระดับเซียนขั้น 8 เลย แน่นอนว่ามันจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่ามากในการทดแทนทางเดินพลังปราณหากเทียบกับอสูรระดับเซียน

เพราะถึงอย่างไร แม้แต่อสูรระดับเซียนก็ยังไม่กล้าซึมซับพลังสายฟ้า!

ฟี่บ!

เมื่อคิดได้ จางเซวียนก็สะบัดข้อมือ แล้วเถาวัลย์ก็มาปรากฏในมือของเขา เขารีบยื่นให้ปรมาจารย์หยางดู “ศิษย์น้อง คุณช่วยดูหน่อยว่าสิ่งนี้ใช้การได้หรือไม่?”

“สิ่งนี้?” ปรมาจารย์หยางรีบหันมา เขาใช้เวลา 2-3 วินาทีก่อนจะหน้าถอดสีด้วยความตกตะลึง “พืชชนิดนี้คืออะไร?”

ปรมาจารย์หยางประหลาดใจที่ไม่รู้จักมัน แม้จะใช้ความสามารถในการหยั่งรู้ของตัวเองแล้วก็ตาม

“มันคือเถาวัลย์ของน้ำเต้าตงฉู่” จางเซวียนอธิบาย

“น้ำเต้าตงฉู่?” ปรมาจารย์หยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้า “ไม่ ไม่ใช่มันหรอก ผมเคยเห็นน้ำเต้าตงฉู่มาก่อน เถาวัลย์ของมันไม่ใช่แบบนี้ อันที่คุณมีน่ะได้รับการบ่มเพาะจากเส้นเลือดจิตวิญญาณมาอย่างน้อยหลายหมื่นปี และยิ่งกว่านั้น ดูเหมือนจะมีพลังของมิติและสายฟ้าด้วย…”

“คือ…” จางเซวียนกระพริบตาปริบๆ ก่อนอธิบาย “ความแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นน่ะเป็นเพราะเถาวัลย์นี้ได้ซึมซับพลังงานสายฟ้าเอาไว้เต็มเปี่ยม”

“ไม่ใช่อีกนั่นแหละ ถึงน้ำเต้าตงฉู่จะทรงพลังแค่ไหน มันก็จะหนีไปทันทีที่ต้องเผชิญหน้ากับสายฟ้า ยิ่งไปกว่านั้น นั่นเป็นการตอบโต้จากสวรรค์ ไม่มีทางที่มันจะซึมซับพลังงานสายฟ้าได้หรอก!” ปรมาจารย์หยางค้านคำพูดของจางเซวียน

“เรื่องนั้นน่ะ ช่างมันก่อนเถอะ ว่าแต่เถาวัลย์นี้ใช้ทดแทนทางเดินพลังปราณของลูกศิษย์ของผมได้หรือเปล่า?” จางเซวียนถาม

น้ำเต้าตงฉู่ที่เขาได้มานั้นเป็นสิ่งที่นักปราชญ์โบราณชิวอู๋ทิ้งไว้ มันพุ่งเข้าสู่จุดตันเถียนของเขาภายในเวลาไม่นานหลังจากที่ปรากฏตัว และปฏิเสธไม่ยอมออกไป ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ตาม

เมื่อมองในแง่นี้ ก็แสดงว่าต้องมีความแปลกประหลาดบางอย่างในตัวมัน แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่องนั้น จางเซวียนสนใจแค่ว่าเขาจะสามารถใช้เถาวัลย์นี้ทดแทนทางเดินพลังปราณของจ้าวหย่าและรักษาเธอได้หรือไม่

“ในเมื่อมันควบคุมพลังของมิติและสายฟ้าไว้ ก็แน่นอนว่าย่อมเป็นของล้ำค่าที่เหมาะสมจะใช้ทดแทนทางเดินพลังปราณ” ปรมาจารย์หยางตรวจสอบเถาวัลย์อย่างถี่ถ้วน เขาตาโตด้วยความตื่นเต้น “ถ้าทางเดินพลังปราณของจ้าวหย่าถูกทดแทนด้วยเถาวัลย์นี้ ระดับวรยุทธของเธอจะต้องพุ่งสูงขึ้นอีกมาก ในอนาคต เธออาจฝ่าด่านวรยุทธไปสู่ขั้นนักปราชญ์โบราณได้เลยทีเดียว”

เถาวัลย์ที่อยู่ตรงหน้าเขามีทั้งพลังงานและคุณสมบัติอันน่าทึ่ง ถึงขนาดที่เขาไม่อาจมองทะลุมันได้โดยง่าย ถ้ามันถูกใช้ในการสร้างทางเดินพลังปราณของจ้าวหย่าขึ้นใหม่ แน่นอนว่าเธอจะสามารถขับเคลื่อนพลังปราณได้ง่ายและมีประสิทธิภาพกว่าเดิม อีกทั้งปริมาณพลังปราณของเธอก็จะเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่ไม่น่าเชื่อ

“เยี่ยมเลย…” เมื่อได้รู้ว่ามีทางเลือกที่เป็นไปได้ในการสร้างทางเดินพลังปราณขึ้นใหม่ให้จ้าวหย่า ทั้งยังเป็นประโยชน์ต่อวรยุทธของเธอด้วย จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version