Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1526


ตอนที่ 1526 ข่าวเรื่องซุนฉาง

ขณะที่เถาวัลย์ค่อยๆ ดำดิ่งไปตามร่างกายของจ้าวหย่า รูปลักษณ์ของเธอก็เริ่มเปลี่ยนไป มันดูหมดจดและโปร่งแสงราวกับเทพธิดาผู้เป็นอมตะ

“ช่างเป็นเทคนิคการสร้างทางเดินพลังปราณที่พิเศษอะไรอย่างนี้…”

จางเซวียนเห็นเทคนิคการสร้างทางเดินพลังปราณที่ปรมาจารย์หยางแนะนำให้แล้ว แม้ทั้งสองเทคนิคจะทำให้คนไข้ได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัส แต่เทคนิคของปรมาจารย์หยางก็ยังด้อยกว่าในแง่ที่ว่าคนไข้จะต้องพักฟื้นระยะหนึ่งกว่าที่จะกลับมามีพละกำลังดังเดิม ในขณะที่เทคนิคการสร้างทางเดินพลังปราณของจางเซวียนสามารถนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่ร่างกายของคนไข้ได้ทันทีระหว่างที่กระบวนการกำลังดำเนินการอยู่

ด้วยเหตุนี้ จึงชัดเจนว่าเทคนิคการสร้างทางเดินพลังปราณของใครที่เหนือชั้นกว่า

“แต่ความเร็วในการสร้างทางเดินพลังปราณก็ยังช้าอยู่ ดูเหมือนเราจะต้องใช้เวลาราว 1 วันหรือประมาณนั้น…” จางเซวียนตั้งข้อสังเกต “ช้าเกินไปจริงๆ !”

ตั้งแต่จางเซวียนเริ่มต้นฝึกฝนวรยุทธ มีน้อยครั้งที่เขาจะใช้เวลาเกิน 2 ชั่วโมงในการยกระดับวรยุทธแต่ละขั้น แต่การสร้างทางเดินพลังปราณครั้งนี้ต้องใช้เวลาถึง 1 วันเต็มๆ ทำให้เขาออกจะไม่ค่อยชอบใจนัก

แต่ถึงอย่างไร จ้าวหย่าก็เป็นศิษย์สายตรงของเขา ต่อให้ต้องใช้เวลานานขนาดไหนเขาก็ยินดี เพื่อให้แน่ใจในความปลอดภัยของเธอ

“ช้า?” ได้ยินจางเซวียนพึมพำ ปรมาจารย์หยางเลิกคิ้ว “ในครั้งนั้น เพียงเพื่อซ่อมแซมทางเดินพลังปราณเส้นเดียว ผมใช้เวลาถึง 3 ปีเต็ม…คุณใช้เวลาเพียง 1 วันในการสร้างเครือข่ายทางเดินพลังปราณขึ้นใหม่ทั้งหมด แล้วยังเรียกสิ่งนี้ว่าช้าอย่างนั้นหรือ?”

ดูเหมือนศิษย์พี่ของเขาจะไม่รู้เลยว่าการสร้างทางเดินพลังปราณขึ้นใหม่นั้นยากเย็นแค่ไหน แม้ด้วยพละกำลังระดับเขา ก็ยังต้องใช้เวลาถึง 3 ปีเต็มในการซ่อมแซมทางเดินพลังปราณเพียงเส้นเดียว แต่ศิษย์พี่กลับบ่นที่ต้องใช้เวลาเพียงแค่ 1 วัน!

“3 ปี?” จางเซวียนถึงกับพูดไม่ออก

ถ้าเขาต้องใช้เวลาถึง 3 ปีเพียงเพื่อซ่อมแซมทางเดินพลังปราณเส้นเดียว เขาคงไม่ทำแน่ คงจะหาหนทางอื่นที่ดีกว่าเพื่อมาฟื้นฟูพละกำลังให้จ้าวหย่า

ไม่ช้า ครึ่งวันก็ผ่านไป

เพราะจดจ่ออยู่กับกระบวนการสร้างทางเดินพลังปราณขึ้นใหม่ซึ่งต้องใช้ความแม่นยำสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ไม่ช้าจางเซวียนก็รู้สึกเหนื่อยอ่อน

แต่โชคดีที่กระบวนการของจ้าวหย่าเดินหน้าไปได้ด้วยดี ยิ่งทางเดินพลังปราณของเธอได้รับการซ่อมแซมมากขึ้นเท่าไหร่ รังสีของเธอก็แข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น ในเวลาเดียวกัน รูปลักษณ์หน้าตาของเธอก็เปลี่ยนไปมาก หากในอดีตเธอเป็นเพียงดอกอ่อนที่พร้อมจะผลิบาน ในตอนนี้ กลีบดอกของเธอก็เริ่มเผยอ พร้อมที่จะเบ่งบานกลายเป็นดอกไม้อันงดงามแล้ว

จางเซวียนถอนหายใจเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับลูกศิษย์ของเขา “ดูเหมือนสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ของเธอจะถูกปลุกขึ้นได้อย่างสมบูรณ์แบบทันทีที่ทางเดินพลังปราณถูกสร้างขึ้นใหม่หมด!”

เดิมที จางเซวียนออกจะกังวลเล็กน้อยว่าจะปลุกสภาวะพิเศษของเธอได้อย่างไรหลังจากสร้างทางเดินพลังปราณขึ้นใหม่แล้ว แต่เท่าที่เห็น ดูเหมือนเรื่องนั้นจะไม่ใช่ปัญหาที่ต้องกังวลอีกต่อไป

เพียงแค่ใช้เถาวัลย์ของน้ำเต้าตงฉู่แทนทางเดินพลังปราณของเธอ ก็ดูจะเพียงพอสำหรับการปลุกสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์แล้ว หรือต่อให้สภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ไม่ได้รับการปลุกขึ้นอย่างสมบูรณ์หลังจากเสร็จสิ้นกระบวนการ ก็คงจะไม่ห่างจากภาวะที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบมากนัก

เมื่อมาถึงขั้นนี้ เธอก็ไม่จำเป็นต้องเก็บเกี่ยวพลังหยางจากชายหนุ่มพวกนั้นเพื่อปลุกสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ของตัวเองอีกต่อไป

“น่าทึ่งมาก…” เมื่อเห็นตั้งแต่ต้นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ปรมาจารย์หยางนัยน์ตาโตด้วยความตื่นเต้น

ด้วยความสามารถในการหยั่งรู้ของปรมาจารย์หยาง แน่นอนว่าเขารู้ดีว่าเทคนิคการสร้างทางเดินพลังปราณขึ้นใหม่ที่จางเซวียนใช้นั้นเหนือชั้นกว่าของเขามาก ขนาดเห็นกับตา ก็ยังมีหลายจุดที่เขาไม่อาจทำความเข้าใจได้อย่างชัดเจน เขาต้องครุ่นคิดอยู่นานกว่าจะทำความเข้าใจประเด็นเหล่านั้นได้

สำหรับใครคนหนึ่งที่เพิ่งเรียนรู้เรื่องการสร้างทางเดินพลังปราณ แต่สามารถทำสิ่งที่อัศจรรย์ได้ขนาดนี้…

“เอ๊ะ?”

ในตอนนั้นเอง ปรมาจารย์หยางถูกฉุดออกจากความคิดคำนึง เขานำตราหยกออกมาและก้มลงอ่านรายละเอียดบนตราหยกนั้น รอยย่นค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของเขาทีละน้อย

“มีอะไร?” เห็นปรมาจารย์หยางมีสีหน้าเปลี่ยนไป จางเซวียนชำเลืองมองขณะดำเนินกระบวนการสร้างทางเดินพลังปราณต่อ

ตราบใดที่ไม่มีการขัดจังหวะกระบวนการสร้างทางเดินพลังปราณอย่างกะทันหัน เขาก็สามารถเหลียวมองไปรอบๆ และพูดได้โดยไม่ส่งผลกระทบกับจ้าวหย่า

“ศิษย์พี่ เป็นเรื่องเกี่ยวกับพ่อบ้านของคุณ” ปรมาจารย์หยางตอบด้วยสีหน้าที่ลำบากใจ

“พ่อบ้านของผม? คุณหมายถึงซุนฉาง? เกิดอะไรขึ้นกับเขา?” จางเซวียนขมวดคิ้ว

ตอนนั้นเขารีบร้อนออกจากปูชนียสถานนักปราชญ์ จึงไม่มีเวลาสั่งเสียซุนฉาง แต่ตราบใดที่อีกฝ่ายไม่ออกจากปูชนียสถาน ก็น่าจะปลอดภัย

ปรมาจารย์หยางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดเผยรายละเอียดที่ปรากฏบนตราหยก “ตอนที่ผมเดินทางมาหาคุณ ผมได้สั่งคนให้นำตัวซุนฉางไปที่สภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ เพราะดูเหมือนปรมาจารย์จานกับผู้อาวุโสคนอื่นๆ ของปูชนียสถานนักปราชญ์จะมีเจตนาร้ายกับเขา ผมคิดว่าหากปล่อยเขาไว้ที่นั่นคงจะไม่ปลอดภัย แต่นี่…ผมเพิ่งได้รับข่าวที่แจ้งว่าเขาซึมเศร้าเหงาหงอยไปมากหลังจากได้รู้ความจริง ทำให้เกิดความผิดพลาดในการฝึกฝนวรยุทธ และตอนนี้เขากำลังจะตาย…”

“เป็นไปไม่ได้!” จางเซวียนหรี่ตา “เทคนิควรยุทธที่เขาฝึกฝนอยู่นั้นได้มาจากผม แถมเขายังเป็นจอมขี้เกียจเรื่องการฝึกฝนวรยุทธด้วย จะเกิดความผิดพลาดในการฝึกฝนวรยุทธได้อย่างไร?”

วรยุทธของซุนฉางมีต้นกำเนิดมาจากเขา ถึงจะเทียบชั้นกับเคล็ดวิชาเทียบฟ้าไม่ได้ แต่ก็เหนือกว่าเทคนิควรยุทธอื่นๆ ที่มีอยู่ในทวีปแห่งปรมาจารย์ คือมีข้อบกพร่องน้อยมาก ขอแค่เขาฝึกฝนวรยุทธอย่างถูกต้อง ก็เป็นไปไม่ได้ที่วรยุทธจะถูกธาตุไฟเข้าแทรก การที่เขาเพียงแค่ซึมเศร้าเหงาหงอยจะทำให้เกิดความผิดปกติขึ้นได้อย่างไรกัน?”

“ผมเดาว่าคงมีใครบางคนพยายามจะล้วงความลับเกี่ยวกับเทคนิควรยุทธของคุณจากซุนฉาง พวกนั้นจึงจงใจให้คำชี้แนะเขาอย่างผิดๆ เพื่อทดสอบอะไรบางอย่าง ทำให้วรยุทธของเขาเกิดความผิดพลาด” ปรมาจารย์หยางอธิบายด้วยใบหน้าแดงก่ำ

เขารู้จักนิสัยของกลุ่มคนในสภาปรมาจารย์ดี พวกนั้นไม่น่าจะทำไปด้วยเจตนาร้าย เป็นไปได้ว่าคงเกิดความอยากรู้อยากเห็นในเทคนิควรยุทธของจางเซวียนมากกว่า

เพราะถึงอย่างไร ก็เป็นเรื่องน่าสงสัยสำหรับพ่อบ้านคนหนึ่งซึ่งมีความสามารถเพียงพื้นๆ แต่กลับพัฒนาระดับวรยุทธได้อย่างรวดเร็ว ไม่น่าแปลกที่คนเหล่านั้นจะอยากรู้อยากเห็นเทคนิควรยุทธของเขา

แต่ซุนฉางมีสภาพจิตใจที่ไม่มั่นคงอยู่แล้วจากการที่ความจริงถูกเปิดเผย จึงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะ เป๋ไปได้ง่ายเพราะการกระทำของเหล่าปรมาจารย์ในสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่

พูดได้ว่า แม้ซุนฉางจะอยู่ในสภาพแบบนั้น แต่ชีวิตของเขาก็ยังไม่น่าจะตกอยู่ในอันตราย ถึงเขาจะเป็นนักโทษ แต่เหล่าปรมาจารย์ในสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ก็คงจะยึดมั่นในหลักการมากพอที่จะไม่คร่าชีวิตของใครง่ายๆ

แต่ก็แน่นอนว่าไม่ควรจะปล่อยให้ซุนฉางมีสภาพแบบนั้น

“ผมพอเข้าใจ…” ได้ฟังการวิเคราะห์ของปรมาจารย์หยาง จางเซวียนพยักหน้า ความคิดแรกของเขาคืออยากรีบไปช่วยชีวิตซุนฉาง แต่ภารกิจเรื่องจ้าวหย่าก็ยังเต็มไม้เต็มมืออยู่ เขาจึงได้แต่ระงับความร้อนใจไว้แล้วหันไปร้องขอปรมาจารย์หยาง “ศิษย์น้อง คุณรู้ดีว่าผมมีภาระและยังผละไปตอนนี้ไม่ได้ ผมจึงอยากขอร้องคุณให้ช่วยผมด้วยการช่วยชีวิตซุนฉางและพาเขามาหาผมด้วย เขาติดตามผมมาตั้งแต่เรายังอยู่ที่อาณาจักรเทียนเซวียน ผมทนเห็นเรื่องร้ายๆ เกิดกับเขาไม่ได้!”

ตราบใดที่ปรมาจารย์หยางยังอยู่ข้างเขา ด้วยอิทธิพลและเกียรติยศของอีกฝ่าย ปรมาจารย์คนอื่นๆ คงไม่กล้าทำอะไรซุนฉาง

“ไม่มีปัญหา ในเมื่อผมเป็นคนส่งพ่อบ้านของคุณไปที่สำนักงานใหญ่ คุณก็วางใจผมได้ว่าผมจะรับประกันความปลอดภัยของเขา” ปรมาจารย์หยางพยักหน้า “แต่ศิษย์พี่ ตอนนี้คุณอยู่ระหว่างกระบวนการสร้างทางเดินพลังปราณและไม่อาจให้ใครเข้ามาขัดจังหวะได้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นตอนที่ผมไม่อยู่ล่ะ…”

การสร้างทางเดินพลังปราณขึ้นใหม่เป็นกระบวนการที่ละเอียดอ่อนมาก ไม่ควรจะมีใครเข้ามาขัดจังหวะจางเซวียนในระหว่างนี้ ปรมาจารย์หยสงนึกภาพไม่ออกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากเขาจากไปและเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นระหว่างนั้น

“ไม่เป็นไร ผมยังมั่นใจในความสามารถด้านการปลอมตัวของผม คุณแค่ช่วยผมคุยกับประธานสมาคมช่างตีเหล็กก็พอ ผมแน่ใจว่าคงไม่มีใครกล้าเข้ามาสร้างปัญหาที่นี่ เพราะฉะนั้นทางนี้คงไม่มีอะไร แต่เรื่องของซุนฉางจะรอช้าไม่ได้!” จางเซวียนพูด

ถึงที่สมาพันธ์นานาจักรวรรดิจะมีสภาปรมาจารย์อยู่ แต่ด้วยการปลอมตัวของเขา ก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่ใครๆ จะหาตัวเขาเจอ อีกอย่าง ถ้าปรมาจารย์หยางสั่งการกับประธานสมาคมช่างตีเหล็กเอาไว้ ในฐานะช่างตีเหล็กระดับ 9 ดาว ประธานสมาคมย่อมจัดการแขกที่ไม่ได้รับเชิญให้ออกไปพ้นทางได้

ถึงอย่างไร ต่อให้สภาปรมาจารย์ก็คงไม่กล้าบุกเข้ามาในสมาคมช่างตีเหล็กโดยไม่บอกไม่กล่าว

อีกอย่าง กระบวนการสร้างทางเดินพลังปราณของจ้าวหย่าก็จะเสร็จสิ้นในอีกราว 4 ชั่วโมงข้างหน้า แล้วพวกเขาก็จะออกจากที่นี่ไปได้ แน่นอนว่าไม่น่าจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้นขนาดนั้น

ปรมาจารย์หยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นก็ได้ ผมจะช่วยคุณปิดกั้นพื้นที่นี้ก่อน แล้วจะใช้ค่ายกลทะลุมิติจากศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งเดินทางไป คงจะกลับมาได้ในเวลาไม่ช้า”

เรื่องของซุนฉางนั้นด่วนกว่ามาก

ปรมาจารย์หยางสะบัดข้อมือ เขาปิดกั้นพื้นที่ที่จางเซวียนอยู่เอาไว้อย่างดี ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็ง

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version