Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1544


ตอนที่ 1544 ผู้บุกรุก

ครั้งที่แล้วที่เขาแตะมันปรมาจารย์ขงปรากฏตัวหากเขาแตะมันอีกครั้งคงไม่เกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นหรอกจริงไหม?

เมื่อคิดแบบนั้นจางเซวียนจึงแตะหยดเลือดอีกครั้งหนึ่ง

ฟึ่บ!

ทันทีที่นิ้วของเขาสัมผัสกับหยดเลือดพละกำลังมหาศาลก็พวยพุ่งเข้าสู่ร่างของเขาจากนั้นหยดเลือดที่เขาแตะก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

อะ-อ้าว…จางเซวียนหรี่ตาด้วยความประหลาดใจกับความเปลี่ยนแปลงในร่างกายของเขา

ร่างของเขาเปี่ยมด้วยพละกำลังเขารู้สึกราวกับว่าตัวเองจะควบคุมและทำลายโลกนี้ได้ดังใจ

นี่มันพละกำลังชนิดไหนกัน?จางเซวียนแทบไม่อยากเชื่อ

เขาเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 8 ขั้นต้นแต่หลังจากได้รับพลังจากหยดเลือดก็รู้สึกว่าตัวเองก้าวข้ามขีดจำกัดนั้นเข้าสู่ระดับใหม่ที่เกินกว่าจินตนาการ

ถึงจางเซวียนจะประเมินพละกำลังของตัวเองในตอนนั้นไม่ได้แต่ก็รู้สึกว่าเขาแข็งแกร่งพอที่จะทำลายมิติรอบตัวได้อย่างง่ายดาย

หรือว่าจะเป็นสิ่งที่เหรินชิงหยวนพูดไว้ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับระดับพละกำลังที่เอาชนะนักรบขั้นต่ำกว่านักปราชญ์โบราณลงไปได้ทั้งหมด?

เมื่อครู่ก่อนตอนที่เหรินชิงหยวนนำตราประทับสภาปรมาจารย์ออกมาครั้งแรกเขาพูดว่าผู้ที่ทำให้ตราประทับยอมจำนนได้จะมีพละกำลังที่เหนือชั้นกว่านักรบทุกคนที่มีวรยุทธต่ำกว่าขั้นนักปราชญ์โบราณเขายังคิดอยู่ว่าอีกฝ่ายพูดเกินเลยแต่ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นความจริง!

หยดเลือดในฝ่ามือของเขาดูเหมือนจะเป็นหยดเลือดที่ปรมาจารย์ขงถ่ายทอดไว้ในตราประทับสภาปรมาจารย์เมื่อแตะมันเขาก็สามารถเข้าถึงพลังที่อยู่ในหยดเลือดและมีพละกำลังที่เรียกได้ว่าอยู่ในระดับทำลายล้าง

แต่ถึงอย่างไร…พลังนี้ก็ไม่ใช่ของเราเพราะฉะนั้นมันย่อมมีเวลาจำกัดในการใช้จางเซวียนได้ข้อสรุปหลังจากครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่

ถึงพละกำลังนี้จะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่เหมือนกับการถ่ายทอดวรยุทธจะบอกว่ามันยกระดับวรยุทธของเขาก็ไม่ได้เรียกได้ว่าเป็นเพียงอำนาจที่เขาได้มาชั่วคราวมากกว่า

ในช่วงเวลาหนึ่งเขาจะมีพลังที่เหนือชั้นกว่าใครๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปพลังนั้นย่อมลดน้อยถอยลงและเมื่อมันเสื่อมสลายเขาก็จะกลายเป็นคนเดิมอย่างที่เคยเป็น

มีหยดเลือดอยู่ 3 หยด-นั่นแปลว่าเราสามารถใช้พลังนี้ได้ 3 ครั้ง…

เมื่อทำความเข้าใจมันแล้วในที่สุดจางเซวียนก็รู้ว่าปรมาจารย์ขงพยายามจะบอกอะไรก่อนที่เขาจะหายตัวไป

เป็นไปได้ว่าปรมาจารย์ขงกำลังจะอธิบายว่าตราประทับสภาปรมาจารย์ทำงานอย่างไรแต่คำถามที่เขาถามขึ้นอย่างปุบปับเกี่ยวกับเรื่องสภาวะครรภ์เป็นพิษแต่กำเนิดทำให้ปรมาจารย์ขงมีเวลาไม่พอจะพูดเรื่องนี้

ถึงใครคนหนึ่งจะทรงพลังสักแค่ไหนเมื่อทำให้ทำให้ตราประทับสภาปรมาจารย์ยอมจำนนได้แล้วก็จะมีโอกาส 3 ครั้งที่จะได้รับพละกำลังซึ่งเหนือชั้นกว่านักรบขั้นนักปราชญ์โบราณสมกับที่เป็นครูบาอาจารย์ของโลกจริงๆ !ของล้ำค่าที่เขาสร้างขึ้นจัดว่าแสนจะน่าทึ่ง

ไม่ว่าของล้ำค่าแต่ละชิ้นจะมีอานุภาพน่าทึ่งขนาดไหนก็ไม่มีอะไรที่ปลอดภัยไปกว่าพละกำลัง

เมื่อเขามีไม้ตายนี้อยู่ในครอบครองก็เป็นอันรับประกันความปลอดภัยของตัวเองได้!

เรามีความแข็งแกร่งระดับนี้แล้วทั้งตระกูลจางศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งและปูชนียสถานนักปราชญ์ย่อมทำอะไรเราไม่ได้อีก!จางเซวียนคิดพร้อมกับหัวเราะหึๆ

เขายังกังวลอยู่ว่าจะแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรแต่เมื่อได้ครอบครองความแข็งแกร่งระดับนี้แล้วก็ไม่มีอะไรต้องกลัว

ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดเขาก็แค่ต้องบีบบังคับให้คนเหล่านั้นยอมจำนนก็เท่านั้น!

แต่เราต้องแก้ปัญหาของจ้าวหย่าให้ได้ก่อน…

ถึงจางเซวียนจะตื่นเต้นแต่ก็รู้ดีว่าเรื่องสำคัญกว่าคือสาวน้อยที่ถูกพันตัวแน่นหนาอยู่ตรงหน้าเขา

เขายังคงแผ้วถางทางเดินพลังปราณให้จ้าวหย่าต่อไปแต่ระหว่างที่ทำอย่างนั้นก็รู้สึกได้ว่าด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้นทำให้เขาควบคุมพลังปราณได้แม่นยำกว่าเดิมการดำเนินการจึงเป็นไปโดยรวดเร็วขึ้นมาก

จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอกมันควรจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมงแต่เมื่อเราทำได้แบบนี้ก็คงจะสำเร็จภายใน 10 นาที

ขณะที่จางเซวียนกำลังเยียวยาจ้าวหย่าการดวลกลางอากาศก็เสร็จสิ้นใบหน้าของโหยวโร่วชิงดำเมี่ยมจากยาพิษร่างงอหงิกของเธอร่วงลงมากองกับพื้น

ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของศิลปะการใช้ยาพิษหรือพละกำลังเธอก็ไม่อาจเทียบชั้นกับเว่ยหรูเหยียนได้อันที่จริงถ้าไม่ใช่เพราะจางเซวียนสั่งการลูกศิษย์ของเขาไว้ว่าไม่ให้สังหารใครเธอคงตายไปแล้ว

เห็นศิษย์น้องเว่ยหรูเหยียนรับมือกับตัวการไปได้คนหนึ่งหวังหยิ่งหันไปพูดกับปรมาจารย์จาน “ถ้าฉันจำไม่ผิด…ปรมาจารย์จานคุณคือผู้สั่งการให้จับตัวและสังหารท่านอาจารย์ของฉันใช่ไหม?”

“ฉันเชื่อว่าคุณคงไม่ชอบใจแน่หากศิษย์น้องของฉันอย่างเจิ้งหยางกับเว่ยหรูเหยียนท้าทายคุณแต่คุณจะปฏิเสธการต่อสู้กับผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณอย่างฉันไม่ได้หรอก!”

“ผม…” ปรมาจารย์จานหน้าถอดสีด้วยความพรั่นพรึงเมื่อได้ยินคำนั้น

ในเมื่อเจิ้งหยางกับเว่ยหรูเหยียนมีความสามารถทัดเทียมกับเหรินชิงหยวนก็แน่นอนว่าเขาไม่อาจรับมือกับปีศาจ 2 ตนนั้นได้แต่ถึงอย่างนั้นสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเขาก็ไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน!เธอเป็นถึงประธานสมาคมผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณและคงจะโง่เง่าเต็มทีหากเขาจะประเมินวิถีทางที่เธอมีต่ำเกินไป

“ถ้าคุณไม่อยากดวลล่ะก็ยังพอมีทางออกนะกล่าวขอโทษท่านอาจารย์ของฉันและถอนคำสั่งของคุณเสีย!” หวังหยิ่งคำรามขณะสะบัดแขนเสื้อ

“กล่าวขอโทษ?ไม่มีทางหรอก!” ปรมาจารย์จานคำราม “ต่อให้ผมตายผมก็จะยืนหยัดต่อสู้กับทุกคนที่ทำลายศักดิ์ศรีของปูชนียสถานนักปราชญ์!”

“เข้าใจแล้วถ้าอย่างนั้นฉันจะทำให้คุณสมความปรารถนาเอง!” เห็นอีกฝ่ายตัดสินใจแน่วแน่หวังหยิ่งไม่อยากเสียเวลาพูดอะไรอีก

เธอเงื้อมือขึ้นแล้วอาคารสภาปรมาจารย์หลังหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ปรมาจารย์จาน

ฟิ้วววว!

เกิดพายุหมุนคำรามอยู่ใต้อาคารสภาปรมาจารย์หลังนั้นการที่บางอย่างซึ่งมีขนาดใหญ่อย่างอาคารสภาปรมาจารย์พุ่งเข้าใส่ใครสักคนนั้นทำให้เกิดภาพอันน่าทึ่ง

ปรมาจารย์จานยืนอยู่กับที่และรวบรวมพลังปราณเพื่อสร้างรอยประทับรูปฝ่ามือที่มีขนาดใหญ่ 8 เมตรเขาปล่อยพลังนั้นเข้าใส่อาคารสภาปรมาจารย์ที่กำลังพุ่งเข้ามา

บึ้มมมม!

พลังจากฝ่ามือนั้นระเบิดเข้าใส่และทำลายอาคารสภาปรมาจารย์ทำให้มันพังพินาศแต่ปรมาจารย์จานก็ถูกแรงปะทะบีบให้ล่าถอยไปเช่นกัน

“หยุดเดี๋ยวนี้!นั่นมันสภาปรมาจารย์แห่งสมาพันธ์นานาจักรวรรดิของเรานะ!” ปรมาจารย์ระดับ 8 ดาวคนหนึ่งตะโกนอย่างร้อนรน

ถ้าคุณอยากจะดวลกันล่ะก็ไปทำที่อื่น!ทำไมถึงมาใช้อาคารและทรัพย์สมบัติของเรา!

“ปรมาจารย์เหอตอนนี้ผมจะมัวใส่ใจไม่ได้หรอก” ปรมาจารย์จานตอบอย่างจนปัญญาขณะกระโจนเข้าใส่หวังหยิ่ง

สังหารทหารม้าด้วยการยิงม้าสังหารกองโจรด้วยการเล่นงานหัวหน้าโจร!

ถ้าสถานการณ์ยังคงดำเนินอย่างนี้ต่อไปไม่ช้าเขาก็คงต้องพ่ายแพ้ให้กับการโจมตีอย่างไม่ลดละของบรรดาอาคารเพื่อให้หลุดพ้นจากสภาวะคับขันนี้เขาจะต้องเล่นงานหวังหยิ่งก่อน!

“คุณคิดจริงๆ หรือว่าความแข็งแกร่งของฉันมาจากการร่ายมนต์เท่านั้น?” หวังหยิ่งคำรามขณะมองการโจมตีของปรมาจารย์จาน

หวังหยิ่งไม่เหมือนกับเจิ้งหยางและเว่ยหรูเหยียนเธอไม่ได้ผ่านการต่อสู้มามากมายหรือมีสภาวะพิเศษแต่ในฐานะประธานสมาคมผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณเธอได้รับพละกำลังจากเหล่าบรรพบุรุษไว้มาก

ตอนนี้เธอไม่ใช่สาวน้อยที่ไร้เดียงสาและไร้พลังอีกต่อไป

หวังหยิ่งเงื้อมือขึ้นแล้วปล่อยพลังฝ่ามือ

การเคลื่อนไหวของเธอไม่รวดเร็วนักแต่มีพละกำลังอันน่าสะพรึงในระหว่างการโจมตีนั้นปรมาจารย์จานรู้สึกได้ถึงความสั่นสะท้านไปถึงกระดูกสันหลังรู้ดีว่าคงรับมือไม่ไหวเขารีบกระโจนขึ้นสู่กลางอากาศ

แต่ระหว่างนั้นก็พบว่าพื้นที่โดยรอบดำมืดไปหมดปรมาจารย์จานเงยหน้าขึ้นเห็นหุ่นขนาดมหึมายืนตระหง่านอยู่เหนือเขามันกำลังเหวี่ยงหมัดเข้าใส่

“นั่นมันของล้ำค่าที่ทำหน้าที่อารักขาสมาคมผู้ผพลิกฟื้นจิตวิญญาณหุ่นองครักษ์สวรรค์!” เหรินชิงหยวนตะโกนก้อง

แต่โชคร้ายที่คำเตือนของเขามาถึงช้าไปไม่มีทางที่ปรมาจารย์จานจะหลบเลี่ยงหมัดอันใหญ่โตของหุ่นองครักษ์สวรรค์ได้หากมันปะทะเขาต่อให้เขาเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 9 ขั้นต้นก็คงได้รับบาดเจ็บสาหัสแบบที่จะต้องเจ็บหนักไปอย่างน้อยก็หลายเดือน

ในช่วงเวลาคับขันนั้นประกายคมปลาบก็วาบขึ้นกลางอากาศสะท้อนหมัดของหุ่นองครักษ์สวรรค์ตามมาด้วยเสียงทรงอำนาจ

“หยุดนะ!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version