Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1559


ตอนที่ 1559 โลกสะท้านดินสะเทือน

ในฐานะจักรวรรดิที่ได้รับการยกระดับขึ้นใหม่จักรวรรดิชวนหยวนไม่ได้โดดเด่นไปกว่าจักรวรรดิอื่นๆ มากนักแต่ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่จักรวรรดิที่ประสบความสำเร็จในการดึงดูดอัจฉริยะผู้ปราดเปรื่องจากทั่วโลกให้มาเยือนก่อเกิดเป็นการพัฒนาในระดับที่น่าทึ่ง

ในเวลาเพียงครึ่งปีจักรวรรดิชวนหยวนก็ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในจักรวรรดิขั้น 2 อันโดดเด่นเหนือชั้นกว่าสมาพันธ์นานาอาณาจักรเสียอีก

ตอนนี้จักรพรรดินีโม่หยู่นั่งอยู่บนบัลลังก์ของเธอกำลังจ้องมองฝูงชนที่อยู่ด้านล่างอย่างเคร่งเครียด

“ปกติพวกคุณแย่งกันออกความคิดเห็นไม่ใช่หรือ?ทำไมวันนี้ไม่มีใครพูดอะไรเลย?”

ข้าราชบริพารคนหนึ่งก้าวออกมาและตอบว่า “ฝ่าบาทสำหรับเรื่องนี้พวกเราไม่ควรทำอะไรหุนหันพลันแล่นหากเราช่วยปรมาจารย์จางนั่นก็จะเท่ากับต่อต้านสภาปรมาจารย์และอาจทำให้จักรวรรดิที่เพิ่งได้รับการยกระดับขึ้นใหม่ของเราตกต่ำกลับไปสู่การเป็นอาณาจักรดังเดิม!”

“ผมไม่เห็นด้วยกับมุมมองของอำมาตย์เฉินถ้าไม่ใช่เพราะปรมาจารย์จางอาณาจักรชวนหยวนของเราก็จะไม่มีวันได้รับการยกระดับขึ้นเป็นจักรวรรดิหากเรานิ่งเฉยขณะที่ผู้มีพระคุณของเราถูกคนอื่นใส่ร้ายป้ายสีใครๆ จะมองเราอย่างไร?” ข้าราชบริพารอีกคนพูดขณะก้าวออกมา

“ผมเห็นด้วยกับอำมาตย์หลี่ถ้าเป็นปรมาจารย์คนอื่นเราอาจทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นได้แต่นี่เรากำลังพูดถึงปรมาจารย์จางในครั้งนั้นเขาลงทุนลงแรงเหนื่อยยากเพื่อพัฒนาอาณาจักรชวนหยวนของเราให้กลายเป็นจักรวรรดิเราจะปล่อยให้เขาลำบากไม่ได้เมื่อเขากำลังต้องการความช่วยเหลือนั่นจะทำให้ผู้คนเกิดความไม่พอใจ!”

“ลำพังความแข็งแกร่งที่เรามีจะทำอะไรให้ปรมาจารย์จางได้?คุณคิดว่าจักรวรรดิชวนหยวนแข็งแกร่งพอที่จะฝ่าฝืนการตัดสินใจของสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่หรือ?เรามีแต่จะถูกเล่นงานเท่านั้น!”

“ต่อให้เราทำอะไรไม่ได้มากผมก็ไม่อยากให้คนอื่นมองจักรวรรดิชวนหยวนของเราเป็นเมืองที่ไร้จิตสำนึกและหลงลืมผู้มีพระคุณ…”

“ถึงคุณอยากจะใช้หนี้บุญคุณแต่ก็ไม่ควรจะลากเอาจักรวรรดิชวนหยวนของเราเข้าสู่กองเพลิงแบบนั้น!”

……

“พอได้แล้ว!”

จักรพรรดินีโม่หยู่เฝ้ามองความวุ่นวายด้านล่างจากนั้นก็ลุกพรวดและประกาศก้อง “ปรมาจารย์จางจะต้องปลอดภัยนี่คือการตัดสินใจของฉันอำมาตย์หลี่ฉันอยากให้คุณใช้ชื่อของฉันร่างสาล์นเรียกรวมพลทุกคนในจักรวรรดิที่เป็นหนี้บุญคุณปรมาจารย์จางต่อให้อีกฝ่ายเป็นถึงสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ก็แล้วอย่างไรล่ะ?ถ้าพวกเขาทำผิดพวกเราก็ต้องต่อต้าน!”

“ขอรับ…” เมื่อได้ยินการตัดสินใจของจักพรรดินีเหล่าข้าราชบริพารที่โต้เถียงกันอยู่เมื่อครู่ต่างก้มหน้านิ่งไม่กล้าโต้แย้งอะไร

“ฝ่าบาท!”

ขณะที่อำมาตย์หลี่กำลังจะร่างสาล์นเรียกรวมพลนายพลในชุดเกราะเต็มยศคนหนึ่งก็พรวดพราดเข้ามาในพระราชวังแล้วลนลานรายงาน “ผมเพิ่งได้ข่าวว่าปรมาจารย์จาง…ปรมาจารย์จางแก้ไขเหตุการณ์วิกฤติได้แล้วและไม่เป็นอะไร!”

“คุณพูดว่าปรมาจารย์จางไม่เป็นอะไรอย่างนั้นหรือ?”

โม่หยู่รีบรับจดหมายที่อีกฝ่ายยื่นให้และเปิดออกดูนัยน์ตาของเธอเบิกโพลงด้วยความไม่อยากเชื่อ

“ปรมาจารย์จาง…แท้ที่จริงแล้วเป็นหัวหน้าตระกูลนักปราชญ์ชั้นสูง,ตระกูลจาง?”

“และจ้าวหย่าเป็นหัวหน้าศาลาว่าการที่ราบธารน้ำแข็งมีอำนาจและพละกำลังที่แม้แต่รองประธานเหรินยังรับมือได้ยากส่วนหวังหยิ่งก็กลายเป็นประธานสมาคมผู้พลิกฟื้นจิตวิญญาณ?เจิ้งหยางเป็นทายาทยอดขุนพลคนใหม่ของสภายอดขุนพลแล้วเจ้าอ้วนนั่น…หยวนเทาก็กลายเป็นหัวหน้าตระกูลหยวนแม้แต่ลู่ชงก็เป็นผู้พยากรณ์จิตวิญญาณผู้เชี่ยวชาญมีสถานภาพทัดเทียมกับปรมาจารย์ระดับ 9 ดาว!”

โม่หยู่อดสงสัยไม่ได้ในครั้งนั้นถ้าเราละทิ้งอำนาจนี้เสียและติดตามเขาไป…เราจะกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดของทวีปแห่งปรมาจารย์ด้วยหรือเปล่า?

ในตอนนั้นทั้งจ้าวหย่าหวังหยิ่งเจิ้งหยางและคนอื่นๆ ล้วนแต่อ่อนแอกว่าเธอไม่ใกล้เคียงกับการเทียบชั้นกับเธอเลยด้วยซ้ำแต่ภายในเวลาเพียงปีเดียวพวกนั้นก็กลายเป็นบุคคลที่เธอได้แต่แหงนหน้ามอง

เธอรู้มาตลอดว่าไม่ช้าไม่นานคนอย่างปรมาจารย์จางก็ต้องก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแต่ใครจะไปคิดว่าแม้แต่ลูกศิษย์ของเขาก็กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดของทวีปแห่งปรมาจารย์ไปด้วย?

น่าเสียดายเหลือเกินแต่ดูเหมือนเราจะพลาดโอกาสที่จะได้ทำแบบนั้นเสียแล้ว…โม่หยู่ก้มหน้าแววตาของเธอบ่งบอกความเสียใจ

เธอเคยมองว่าตำแหน่งจักรพรรดินีของจักรวรรดิชวนหยวนถือเป็นเกียรติสูงสุดแต่กลับกลายเป็นว่าแม้แต่เกียรตินี้ก็ไม่ใกล้เคียงแม้แต่น้อยกับการได้เป็นลูกศิษย์ที่เดินตามหลังจางเซวียน

โม่หยู่ส่ายหน้าและพึมพำ “ในอนาคตทวีปแห่งปรมาจารย์จะต้องเป็นของปรมาจารย์จางแน่”

……

เมฆขาวลอยเอื่อยท่ามกลางสันเขา

หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่บนหินก้อนเล็กใกล้กับลำธารนัยน์ตาของเธอมีแววกังวล

หยู่เฟยเอ๋อ

หลังจากที่ออกจากเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วนหยู่เฟยเอ๋อก็พบกับปรมาจารย์ระดับ 9 ดาวคนหนึ่ง,จี๋รั่วเฉินและกลายเป็นศิษย์ของเธอ

“ศิษย์น้องท่านอาจารย์ให้ผมนำจดหมายนี้มาให้คุณ” ชายหนุ่มคนหนึ่งบินมาจากระยะไกลและร่อนลงพร้อมกับซองจดหมายในมือ

หยู่เฟยเอ๋อรีบรับมาเปิดออกเมื่อกวาดสายตาดูอย่างรวดเร็วเธอก็ถึงกับตัวแข็ง

“ถ้าเขาเป็นทายาทน้อยของตระกูลจางนั่นก็หมายความว่า…”

“ใช่แล้วศิษย์น้อง!จางเซวียนเป็นบุคคลผู้ปราดเปรื่องมากไม่เพียงแต่จะมีความสามารถที่ไม่ธรรมดาลูกศิษย์ของเขาทุกคนก็ยังโดดเด่นแม้แต่ท่านอาจารย์ของเราก็เคารพยกย่องเขา!” ชายหนุ่มพูดอย่างตื่นเต้น “ไม่นานหรอกชื่อเสียงของเขาคงจะเลื่องลือไปทั่วทั้งทวีป”

“ชะ-ใช่คุณพูดถูก…” หยู่เฟยเอ๋อตอบด้วยอาการจังงังดูเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง

……

ที่ตระกูลเจียงชายวัยกลางคนผู้หนึ่งหันกลับมาด้วยสีหน้ำตกตะลึงสุดขีดหลังจากได้ฟังการรายงานของผู้อาวุโส

“คุณบอกว่าจางเซวียนรับมือกับเหล่าผู้ตามล่าจากสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ด้วยมือเปล่าและในชั่วพริบตาเขาก็กลายเป็นหัวหน้าตระกูลจางแถมบรรดาลูกศิษย์ของเขาก็เป็นกลุ่มอำนาจใหญ่โตของทวีปมีอิทธิพลมหาศาลใช่ไหม?”

“ใช่แล้วท่านหัวหน้า!”

“เตรียมของขวัญเพื่อส่งไปยังตระกูลจางแสดงความยินดีที่พวกเขาพบตัวลูกชาย…เดี๋ยวก่อนพวกเขากำลังจะมุ่งหน้าไปตระกูลหลัวเพื่อขอองค์หญิงน้อยแต่งงานใช่ไหม?ส่งของขวัญไปที่ตระกูลหลัวเลยดีกว่าและฝากคำอวยพรของผมให้กับพวกเขาด้วย…เอ่อ…ไม่…ไม่เอาดีกว่า” ชายวัยกลางคนโบกมืออย่างวางมาด “ผมจะเดินทางไปด้วยตัวเอง!”

……

ที่ตระกูลมู่มู่หยวนคุกเข่าอยู่ด้านนอกคฤหาสน์นิ่งงันไม่เคลื่อนไหวแม้แต่น้อย

เพื่อให้ได้การยอมรับกลับคืนสู่ตระกูลเขาคุกเข่าอยู่กับที่มา 10 วันเต็มแล้วแต่ไม่มีใครใส่ใจเขาแม้แต่คนเดียว

เขาถึงขนาดร้องขอกับพ่อบ้านแต่อีกฝ่ายก็เมินเฉย

เขาไม่เคยเผชิญกับการถูกปฏิบัติแบบนี้มาก่อนเมื่อครั้งที่ยังเป็นอัจฉริยะแห่งตระกูลมู่

แต่มู่หยวนก็ไม่ตีโพยตีพายเขารู้ดีว่าตัวเองคือผู้กระทำความผิดขอแค่ตระกูลมู่เต็มใจรับเขากลับไปอย่าว่าแต่ 10 วันเลยเขายินดีจะรอคอยนานตราบเท่าที่คนเหล่านั้นต้องการ

มู่หยวนกัดฟันกรอดเพื่ออดทนกับความอ่อนล้าของร่างกาย

แอ๊ด!

ขณะที่เขาใกล้จะหมดแรงประตูบานใหญ่ของตระกูลมู่ก็พลันเปิดออกหัวหน้าตระกูลพรวดพราดออกมา

“เร็วเข้าลุกขึ้น…”

หัวหน้าตระกูลรีบเดินเข้ามาหามู่หยวนพยุงเขาขึ้นมาก่อนจะมอบยาฟื้นฟูสภาพร่างกายให้

ทันทีที่กลืนยาลงไปมู่หยวนพลันรู้สึกถึงพละกำลังอันน่าทึ่งที่ไหลพล่านไปทั่วร่างกายในตอนนั้นความอ่อนล้าที่ทับถมมาตลอด 10 วันก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย

“นี่คือ…ยาเม็ดเกรด 9?” มู่หยวนถามด้วยความสงสัย

แม้เมื่อครั้งที่เขายังเป็นอัจฉริยะแห่งตระกูลมู่ก็ยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจะได้กินยาระดับนี้แต่หลังจากที่เขาทำความผิดหัวหน้าตระกูลกลับมอบยานี้ให้เขา

“มู่หยวนผมตรวจสอบการเดินทางของคุณตลอดหลายปีที่ผ่านมาและพบว่าคุณอยู่ภายใต้การดูแลของปรมาจารย์จางชั่วระยะเวลาหนึ่ง…เอาล่ะผมจะอนุญาตให้คุณกลับเข้าสู่ตระกูลมู่และได้รับตำแหน่งที่เหมาะสมในตระกูล!ปรมาจารย์จางกำลังจะมุ่งหน้าไปยังตระกูลหลัวเพื่อขอองค์หญิงน้อยแต่งงานและผมอยากให้คุณเป็นตัวแทนตระกูลมู่ของเราในการมอบของขวัญและแสดงความยินดีกับเขา!” หัวหน้าตระกูลพูดยิ้มๆ

“ปรมาจารย์จาง?ปรมาจารย์จางไหน?” มู่หยวนออกจะงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“ผมจะพูดถึงใครอื่นได้ล่ะนอกจากจางเซวียน?คุณคงยังไม่รู้สินะแท้ที่จริงแล้วเขาคือทายาทน้อยของตระกูลจางอีกทั้งยังเป็นหัวหน้าตระกูลด้วย!” หัวหน้าตระกูลมู่ตอบ

“ปะ-ปรมาจารย์จางกลายเป็นหัวหน้าตระกูลจางและแท้ที่จริงแล้วเป็นทายาทน้อย?” มู่หยวนถึงกับผงะ

ในตอนนั้นเขาเข้าใจทันทีถึงเหตุผลที่ทางตระกูลเปลี่ยนแปลงท่าทีอย่างกะทันหันจุดเปลี่ยนอยู่ที่ความสัมพันธ์ของเขากับปรมาจารย์จางนี่เอง!

ปรมาจารย์จางคือผู้พลิกผันโชคชะตาของเขา

……

เหตุการณ์แบบเดียวกันเกิดขึ้นกับกลุ่มอำนาจชั้นนำแทบทุกกลุ่มในทวีปแห่งปรมาจารย์

ในวันนั้นมีเพียงชื่อเดียวที่จารึกอยู่ในหัวใจของผู้คนทั่วทั้งทวีป

ทุกคนได้รู้จักปรมาจารย์ที่ชื่อจางเซวียน

บางคนก็ยินดีปรีดาที่ได้รู้เรื่องนี้บางคนผิดหวังและบางคนไม่รู้สึกรู้สาอะไรแต่แน่นอนว่าชื่อของจางเซวียนจะยังคงก้องอยู่ในทวีปแห่งปรมาจารย์ไปอีกนานหลายปี!

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version