Skip to content

Library Of Heaven’s Path 266


ตอนที่ 266 นายแพทย์ไป๋ชาน

“แจ่ม ผมก็ทำแบบนั้นได้!”

เห็นนายแพทย์คนนั้นเดินเข้าไปอย่างสะดวกโยธินหลังจากแสดงตราสัญลักษณ์นายแพทย์ จางเซวียนเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา

“ไปกันเถอะ!”

เขาก้าวยาวๆกลับไปยังถนนที่จากมาโดยไม่รีรอ

“คุณคิดจะไปสอบเป็นนายแพทย์หรือ? ฉันก็จะสอบเหมือนกัน เราไปด้วยกันก็ได้ ที่อาณาจักรเทียนหวู่มีสมาคมนายแพทย์ จากที่นี่ไปน่าจะราวๆ 5-6 วัน มันไม่เสียเวลาเท่าไหร่หรอก”

โม่หยู่ถามขณะที่ตามเขาไปติดๆ

ผู้ที่จะเข้าไปในคฤหาสน์ของเซียนสมุนไพรได้จะต้องเป็นเจ้าแห่งสมุนไพร กูรูยาพิษ หรือได้รับจดหมายเชิญ ซึ่งก็ล้วนแต่ยากเกินไปทั้งนั้น ทางเลือกที่ดีที่สุดของจางเซวียนคือหาตราสัญลักษณ์นายแพทย์มาให้ได้

โม่หยู่เป็นผู้ช่วยนายแพทย์ และเธอตั้งใจจะเข้าสอบเป็นนายแพทย์หลังจากที่ได้เป็นนักฝึกอสูรอย่างเป็นทางการแล้ว การได้เห็นจางเซวียนรักษาเจ้าเขี้ยวเหล็กเหินฟ้าทำให้เธอมีความเข้าใจในวิชาชีพนี้ลึกซึ้งกว่าเดิม และเมื่อประกอบกับความรู้ที่เธอสั่งสมมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา การจะผ่านการทดสอบและได้เป็นนายแพทย์อย่างเป็นทางการก็ไม่น่าจะยาก ขอให้ไปถึงสมาคมนายแพทย์เสียก่อนเถอะ

“5-6 วัน?” จางเซวียนส่ายหน้า “ไม่ต้องทำแบบนั้นหรอก ผมมีความคิดอื่น!”

ถ้าเขาใช้เวลาห้าหกวันไปไขว่คว้าตราสัญลักษณ์นายแพทย์อยู่ในอาณาจักรเทียนหวู่ ทางนี้อาจจะเกิดเหตุการณ์พลิกผันอะไรขึ้นก็ได้ ถ้าเกิดมีนายแพทย์คนไหนมารักษาเซียนสมุนไพรให้หายป่วยได้ในระหว่างที่เขาไม่อยู่ล่ะ?

ถ้าเกิดเซียนสมุนไพรตายไปเสียก่อนที่เขาจะกลับมา? ถ้าเป็นอย่างนั้น ก็เท่ากับเขาพยายามไขว่คว้าตราสัญลักษณ์นายแพทย์โดยเหนื่อยเปล่า

“ถ้าอย่างนั้นคุณจะทำวิธีไหนล่ะ? จะรวบรวมสมุนไพรให้ได้มากๆเพื่อให้ตัวเองกลายเป็นเจ้าแห่งสมุนไพรอย่างนั้นหรือ? มันยากไปกว่าเดิมเสียอีก แถมจะถูกเจ้าแห่งสมุนไพรคนอื่นข่มเหงเอาด้วย…”

โม่หยู่งงงันกับความคิดของจางเซวียน

หลังจากได้เห็นความชุลมุนสั้นๆที่หน้าคฤหาสน์ของเซียนสมุนไพร เขาก็น่าจะเข้าใจแล้วว่าเจ้าของคฤหาสน์ไม่ยอมให้ใครเข้าพบทั้งนั้น ถ้าไม่ใช่คน 4 จำพวกที่ว่ามา แถมจางเซวียนก็ไม่รู้ว่าห้องโถงแห่งยาพิษอยู่ที่ไหน จึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะปลอมตัวเป็นกูรูยาพิษ และถ้าเขามีจดหมายเชิญ เขาก็คงไม่ต้องมาถามเธอ ดังนั้นทางเลือกเดียวที่จางเซวียนมีก็คือทำให้ตัวเองกลายเป็นเจ้าแห่งสมุนไพร แต่มันก็ยิ่งยากไปกว่าการไขว่คว้าตราสัญลักษณ์นายแพทย์เสียอีก

ถึงเมืองบัวแดงจะมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าสามพันปี แต่ก็มีเจ้าแห่งสมุนไพรอยู่เพียง 13 คนเท่านั้น พวกเขามีฐานที่มั่นและกระจายอำนาจระหว่างกันอย่างมั่นคงเหนียวแน่น ถ้าจางเซวียนบุ่มบ่ามเข้าไปในอุตสาหกรรมนี้ ก็มีแต่จะถูกเอาชีวิต

จางเซวียนยิ้มอย่างมีเลศนัย ไม่ยอมตอบคำถามของอีกฝ่าย หลังจากเดินวนอยู่พักหนึ่ง เขาก็หยุดเอาดื้อๆ

โม่หยู่มองตาม บริเวณนั้นเป็นตลาดค้าขายแลกเปลี่ยนสมุนไพรราคาแพง มันไม่จอแจเท่ากับถนนสายที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ มีคนกำลังเลือกซื้อสมุนไพรแค่สองสามคนเท่านั้น

“บังอาจ! เห็นผมเป็นไอ้หน้าโง่หรือ? กล้าเอาของห่วยแตกมาขาย นี่คิดว่าเจอหมูตัวใหม่แล้ว ก็ไม่อยากค้าขายกับผมแล้วใช่ไหม?”

เมื่อเดินเลาะไปตามตลาด ก็ได้ยินเสียงตวาดดังอยู่ไม่ไกล

เสียงนั้นมาจากชายวัยกลางคนอายุสี่สิบกว่าปีที่สวมเสื้อคลุมสีเขียวอ่อน บนหน้าอกของเขามีตราสัญลักษณ์นายแพทย์ที่เป็นประกายอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์

“นายแพทย์ไป๋ชาน!”

“คุณรู้จักเขาด้วย?” จางเซวียนมองโม่หยู่

“ใช่ เขาเป็นนายแพทย์ระดับ 1 ดาวของอาณาจักรเทียนหวู่ ทั้งละโมบโลภมากและชอบเอาเปรียบคนอื่น เอาเป็นว่าหาดีไม่ได้เลยนั่นแหละ ไม่นึกเลยว่าจะเจอเขาที่นี่” โม่หยู่พึมพำ

“ยิ่งชื่อเสียงเน่า ผมยิ่งทำงานง่ายขึ้นอีกเยอะ!” จางเซวียนยิ้ม “ไปดูกัน!”

“นายแพทย์ไป๋ ต่อให้ผมโกงได้ ผมก็โกงคุณไม่ได้หรอก นี่มันหญ้าไผ่เขียวชั้นดีที่สุดของผมจริงๆ!”

เมื่อเดินเข้าไป จางเซวียนก็ได้ยินการต่อรองระหว่างนายแพทย์ไป๋ชานกับพ่อค้า “เอาอย่างนี้ไหม แทนที่จะเป็นห้าพัน ผมจะคิดคุณแค่ต้นละสามพันเหรียญทองเท่านั้น สิบต้นก็แค่สามหมื่น นี่เป็นราคาต่ำที่สุดที่ผมให้คุณได้…”

“สามหมื่นรึ? สองหมื่นห้าสิ แล้วผมจะเหมาหมด!” นายแพทย์ไป๋ชานฮึดฮัด

“ถ้าได้แค่สองหมื่นห้า ผมขาดทุนแน่…” พ่อค้าส่ายหน้า

ทั้งคู่ยังต่อรองกันไม่เสร็จตอนที่จางเซวียนพุ่งเข้าไปด้วยสีหน้าตื่นเต้น “นายแพทย์ไป๋ บังเอิญอะไรอย่างนี้! ไม่นึกเลยว่าคุณก็อยู่ที่นี่!”

“คุณคือ…”

นายแพทย์ไป๋ถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นคนแปลกหน้า

“ผมคือแฟนคลับของคุณ ผมได้ยินชื่อเสียงของคุณมานานแล้วและอยากรู้จักคุณมาตลอด แต่ก็ไม่สบโอกาสสักที วาสนาคงนำพาให้เราได้พบกันในวันนี้เป็นแน่” จางเซวียนพูด “พี่ชาย ช่วยห่อหญ้าไผ่เขียวสิบต้นนี้ให้ผมที นี่เงินสามหมื่น!”

จางเซวียนยื่นเงินสามหมื่นให้พ่อค้า

“ได้สิ!”

พ่อค้าคว้าเงินหมับและรีบห่อสมุนไพรให้ทันที

“นายแพทย์ไป๋ นี่ของคุณ!” จางเซวียนมอบห่อสมุนไพรให้เขา

“เอ่อ…” นายแพทย์ไป๋ชะงัก ถึงคำพูดของเขาจะยังแสดงอาการขัดเขิน แต่สองมือก็คว้าของขวัญมาแล้วเรียบร้อย “ผมจะรับของมีค่าจากคุณได้อย่างไรในเมื่อเราเพิ่งพบกันครั้งแรก…”

“คุณเป็นไอดอลของผม ผมดีใจที่ได้ซื้อสมุนไพรให้คุณ”

จางเซวียนยิ้ม

หมอนี่คิดบ้าอะไรอยู่?

โม่หยู่ที่ตามหลังจางเซวียนมาถึงกับงง เป็นไปได้อย่างไรที่ไอ้หมอขี้งกนี่ยอมจ่ายเงินถึงสามหมื่นเพื่อซื้อสมุนไพรให้คนอื่น?

ก็หมอนี่แสนจะหน้าเงินถึงขนาดทวงเงินเราทุกวี่ทุกวัน มันเรื่องอะไรถึงเกิดใจกว้างขึ้นมาตอนนี้?

“หรือว่า…เขาคิดจะให้นายแพทย์ไป๋พาเราเข้าไปในคฤหาสน์ของเซียนสมุนไพร?”

โม่หยู่พลันคิดขึ้นได้

ก็ในเมื่อจางเซวียนมาพะเน้าพะนอนายแพทย์ไป๋แทนที่จะเข้าสอบ เขาก็น่าจะมีเจตนาแบบนั้น

แต่จางเซวียนไม่ได้รู้จักนิสัยของนายแพทย์ไป๋ชานคนนี้เลย ตอนอยู่ในอาณาจักรเทียนหวู่ เธอได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเขามามากมาย

ทั้งตะกละ ละโมบโลภมาก แถมไร้ความสามารถ น้ำหน้าอย่างเขาคงไม่อยากจะเข้าไปในคฤหาสน์ของเซียนสมุนไพรหรอก

เพราะที่นั่นเป็นสถานที่อันตราย ถ้าเขาทะเล่อทะล่าเข้าไปทั้งๆที่มีความสามารถไม่มากพอ จะไม่เท่ากับรนหาที่ตายหรือ?

“คิดว่าดีแล้วก็ทำไป!”

โม่หยู่ยังคงสงสัยว่าจางเซวียนคิดอะไรตอนที่นายแพทย์ไป๋ชานเก็บสมุนไพรเรียบร้อย

“ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ซื้อสมุนไพรให้กับไอดอลของผม!” จางเซวียนหัวเราะ “นายแพทย์ไป๋พอมีเวลาว่างไหม ในเมื่อเราพบกันแล้ว ผมอยากขอเลี้ยงเครื่องดื่มคุณสักหน่อย เพื่อเป็นการแสดงความชื่นชมที่ผมมีต่อคุณ”

“เอ่อ…” นายแพทย์ไป๋อ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง

เจ้าหนุ่มคนนี้โผล่พรวดมาจากไหนก็ไม่รู้ ซื้อสมุนไพรให้เขา แถมยังเชิญเขาไปดื่ม ถึงนายแพทย์ไป๋ชานจะโลภมาก แต่ก็ยังอดสงสัยเจตนาของอีกฝ่ายไม่ได้

“อ้อ ดูเหมือนคุณจะลังเลเพราะคุณไม่รู้จักผม!”

เหมือนเดาความคิดของอีกฝ่ายได้ จางเซวียนยิ้ม เขาเดินไปหาโม่หยู่และพูดว่า “คุณคงรู้จักเธอ เธอเป็นเพื่อนผมเอง มีเธออยู่ด้วย คุณคงไม่ต้องกังวลอะไรแล้ว”

“องค์หญิงโม่หยู่?”

นายแพทย์ไป๋ชานอึ้งไปเมื่อเห็นโม่หยู่

ถึงเธอจะเป็นแค่ผู้ช่วยนายแพทย์ แต่ก็เป็นถึงองค์หญิงที่ 3 ของอาณาจักร สถานภาพของเธอเหนือกว่านายแพทย์ระดับ 1 ดาวอย่างเขา

โม่หยู่ไม่คิดว่าจางเซวียนจะเอาชื่อเธอไปใช้ แต่ถึงอย่างนั้นก็พยักหน้าและเออออห่อหมกไป

“อ้อ คุณเป็นเพื่อนกับองค์หญิง ให้ผมเป็นฝ่ายเลี้ยงคุณดีกว่า…”

เห็นชายหนุ่มเป็นเพื่อนกับองค์หญิง และทั้งคู่ก็เหมือนจะสนิทสนมกันดี นายแพทย์ไป๋ชานจึงไม่กล้าวางท่ามากมาย เขารีบตอบรับคำเชิญด้วยรอยยิ้มสุภาพ

“ไม่สำคัญหรอกว่าใครจะเป็นคนเลี้ยง ในเมื่อวาสนาชักนำให้เรามาเจอกันแล้ว เราก็ควรจะได้ดื่มด้วยกัน ไปกันเถอะ!”

จางเซวียนเดินยิ้มนำทางไป ทั้งสามเดินออกจากตลาดและมาอยู่บนถนนเปลี่ยวสายหนึ่ง

“ทำไมเรามาที่นี่ล่ะ? ผมรู้จักโรงเตี๊ยมที่มีไวน์ชั้นยอด…”

เมื่อมาถึงตรอก นายแพทย์ไป๋ชานเริ่มไหวตัว แต่เมื่อคิดถึงความจริงที่ว่าองค์หญิงก็มาด้วย และไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเขาได้ เขาจึงเดินตามจางเซวียนไป

“เรื่องไวน์น่ะไว้ทีหลังก็ได้ แต่ตอนนี้ผมมีบางเรื่องที่อยากขอหารือกับนายแพทย์ไป๋สักหน่อย” จางเซวียนหันกลับมา

“อ้อ ขอผมทราบหน่อยได้ไหมว่าเรื่องอะไร?” นายแพทย์ไป๋ถามงงๆ

“คืออย่างนี้ ผมอยากขอยืมตราสัญลักษณ์นายแพทย์ของคุณสักพักหนึ่ง คุณพอจะใจดีให้ผมยืมได้ไหม?” จางเซวียนถาม

“ตราสัญลักษณ์?” นายแพทย์ไป๋ผงะ “ผมจะให้คุณยืมได้อย่างไร! ตราสัญลักษณ์เป็นเครื่องแสดงถึงสถานภาพนายแพทย์ของผม ให้ยืมกันไม่ได้ง่ายๆหรอก…”

ยังพูดไม่ทันจบ ทุกอย่างตรงหน้าก็ดับวูบไป หมัดหนึ่งพุ่งใส่หน้าเขาอย่างจัง

ปั้ก!

เสียงต่อยนั้นดังมาก นายแพทย์ไป๋ชานสลบเหมือดกองอยู่กับพื้น

“ในเมื่อขอยืมดีๆแล้วก็น่าจะให้ จะไม่ต้องโดนต่อยแบบนี้!”

จางเซวียนเอื้อมมือไปหยิบตราสัญลักษณ์นายแพทย์จากตัวของอีกฝ่าย

“คุณ…คุณทำอะไรน่ะ?”

ตอนแรก โม่หยู่คิดว่าจางเซวียนคงจะให้นายแพทย์ไป๋ชานพาพวกเขาเข้าไปในคฤหาสน์ของเซียนสมุนไพร แต่กลับกลายเป็นตรงกันข้าม เขาต่อยนายแพทย์ไป๋หมัดเดียวสลบ โม่หยู่ถึงกับเซ่อไป

“อ๋อ ก็ไม่มีอะไรมากนี่ ผมแค่ยืมตราสัญลักษณ์ของเขา!” จางเซวียนอธิบาย

“ยืม?” โม่หยู่แทบคลั่ง “นี่มันเท่ากับขโมยตราสัญลักษณ์ของนายแพทย์เลยนะ! จะต้องมีปัญหาใหญ่ตามมาแน่ถ้าเขารายงานเรื่องนี้ต่อสมาคมนายแพทย์ตอนที่เขากลับไป…”

ทุกอาชีพมีสมาคมของตัวเองปกป้องอยู่ ถ้าเขารายงานต่อสมาคมนายแพทย์ว่าคุณหลอกลวงเขาอย่างไร ต่อยเขาสลบ แถมขโมยตราสัญลักษณ์ของเขาไปด้วย คุณจะต้องเจอปัญหาหนักแน่

นี่มันสะเพร่าเกินไปแล้ว!

“ปัญหา? ปัญหาชนิดไหนล่ะ? เขาไม่รู้จักผมสักหน่อย ผมยังไม่ได้บอกชื่อผมเสียด้วยซ้ำ!” จางเซวียนตอบอย่างไม่รู้ไม่ชี้

“ไม่รู้จักคุณ…” ได้ยินคำพูดนั้น โม่หยู่แทบกระอักเลือด “เขาไม่รู้จักคุณ แต่เขารู้จักฉัน!”

“นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของผมนี่ ถึงอย่างไรคุณก็เป็นองค์หญิง เรื่องแค่นี้คุณแก้ไขได้ง่ายนิดเดียว ถ้ามันจะบานปลายขนาดนั้นน่ะนะ…”

จางเซวียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “แล้วผมจะคำนวณค่าใช้จ่ายที่คุณค้างผมอยู่อีกทีนะ เพราะว่าผมจ่ายไปตั้ง 3 หมื่นเหรียญทองเพื่อซื้อสมุนไพรให้เขา ซึ่งอันที่จริง ก็ถือว่าผมชดเชยให้เขาแล้ว…”

“คุณ…”

โม่หยู่ถึงกับเซ รู้สึกว่าตัวเองใกล้คลั่งเต็มที

บ้าไปแล้ว!

จะต้องหน้าด้านขนาดนี้เลยหรือ?

เขาไม่รู้จักคุณ แล้วคุณก็ดึงฉันเข้าไปสมรู้ร่วมคิดเสียอย่างนั้น ถ้าเขาหาตัวคุณไม่ได้ เขาก็จะตามหาฉัน!

แถมยังมาพูดเรื่องเงินอีก

ราคาค่าโดยสารเจ้าอสูรนี่จะต้องเท่าไหร่กัน

คุณขโมยตราสัญลักษณ์นายแพทย์ของคนอื่นมาดื้อๆ แล้วหวังให้ฉันแก้ไขเรื่องที่จะตามมา ชื่อเสียงของฉันในฐานะองค์หญิง…

“วางตราสัญลักษณ์ลงเลย หาทางอื่น… เฮ้ย! คุณทำอะไร?”

เธอกำลังพยายามจะหยุดจางเซวียน แต่ฝ่ายนั้นก็ทำให้เธอสะพรึงได้อีกครั้ง

หมอนั่นลงนั่งยองๆและถอดเสื้อผ้าของนายแพทย์ไป๋ชาน

แค่ขโมยตราสัญลักษณ์ยังไม่พอหรือ? เอาเสื้อผ้าของเขามาใส่ด้วย…

ที่เธอกังวลมากกว่าก็คือ ตอนนี้เธอกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับเขาไปแล้ว…

โม่หยู่รู้สึกเหมือนจะลมจับได้ทุกขณะ

“เตรียมตัวซะ เราจะไปคฤหาสน์เซียนสมุนไพร!”

จางเซวียนคร้านจะต่อปากต่อคำกับอีกฝ่าย เขาถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตัวเองออก แล้วสวมเสื้อผ้าของนายแพทย์ไป๋ชานเข้าไป

“เราจะไปคฤหาสน์เซียนสมุนไพรด้วยสภาพนี้น่ะหรือ? ถึงนายแพทย์ไป๋ชานจะไม่ได้โด่งดังนักหนา แต่ก็มีชื่อของเขาอยู่บนตราสัญลักษณ์ ถ้าเกิดนายแพทย์คนอื่นอยู่ที่นั่นด้วย เราถูกเปิดโปงแน่…”

โม่หยู่ยังสงสัยว่าจางเซวียนคิดอะไร ลงท้ายก็คือเขาตั้งใจจะปลอมตัวเป็นนายแพทย์ไป๋ชานเพื่อลอบเข้าไปในคฤหาสน์

ถ้าเป็นอาชีพอื่น เรื่องนี้อาจพอทำได้ แต่ตราสัญลักษณ์นายแพทย์มีชื่อของเจ้าของสลักไว้ด้วย และวงการนายแพทย์ของอาณาจักรเทียนหวู่ก็ไม่ได้กว้างขวางนัก จางเซวียนจึงมีโอกาสถูกเปิดโปงสูงมาก

“เปิดโปงอะไร?”

โม่หยู่ยังไม่ทันพูดจบ จางเซวียนก็สวมเสื้อผ้าเสร็จและหันมามองหน้าเธอ

เมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่ม โม่หยู่ถึงกับตะลึง เธอตัวสั่นเทิ้มและนัยน์ตาเบิกโพลง

“นายแพทย์ไป๋ชาน…ไม่ ไม่ใช่สิ นี่มัน…ความสามารถในการปลอมตัว? เป็นไปได้อย่างไรกัน…”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version