ตอนที่ 273 มันเกิดอะไรขึ้น
ถึงความตายของหนอนกู้จะขจัดต้นตอของปัญหาออกไปได้ แต่เจ้าหนอนนั่นก็ยังทิ้งความเสียหายไว้ในร่างกายของเขา มันดูดกลืนพลังงานและจิตวิญญาณของเขาออกไปจนเกือบจะแห้งเหือด เขายังต้องการความช่วยเหลือจากนายแพทย์คนนี้ ให้ช่วยฟื้นฟูร่างกายที่บอบช้ำและเรียกพละกำลังของเขากลับคืนมา
ไม่อย่างนั้น ด้วยการมีสารรูปแบบคนอายุ 90 ทั้งๆที่อายุยังไม่ถึง 50 ปี ก็แน่นอนว่าเขาน่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน
“คุณต้องการให้ผมแก้ปัญหา?”
หลังจากอ่านเนื้อหาในหอสมุดเทียบฟ้าอย่างครบถ้วน จางเซวียนถึงกับขมวดคิ้ว
การได้รับความทุกข์ทรมานจากสัญญาหนอนกู้มาหลายวันทำให้ร่างกายของเขาบอบช้ำอย่างรุนแรง ถ้าไม่ใช่เพราะสมุนไพรล้ำค่านานาชนิดที่เขาครอบครองอยู่ในฐานะที่เป็นเซียนสมุนไพรล่ะก็ เขาไม่มีทางอยู่รอดมาได้จนถึงวันนี้
สภาพร่างกายและจิตใจที่ร่อแร่ของเขาจะค่อยๆฟื้นคืนได้ก็ด้วยการกินยาบำรุงกำลังหลายชนิดเป็นระยะเวลานาน แต่ว่า…กับจางเซวียนนั้นต่างออกไป
พลังปราณเทียบฟ้าอันบริสุทธิ์ไม่เพียงแต่จะนำพละกำลังขั้นสุดกลับคืนมาให้เขาได้เท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาระบบไหลเวียนเลือดที่เสียหายได้ด้วย เพียงแค่ถ่ายทอดมันเข้าไปในเส้นเลือด
แต่ว่า…พลังปราณเทียบฟ้านั้นบริสุทธิ์มาก และก่อนหน้านี้ ตอนที่จางเซวียนทำการรักษาให้ เขาก็สลบอยู่ เมื่อตื่นขึ้นมา พลังปราณเทียบฟ้าก็หลอมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกับพลังปราณในร่างของเขาแล้ว ทำให้จางเซวียนหาความผิดปกติไม่เจอ
ดังนั้น ถ้าจางเซวียนต้องรักษาเขาตอนนี้ อีกฝ่ายย่อมจะรู้ว่าเขามีพลังปราณบริสุทธิ์ ซึ่งจะนำปัญหาอันไม่พึงประสงค์มาให้
เขาจึงไม่อยากเสี่ยง
“ผมรักษาได้ แต่ว่า…”
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนก็พูดขึ้นมา
แต่ยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นเซียนสมุนไพรจ้องหน้าเขาด้วยสายตามุ่งมั่นขั้นสุด
“นายแพทย์ไป๋ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ผมเข้าใจ!”
จากนั้นก็เงื้อมือขึ้นตบหัวตัวเอง
ผัวะ!
เซียนสมุนไพรร่วงลงไปสลบเหมือดอยู่กับพื้น
นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะตบหัวตัวเองสลบทั้งที่เขายังพูดไม่ทันจบ จางเซวียนถึงกับใบ้กิน
“แค่ก แค่ก, ผมหมายถึง…ผมแก้ปัญหาให้คุณได้ แต่คุณต้องเพิ่มค่าเหนื่อยให้ผม คุณเล่นสลบไปแบบนี้ แล้วเราจะคุยกันอย่างไร?”
เงื่อนไขของจางเซวียนในการทำลายสัญญาณหนอนกู้คือให้เซียนสมุนไพรพาเขาไปยังห้องโถงแห่งยาพิษ ซึ่งจางเซวียนก็ทำตามข้อตกลงไปแล้ว แต่ฝ่ายนั้นยังขอร้องให้เขารักษาร่างกายที่บอบช้ำให้อีก อันนี้ถือเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ซึ่งเขาก็ไม่อยากจะเสียพลังปราณของตัวเองไปเปล่าๆ
แต่ยังไม่ทันจะได้เจรจา อีกฝ่ายก็สลบไปเสียก่อน
ถึงอย่างไรผมก็เป็นนายแพทย์ คุณจะช่วยเคารพผมสักหน่อยไม่ได้หรือ?
เห็นจางเซวียนบ่นพึมพำกับตัวเอง พ่อบ้านลู่รีบเข้ามาหาและกระแอมกลบเกลื่อน “นายท่านอยากให้คุณรักษาเขาเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้านายแพทย์ไป๋ต้องการอะไร บอกผมได้เลย ผมจะทำให้ดีที่สุด!”
“ค่อยเข้าท่าหน่อย!”
จางเซวียนพยักหน้า “เอาอย่างนี้ คุณขายผงตรึงวิญญาณนี่ด้วยใช่ไหม เพราะฉะนั้นคุณก็น่าจะมีตุนไว้บ้าง เตรียมให้ผมสัก 3 ชุด…ไม่สิ, 10 ชุดก็แล้วกัน”
ถ้าเขามีสิ่งนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังทำให้ใครสลบอีก
ในเมื่อรู้จักมันแล้ว ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องอยากได้เพิ่ม แล้วเขาจะไปขูดเอาจากใคร ถ้าไม่ใช่มหาเศรษฐีที่อยู่ตรงหน้า?
“ผงตรึงวิญญาณ 10 ชุด?”
พ่อบ้านลู่ทำตาปริบๆ
“ก็ใช่น่ะสิ อย่าบอกผมนะว่าคฤหาสน์ของเซียนสมุนไพรหายาแค่นี้ให้ไม่ได้?” จางเซวียนขมวดคิ้วและกำลังสงสัยว่าเขาอาจจะร้องขอมากไปจนอีกฝ่ายหาให้ไม่ได้
“ไม่ ไม่ใช่แบบนั้น…” พ่อบ้านลู่ดูงงงันกับคำร้องขอและทำหน้าเหมือนคนท้องผูก “คือยานี้ไม่ได้แพงเลย…”
ผงตรึงวิญญาณเป็นยาขั้นพื้นฐานที่สุดที่นายแพทย์ใช้กัน ชุดหนึ่งตกไม่กี่ร้อยเหรียญทอง สิบชุดก็แค่ไม่กี่พันเหรียญเท่านั้น ไม่น่าเชื่อว่าเงินแค่นี้จะช่วยชีวิตนายท่านได้
นี่คุณตีราคาชีวิตของเซียนสมุนไพรถูกไปหน่อยไหม?
“ไม่แพงหรือ?”
จางเซวียนผงะ เขาหันขวับไปหาโม่หยู่และเห็นเธอพยักหน้าอย่างจนปัญญา จึงได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน “ถ้าอย่างนั้น คุณมีหนังสือวรยุทธขั้นกึ่งจงซรือและขั้นจงซรืออยู่ที่นี่ไหม จะวรยุทธระดับไหนก็ไม่สำคัญ ที่ผมต้องการคือปริมาณ ถ้าคุณหาให้ผมได้สักพันเล่ม ผมก็จะตกลงรับมันเป็นค่าเหนื่อย”
จางเซวียนสำเร็จวรยุทธทงฉวนขั้นสูงสุดแล้ว เพื่อให้ฝ่าด่านไปต่อได้ เขาจำเป็นต้องรวบรวมหนังสือวรยุทธขั้นสูงขึ้นไปให้ได้มากๆ
อาณาจักรเทียนเซวียนนั้นล้าหลังเกินไป และในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา นักรบที่แข็งแกร่งที่สุดก็สำเร็จวรยุทธทงฉวนขั้นสูงสุดเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ที่นั่นจึงมีหนังสือวรยุทธขั้นกึ่งจงซรืออยู่แค่หยิบมือ แต่เมืองบัวแดงเป็นอาณาจักรขั้น 1 ทั้งยังเป็นศูนย์กลางค้าขายแลกเปลี่ยนสมุนไพร จึงมีความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะรวบรวมหนังสือวรยุทธจำนวนมากให้เขาได้
“หนังสือวรยุทธขั้นกึ่งจงซรือและจงซรือ? มากกว่าหนึ่งพันเล่ม?”
นึกไม่ถึงว่านายแพทย์ไป๋จะร้องขออะไรแปลกประหลาดแบบนั้น พ่อบ้านลู่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “คฤหาสน์เซียนสมุนไพรของเราควบคุมการซื้อขายแลกเปลี่ยนสมุนไพรทั้งในอาณาจักรเทียนหวู่และ 12 อาณาจักรโดยรอบ มีนักรบมากมายที่มีเงินไม่พอจ่ายค่าสมุนไพร พวกเขาจึงเอาหนังสือวรยุทธมาแลกเปลี่ยน”
“ด้วยเหตุนี้ เราจึงรวบรวมหนังสือวรยุทธขั้นกึ่งจงซรือไว้ได้หลายร้อยเล่มตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยศักยภาพของคฤหาสน์เซียนสมุนไพร มากกว่าหนึ่งพันเล่มเราก็คงหาได้โดยใช้เวลาไม่นาน ส่วนหนังสือวรยุทธขั้นจงซรือนั้น ถ้าคุณไม่ระบุระดับขั้นของมัน แค่ไม่กี่ร้อยเล่มก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะอย่างนั้น จะรวบรวมให้ได้มากกว่าหนึ่งพันเล่มก็คงไม่ยากเย็นอะไร”
“ตกลงตามนั้น!”
ได้ยินว่าอีกฝ่ายสามารถรวบรวมหนังสือวรยุทธขั้นกึ่งจงซรือได้มากกว่าหนึ่งพันเล่ม และขั้นจงซรือได้หลายร้อยเล่ม จางเซวียนถึงกับตาโต เขารีบพยักหน้าอย่างพออกพอใจ
สมกับที่เป็นเมืองสำคัญของอาณาจักรเทียนหวู่ ทรัพยากรที่หมุนเวียนกันอยู่ในเมืองนี้แค่เมืองเดียวก็เป็นอะไรที่ทั้งอาณาจักรเทียนเซวียนไม่อาจเทียบชั้นได้
ถ้ามีหนังสือวรยุทธมากพอ จางเซวียนก็จะสำเร็จวรยุทธขั้นกึ่งจงซรือหรือแม้แต่จงซรือได้โดยไม่เหนื่อยยาก แล้วเขาก็จะมีศักยภาพเพียงพอที่จะปกป้องตัวเอง เมื่อไปถึงห้องโถงแห่งยาพิษ
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นคุณไปเตรียมการ ผมจะรักษานายท่านของคุณเดี๋ยวนี้!”
เมื่อพอใจกับค่าเหนื่อย จางเซวียนก็สั่งการกับพ่อบ้านลู่ ก่อนที่ตัวเขาจะจับแขนของเซียนสมุนไพรไว้ แล้วถ่ายทอดพลังปราณเทียบฟ้าเข้าไป
สาเหตุแท้จริงที่ทำให้เซียนสมุนไพรดูไร้ชีวิตชีวาและหมดเรี่ยวแรง ก็เพราะสภาพร่างกายของเขามีจุดที่ถูกปิดกั้นไว้ ทำให้พลังปราณไหลเวียนได้ไม่สะดวก หากจางเซวียนส่งพลังปราณเข้าไปชะล้างจุดที่ถูกปิดกั้นเอาไว้ พลังปราณขั้นจงซรืออันเข้มข้นและทรงพลังในตัวของอีกฝ่ายก็จะไหลเวียนได้ดังเดิม ทำให้พลังงานและจิตวิญญาณของเขาฟื้นคืนมา
บึ้ม!
พลังปราณบริสุทธ์พุ่งเข้าชะล้างจุดที่ถูกปิดกั้นไว้ ความเสียหายที่สัญญาหนอนกู้ทิ้งไว้ก็หายวับไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับหิมะที่ต้องแสงแดด
ผิวพรรณที่เหี่ยวแห้งและหย่อนยานของเซียนสมุนไพรกลับฟื้นคืนความยืดหยุ่นและมีชีวิตชีวา ในพริบตาเดียว เขาดูอ่อนวัยกว่าเดิมไปหลายสิบปี
โม่หยู่ที่ยืนดูอยู่ข้างๆ ได้แต่กระพริบตาถี่ๆอย่างไม่อยากจะเชื่อ
เธอคิดว่าการรักษาของจางเซวียนก็คงจะเหมือนกับนายแพทย์ทั่วไป คือต้องใช้สมุนไพรหลายชนิด และรักษากันยาวนานหลายเดือน นึกไม่ถึงว่าแค่จับข้อมือไว้ เซียนสมุนไพรก็ฟื้นตัวได้ทันที
นายแพทย์เขาทำแบบนี้กันได้จริงๆหรือ?
ทำไมเราไม่เคยรู้มาก่อน?
ความเข้าใจทั้งหมดที่เธอเคยมี ดูเหมือนจะถูกเขี่ยทิ้งไปทีละเรื่อง
“เรียบร้อย!”
ไม่นาน พลังปราณเทียบฟ้าก็ไหลเวียนไปทั่วร่างของเซียนสมุนไพร ชะล้างจุดที่ถูกปิดกั้นไปได้หมดสิ้น จางเซวียนยืนขึ้นและถอนหายใจยาว
มันง่ายกว่าที่เขาคิดไว้มาก
เซียนสมุนไพรที่ได้รับการเยียวยาความบอบช้ำแล้ว ค่อยๆฟื้นจากการหลับไหลทีละน้อย เขารู้สึกได้ถึงความนุ่มและยืดหยุ่นของผิวหนัง รวมทั้งพละกำลังอันแข็งแกร่งที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง แต่ถึงจะตื่นเต้นประทับใจแค่ไหน ก็ยังไม่เท่าโม่หยู่
เพราะนายแพทย์ที่อยู่ตรงหน้าได้ช่วยเขาให้พ้นจากสัญญาหนอนกู้ สิ่งน่าสะพรึงที่นายแพทย์และกูรูยาพิษนับไม่ถ้วนไม่อาจรับมือกับมัน ดังนั้นก็คงจะแปลกหากเขาทำเรื่องง่ายๆอย่างการรักษาความบอบช้ำไม่ได้
“นายแพทย์ไป๋ชาน ขอได้โปรดรับความสำนึกบุญคุณจากผมด้วย!”
ใบหน้าของเซียนสมุนไพรแดงก่ำขณะที่ทรุดตัวลงคุกเข่าอีกครั้ง
ถ้าไม่ใช่เพราะนายแพทย์คนนี้ เขาคงตายไปแล้ว
ความสำนึกในบุญคุณของเขาไม่ใช่สิ่งที่จะตีราคาเป็นตัวเงินได้
“ก็แค่ทำตามข้อตกลงน่ะ! พูดก็พูดเถอะ ผมอยากรู้นักว่าทำไมคนระดับคุณถึงยอมทำสัญญาหนอนกู้และยอมให้ตัวเองถูกบงการแบบนั้น”
จางเซวียนโบกมือแบบไม่ใส่ใจ ก่อนจะมองหน้าเซียนสมุนไพรอย่างสงสัย
โม่หยู่ก็สงสัยเหมือนกัน
สถานภาพและอิทธิพลของเซียนสมุนไพรนั้นยิ่งใหญ่ขนาดที่แม้แต่เชื้อพระวงศ์แห่งอาณาจักรเทียนหวู่ยังไม่กล้าแตะต้อง แล้วทำไมคนระดับนั้นถึงเลือกที่จะทำสัญญาหนอนกู้ เรื่องนี้เกินกว่าที่เธอจะจินตนาการได้
“เฮ่อ เรื่องมันยาว ถ้าพวกคุณรู้ว่าผมทำสัญญากับใครล่ะก็ คุณจะไม่คิดอะไรแบบนั้นเลย!”
เห็นแววตาสงสัยของทั้งคู่ เซียนสมุนไพรได้แต่ยิ้มอย่างขมขื่น
ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นคนช่วยชีวิตเขา เขาจึงไม่คิดว่าการพูดต่อหน้าฝ่ายนั้นจะเป็นเรื่องเสียหาย และตั้งใจจะไม่ปกปิดอะไรทั้งสิ้น
“คนที่ผมทำสัญญาด้วยคือ…หัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษ!”
“หัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษ?”
“ใช่!” เซียนสมุนไพรพยักหน้า เขาอธิบายต่อด้วยสีหน้าอันยากจะเข้าใจ “ตำแหน่งเซียนสมุนไพรดูเหมือนเป็นบุคคลทรงอำนาจและน่าเกรงขามจนไม่มีใครในเมืองบัวแดงกล้าแตะต้อง แต่เรื่องจริงก็คือเราเป็นเพียงกระบอกเสียงของห้องโถงแห่งยาพิษเท่านั้น! และไม่ใช่ผมแค่คนเดียว เซียนสมุนไพรทุกชั่วคนก็ได้ทำสัญญากับหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษ และเป็นหุ่นเชิดให้พวกเขาเช่นกัน”
“ทุกชั่วคน?”
ทั้งจางเซวียนและโม่หยู่ต่างตกตะลึง แต่เมื่อพิจารณาแล้วก็รู้สึกว่ามันเข้าทางอยู่
เพราะเมืองบัวแดงเป็นทางผ่านไปยังห้องโถงแห่งยาพิษ จึงยากที่จะเชื่อว่าห้องโถงแห่งยาพิษไม่ได้วางฐานอำนาจเอาไว้ในเมืองนี้ หากไม่มีการสนับสนุนจากห้องโถงแห่งยาพิษ เซียนสมุนไพรทุกชั่วคนจะสามารถควบคุมตลาดค้าขายสมุนไพรอันใหญ่โตและทำกำไรมหาศาลแบบนี้ได้อย่างไร? แถมยังกล้าสังหารองค์ชายและองค์หญิงของหลายอาณาจักรโดยปราศจากความกลัวเกรงด้วย
ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะการสนับสนุนของห้องโถงแห่งยาพิษ ที่ทำให้เมืองบัวแดงมีอำนาจ
ไม่อย่างนั้น เมืองโบร่ำโบราณที่ทรุดโทรมแบบนี้จะยืนหยัดท้าทายอาณาจักรเรืองอำนาจอย่างเทียนหวู่ได้หรือ?
แถมอาณาจักรเทียนหวู่ยังมีปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวคอยหนุนหลัง
ด้วยการชี้แนะของปรมาจารย์ระดับนั้น แม้จะพูดไม่ได้ว่าพลเมืองทุกคนในอาณาจักรเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่ระดับวรยุทธโดยเฉลี่ยในเมืองนั้นย่อมต้องสูงกว่าอาณาจักรอย่างเทียนเซวียนแน่นอน กองทัพก็จะต้องทรงพลังถึงขนาดที่พลิกมหาสมุทรและทลายภูเขาได้ ถ้าไม่ใช่เพราะมีห้องโถงแห่งยาพิษหนุนหลัง เมืองหัวเดียวกระเทียมลีบอย่างเมืองบัวแดงจะรอดพ้นจากการยึดครองของอาณาจักรเทียนหวู่ได้อย่างไร?
ไม่อย่างนั้นก็คงล่มสลายไปเสียนานแล้ว
“เหตุผลเดียวที่ทำให้สัญญาหนอนกู้ออกฤทธิ์ ก็คือผู้ทำสัญญาได้ตายไป หรือว่า…”
เมื่อคิดได้ จางเซวียนก็มองหน้าเซียนสมุนไพร
“ใช่!” เซียนสมุนไพรพยักหน้า “หัวหน้าตายแล้ว!”
“ที่พ่อบ้านลู่บอกว่ามีความขัดแย้งภายในเกิดขึ้นในห้องโถงแห่งยาพิษนั้นไม่ใช่เรื่องโกหก และพวกเขาก็ปฏิเสธแขกทุกคนจริงๆ หัวหน้าตายไปปุบปับโดยไม่ได้ระบุตัวผู้สืบทอดไว้ และตัวเลือกทั้งสามคนต่างก็แย่งชิงอำนาจกันจนเกิดเป็นความโกลาหลขึ้นมา ขนาดผมยังพยายามออกห่างจากห้องโถงแห่งยาพิษเลย ไม่อย่างนั้นอาจจะตายไม่รู้ตัว”
เซียนสมุนไพรยิ้มอย่างขมขื่น “สำหรับพวกเขา ผมก็แค่ไอ้หุ่นเชิดตัวหนึ่ง ตราบใดที่ห้องโถงแห่งยาพิษยังอยู่ พวกเขาจะหาเซียนสมุนไพรคนใหม่เมื่อไรก็ได้”
ถึงไม่อยากจะยอมรับ แต่จางเซวียนก็รู้ว่านั่นเป็นเรื่องจริง
ด้วยความแข็งแกร่งของห้องโถงแห่งยาพิษ การแต่งตั้งใครสักคนเป็นเซียนสมุนไพรย่อมง่ายดายเหมือนเดินเข้าไปในสวนสักแห่ง
การที่เซียนสมุนไพรผู้ทรงเกียรติและเรืองอำนาจต้องกลายเป็นหุ่นเชิดต๊อกต๋อยแบบนี้ ถ้าไม่ได้ฟังจากปากเจ้าตัวก็คงไม่เชื่อ
เซียนสมุนไพรมองจางเซวียนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “นายแพทย์ไป๋ชาน คุณช่วยชีวิตผม ผมก็จะตอบแทนด้วยการพาคุณไปห้องโถงแห่งยาพิษ แต่ว่าในเวลานี้ มีตัวเลือกถึง 3 คนที่กำลังแย่งชิงตำแหน่งกัน และที่นั่นก็เต็มไปด้วยอันตราย ความตายอาจมาเยือนแขกได้ทุกคน ถ้าคุณยังพอมีเวลา ผมอยากให้คุณพักที่คฤหาสน์ของผมก่อน แล้วผมจะช่วยหาลู่ทางให้ ถ้าเราไปที่นั่นหลังจากที่มีการแต่งตั้งหัวหน้าแล้วก็จะปลอดภัยจากอันตรายพวกนั้น”
การต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งหัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษก็ไม่ต่างจากเหล่าองค์ชายทำศึกแย่งชิงบัลลังก์ มันเต็มไปด้วยการล่อลวงและความตาย
ถ้าคนนอกเร่อร่าเข้าไป ไม่เพียงจะตกเป็นตัวประกัน แต่ยังแถมตายไม่รู้ตัวด้วย
ก็ไม่ผิดถ้าจะพูดว่า ห้องโถงแห่งยาพิษในเวลานี้อันตรายและเข้าขั้นวิกฤตที่สุด
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการแต่งตั้งหัวหน้าอย่างเป็นทางการแล้ว สถานการณ์ก็จะคลี่คลาย และที่นั่นก็จะปลอดภัยกว่าตอนนี้มาก
“ผมรอนานขนาดนั้นไม่ได้หรอก!”
ถึงจางเซวียนจะรู้ว่าคำพูดของเซียนสมุนไพรมีเหตุผล แต่เขาก็รอนานขนาดนั้นไม่ได้
ตอนนี้รังสีพิษในตัวเขาถูกพลังปราณเทียบฟ้ากดไว้ แต่ใครจะรับประกันได้ว่ามันจะออกฤทธิ์ขึ้นมาเมื่อไหร่
ถ้าแค่สามสี่วัน เขาก็รอได้ แต่ถ้าต้องรอปีหรือสองปีก็นานเกินไป
“ก็เอาเถอะ ถ้านายแพทย์ไป๋มีธุระร้อนจริงๆ ก็ยังมีทางอื่น”
เห็นผู้มีพระคุณของเขารีบร้อนอยากไปห้องโถงแห่งยาพิษ เซียนสมุนไพรคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ผู้สืบทอดอย่างเป็นทางการ 3 คนของหัวหน้าคนเก่าต่างก็ได้รับการสนับสนุนจากคนกลุ่มหนึ่งในห้องโถงแห่งยาพิษ ทั้งสามมีอิทธิพลพอๆกัน ซึ่งภายใต้สถานการณ์ปกติ จะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีผู้ชนะโดยไม่ยืดเยื้อไปเป็นปีหรือ 2 ปี แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นอยู่”
“บอกผมมาสิ!” จางเซวียนตาโต
เซียนสมุนไพรพูดต่อ “ก็เหมือนกับสมาคมนักปรุงยาและสมาคมช่างตีเหล็ก ห้องโถงแห่งยาพิษก็มีทั้งสำนักงานใหญ่และสาขาย่อยมากมาย ห้องโถงแห่งยาพิษที่สันเขาบัวแดงนี้ถือเป็นหนึ่งในสาขาย่อยจำนวนมากมายนั้น!”
จางเซวียนพยักหน้า
หลังจากอ่านหนังสือหลากหลายประเภท จางเซวียนก็รู้ว่าอาณาจักรเทียนหวู่และอาณาจักรโดยรอบอื่นๆนั้นรวมตัวกันอยู่เหมือนโลกเล็กๆใบหนึ่ง
ถึงห้องโถงแห่งยาพิษที่สันเขาบัวแดงจะมีชื่อเสียง แต่ชื่อเสียงของมันก็จำกัดอยู่แค่พื้นที่โดยรอบอาณาจักรเทียนหวู่เท่านั้น สาขาอื่นที่มีชื่อเสียงมากกว่านี้สามารถพบได้ในอาณาจักรขั้นสูงขึ้นไปอีก
“เท่าที่ผมรู้ หัวหน้าคนเก่าตายลงปุบปับโดยยังไม่ทันได้วางตัวผู้สืบทอด ดังนั้นบรรดาผู้อาวุโสที่นั่นจึงรายงานเรื่องนี้ไปยังสำนักงานใหญ่ หากสำนักงานใหญ่ตัดสินใจจะยื่นมือเข้ามาจัดการ ก็จะส่งผู้แทนมาเพื่อไกล่เกลี่ยความยุ่งยากและตัดสินใจเลือกหัวหน้าคนใหม่ ถ้าเป็นอย่างนั้น กระบวนการทั้งหมดก็จะจบลงโดยเร็ว”
เซียนสมุนไพรบอก
“อ้อ มีเรื่องแบบนี้ด้วย?” จางเซวียนตาโต
ทุกสาขาจะต้องทำตามการตัดสินใจของสำนักงานใหญ่
ไม่ว่าสถานการณ์หลังการตายของหัวหน้าคนก่อนจะยุ่งยากแค่ไหน ผู้แทนจากสำนักงานใหญ่ก็สามารถคลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว
“ถ้าเป็นแบบนั้น นานแค่ไหนกว่าทางห้องโถงแห่งยาพิษสำนักงานใหญ่จะส่งผู้แทนมา แล้วจะใช้เวลาคลี่คลายความขัดแย้งนานเท่าไหร่ เคยมีตัวอย่างหรือเปล่า?”
จางเซวียนอดถามไม่ได้
“ในประวัติศาสตร์ของห้องโถงแห่งยาพิษ ก็มีตัวอย่างอยู่ แต่ว่า…”
เซียนสมุนไพรลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มเจื่อนๆ “ครั้งนี้ผมก็ยืนยันไม่ได้ เพราะถึงแม้ห้องโถงแห่งยาพิษที่สันเขาบัวแดงจะดูเหมือนมีชื่อเสียงเลื่องลือ แต่สำหรับสำนักงานใหญ่ มันก็เป็นแค่สาขาบ้านนอกที่ไม่น่าสนใจอะไร ถ้าผู้แทนถูกส่งมาจริง ความขัดแย้งก็จะคลี่คลายได้ภายในครึ่งเดือน แต่ถ้าสำนักงานใหญ่มองว่าเป็นการสิ้นเปลืองบุคลากรและตัดสินใจไม่ส่งใครมา ก็คงปีสองปีกว่าจะจบ!”
ถึงผู้แทนจะคลี่คลายปัญหาได้อย่างง่ายดาย แต่ห้องโถงแห่งยาพิษสาขาสันเขาบัวแดงก็เป็นแค่สาขาย่อยที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไร มีโอกาสที่ทางสำนักงานใหญ่ จะไม่เสียแรงเข้ามายุ่งเกี่ยว จึงไม่แปลกถ้าพวกเขาจะไม่ส่งใครมา
ในอดีตก็เคยมีกรณีแบบนี้มาแล้ว
ดังนั้น จึงยากที่จะคาดเดาการตัดสินใจของสำนักงานใหญ่
ขนาดเซียนสมุนไพรก็ยังระบุไม่ได้ว่าความขัดแย้งภายในครั้งนี้จะจบลงเมื่อไร
“ถ้าเป็นแบบนั้น ผมยิ่งรอไม่ได้!”
ได้ฟังอีกฝ่ายอธิบาย จางเซวียนยิ่งท้อแท้หนัก
เขาต้องการรวบรวมหนังสือเกี่ยวกับยาพิษให้มากที่สุด เพื่อหาวิธีแก้ไขรังสีพิษที่ซุกซ่อนอยู่ในตัว เขาไม่อาจรอคอยข่าวที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่ได้
“ทางที่ดีที่สุดก็คือรอ แต่ถ้านายแพทย์ไป๋ตั้งใจจะไปที่นั่นให้ได้ ผมก็จะพาไป แต่…ผมรับประกันความปลอดภัยให้คุณไม่ได้นะ”
เซียนสมุนไพรอ้ำอึ้งก่อนจะพูดออกมา
“ขอผมไตร่ตรองสักครู่เถอะ!”
จุดประสงค์ของจางเซวียนในการมุ่งหน้าไปห้องโถงแห่งยาพิษก็เพื่อหนังสือ ตราบใดที่เขาไม่เข้าไปก้าวก่ายการแย่งชิงตำแหน่งหัวหน้า เขาก็น่าจะรอดพ้นจากอันตราย
แต่ก็แน่นอนว่าเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้เชี่ยวชาญแห่งยาพิษมากนัก จึงไม่อาจมั่นใจได้
คงต้องตามน้ำไป
“คุณรวบรวมหนังสือให้ผมเสร็จเมื่อไหร่ เราไปที่นั่นกัน!”
จางเซวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจ
กว่าเขาจะมาถึงเมืองบัวแดงได้นั้นไม่ง่ายเลย และเขาก็ไม่อาจรอคอยความขัดแย้งที่ไม่มีวันสิ้นสุดนี้ได้ ดังนั้นจางเซวียนจึงตัดสินใจจะเลียบเคียงเข้าไป และดูว่าจะต้องทำอะไรบ้าง
แต่ก่อนอื่น ต้องยกระดับวรยุทธของตัวเองให้ได้
หากเขาสำเร็จวรยุทธจงซรือขั้นสูงสุดเมื่อไหร่ ด้วยการมีหอสมุดเทียบฟ้าและพลังปราณเทียบฟ้าอันบริสุทธิ์ เขาก็จะมีพละกำลังเทียบเท่ากับนักรบขั้นกึ่งจื้อจุน ต่อให้ผู้คนในห้องโถงแห่งยาพิษอยากสังหารเขา ก็คงทำได้ไม่ง่ายนัก
“รวบรวมหนังสือ?” เซียนสมุนไพรถามอย่างสงสัย
ตอนที่จางเซวียนเจรจากับพ่อบ้านลู่ เขาเพิ่งตบหัวตัวเองสลบไป จึงไม่รู้เรื่องนี้
“คืออย่างนี้…” จางเซวียนอธิบาย
“อ้อ นายแพทย์ไป๋ต้องการหนังสือพวกนั้น ไม่ยากเลย ผมจะหาให้ ภายใน 3 วันเราจะรวบรวมหนังสือวรยุทธทั้งขั้นกึ่งจงซรือและจงซรือทั้งหมดที่มีอยู่ในเมืองบัวแดงมาให้ได้!”
เมื่อรู้ว่านายแพทย์ไป๋ชานต้องการหนังสือเหล่านั้นเป็นค่าเหนื่อย เซียนสมุนไพรชะงักไป แต่แล้วก็ยิ้มออกมาได้ ดวงตาของเขาฉายความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม
เขาจัดการทุกอย่างในเมืองบัวแดงมาหลายปีแล้ว และมีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ถึงหนังสือเหล่านั้นจะเป็นของมีค่า แต่ถ้าเขาออกปากด้วยตัวเองก็ย่อมเป็นเรื่องง่าย
“เยี่ยมเลย ผมขอฝากคุณเป็นธุระให้ก็แล้วกัน!”
ได้ยินว่าเรื่องนั้นจะถูกจัดการให้เสร็จสิ้นได้ภายใน 3 วัน จางเซวียนพยักหน้าและถอนหายใจอย่างโล่งอก
“นายแพทย์ไป๋ ได้โปรดพักอยู่กับเราที่นี่ไปพลางๆก่อน ผมจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้”
เซียนสมุนไพรลุกขึ้นยืน เรียกองครักษ์คนหนึ่งให้มาจัดการเรื่องที่พักให้กับทั้งคู่ก่อนจะรีบร้อนออกไป
ถ้าเป็นเรื่องที่ผู้มีพระคุณของเขาเรียกร้อง เขาไม่กล้ารีรอเด็ดขาด
“พวกเราพักที่นี่ไปก่อนก็แล้วกัน!”
จางเซวียนรู้ว่ารีบร้อนไปก็ไม่ได้อะไร เขากับโม่หยู่จึงตัดสินใจจะพักรอที่คฤหาสน์
….
“คุณคิดว่าการวินิจฉัยของหมอนั่นถูกต้องไหม?”
นอกคฤหาสน์ของเซียนสมุนไพร นายแพทย์หลายคนที่ออกมาก่อนหน้านี้ยังคงจับกลุ่มกัน ทุกคนมีรอยย่นลึกบนหน้าผาก
ตั้งแต่ออกจากคฤหาสน์มา พวกเขาก็เฝ้าดูอยู่ข้างนอก พร้อมกับถกเถียงกันเรื่องนายแพทย์ไป๋
ทั้งนายแพทย์ระดับ 2 ดาวและ 3 ดาวที่มีชื่อเสียงเลื่องลือต่างถูกนายแพทย์ระดับ 1 ดาว ที่ไม่มีความโดดเด่นอะไรกลบรัศมีเอาได้ พวกเขาแทบจะไม่อยากเชื่อ
“พวกคุณคิดว่าแค่นายแพทย์ระดับ 1 ดาวจะวินิจฉัยอาการของเซียนสมุนไพรได้ถูกต้องจริงๆหรือ? ตลกเป็นบ้า! เขาก็แค่พ่นอะไรไร้สาระเท่านั้น!”
“ไม่น่าใช่นะ คำพูดของเขาทำให้เซียนสมุนไพรออกอาการมากทีเดียว เซียนสมุนไพรจะร้อนรนทำไมถ้าคำพูดของหมอนั่นไม่ถูกต้อง?”
“เอ้า สมมุติว่าเขาพูดถูก แล้วไอ้สัญญาหนอนกู้บ้าบอนั่นมันคืออะไร? ทำไมพวกเราถึงไม่เคยได้ยิน?”
ยิ่งหารือกันก็ยิ่งสับสน
ถ้าหมอนั่นแค่พ่นอะไรงี่เง่า คงเป็นไปไม่ได้ที่เซียนสมุนไพรจะออกอาการหนักหน่วงขนาดนั้น ถึงกับไล่พวกเขาออกมา
แล้วถ้าเขาพูดจริง สัญญาหนอนกู้มันคืออะไร? ทำไมพวกเขาถึงไม่เคยได้ยิน?
มีอาการป่วยแบบนั้นอยู่ในโลกด้วยหรือ?
แล้วนายแพทย์ระดับ 1 ดาวรู้ในสิ่งที่พวกเราไม่รู้ได้อย่างไรกัน?
“ผมรู้จักไป๋ชานมาหลายปีแล้ว ไม่เห็นว่าเขาจะมีความสามารถขนาดนั้นเลย!”
นายแพทย์เฉินเฟิงแทบหายใจหายคอไม่ออก เขาเป็นคนที่คุ้นเคยกับนายแพทย์ไป๋ชานมากที่สุด แถมยังคอยล้อเลียนและเยาะเย้ยฝ่ายนั้นเสมอ นึกไม่ถึงว่าหมอนั่นจะเอาชนะได้อย่างราบคาบและตบหน้าเขาอย่างจัง
“อย่ามัวถกเถียงกันอยู่เลย ไม่ช้าเราก็ได้คำตอบแล้ว!”
“ถ้าเขาวินิจฉัยอาการของเซียนสมุนไพรได้ถูกต้องจริงๆ ก็จะต้องเดินออกมาอย่างปกติธรรมดา ไม่อย่างนั้น โชคชะตาที่รอคอยเขาอยู่ก็มีแต่จะต้องเป็นศพเท่านั้นแหละ!”
มู่หงกับนายแพทย์ระดับ 3 ดาวคนอื่นๆพูดขัดการถกเถียงนั้น
“ก็จริง!”
ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง
เจ้าคนหยิ่งผยองคนนั้นล้ำเส้นของตัวเองไปแล้ว ถึงกับตบเซียนสมุนไพรเปรี้ยงเดียวสลบ ถ้าเขารักษาได้ก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถ้ารักษาไม่ได้ ก็มีหวังตายสถานเดียว
รู้แบบนั้นแล้ว คนที่เหลือก็ตัดสินใจจะไม่ทำเรื่องให้วุ่นวาย ถ้าหมอนั่นเดินลอยชายออกมาก็แปลว่าเขาวินิจฉัยได้ตรงจุด แต่ถ้าถูกหามออกมาล่ะก็ นั่นหมายความว่าเขาได้แต่พ่นอะไรไร้สาระ และได้จ่ายค่าชดเชยความโอหังของตัวเองแล้ว
“ไม่เห็นต้องคิดเลย หมอนั่นต้องถูกหามออกมาแหงๆ…”
นายแพทย์เฉินเฟิงกัดฟันกรอด ยังพูดไม่ทันจบ ‘แอ๊ด’ ประตูคฤหาสน์ก็เปิดออก
“ดูสิ มีคนออกมา…”
เมื่อได้ยินเสียงแอ๊ด นายแพทย์ทุกคนก็หันขวับไปมองประตู แค่แว่บเดียว นัยน์ตาของพวกเขาก็เบิกโพลงและแทบลมจับ
คนที่เดินออกมาคือผู้อาวุโสคนหนึ่ง มีพ่อบ้านลู่ตามมาต้อยๆอย่างภักดี
“นั่น…เซียนสมุนไพรใช่ไหม?”
เห็นกันจะๆแล้ว นายแพทย์ทุกคนต่างกลืนน้ำลายเอื๊อกอย่างพร้อมเพรียง
พวกเขาตรวจร่างกายของอีกฝ่ายอยู่เป็นครู่ใหญ่ มีหรือจะจำไม่ได้!
