ตอนที่ 282 ศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้า
เหลี่ยวฉวินกับคนอื่นๆตัวสั่นและหน้าซีดเผือด
“บัวแดงเดือดเติบโตอยู่ในพื้นที่ที่มีเปลวไฟปฐพีแผดเผา มันอาศัยพิษร้ายเป็นอาหารหล่อเลี้ยงตัวมัน ทั้งดอกและใบก็ล้วนมีพิษรุนแรงถึงตาย และเป็นส่วนผสมชั้นยอดของการผสมยาพิษ แต่ถึงแม้จะมีพิษร้ายแรงถึงตายแทรกซึมอยู่ในทุกส่วนของบัวนี้ รวมทั้งบริเวณที่อยู่โดยรอบของมันด้วย แต่เมล็ดของมันกลับบริสุทธิ์ ปราศจากการปนเปื้อนใดๆ ในทางตรงกันข้าม ยังมีคุณสมบัติไร้เทียมทานในการช่วยให้นักรบฝ่าด่านผ่านขั้นจื้อจุนไปได้ เหตุผลที่ห้องโถงแห่งยาพิษสาขาสันเขาบัวแดงตั้งมาได้หลายพันปีแล้วก็เพราะมีสิทธิ์ขาดในบัวนี้”
กูมู่พูดต่อด้วยน้ำเสียงวางอำนาจ “ตอนนี้เมล็ดบัวนั้นแก่จัดแล้ว ผมจะนำเมล็ดของมันไป ทิ้งดอกกับใบของมันไว้ที่นี่ คิดว่าพวกคุณคงไม่มีปัญหาใช่ไหม?”
“เอ่อ…ไม่มีปัญหา!”
เหลี่ยวฉวินกับคนอื่นๆยิ้มเจื่อนๆขณะที่พยักหน้า
ก็ตัวแทนพูดออกมาขนาดนี้แล้ว แถม ‘ศิษย์ปู่’ ก็นั่งมองอยู่ข้างๆ ต่อให้มีปัญหา ก็ไม่กล้าพูดออกมาหรอก!
“ดีแล้ว อีกนานไหมกว่าเมล็ดบัวจะแก่จัด?”
เห็นอีกฝ่ายไม่ขัดข้อง กู้มู่พยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะถามต่อ
เขาเลือกมาเวลานี้เพราะกะแล้วว่าเมล็ดบัวคงแก่จัดพอดี แต่ถึงอย่างนั้น วันเวลาที่เหมาะสมจริงๆก็ยังต้องเลื่อนไป
“เรียนผู้แทน อีกสิบวันมันถึงจะแก่จัด”
เหลี่ยวฉวินตอบ
“สิบวัน? เยี่ยมเลย เตรียมห้องที่ดีที่สุดของที่นี่ให้ศิษย์ปู่ของผมด้วย ในสิบวันนี้ ผมจะเลือกหัวหน้าคนใหม่!” กู้มู่พูด
“ขอรับ!”
ทุกคนพยักหน้ารับคำสั่งของผู้แทน
เมื่อรู้แล้วว่าต้องใช้เวลาอีกสิบวันกว่าเมล็ดบัวแดงเดือดจะแก่จัด จางเซวียนจึงตัดสินใจใช้เวลานี้เรียบเรียงข้อมูลที่เพิ่งถ่ายโอนมาจากหอสมุด เพื่อวิเคราะห์รังสีพิษที่อยู่ในตัวเขาเอง
ถึงอย่างไรเขาก็ยังไม่ได้รักษาอีกฝ่ายให้หายขาด ดังนั้น ถึงกู้มู่จะเกิดจับพลัดจับผลูมองเห็นช่องโหว่ในคำพูดของเขาขึ้นมา และสรุปว่าศิษย์ปู่คนนี้เป็นตัวปลอม ก็ไม่น่าจะมีปัญญาทำอะไรเขาได้
เพราะจางเซวียนได้สำแดงวรยุทธและความสามารถในแบบที่แม้แต่กูรูยาพิษระดับ 5 ดาวยังทำไม่ได้ กู้มู่จึงไม่น่าจะกล้าเปิดศึกกับเขาเหมือนกัน
……
จางเซวียนไม่สนใจเรื่องการเลือกหัวหน้าคนใหม่ เขานั่งอยู่เงียบๆในห้อง โดยกำชับให้เซียนสมุนไพรกับพ่อบ้านลู่เฝ้าประตูไว้ เขาวิเคราะห์เนื้อหาจากหนังสือที่รวบรวมมาได้ และจดจ่ออยู่กับมันด้วยประสิทธิภาพสูงสุด
“แจ่ม!”
จางเซวียนพึมพำ หนังสือเกี่ยวกับยาพิษจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่บนชั้นได้หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และเกิดเป็นเคล็ดวิชาเล่มหนา 1 เล่ม
รู้ว่านี่คือศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้าที่เขาตั้งใจประมวลมันขึ้นมา จางเซวียนพุ่งสมาธิไปจดจ่อกับมันและตั้งต้นอ่านโดยไม่รีรอ
“ยาพิษคือยาชนิดหนึ่ง ทำได้ทั้งคร่าชีวิตและช่วยชีวิต…”
ที่เขียนไว้ในหน้าแรกคืออารัมภบทเกี่ยวกับยาพิษ
ศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้าเล่มนี้ประมวลขึ้นจากหนังสือเกี่ยวกับยาพิษที่อยู่ที่นี่ ซึ่งมีเนื้อหาละเอียดกว่า ลึกซึ้งกว่า และอยู่ในระดับขั้นที่สูงกว่าหนังสือในอาณาจักรเทียนเซวียน ความเข้าใจเรื่องยาพิษของจางเซวียนล้ำลึกขึ้นเรื่อยๆเมื่ออ่านจบไปแต่ละหน้า
เวลาผ่านไปนานเท่าไรไม่ทราบได้ จางเซวียนก็ลืมตา ความสับสนที่เคยปรากฏในดวงตาของเขาถูกแทนที่ด้วยความเข้าใจแจ่มชัด
“ไม่นึกเลยว่าศาสตร์ของยาพิษจะมีเนื้อหามากมายและล้ำลึกเหมือนกัน!”
เมื่อทบทวนสิ่งที่เขาเพิ่งเรียนรู้ไปเมื่อครู่ จางเซวียนก็ถึงกับอึ้ง
ไม่แปลกใจเลยที่กูรูยาพิษเป็นที่หวาดกลัวของผู้คนมากมาย ในด้านความซับซ้อน ก็ไม่เป็นรองนักปรุงยา ช่างตีเหล็ก และอาชีพอื่นๆใน 9 สถานะระดับบน ส่วนเรื่องความสามารถในการโจมตี ก็แน่นอนว่าเหนือกว่าพวกนั้น
ยกตัวอย่าง ด้วยระดับวรยุทธที่เป็นอยู่ของจางเซวียน เขาไม่อาจเทียบชั้นกับนักรบจงซรือขั้นกลางได้ แต่ถ้าเขาใช้ยาพิษ ฆ่านักรบจงซรือขั้นสูงสุดก็ยังไหว!
หรือต่อให้นักรบขั้นจื้อจุนก็เถอะ!
แต่ก็ใช่ว่ายาพิษจะทำได้ทุกอย่าง ถ้าปราศจากระดับวรยุทธที่สูงพอ ผู้นั้นก็ไม่อาจปกปิดเจตนาสังหารที่อยู่ในตัวได้ ความพยายามในการจะวางยาพิษคนอื่นก็จะต้องถูกเปิดเผยออกมาให้เห็น ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น ก็คงจะถูกฆ่าเสียก่อนที่จะทันได้ทำอะไร
อีกอย่าง ก็ยังมียาพิษไร้เทียมทานบางชนิดที่ต้องใช้หยดเลือดและพลังปราณของกูรูยาพิษเพื่อกระตุ้นให้มันออกฤทธิ์
ถ้ามอบยาพิษร้ายแรงให้กับคนที่ไม่ใช่กูรูยาพิษหรือมีระดับวรยุทธไม่สูงพอ พวกเขาก็ไม่อาจใช้ประโยชน์จากมันได้ และอาจจะถูกมันคร่าชีวิตเอาเสียด้วยซ้ำ
ก็เหมือนกับที่ทุกคนรู้จักลูกระเบิด แต่ถ้าไม่มีความรู้และพละกำลังมากพอ ก็ไม่มีทางควบคุมมันได้ ต่อให้ได้มันมาสักลูกก็ไม่อาจใช้มันทำร้ายใคร และการถือมันไว้ยังอาจทำให้ตัวเองเป็นอันตรายด้วย
ยาพิษร้ายแรงก็เหมือนกับอาวุธอันทรงพลัง ถ้าปราศจากความเชี่ยวชาญและพละกำลังที่มากพอ ยังไม่ต้องพูดถึงว่าอยู่ใกล้มัน ต่อให้อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร หรือแม้แต่หลายพันเมตร ก็ยังมีโอกาสถูกพิษนั้นทำร้ายถึงตาย!
มันเป็นเครื่องมือที่อันตรายอย่างไม่มีอะไรเทียบ!
ตอนแรก จางเซวียนคิดว่าถ้าเขาผสมยาพิษร้ายแรงขึ้นได้ ก็คงไม่ต้องกลัวใครแม้แต่นักรบจื้อจุนขั้นสูงสุด แต่เท่าที่ดู ก็ดูเหมือนเขาจะคิดมากไป
“ในเมื่อเราไม่คิดจะใช้ยาพิษทำร้ายใคร ด้วยความรู้นี้ เราก็ใช้มันหลบเลี่ยงไม่ให้ถูกใครทำร้ายได้เหมือนกัน!”
ความแข็งแกร่งของกูรูยาพิษทำให้จางเซวียนเกิดความหวาดระแวง
ในขณะที่เขาไม่คิดจะใช้ยาพิษฆ่าใคร เขาก็ต้องระวัง ไม่เปิดโอกาสให้ใครใช้ยาพิษฆ่าเขาได้
ก็เหมือนกับรังสีพิษที่อยู่ในตัวเขาเวลานี้ ถ้าเขาระมัดระวังตัวกับกูรูยาพิษทุกคนเสียแต่แรก ก็คงจะไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากอย่างที่เป็นอยู่
“เท่าที่ดูจากหนังสือ ขั้นสูงสุดที่กูรูยาพิษคนหนึ่งจะไปถึงได้คือการสร้างกายพิษ ซึ่งเราน่าจะฝึกฝนมันได้แน่ๆ!”
จางเซวียนยิ้ม
ก็เหมือนกับอาชีพอื่นๆ การจะเป็นกูรูยาพิษได้ต้องอาศัยความปราดเปรื่องอย่างมาก
กูรูยาพิษที่เก่งกาจจะมีสภาวะกายพิษแต่กำเนิด ซึ่งกายพิษที่มีมาแต่กำเนิดนั้นไม่เพียงแต่จะทำให้เขามีความไวต่อยาพิษอย่างน่าทึ่ง แต่ยังทำให้ทนทานต่อมันได้มากเป็นพิเศษด้วย พูดให้ง่ายก็คือ ถ้ากูรูยาพิษคนไหนมีสภาวะกายพิษแต่กำเนิด ต่อให้ถูกกูรูยาพิษคนอื่นวางยา ก็จะไม่ได้รับผลกระทบหรือความบอบช้ำใดๆเลย ไม่ต่างจากกินอาหารปกติธรรมดา
ยิ่งกว่านั้น ว่ากันว่าใครที่มีสภาวะกายพิษแต่กำเนิด หากกินยาพิษเข้าไป ก็จะสามารถซึมซับพลังงานที่อยู่ในยาพิษนั้น แล้วนำไปใช้ยกระดับวรยุทธของตัวเองได้
แต่ก็แน่นอนว่าสภาวะนี้พบได้น้อยมาก ในกูรูยาพิษจำนวน 1 พันล้านคน ก็อาจจะไม่มีแม้สักคนเดียว
ก็เหมือนกับสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ของจ้าวหย่า มันเป็นสิ่งที่ติดตัวมาแต่กำเนิด ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จางเซวียนจะฝึกฝนสภาวะกายพิษแต่กำเนิดได้ แต่เคล็ดวิชามากมายนับไม่ถ้วนที่มาจากหนังสือในห้องโถงแห่งยาพิษก็ได้ถูกประมวลเข้าด้วยกันเป็นศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้าแล้ว
ถ้าเขาฝึกฝนตามเทคนิคที่ถูกประมวลขึ้นนี้ ถึงจะไม่อาจไปถึงขั้นของสภาวะกายพิษแต่กำเนิดได้ แต่ก็จะสามารถเพิ่มภูมิต้านทานต่อยาพิษให้กับตัวเองได้มาก สิ่งนี้มีประสิทธิภาพมากกว่าเทคนิคพิเศษที่กูรูยาพิษใช้กันเพื่อปรับสภาพร่างกายให้ทนทานต่อยาพิษได้มากกว่าเดิม
“ต้องลองสักตั้ง!”
จางเซวียนเปิดหนังสือโดยไม่รีรอ
เวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ จางเซวียนระบายลมหายใจขุ่นมัวและลุกพรวด
กระดูกทุกชิ้นในร่างของเขาส่งเสียงก๊อกแก๊กครืดคราดเหมือนถั่วทอด และรังสีของเขาก็เปล่งประกายออกมาทันที
“ถึงจะยังห่างไกลนักถ้าเทียบกับสภาวะกายพิษแต่กำเนิด แต่มันก็ทำให้เรามีภูมิต้านทานต่อยาพิษทั่วไป สภาวะของเราตอนนี้ ยาพิษที่ปรุงโดยกูรูยาพิษระดับ 3 ดาวก็ยังทำอะไรเราไม่ได้!”
เห็นความเปลี่ยนแปลงในร่างกาย จางเซวียนยิ้ม
ร่างกายของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจากฝึกฝนศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้า และภูมิต้านทานต่อยาพิษก็เพิ่มขึ้นด้วย
ถึงจะไม่ใช่สภาวะกายพิษแต่กำเนิด แต่เขาก็มีภูมิต้านทานสมบูรณ์แบบต่อยาพิษที่ผสมโดยกูรูยาพิษระดับ 3 ดาวลงมา
“ที่เจ๋งกว่านั้น…หลังจากเราฝึกฝนศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้าแล้ว เมื่อทำการรักษาผู้คนหรือถ่ายทอดพลังปราณให้เขาเพื่อช่วยในการฝ่าด่านวรยุทธ พลังปราณเทียบฟ้าของเราสามารถเปลี่ยนเป็นพิษร้ายกาจได้อย่างฉับพลัน สามารถฆ่าศัตรูได้ในพริบตา!”
นอกจากร่างกายแล้ว การเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่ที่สุดที่เขาได้จากการฝึกฝนศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้าก็คือพลังปราณ
ความบริสุทธิ์ของพลังปราณเทียบฟ้าทำให้มันเป็นเครื่องมืออันยอดเยี่ยมไร้เทียมทานในการรักษาอาการบาดเจ็บ การฟื้นฟูความแข็งแกร่ง การเพิ่มพูนพละกำลัง รวมถึงการฝ่าด่านวรยุทธ…
และหลังจากที่ฝึกฝนศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้าแล้ว ตอนนี้จางเซวียนสามารถเปลี่ยนพลังปราณเทียบฟ้าของเขาให้กลายเป็นพิษรุนแรงถึงตายที่ไม่อาจต้านทานได้ เพียงแค่คิดแว่บเดียว หากมันได้ซึมเข้าสู่กระแสเลือดของใคร ต่อให้เป็นนักรบจื้อจุนก็ต้องจบเห่
ด้วยความใสเหมือนน้ำพุ มันสามารถซึมซาบเข้าสู่ร่องรูไหนๆหรือจุดชีพจรใดๆภายในร่างกายมนุษย์ก็ได้ ต่อให้รู้ว่ามันอยู่ตรงไหน ถ้าไม่มีพลังปราณที่บริสุทธิ์พอก็ไม่มีทางขับมันออกได้
ก็ไม่ต่างกับมะเร็งระยะสุดท้าย ต่อให้รู้สาเหตุและวิธีแก้ ก็ไม่มีทางรักษาหาย
สมกับที่เป็นพลังปราณเทียบฟ้า ความเป็นความตายเกิดขึ้นได้ในชั่ววูบเดียว
จางเซวียนเองก็ไม่รู้ว่ามันจะมีพลังมากมายขนาดนี้
“ตอนนี้เราฝึกฝนกายพิษสำเร็จแล้ว ต้องตรวจสอบรังสีพิษเสียหน่อย!”
หลังจากฝึกฝนศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้าสำเร็จแล้ว จางเซวียนก็ถอนหายใจยาว เขาหันไปสนใจรังสีพิษที่ซ่อนอยู่ในตัวอีกครั้ง
ก่อนหน้านี้เขามีความรู้เรื่องยาพิษน้อยมาก ดังนั้นจึงบอกไม่ได้ว่าพิษที่ซ่อนอยู่ในตัวคืออะไร แต่ตอนนี้ความรู้ของเขาเทียบเท่ากับกูรูยาพิษระดับ 3 ดาวแล้ว ขนาดกู้มู่ก็ยังเทียบชั้นกับเขาไม่ได้ ในที่สุดเขาก็เก่งพอที่จะขุดหาต้นตอของรังสีพิษและหาวิธีกำจัดมัน
หลังจากเข้าสู่สภาวะเงียบสงบดังหนองน้ำนิ่งแล้ว สมองของเขาก็เริ่มทำงานเร็วขึ้น
“รังสีพิษนี้อาจซ่อนอยู่ในกระแสเลือด และหลบเลี่ยงจากพลังปราณเทียบฟ้าของเรา…”
ขณะที่กำลังตรวจสอบรังสีพิษในตัว หนังสือเกี่ยวกับยาพิษเล่มแล้วเล่มเล่าก็ปรากฏขึ้นในสมอง ความรู้มากมายนับไม่ถ้วนไหลบ่าเข้ามา
โลกนี้มียาพิษมากกว่า 1 ล้านชนิด และทุกชนิดก็มีวิธีผสมแตกต่างกัน วิธีการรักษาก็แตกต่างกัน ความผิดพลาดเพียงนิดเดียวอาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไปอย่างใหญ่หลวง
ด้วยเหตุนี้จางเซวียนจึงไม่ตื่นตระหนก เขาใช้เวลาซึมซับหนังสือจำนวนนับไม่ถ้วนในหอสมุดอย่างช้าๆ
“ยาพิษวิญญาณเขียว ไม่ใช่! ยาพิษเงาปีศาจ ก็ไม่ใช่เหมือนกัน! พิษงู ก็ดูท่าจะไม่ใช่…”
จางเซวียนเปรียบเทียบยาพิษโดยอาศัยการเทียบสีและลักษณะของมันตามที่มีระบุไว้ในหนังสือ หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็หยุดกึก หน้าซีดเผือด สายตาเต็มไปด้วยความงงงันและไม่อยากจะเชื่อ
“ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามันคือสิ่งนี้ มัน…มันเป็นไปได้อย่างไร?”
(Footnote: เทคนิคการฝึกวรยุทธเทียบฟ้าถูกสร้างขึ้นพร้อมๆกับศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้า ขณะที่หนังสือมีชื่อว่าศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้า เทคนิคการฝึกวรยุทธก็จัดว่าเป็นศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้าเหมือนกัน การฝึกฝนศาสตร์ยาพิษเทียบฟ้าจะทำให้คุณมีกายพิษ)
