ตอนที่ 467 ประมูลหุ่นโลหะไร้วิญญาณ (1)
“ตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว 21 อัน? ถ้าเทียบเป็นหินวิเศษก็เท่ากับ 21000 ก้อน…ช่างใจป้ำอะไรอย่างนั้น!”
“น่าทึ่งจริงๆ ! ตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะเป็นของล้ำค่าอย่างไม่มีอะไรเทียบ โดยเฉพาะเมื่อมาจากปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว อัตราแลกเปลี่ยนทั่วไปจะอยู่ที่ 1 อันต่อหินวิเศษ 1000 ก้อน แต่ราคาในตลาดมืดน่ะสูงขึ้นไปถึง 1200 ก้อนทีเดียว ตราสัญลักษณ์ 21 อัน อาจมีค่าสูงเท่ากับหินวิเศษถึง 25000 ก้อน!”
“ดูเหมือนจะไม่มีใครเสนอราคาสูงกว่านี้แล้วล่ะ…”
เมื่อได้ยินราคาที่เสนอใหม่ หอประมูลก็อื้ออึงเซ็งแซ่
อันที่จริง สกุลเงินที่ใช้กันมากที่สุดทั่วทั้งทวีปนี้ไม่ใช่หินวิเศษ แต่เป็นตราสัญลักษณ์
ตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวสามารถแลกเปลี่ยนเป็นตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 3 ดาวได้ 100 อัน ส่วนตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 3 ดาวก็สามารถแลกเปลี่ยนเป็นตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 2 ดาวได้ 100 อัน ลดหลั่นกันลงไป และหากมีหินวิเศษ 10 ก้อน ก็สามารถแลกกับตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 3 ดาวได้ 1 อัน
ดังนั้น เมื่อคำนวณตามสัดส่วน ตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว 1 อันจึงมีค่าเท่ากับหินวิเศษ 1000 ก้อน และที่หนักกว่านั้นก็คือ…พวกเขาแทบไม่มีเวลาว่างเลย
ทั่วทั้งสมาพันธุ์นานาอาณาจักรก็มีปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวอยู่แค่ 10 คน แต่มีนักรบจำนวนหลายสิบล้าน เมื่อดูจากสัดส่วนของทั้งสองฝั่ง ใครก็คงนึกภาพออกว่าทรัพยากรจะขาดแคลนแค่ไหน โดยปกติ หากนักรบคนหนึ่งได้ตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวมา พวกเขาก็จะใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเอง เพราะมันหายากแม้กระทั่งในตลาดมืด แต่บุคคลที่อยู่ในชั้นสวีทนั้นเสนอตราสัญลักษณ์ให้ถึง 21 อันเพื่อซื้อภาพวาดภาพเดียว จึงเป็นข้อเสนอที่ใจป้ำขนาดที่ทำให้ทุกคนแทบคลั่ง
“เหลือเชื่อจริงๆ !”
ประธานไซ่เลิกคิ้วสูง
ต่อให้ผู้ที่มีวรยุทธระดับเดียวกับเขาก็ยังจะได้รับประโยชน์มากหากได้ฟังคำชี้แนะจากปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว
มูลค่าโดยรวมของตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว 21 อันนั้นสูงกว่าหินวิเศษจำนวน 20000 ก้อนอยู่มาก
ขณะที่ประธานไซ่กำลังจะหันไปแสดงความยินดีกับจางเซวียนที่ทำกำไรได้อย่างงาม อีกฝ่ายก็หน้าดำคร่ำเครียดขึ้นมาอย่างกะทันหัน แถมสบถดังลั่น
“พังสิวะ!”
ถึงตอนนี้ จางเซวียนอยากจะตายเสียให้ได้
เหตุผลที่เขานำภาพวาดนี้ออกประมูล ก็เพราะอยากได้หินวิเศษไปซื้อหุ่นโลหะไร้วิญญาณ และใช้ในการยกระดับวรยุทธของเขา
ขณะที่กำลังปลื้มปริ่มกับส้มหล่นซึ่งเป็นหินวิเศษถึง 20000 ก้อน หมอนั่นก็เข้ามาดับฝัน
ตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว 21 อัน…
ผมจะเอาตราสัญลักษณ์ของคุณไปทำอะไร?
ต่อให้ปรมาจารย์ระดับ 6 ดาว ผมก็ไม่สน!
ไม่ว่าปรมาจารย์คนหนึ่งจะเก่งกาจน่าทึ่งแค่ไหน ต่อให้ปรมาจารย์เซียนขงมาเองก็เถอะ พวกเขาก็ไม่มีทางรับประกันได้ว่าเนื้อหาทุกเม็ดที่อยู่ในบทเรียนที่เขาสอนจะถูกต้องทั้งหมด แต่หอสมุดเทียบฟ้าทำได้!
ตราบใดที่สิ่งที่เขาเขียนลงไปได้รับการระบุว่าไม่มีข้อผิดพลาดหรือข้อบกพร่อง มันก็จะถูกต้องแน่ๆ
ในเมื่อเขามีหอสมุดเทียบฟ้าอยู่กับตัว จึงไม่สนใจปรมาจารย์หน้าไหนทั้งนั้น ต่อให้เก่งกาจน่าทึ่งอย่างไร ใครกันที่จะมีคุณสมบัติเพียงพอจะเป็นอาจารย์ของเขา?
หมอนั่นคิดจะซื้อภาพวาดของเขาโดยเอาของกิ๊กก๊อกพวกนั้นมาแลก? จางเซวียนแน่นหน้าอกจนแทบระเบิด
แต่สิ่งที่ทำให้เขาใบ้กินหนักกว่าเดิมก็คือสายตาอิจฉาตาร้อนนับไม่ถ้วนจากผู้คนที่อยู่โดยรอบ…อิจฉาหาพระแสงอะไรนี่!
จางเซวียนอยากปล่อยโฮเต็มที
“ปรมาจารย์จาง ตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวน่ะ ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนได้แต่ฝันถึง คุณ…”
เห็นอาการของจางเซวียน ประธานไซ่ก็งงหนัก
มีแต่คนเขาอยากได้ตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะ ขนาดปรมาจารย์ระดับล่างๆ ก็ยังอยากจะฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับสูงกว่า แต่ปรมาจารย์จางคนนี้…ทำไมหน้าตาบูดบึ้งเสียเหลือเกิน
นี่ไม่ใช่เรื่องที่ต้องดีใจสุดๆ หรือไง?
จางเซวียนข่มความขัดอกขัดใจไว้ เขาหันไปพูดกับประธานไซ่ “ประธานไซ่ ผมต้องขอรบกวนให้คุณส่งข้อความหาผู้อาวุโสเฉินหน่อย บอกเขาให้ประกาศว่าผมไม่อยากได้ตราสัญลักษณ์ ผมต้องการแค่หินวิเศษเท่านั้น!”
“คุณต้องการแค่หินวิเศษ?”
ประธานไซ่ถึงกับผงะ
เอาเข้าจริง ไม่มีทางที่คนธรรมดาอย่างตัวเขาจะเข้าใจการกระทำของอัจฉริยะได้เลย…
“ใช่!” จางเซวียนพยักหน้า
“ก็ได้”
เห็นอีกฝ่ายยืนยัน ประธานไซ่ก็ได้แต่ตอบตกลง
“ตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว 21 อัน ดูซิว่าใครที่ไหนจะมาแข่งกับผม”
เมื่อเกิดเสียงอื้ออึงเซ็งแซ่ในหอประมูลทันทีที่เขาเสนอราคา ชายหนุ่มยิ้มมุมปาก
ปรมาจารย์เป็นอาชีพที่ทำเงินได้ดี และตราสัญลักษณ์พวกนี้ก็คือเหตุผล
แต่ก็แน่นอนว่าไม่ใช่จะปล่อยตรานี้ออกมาได้ตามอำเภอใจ ในแต่ละปีก็มีขีดจำกัดอยู่ว่าปรมาจารย์ในระดับหนึ่งๆ จะสามารถมอบตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะได้กี่อัน และเรื่องนี้ก็ขึ้นตรงกับสภาปรมาจารย์ หากใครมอบตราสัญลักษณ์เกินโควต้าของหนึ่งปี ปีถัดไปก็จะถูกลดจำนวนลง
อีกอย่าง ปรมาจารย์ส่วนใหญ่ก็ไม่สามารถใช้เวลาทั้งหมดของพวกเขาไปกับการให้คำชี้แนะได้ เพราะพวกเขาก็ต้องฝึกฝนวรยุทธ และยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องทำ
การเสนอตราสัญลักษณ์ให้ทีเดียว 21 อันนั้น ก็เกือบจะเท่าโควต้าของครึ่งปีแล้ว!
“ตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว 21 อัน…มีใครจะเสนอราคาสูงกว่านี้อีกไหม? ถ้าไม่มี ภาพนี้จะตกเป็นของสหายบนที่นั่งชั้นสวีทเบอร์ 23 …”
ผู้อาวุโสเฉินเองก็อึ้งกับการเสนอราคาอย่างใจป้ำครั้งนี้ แต่ครู่เดียวเขาก็ตั้งตัวได้ และดำเนินการประมูลต่อไป แต่ในขณะที่กำลังจะประกาศผล ก็พลันได้ยินบางอย่างที่ทำให้ต้องยืนตัวแข็ง
จากนั้น ผู้อาวุโสเฉินก็ตะโกนออกมาด้วยสีหน้าประหลาด มีใครจะเสนอราคาที่สูงกว่าหินวิเศษ 20000 ก้อนหรือไม่ ถ้าไม่มี ภาพวาดนี้จะตกเป็นของสหายบนที่นั่งชั้นสวีทเบอร์ 14!”
“ฮะ?”
ชายหนุ่มที่กำลังปลื้มปริ่มกับการได้เป็นเจ้าของภาพวาดถึงกับนิ่งอึ้งและแทบลงไปกองกับพื้นเมื่อได้ยินประโยคนั้น
นี่มันอะไรกัน?
“นายน้อยของผมเพิ่งเสนอตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว 21 อัน ราคาของมันไม่ได้สูงกว่าหินวิเศษ 20000 ก้อนหรอกหรือ?” ผู้อาวุโสอดตั้งคำถามไม่ได้ “ถ้ายังไม่พอ เราจะเพิ่มให้อีก!”
“อ้อ สหายนั่นเอง ผมต้องขออภัยด้วย แต่ผู้ขายภาพนี้แจ้งมาว่าเขายินดีรับเฉพาะหินวิเศษเท่านั้น!” ผู้อาวุโสเฉินตอบ
“ยินดีรับเฉพาะหินวิเศษ?”
ชายหนุ่มถึงกับหัวหมุน
โลกนี้มีคนโง่เง่าขนาดนี้ด้วยหรือ?
เสนอตราสัญลักษณ์มากมายขนาดนั้น หมอนั่นยังปฏิเสธเพื่อไปหาหินวิเศษที่มีมูลค่าต่ำกว่าได้…มันอะไรกัน?
“เอาล่ะ มีใครให้ราคาสูงกว่านี้ไหม? ถ้าไม่มี ภาพวาดนี้จะตกเป็นของสหายบนที่นั่งชั้นสวีทเบอร์ 14!” ผู้อาวุโสเฉินพูดต่อ
บุคคลที่อยู่ในที่นั่งชั้นสวีทเบอร์ 14 นั้นเป็นจิตรกรผู้มีชื่อเสียง เขาคิดว่าตัวเองคงชวดภาพนี้แล้วเมื่อคู่แข่งเสนอตราสัญลักษณ์ให้มากมายขนาดนั้น นึกไม่ถึงเลยว่าสถานการณ์จะพลิกกลับ ทำเอาเขาดีใจเหลือหลาย
“ขาย!”
เมื่อเห็นแล้วว่าไม่มีใครเสนอราคาสูงกว่านั้น ภาพวาดจึงถูกขายไปด้วยราคาหินวิเศษ 20000 ก้อน
“โธ่เว้ย! บ้าที่สุด!”
ชายหนุ่มหน้าตึง โมโหจนใกล้ระเบิดเต็มที
ตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวเป็นของล้ำค่าที่มีแต่คนต้องการไม่ว่าจะไปที่ไหน แต่พอเป็นที่นี่ เขากลับแลกเปลี่ยนมันกับของที่เขาต้องการไม่ได้ ทำให้หงุดหงิดใจอย่างหนัก
“ไปสืบเสาะตัวตนและภูมิหลังของเจ้าคนขายภาพมา!”
ชายหนุ่มสั่งการ
“ขอรับ” ผู้อาวุโสเดินออกไป และไม่ช้าก็กลับมา
“เรียนนายน้อย เจ้าคนที่ขายภาพวาดอยู่ในที่นั่งชั้นสวีทหมายเลข 1 ถ้าผมเข้าใจไม่ผิด ดูเหมือนเขาจะเป็นสหายของประธานไซ่, ประธานสมาคมนักตรวจสอบสมบัติ ส่วนตัวตนของเขานั้น ผมยังไม่สามารถหารายละเอียดได้ในตอนนี้”
“ที่นั่งชั้นสวีทเบอร์ 1?”
ชายหนุ่มพึมพำและหรี่ตา
“นายน้อย ในเมื่อภาพวาดนั้นถูกซื้อไปแล้ว เราจะทำอย่างไรดี?” ผู้อาวุโสตั้งคำถาม
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ มาสนใจหุ่นโลหะไร้วิญญาณดีกว่า!”
ชายหนุ่มหงุดหงิดมาก แต่ก็รู้ดีว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว จึงได้แต่บอกปัด
ทันทีที่ค้อนทุบปังลงไป ต่อให้ตัวเขาจะมีเกียรติยศสูงส่งสักแค่ไหน ก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงการตัดสินใจได้
ในเมื่อผู้ขายยืนยันว่าต้องการเฉพาะหินวิเศษ ถึงเขาจะเก่งกาจไร้เทียมทานเพียงใด ก็ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้น
“เอาเถอะ!”
ผู้อาวุโสส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
การประมูลดำเนินต่อไป หลังจากภาพวาดที่สร้างความปั่นป่วนอย่างหนักถูกขายไปแล้ว ดาบหยินเย็นก็ถูกนำขึ้นมาประมูลอีกครั้ง ซึ่งในที่สุด จางเซวียนก็ประมูลไปได้ในราคาหินวิเศษ 700 ก้อน
ส่วนของล้ำค่าที่ถูกนำมาประมูลหลังจากนั้น ก็ไม่ได้สร้างความปั่นป่วนให้มากมายเท่ากับภาพวาดของจางเซวียน
ถึงพวกมันจะมีมูลค่าสูง แต่ก็เทียบไม่ได้เลยกับภาพวาดขั้น 7
นอกจากดาบหยินเย็นแล้ว จางเซวียนก็ยังซื้อของอีก 2 ชิ้น คือหอกเล่มหนึ่งให้เจิ้งหยาง และโล่อีกอันให้หยวนเทา
รวมราคาของ 2 ชิ้นนี้ก็ตกราวหินวิเศษ 1000 ก้อน จึงยังเป็นราคาที่รับได้
ส่วนหลิวหยางกับหวังหยิ่ง ไม่มีของประมูลที่เหมาะสมกับพวกเขา จางเซวียนจึงไม่ได้ซื้ออะไรให้
“ตอนนี้ก็มาถึงชิ้นสุดท้ายแล้ว อย่างที่ทุกคนรอคอย มันคือหุ่นโลหะไร้วิญญาณ!”
ผู้อาวุโสเฉินประกาศ แท่นหินค่อยๆ ยกตัวสูงขึ้น และร่างหนึ่งที่ดูเหมือนจะทำจากทองพร้อมชุดเกราะเต็มยศก็ปรากฎต่อสายตาฝูงชน
จางเซวียนเพ่งมอง
มันไม่ได้ต่างอะไรกับมนุษย์เลย ความแตกต่างเดียวก็คือโลหะปริมาณมหาศาลที่ถูกผนวกเข้าไปกับร่างนั้น ซึ่งทำให้มันมีอานุภาพในการป้องกันตัวที่สูงขึ้น
จางเซวียนใช้ดวงตาหยั่งรู้ แล้วก็ต้องส่ายหน้าอย่างผิดหวัง
ชัดเจนว่าวัตถุชิ้นนี้อยู่เหนือความสามารถในการวิเคราะห์ของเขา เขาจึงบอกอะไรไม่ได้เลย
“หุ่นโลหะไร้วิญญาณตัวนี้ได้ผ่านการตรวจสอบร่วมกันโดยประธานไซ่ ผู้อาวุโสลู่ และตัวผมเอง พวกเรายืนยันได้ว่าไม่มีความผิดพลาดใดๆ ทั้งสิ้น มันคือองครักษ์ของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณสมัยโบร่ำโบราณ มีมูลค่าสูงจนสุดจะบรรยายได้”
ผู้อาวุโสเฉินแนะนำต่อ “แต่ผมเกรงว่า ผมจะไม่มีอำนาจในการจัดการเรื่องนี้ เพราะเจ้าของหุ่นโลหะไร้วิญญาณได้ตัดสินใจจะเปิดการประมูลด้วยตัวเอง เขาตั้งใจจะแลกมันกับสมบัติล้ำค่าตามที่เขาต้องการ…ขอเชิญผู้เปิดการประมูลขึ้นมาบนเวทีด้วย!”
จากนั้น ชายชราคนหนึ่งก็เดินขึ้นมาจากด้านหลัง
เขามีเคราสีขาวโพลน ผิวพรรณออกจะหย่อนยานไปเล็กน้อย มีรังสีจางๆ โอบล้อมตัวเขาเอาไว้ แค่มองปราดเดียวก็ชัดเจนว่าอายุอานามของเขาคงไม่น้อย
“ฮึ?”
จางเซวียนใช้ดวงตาหยั่งรู้มองชายชราผู้นั้น แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว
ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นนักรบเหนือมนุษย์ ขั้น 2 -สูงสุดแล้ว แต่ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง ดวงตาหยั่งรู้ของจางเซวียนจึงยังสามารถบอกรายละเอียดของเขาได้
โดยปกติ จางเซวียนสามารถใช้ดวงตาหยั่งรู้กับผู้ที่มีระดับวรยุทธสูงกว่าเขาเล็กน้อยได้ ในเมื่อตัวเขาเป็นนักรบกึ่งเหนือมนุษย์ ก็ควรจะมองเห็นข้อบกพร่องของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 1 -ขั้นต้น
แต่ด้วยเหตุผลอะไรสักอย่าง…เขายังมองเห็นข้อบกพร่องของอีกฝ่ายที่เป็นถึงนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 2 -สูงสุดอยู่ ประหลาดมาก
“นี่คือผู้ค้นพบหุ่นโลหะไร้วิญญาณหรือ?”
“ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้น ใครจะคิดว่าเขาจะโชคดีขนาดนี้ ถ้าขายได้เมื่อไหร่ มีหวังรวยไม่รู้เรื่อง!”
“จริงๆ นะ ทำไมผมไม่โชคดีแบบนั้นบ้าง…”
เมื่อรู้แล้วว่าเขาคือชายชราผู้ค้นพบหุ่นโลหะไร้วิญญาณ ฝูงชนก็ส่งเสียงเซ็งแซ่ขึ้นอีก
“ทุกท่านได้โปรดอยู่ในความสงบ ในเมื่อพวกคุณสนใจอยากประมูลของชิ้นนี้ ก็ควรฟังเสียก่อนว่าผู้ขายอยากแลกเปลี่ยนมันกับอะไร ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สมบัติของคุณเองหรือของตระกูล หากคุณสามารถนำสิ่งที่เขาต้องการมาแลกเปลี่ยนได้ภายใน 1 วัน ก็ยื่นข้อเสนอมาได้เลย!” ผู้อาวุโสเฉินพูด
“ได้สิ!”
เมื่อได้รู้ว่าเงื่อนไขไม่เคร่งครัดอะไรมากมาย ทุกคนต่างก็ยินดีปรีดา
อันที่จริง ก็เหมือนกับประธานไซ่ ตอนแรกพวกเขาคิดว่าสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการก็คือหินวิเศษ ซึ่งทุกคนก็พกพากันมาคนละมากๆ แต่เมื่อได้รู้ว่าผู้ขายตั้งใจจะแลกเปลี่ยนกับของอย่างอื่น ก็เล่นเอาหมดเรี่ยวหมดแรงกันไป
แต่พอมีเงื่อนไขใหม่ว่าพวกเขาจะมีเวลาเตรียมการสำหรับสิ่งที่ชายชราผู้นี้อยากได้ ทุกคนก็ ตื่นเต้นขึ้นมาอีกรอบ
ผู้ที่เข้าร่วมการประมูลในวันนี้ มีใครบ้างที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของกลุ่มผู้มีอิทธิพล?
ขอแค่อีกฝ่ายบอกมาว่าต้องการอะไร พวกเขาก็มั่นใจว่า ต่อให้หาไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องรู้ข่าวของมันบ้าง
ชายชราก้าวออกมาและพูดขึ้นว่า “ง่ายมาก แค่พวกคุณทุกคนในที่นี้เสนอสิ่งที่คุณสามารถหาให้ผมภายในหนึ่งวันได้ออกมา ถ้าผมพอใจ ผมก็จะขายหุ่นให้ทันที!”
