Skip to content

Library Of Heaven’s Path 466


ตอนที่ 466 นายน้อยของผมจะซื้อ!

ในฐานะนักตรวจสอบสมบัติระดับ 4 ดาวขั้นสูงสุด เขามีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในอาชีพนี้ แค่ใครสักคนระบุตัวจิตรกรโดยดูจากฝีแปรงได้ก็สุดจะน่าทึ่งแล้ว แต่ถึงกับบอกได้ว่าภาพวาดนี้ถูกวาดขึ้นในขณะที่จิตรกรเมา และรู้ถึงขนาดว่าเขาได้ลบชื่อภาพและลายเซ็นออก…มนุษย์ทำได้ถึงขนาดนั้นหรือ?

ไม่ใช่ประธานไซ่คนเดียวที่คิดแบบนั้น ทั้งจ้าวเฟย อู่หลัวฉิง และคนอื่นๆ ก็เซ่อไปกับภาพที่ได้เห็นตรงหน้า ทุกคนจ้องเขม็งที่จางเซวียน พยายามจะหาคำตอบว่าเขารู้ลึกขนาดนี้ได้อย่างไร

“ฮ่าฮ่า!”

เมื่อสบตาคนพวกนั้น จางเซวียนก็หัวเราะเบาๆ “การตรวจสอบสมบัติไม่ใช่แค่การระบุลักษณะและต้นกำเนิดของมัน ที่สำคัญกว่านั้นก็คือเราจะต้องคาดเดาให้ได้ว่าในตอนนั้นผู้รังสรรค์ผลงานมีความคิดแบบไหน หากทำได้ ก็จะเข้าใจผลงานชิ้นนั้นได้ลึกซึ้งกว่าเดิม!”

“ภาพวาดชิ้นนี้อาจดูเหมือนถูกรังสรรค์มาอย่างปราณีต แต่อันที่จริง มันมีความแปรปรวนรวนเรอย่างมาก ทักษะพื้นฐานที่ใช้ในการวาดภาพก็ดูจะสมดุลดีอยู่ แต่รายละเอียดในภาพนั้นหนักไปทางซ้าย ทางขวามีอยู่เพียงเล็กน้อย ทำให้รู้สึกเหมือนมันเอียงไปข้างหนึ่ง เห็นได้ชัดว่าผู้วาดยืนไม่ได้มั่นคงนักในขณะที่วาดภาพนี้ และเป็นไปได้ว่าเขาจะนอนวาด เพราะเท่าที่ดูจากจุดนี้, จุดนี้ และจุดนั้น ชัดเจนว่าสัดส่วนแบบนี้จะออกมาได้ก็ต่อเมื่อผู้วาดนอนอยู่…”

“ส่วนฝูงนกประหลาดก็มีปีกสั้น จงอยปากสีขาว กรงเล็บสีดำ หัวสีดำ และตัวผอม ไม่มีอะไรเหมือนนกขาวบริสุทธิ์แม้แต่น้อย จึงไม่มีทางบอกได้ว่ามันเป็นนกสายพันธุ์ไหน”

“แต่หากดูใกล้ๆ ก็จะเห็นต้นกกและดอกไม้สีม่วงที่กำลังเบ่งบานอยู่ทั่วทั้งภาพ สองอย่างนี้เป็นของโปรดของนกขาวบริสุทธิ์ และที่สำคัญกว่านั้น นกทุกตัวยังคาบหญ้าต้นหนึ่งไว้ในไว้ในปากด้วย!”

จางเซวียนชี้ให้เห็น

และก็เป็นอย่างที่เขาพูด นกทุกตัวที่อยู่ในภาพวาดคาบหญ้าต้นหนึ่งไว้

“หญ้านี้มีหน้าตาเหมือนหญ้าใบไม้น้ำ หญ้าใบไม้น้ำมีพิษร้ายแรง และไม่มีอสูรวิเศษชนิดไหนชอบกินมัน ซึ่งยังทำให้เกิดความสับสนอยู่ แต่ว่า ถ้าหากมันเป็นต้นหยกขาวล่ะ?”

“ลำต้นของหญ้าหยกขาวมีความคล้ายคลึงกับหญ้าใบไม้น้ำมาก ถึงกับมีผู้ผลิตยาบางคนจงใจผสมมันเข้าด้วยกันเพื่อให้ได้กำไรสูงกว่าเดิม…แต่นกขาวบริสุทธิ์จะไม่ยอมแตะหญ้าใบไม้น้ำเลย หญ้าหยกขาวต่างหากที่เป็นอาหารโปรดของมัน…”

“เอ่อ…”

ประธานไซ่กับหลัวฉิงยืนตัวแข็ง

คำพูดของอีกฝ่ายมีตรรกะและสมเหตุสมผลมาก เมื่อคิดตาม ก็สามารถสรุปได้ๆว่านกฝูงนั้นคือนกขาวบริสุทธิ์

“เมื่อเรายืนยันสายพันธุ์ของนกได้แล้ว ที่เหลือก็ง่าย หากสังเกตให้ดีก็จะเห็นว่าภาพนี้วาดเสร็จในชั่วอึดใจเดียว มันไม่ได้เหมือนกับภาพวาดทั่วไป เพราะไม่ได้มีการร่างก่อน อู๋ชวนจื่อเป็นถึงจิตรกรผู้สามารถรังสรรค์ภาพวาดขั้น 6 เขาจะละเลยเทคนิคพื้นฐานแบบนี้ได้อย่างไร? อีกอย่าง…ยังมีร่องรอยการแก้ไขตัวนกให้ถูกต้องด้วย! เมื่อดูจากแนวคิดที่ว่ามา ก็สรุปได้ว่าภาพวาดนี้ถูกวาดขึ้นขณะที่อีกฝ่ายกำลังเมา”

“ในเมื่อสรุปได้แบบนี้แล้ว การจะรู้ที่มาของมันก็ไม่ได้ยากเกินไป…”

จางเซวียนยิ้มมุมปาก

เขาไม่ได้พูดออกมาส่งๆ ในฐานะจิตรกรระดับ 3 ดาวหรือสูงกว่า ในเมื่อเขารู้ผลและข้อบกพร่องที่หอสมุดเทียบฟ้าประมวลไว้ให้ ก็ไม่ได้ยากเกินไปสำหรับจางเซวียนที่จะระบุความแปลกประหลาด ที่มีอยู่ในภาพวาดนี้

ไม่อย่างนั้น ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครสักคนจะเชื่อมโยงความแปลกประหลาดนี้เข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืน

“อะ-เอ่อ…”

เห็นจางเซวียนอธิบายไปเรื่อยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทุกคนยิ่งคลั่งหนักกว่าเดิม

ตอนนี้ประธานไซ่รู้แล้วว่าทักษะการตรวจสอบสมบัติของอีกฝ่ายไม่ใช่แค่สูงกว่าเขาเล็กน้อย พวกเขาไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลยเสียด้วยซ้ำ

“เราต้องรายงานเรื่องนี้ให้ทางสำนักงานใหญ่รู้ทันที ด้วยทักษะการหยั่งรู้ระดับนี้ อย่างน้อยๆเขาก็จะต้องเป็นนักตรวจสอบสมบัติระดับ 5 ดาว…หรืออาจจะสูงกว่าด้วยซ้ำ!”

ประธานไซ่กลืนน้ำลายและตัดสินใจ

ความสามารถของชายหนุ่มคนนี้เหนือกว่าระดับที่มีอยู่ในสมาพันธ์นานาอาณาจักรเสียอีก ไม่ได้เป็นรองนักตรวจสอบสมบัติระดับ 5 ดาวเลย

ด้วยความปราดเปรื่องขนาดนี้ เขาต้องรีบรายงานต่อทางสำนักงานใหญ่โดยด่วน ไม่อย่างนั้นคงถูกฝังจมดินแน่

“เอาล่ะ อย่ามัวเสียเวลาเลย เอามันไปประมูล!”

หลังจบการอธิบาย จางเซวียนก็มองลงไปที่การประมูลและเห็นความปั่นป่วนที่เขาเป็นผู้สร้าง จึงได้แต่ส่ายหน้าและลงนั่งเหมือนเดิม

“ได้สิ!” เมื่อหายช็อก หลัวฉิงก็ม้วนภาพวาดเก็บไว้อย่างระมัดระวัง และออกไปจากที่นั่งชั้นสวีท

ไม่ช้า เสียงอึ้งทึ่งของผู้อาวุโสเฉินก็ดังขึ้น “ผมเชื่อว่าทุกคนในที่นี้คงได้เป็นประจักษ์พยานกับสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่ก่อน ภาพวาดขั้น 7 ถูกรังสรรค์ขึ้นแล้ว และพวกเราทุกคนได้รับสิทธิพิเศษในการชมปรากฏการณ์ครั้งนี้อย่างใกล้ชิด!”

“ตัวภาพเป็นฝีมือของอู๋ชวนจื่อ, บรมครูจิตรกร เมื่อ 800 ปีก่อน และจิตรกรอีกคนได้ตั้งชื่อภาพและทำให้เกิดจิตวิญญาณเริงร่าขึ้นมา ทำให้ภาพนี้สูงขึ้นจากภาพวาดระดับ 6 ขั้นสูงสุดไปอีก”

“นี่เป็นครั้งแรกที่มีการรังสรรค์ภาพวาดขั้น 7 ขึ้นในสมาพันธ์นานาอาณาจักร มันเป็นการสอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างจิตรกรรุ่นเก่ากับรุ่นปัจจุบัน ผมไม่อาจบอกได้ว่าในอนาคตจะมีปาฏิหาริย์แบบนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสิ่งนี้ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์!”

ยิ่งพูดไป ผู้อาวุโสเฉินก็ยิ่งตื่นเต้น “และตอนนี้ เจ้าของภาพวาดอยากให้มีการประมูลภาพนี้ ราคาประมูลเริ่มต้นคือหินวิเศษ 8000 ก้อน และทุกการเสนอราคาใหม่จะต้องสูงขึ้นครั้งละไม่ต่ำกว่า 1000 ก้อน เริ่มประมูลได้!”

“ภาพนี้ขายจริงๆหรือ? เยี่ยมเลย! ผมอยากได้…”

“ราคาประมูลเริ่มต้นที่ 8000? ออกจะแพงไปสักหน่อย แต่ว่าก็คุ้มค่าอยู่ รีบแจ้งทางตระกูลเถอะ ถ้าเราขายทรัพย์สินอีกสักหน่อยก็ซื้อมันได้!”

“ราคาเท่าไหร่ก็สู้…”

เมื่อได้ยินว่าภาพนี้ถูกเปิดประมูล ทุกคนก็อลหม่าน

ไม่เคยมีภาพวาดขั้น 7 ปรากฏขึ้นในสมาพันธ์นานาอาณาจักรมาก่อน ถ้าใครได้ครอบครองภาพระดับนี้ ต่อให้ต้องล้มละลายก็ถือว่าแสนคุ้มค่า

เพราะถึงอย่างไร ก็มีความเป็นไปได้สูงที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้นอีกหลายเท่าเมื่อมีการขายต่อในอนาคต

“ผมให้ 9000!”

“10000!”

“11000!”

ราคาพุ่งพรวด

“เฮ้ย…” เห็นความอลหม่านด้านล่าง จางเซวียนกระพริบตาปริบๆอย่างตกใจ

ขนาดประธานไซ่ยังให้ได้แค่หินวิเศษ 3000 ก้อน เขาจึงคิดว่าราคา 5000 ก้อนก็สูงสุดแล้ว ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะได้เห็นภาพนี้มีราคาสูงขึ้นไปจนเกินกว่าหินวิเศษ 10000 ก้อนเสียอีก

“ก็เหมือนกับผู้อาวุโสเฉินและคนอื่นๆนั่นแหละ ผมใช้จ่ายเงินไปกับการสะสมของล้ำค่ามากเกินไป จึงไม่มีหินวิเศษอยู่กับตัวมากนัก อีกอย่าง ผมก็ตัวคนเดียว ขณะที่พวกนั้นเป็นตัวแทนของกลุ่มอำนาจหรือไม่ก็ตระกูลอันทรงเกียรติ…”

รู้ดีว่าจางเซวียนกำลังคิดอะไร ประธานไซ่ยิ้มเจื่อนๆ

ถ้าจะพูดกันตามตรง ในเมื่ออาชีพนักตรวจสอบสมบัติเป็นอาชีพทำเงิน นักตรวจสอบสมบัติระดับ 4 ดาวก็น่าจะร่ำรวยมาก อย่างน้อยๆ ก็ควรจะเทียบชั้นกับบรรดานักประมูลที่อยู่ด้านล่างได้

แต่ก็น่าเสียดายที่เขาใช้จ่ายเงินทั้งหมดไปกับการสะสมของล้ำค่า จึงเหลือสินทรัพย์อยู่จำกัด หินวิเศษ 3000 ก้อนก็ถือเป็นจำนวนสูงสุดเท่าที่เขาจ่ายได้ในตอนนี้แล้ว

อีกอย่าง ตระกูลของนักประมูลเหล่านั้นก็มีประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปี ความมั่งคั่งที่พวกเขาสั่งสมมาเนิ่นนานย่อมอยู่ในระดับที่น่าทึ่ง ขณะที่ประธานไซ่กับอีกหลายคนแทบไม่มีปัญญาหาหินวิเศษมาให้ได้ถึง 10000 ก้อน แต่สำหรับคนเหล่านั้นก็อาจจะต้องขัดสนทางการเงินแค่เพียงระยะสั้นๆ เมื่อพวกเขาหาผู้ซื้อต่อได้ ไม่เพียงแต่จะได้ถอนทุน แต่ยังจะได้กำไรอย่างงามด้วย

ในที่นั่งชั้นสวีทของหอประมูล

ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง เขามีบุคลิกงามสง่าและรังสีที่โอ่อ่าอลังการราวกับมังกรผงาด

ที่ยืนอยู่ข้างเขาคือผู้อาวุโสคนหนึ่ง แม้จะยืนนิ่งไม่ไหวติง แต่การปรากฏตัวของเขาก็เป็นปริศนา ผู้ที่พบเห็นไม่อาจระบุได้ว่าเขามีพละกำลังมากน้อยแค่ไหน ดูเหมือนระดับวรยุทธของผู้อาวุโสคนนั้นจะเหนือกว่าจินชงไห่เสียอีก

“ภาพวาดขั้น 7? น่าสนใจมาก!”

เมื่อมองเห็นภาพ ‘ตื่นจากฝันมัวเมา’ ที่ผู้อาวุโสเฉินนำออกมาแสดง นัยน์ตาของชายหนุ่มก็วาววับ

ผู้อาวุโสโค้งคำนับ

“นายน้อย คุณสนใจหรือเปล่า?”

ชายหนุ่มพยักหน้า

“ภาพวาดขั้น 7 ถือเป็นสมบัติล้ำค่าแม้แต่กับบรรดาผู้อาวุโสในสำนัก หากผมซื้อมันไป อาชีพจิตรกรของผมจะต้องรุ่งเรืองแน่”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะซื้อ!”

ผู้อาวุโสพยักหน้าและเตรียมเสนอราคา

“ไม่ต้องรีบร้อนหรอก เราค่อยเสนอราคาตอนที่ผู้คนเริ่มซาแล้วก็ได้” ชายหนุ่มโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ

“ก็ได้” ผู้อาวุโสลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่…ผมเกรงว่าราคาจะพุ่งพรวดเสียจนเราจะไม่เหลือหินวิเศษมากพอสำหรับการประมูลหุ่นโลหะไร้วิญญาณ…”

“หุ่นโลหะไร้วิญญาณนั้นเชื่อมโยงกับผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ ขอแค่เรานำข้อมูลที่มีประโยชน์บางอย่างกลับไปที่สำนักได้ ตำแหน่งของผมจะต้องสูงขึ้นอีกมาก…หากได้การยอมรับจากประธานสภาปรมาจารย์เมื่อไหร่ ไม่นานผมก็คงได้เป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับ 1 ในบรรดาผู้เชี่ยวชาญรุ่นใหม่”

ชายหนุ่มหัวเราะหึๆ “แต่ไม่ต้องกังวลไป ผมไปสืบเสาะเรื่องหุ่นโลหะไร้วิญญาณมาแล้ว ผู้ที่นำสิ่งนั้นมาประมูลดูเหมือนจะไม่ได้ต้องการแลกกับหินวิเศษ”

“เขาไม่ได้ต้องการหินวิเศษหรือ?”

ผู้อาวุโสถึงกับชะงัก

หากใครสักคนนำของล้ำค่าออกมาประมูล ไม่ได้แปลว่าเขาหวังผลกำไรหรอกหรือ? ถึงกับไม่รับหินวิเศษเป็นของแลกเปลี่ยน หมายความว่าอย่างไร?

“ผมรู้มาว่าอายุขัยของชายผู้นั้นใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว หากเขาไม่สามารถฝ่าด่านคอขวดไปได้ จะมีหินวิเศษอยู่ในครอบครองมากมายแค่ไหนก็ไร้ค่า คุณคงเข้าใจนะ อันที่จริงสิ่งที่เขาต้องการ คือตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะ ยิ่งเกรดสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งดี” ชายหนุ่มพูด

แม้หินวิเศษจะมีค่ามาก แต่ความสามารถของมันก็มีขีดจำกัด

หากระดับวรยุทธของใครสักคนมาสะดุดที่คอขวด อายุขัยของเขาจะหยุดนิ่ง ไม่อาจเพิ่มขึ้นได้อีก ดังนั้น อีกไม่นานร่างกายของเขาก็ต้องเป็นฝุ่นผงไป…ซึ่งหากตายไปแล้ว จะเอาเงินไปทำอะไรได้?

บางคนจึงแลกเปลี่ยนของล้ำค่ากับตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ ถ้าเขาฝ่าด่านวรยุทธได้ อายุขัยของผู้นั้นก็จะยืนยาวขึ้นอีก ซึ่งก็แน่นอนว่าย่อมดีกว่าการครอบครองหินวิเศษเป็นไหนๆ

อีกอย่าง เมื่อมีระดับวรยุทธสูงขึ้นแล้ว ก็แน่นอนว่าต้องหาเงินได้ง่ายกว่าเดิม

ไม่ว่าจะไปที่ไหน พละกำลังก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่ทุกคนต้องมี สิ่งอื่นๆล้วนเป็นเรื่องรอง

“ถ้าเขาอยากได้ตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะล่ะก็ เรื่องนี้ง่ายมาก…ตัวนายน้อยเองก็เป็นปรมาจารย์อยู่แล้ว แค่ให้คำชี้แนะและช่วยให้เขาฝ่าด่านวรยุทธ ไม่ใช่เรื่องยากเลย!”

เมื่อเข้าใจแล้ว ผู้อาวุโสก็ยิ้มออก

“ใช่ อีกอย่าง ผมก็หมายตา 1 ใน 5 อันดับแรกของการประลองปรมาจารย์ครั้งนี้เอาไว้!”

ชายหนุ่มประกาศอย่างมั่นใจ

“นายน้อยมีความปราดเปรื่องอย่างยากจะหาใครเทียบ ไม่ว่าจะเป็นระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณหรือความรู้ความเข้าใจในศิลปะการต่อสู้ คุณก็ล้วนแต่เหนือกว่าใครๆมาก ผมเชื่อว่า 1 ใน 3 อันดับแรกจะต้องตกเป็นของคุณแน่!” ผู้อาวุโสพูด

“1 ใน 3 อันดับแรกหรือ…ยังบอกไม่ได้ง่ายๆแบบนั้นหรอก เจ้าสองสามคนนั้นไม่ใช่คนที่จะรับมือได้ง่ายๆ แต่ผมก็ไม่ได้กลัวพวกเขาหรอกนะ รอดูก็แล้วกันว่าใครจะเหนือกว่า!”

ชายหนุ่มมีสีหน้าเคร่งขรึมไปชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะส่ายหน้าเพื่อสลัดเรื่องนั้นทิ้งไปและหันไปสนใจการประมูล “เอาล่ะ ได้เวลาแล้ว เสนอราคาเลย! ผมยังมีเหตุต้องใช้หินวิเศษอยู่นะ อย่าให้มันสูญเปล่า”

“ขอรับ!”

ผู้อาวุโสพยักหน้า

ในตอนนั้น ราคาได้หยุดนิ่งแล้ว มันพุ่งพรวดมาถึงขีดที่บรรดากลุ่มอำนาจและตระกูลอันมั่งคั่งก็ยังต้องถอย

“สองหมื่นครั้งที่ 1,สองหมื่นครั้งที่ 2 …มีใครจะเสนอราคาสูงกว่านี้ไหม? ถ้าไม่มี ภาพวาดตื่นจากฝันมัวเมาภาพนี้จะตกเป็นของสหายจากที่นั่งชั้นสวีทเบอร์ 14 …”

ผู้อาวุโสเฉินมองไปรอบๆ

“หินวิเศษ 20000 ก้อน? ไม่น่าเชื่อว่าภาพวาดภาพเดียวจะได้ราคาขนาดนั้น…” จางเซวียนตาวาวเมื่อได้ยินราคาจากด้านล่าง

“อันที่จริง ดูเหมือนจะไม่มีใครสู้ราคาแล้ว หินวิเศษ 20000 ก้อน…เป็นเงินก้อนใหญ่มากจริงๆ!” ซุนฉางพยักหน้าอย่างตื่นเต้น

ยังไม่ทันที่ทั้งคู่จะพูดจบ เสียงของผู้อาวุโสคนหนึ่งก็ดังขึ้น

“ช้าก่อน ผมเสนอตราสัญลักษณ์เข้ารับฟังคำชี้แนะของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว 21 อัน นายน้อยของผมจะซื้อ!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version