Skip to content

Library Of Heaven’s Path 520


ตอนที่ 520 สุดจะรับมือไหว

“ผมก็แค่มาดู ไม่ได้ติดตามใครมา”

เมื่อรู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร จางเซวียนก็ได้แต่ส่ายหน้า

“แค่มาดู?” ชายหนุ่มชะงัก

นี่พวกเขาอยู่ที่ไหน?

ที่นี่คือสวนสมุนไพรของกูรูเชวนะ! ขนาดผู้แทนของสมาพันธ์นานาอาณาจักรยังแทบจะเข้ามาที่นี่ไม่ได้ คุณกลับบอกว่าแค่เข้ามาดู…ล้อเล่นน่ะ!

เมื่อครู่นี้ เขาก็เห็นแล้วว่าแม่บ้านที่เฝ้าประตูเดินมาส่งชายผู้นี้ด้วยตัวเอง แถมเธอยังมีทีท่านอบน้อมเป็นพิเศษ…ขนาดท่านปู่ของเขายังไม่ได้รับการปฏิบัติตัวแบบนี้เลย!

นี่คือเหตุผลที่เขาจงใจเดินเข้ามาผูกมิตรด้วย เพราะในฐานะที่เป็นทายาทของตระกูลกูรูสมุนไพร เขาก็ไม่ได้มีเวลามากพอจะคุยจิ๊จ๊ะกับทุกคน

เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังแสดงอาการอยากเก็บเนื้อเก็บตัว เขาจึงตัดสินใจไม่ถามอะไรอีก ชายหนุ่มยิ้มให้และแนะนำตัว “ผมคือลู่จั้น, สมาชิกของตระกูลลู่แห่งเมืองหลวงของสมาพันธ์นานาอาณาจักร!”

“จางเซวียน!” จางเซวียนตอบ

“ถ้าอย่างนั้นก็…น้องจางนี่เอง ยินดีที่ได้รู้จัก” ทั้งที่ประกาศไปแล้วว่าเป็นสมาชิกตระกูลลู่ อีกฝ่าย ก็ยังมีทีท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบเดิม ลู่จั้นมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นมาทันที เขารีบประสานมือคารวะ

ตระกูลลู่เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักร อำนาจและอิทธิพลของตระกูลนี้เป็นที่เลื่องลือกันไปทั่วทั้งสมาพันธ์

แม้แต่ขุนนางและข้าราชบริพารตำแหน่งสูงๆก็ยังต้องเรียกเขาอย่างนอบน้อมว่าคุณชายลู่เมื่อได้รู้สถานภาพของเขา แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับนิ่งเฉย ดูเหมือนเขาจะมีภูมิหลังใหญ่โตไม่ใช่เล่น

เมื่อคิดได้แบบนั้น ลู่จั้นก็มีทีท่าที่แสดงความเคารพนบนอบมากขึ้นอีก

หากเขารู้ว่าอันที่จริงจางเซวียนแค่ไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลลู่ ก็คงบอกได้ยากว่าเขาจะกระอักเลือดหรือลมจับกันแน่

หลังจากคุยกันอีกครู่หนึ่ง ลู่จั้นก็รู้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสมุนไพร ทำให้ยิ่งงงหนักกว่าเดิม

แขกคนอื่นๆยังคาดเดาไปต่างๆนานาว่าเหตุใดกูรูเชวผู้เป็นเจ้าของสวนสมุนไพรจึงมีคำเชิญให้มางานเลี้ยง แต่ตัวเขาในฐานะที่เป็นทายาทผู้สืบทอดตระกูลกูรูสมุนไพรอันทรงเกียรติ เขาได้ข่าวที่น่าเชื่อถือเกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้ว

อีกอย่าง ผู้คนจำนวนหนึ่งที่ทำงานในสวนสมุนไพรแห่งนี้ก็มาจากตระกูลกูรูสมุนไพร การจะได้ข้อมูลเรื่องนี้มาจึงไม่ใช่ปัญหา

ก็อย่างที่ทุกคนเดาไว้ เรื่องใหญ่ก็คือเถาวิเศษสอดประสานโลกันตร์

นี่คือเหตุผลที่ผู้ได้รับเชิญทุกคนล้วนแต่มีความสนใจและคลั่งไคล้ในศาสตร์แห่งสมุนไพร แต่ชายผู้นี้กลับไม่รู้อะไรเลย ไม่เคยได้ยินเรื่องตระกูลกูรูสมุนไพรเสียด้วยซ้ำ…แล้วเขาเป็นใครกันแน่ กูรูเชวผู้เป็นเจ้าของสวนสมุนไพรแห่งนี้จึงต้องเชิญมา?

ขณะที่พวกเขาสนทนากันอยู่ หลัวชิงเหยียนกับซ่งเชาก็มาถึงห้องโถงใหญ่

“ปรมาจารย์ซ่ง นั่นแหละคนที่ทำร้ายฉัน!” เมื่อมองไปท่ามกลางแขกเหรื่อ ไม่ช้า หลัวชิงเหยียนก็เห็นชายน่ารังเกียจคนนั้น เธอชี้นิ้วไป

เมื่อมองตาม ซ่งเชาก็ได้เห็น

จางเซวียนกำลังสนทนากับลู่จั้นและหันหลังให้ทั้งคู่ ด้วยเหตุนี้ซ่งเชาจึงได้เห็นแค่แผ่นหลังของอีกฝ่าย แม้จะดูคุ้นตา แต่เขาก็ไม่ได้นึกถึงจางเซวียน

เพราะปรมาจารย์จางดูจะสนิทชิดเชื้อกับประธานไซ่แห่งเมืองหงไห่ ซ่งเชาจึงคิดว่าเขาคงมาจากเมืองหงไห่เช่นกัน และไม่มีเหตุผลที่คนจากเมืองหงไห่จะมาปรากฏตัวที่นี่ และคงไม่บังเอิญถึงขนาดมาเจอกันในสวนสมุนไพรแห่งนี้อีก

“ไม่ผิดแน่ เขานั่นแหละ! เขาคือคนที่ใช้ตำแหน่งปรมาจารย์ทำร้ายฉัน ปรมาจารย์ซ่ง…ได้โปรดชดเชยความเสียหายให้ฉันด้วย ขอแค่คุณสั่งสอนบทเรียนกับหมอนั่นแทนฉันเท่านั้นแหละ ฉัน, ชิงเหยียน…จะเป็นของคุณ!”

หลัวชิงเหยียนสวมกอดซ่งเชาพร้อมกับใช้หน้าอกหน้าใจใหญ่โตนั้นเข้าเบียด

เธอรู้ดีว่าผู้ชายชอบอะไร และมักใช้เสน่ห์กับความยั่วยวนของตัวเองหว่านล้อมให้พวกเขาช่วยเหลือเธออยู่เสมอ เพราะไม่อย่างนั้น ผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอจะเป็นเจ้าของสวนสมุนไพรในเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักรได้อย่างไร?

เมื่อรู้สึกได้ถึงความอวบอัดอันน่าตื่นตะลึงที่เบียดท่อนแขนของเขาอยู่ ซ่งเชารีบพยักหน้าและประกาศด้วยมาดของผู้พิทักษ์ “อย่าห่วงเลย ต่อให้คุณไม่พูดอะไร ผมก็จะไม่มีวันปล่อยให้คนที่ ย่ำยีชื่อเสียงของปรมาจารย์ลอยนวลไปได้!”

แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายตั้งใจยืมมือเขาแก้แค้น แต่ซ่งเชาก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะถึงอย่างไร ก็เป็นหน้าที่ของเขาที่จะต้องปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของสภาปรมาจารย์อยู่แล้ว แถมผู้ที่ขอร้องยังเป็นสาวสวยเสียอีก

ซ่งเชาเดินตามร่างอรชรอ้อนแอ้นนั้นไป ไม่ช้าก็มาถึงกลุ่มของจางเซวียน

“เราพบกันอีกแล้วนะ!”

เพราะรู้ว่าปรมาจารย์ซ่งซึ่งเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว กำลังจะมาแก้แค้นจางเซวียนให้เธอ หลัวชิงเหยียนจึงไม่กลัวอะไรทั้งนั้น เธอเดินเข้าไปและพูดเยาะๆ

จางเซวียนหันกลับมาและอึ้งไปครู่หนึ่ง เขากระพริบตาปริบๆและถามอย่างสงสัย “ผมคิดว่าคุณไม่มีจดหมายเชิญนี่? แล้วเข้ามาในงานได้อย่างไร?”

“คุณ…”

เมื่อได้ยินคำพูดนั้น หลัวชิงเหยียนเกือบกระอักเลือดออกมาอีกรอบ

ยังมีหน้าจะมาพูดว่าฉันมีหรือไม่มีจดหมายเชิญ…

ก็แกเองไม่ใช่หรือที่ฉกมันไปจากมือของฉัน!

“ฉันมากับปรมาจารย์ซ่ง!”

หลัวชิงเหยียนข่มความโมโหไว้และหันไปพูดกับซ่งเชา “ปรมาจารย์จางคนนี้แหละที่ไม่สนใจเกียรติยศของตัวเองในฐานะปรมาจารย์ เขาสั่งให้อสูรเข้าโจมตีฉัน ขอปรมาจารย์ซ่งชดเชยความเสียหายให้ฉันด้วย!”

แต่ซ่งเชากลับยืนนิ่ง หลัวชิงเหยียนขมวดคิ้ว ขณะที่เธอกำลังจะรบเร้าให้เขาทำอะไรสักอย่าง ปรมาจารย์จางก็พูดขึ้นมา “ปรมาจารย์ซ่ง? อ๋อ! ซ่งน้อยนี่เอง!”

“ซ่งน้อย?”

หลัวชิงเหยียนถึงกับผงะ

นี่คือปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวที่แสนเก่งกาจ ผู้เชี่ยวชาญที่มาจากสํานักเพื่อนบ้าน ขนาดเหล่าผู้อาวุโสของสภาปรมาจารย์แห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักรยังต้องเรียกขานเขาเป็นมิตรสหาย แต่คนหนุ่มอย่างคุณกล้าเรียกเขาว่าซ่งน้อย…

หลัวชิงเหยียนกำลังคิดอยู่ว่าจะกระพือความขัดแย้งระหว่างชายทั้งสองอย่างไร แต่เท่าที่ดูก็คงไม่ต้องทำอะไรแล้ว เพราะหมอนั่นรนหาที่ตายด้วยตัวเอง!

ไม่ใช่แค่เธอ แม้แต่ลู่จั้นที่กำลังพยายามหยั่งตัวตนของจางเซวียนอยู่ก็แทบทรุด

ตราสัญลักษณ์ของปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวก็ติดหราอยู่บนหน้าอกของเขา แต่กล้าเรียกอีกฝ่ายว่าซ่งน้อยราวกับเขาเป็นศิษย์น้อง…

ลู่จั้นรีบหันไปจับตาปรมาจารย์ซ่ง เผื่อว่าจะคลี่คลายสถานการณ์ได้ แต่ก็พอดีกับที่อีกฝ่ายทำหน้าตาเหยเกราวกับอยากปล่อยโฮเต็มแก่

“มือใหม่ซ่งเชาคารวะปรมาจารย์จาง!”

เขารู้สึกเหมือนหัวใจจะแตกเป็นเสี่ยงๆ

ต่อให้อีกฝ่ายเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว เขาก็พร้อมจะเข้าลุย แต่กับชายหนุ่มคนนี้…เขาจะกล้าทำแบบนั้นได้อย่างไร?

เขาถูกหมอนี่ใช้การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ล่อลวงถึง 2 ครั้งซ้อนจนหมดเนื้อหมดตัว…เจอความน่าอัศจรรย์ของอีกฝ่ายเข้าอย่างจังแบบนี้ หากไม่เกรงใจตำแหน่งและเกียรติยศของตัวเอง เขาคงจะหันหลังกลับและเผ่นหนีไปทันทีที่เห็นหน้าจางเซวียน

สั่งสอนบทเรียน…ต่อให้มีกึ๋นมากกว่านี้อีก 10 เท่า เขาก็ยังไม่กล้า!

“ปรมาจารย์ซ่ง เขาลบหลู่คุณนะ! ทำไมถึง…ฮะ?”

หลัวชิงเหยียนกำลังรอดูจางเซวียนถูกปรมาจารย์ซ่งยำเละ เธอเกือบจะแนะนำวิธีจัดการให้เขาแล้วด้วย ก็พอดีกับที่เห็นปรมาจารย์ซ่งยืนตัวแข็ง

‘มือใหม่’ มันหมายความว่าอะไร?

ไม่ใช่แล้ว!

โดยทั่วไป เด็กรุ่นใหม่จะใช้คำเรียกขานนี้เมื่อเจอกับผู้ที่เหนือกว่าหรือมีตำแหน่งสูงกว่า ตัวเขาเป็นถึงอัจฉริยะปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว แต่ใช้คํานี้กับปรมาจารย์จางจริงๆหรือ?

หรือว่า…ปรมาจารย์จางคนนี้ แม้จะอายุยังน้อย แต่ก็เก่งกาจกว่าปรมาจารย์ซ่งเสียอีก?

เอาจริงๆสิ?

หลัวชิงเหยียนแทบปล่อยโฮออกมา

เธอคิดว่าคนระดับปรมาจารย์ซ่งจะต้องสั่งสอนบทเรียนให้ชายอวดดีคนนั้นได้แน่ ใครจะไปรู้ว่า…หมอนั่นใหญ่โตไปกว่าเสียอีก!

ตั้งใจมาแก้แค้น แต่กลับถูกตอกหน้าหงาย…

นี่มันอะไรกัน!

ลู่จั้นอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงจนแทบจะใหญ่กว่าปลาทองเสียอีก

เขาพยายามคาดเดาตัวตนของชายผู้นี้มาสักพักแล้ว คิดไปถึงสำนักงานใหญ่ของสมาพันธ์เสียด้วยซ้ำ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่คาดคิดเลยก็คือการที่อีกฝ่ายเป็นถึงปรมาจารย์…แถมยังเป็นปรมาจารย์ที่สามารถทำให้ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวเรียกตัวเองว่า ‘มือใหม่’ ได้อย่างเต็มปากเต็มคำ!

ช่างน่าสะพรึงเหลือเกิน!

ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมแม่บ้านถึงเดินมาส่งด้วยตัวเอง เพราะตัวเขาก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้รับการปฏิบัติแบบนั้น

จางเซวียนไม่แยแสอาการจังงังของทั้งคู่ เขาหันไปถามซ่งเชา “ซ่งน้อย คุณจะชดเชยความเสียหายให้เธอหรือเปล่า?”

ตอนแรกที่จางเซวียนเห็นชายผู้นี้ เขาก็ออกจะแปลกใจอยู่สักหน่อย แต่ไม่ช้าก็เข้าใจวัตถุประสงค์ที่ซ่งเชาเข้ามา

เพราะวิธีการรักษาที่จางเซวียนมอบให้อีกฝ่ายนั้นจะต้องใช้สมุนไพรที่ยังสดใหม่ และสถานที่เดียวที่จะซื้อหาสมุนไพรสดใหม่ได้ก็คือสวนสมุนไพร ซึ่งเขาก็คงมาที่นี่เพื่อการนั้น

“มะ-ไม่ล่ะ…ผมเพิ่งพบเธอเดี๋ยวนี้เอง ผมไม่รู้จักเธอสักหน่อย…”

ซ่งเชายิ้มแหยๆ

หลังจากถูกอีกฝ่ายล่อลวงด้วยการถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ถึง 2 ครั้ง เขาก็รู้แล้วว่าชายผู้นี้เป็นปรมาจารย์ที่เหนือชั้นกว่าเขามาก แล้วต่อหน้าคนระดับนี้ เขาจะกล้าทำอะไรได้?

“คุณไม่รู้จักเธอ?” จางเซวียนชี้นิ้วไป

ตอนนั้นเองที่ซ่งเชาเพิ่งนึกได้ว่าอกตู้มๆของหลัวชิงเหยียนยังเบียดอยู่ที่แขน

“ผมไม่รู้จักเธอจริงๆ…”

ซ่งเชาตะลึง เขารีบดึงแขนกลับและผลักอีกฝ่ายออกไป

ความนุ่มหยุ่นที่ทำให้รู้สึกดีอยู่เมื่อครู่กลายเป็นหนามทิ่มแทง ทิ่มแทงเสียจนน้ำตาจะไหลอยู่รอมร่อ

“ปรมาจารย์ซ่ง…”

เมื่อถูกผลักออกไป หลัวชิงเหยียนก็รู้ว่าปรมาจารย์ซ่งผู้ไร้เทียมทานคนนี้ไม่ใช่แค่เคารพปรมาจารย์จาง แต่เขายังหวาดกลัวอีกฝ่ายด้วย!

หมอนั่นทำให้ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวหวาดกลัวได้?

เขาเป็นใครกันแน่?

หลัวชิงเหยียนหวาดผวาจนต้องถอยกรูด การแก้แค้นเป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอจะนึกถึงในตอนนี้ คิดอยู่อย่างเดียวว่าทำอย่างไรถึงจะหนีไปเสียให้พ้น

เธอรู้สึกอยากตบหน้าตัวเองเมื่อครู่นี้เสียเหลือเกิน มันเรื่องอะไรถึงหูหนวกตาบอดขนาดไปยั่วโมโหคนระดับนั้น แค่ยังมีชีวิตรอดอยู่ได้จนถึงตอนนี้ก็บุญโขแล้ว!

“เอาเถอะ ผมเข้าใจ ไม่ต้องทำท่าแบบนั้นหรอก”

จางเซวียนไม่แยแสหลัวชิงเหยียนที่เตรียมตัวจะเผ่น เขาโบกมืออย่างไม่รู้สึกอะไร แต่แล้วก็พลันสะดุดเข้ากับความคิดหนึ่งจนต้องตาโตขึ้นมา เขาหันไปพูดกับซ่งเชาอีกครั้ง “ว่าแต่…คุณอยากได้หุ่นโลหะไร้วิญญาณอีกไหม?”

เมื่อตอนที่พวกเขาอยู่ที่สุสานผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ ซุนฉางได้กวาดเอาโลงศพโลหะมา 4 ใบ หนึ่งในนั้นว่างเปล่า ขณะที่อีก 3 ใบมีหุ่นโลหะไร้วิญญาณอยู่ใบละตัว ตอนนี้ของพวกนั้นไม่มีประโยชน์อะไรกับเขา และผู้ซื้อที่สุดแสนจะล่ำซำก็อยู่ตรงหน้าแล้ว จางเซวียนจึงตัดสินใจจะเสี่ยงดวงเสียหน่อย

“หุ่นโลหะไร้วิญญาณ…ปรมาจารย์จางยังมีอีกหรือ?” ซ่งเชาถาม

“ผมยังมีอีก 3 ตัว และมีโลงศพที่บรรจุพวกมันเป็นเซ็ตมาด้วย หากคุณสนใจ ผมจะขายหุ่นพร้อมโลงให้คุณ และแถมส่วนลดให้อีก หินวิเศษขั้นกลาง 5 ก้อนเท่านั้นสำหรับหุ่นและโลงศพ 1 ชุด!” จางเซวียนพูด

คราวที่แล้วเขาขายหุ่นโลหะไร้วิญญาณให้ชายผู้นี้ด้วยราคาหินวิเศษขั้นต่ำสี่หมื่นก้อน ครั้งนี้แถมโลงศพให้ด้วย แต่ก็ขายในราคาหินวิเศษขั้นกลาง 5 ก้อนเท่านั้น ถือว่าลดแลกแจกแถมกันสุดๆแล้ว

“หินวิเศษขั้นกลาง 5 ก้อน?” ซ่งเชาหน้าเสีย “ผมไม่มีหินวิเศษขั้นกลางมากขนาดนั้น…”

เขาหมดเนื้อหมดตัวไปตั้งแต่ที่ซื้อหุ่นโลหะไร้วิญญาณเมื่อคราวก่อน แม้เขาอาจรายงานค่าใช้จ่ายนี้เพื่อขอเบิกกับเหล่าผู้อาวุโสของสำนักได้ แต่สิ่งที่จะได้กลับคืนมาก็เป็นแค่หินวิเศษขั้นต่ำเท่านั้น ส่วนหินวิเศษขั้นกลาง…ต่อให้ขายทั้งเนื้อทั้งตัว ก็คงหาหาหินวิเศษขั้นกลางได้แค่ 1 ก้อน!”

“แล้วคุณมีเท่าไหร่ล่ะ?” จางเซวียนถาม

“ก้อนเดียว…” ซ่งเชาตอบตามตรง

“ก็เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นผมจะขายโลงศพโลหะเกรด 7 ให้คุณ มันเป็นผลงานของช่างตีเหล็กระดับ 4 ดาวเชียวนะ เป็นเตียงนอนชั้นดีที่จะทำให้คุณรู้สึกเย็นสบายยามหน้าร้อน และช่วยให้คุณอบอุ่นขึ้นยามหน้าหนาว ที่สำคัญกว่านั้น มันยังเป็นชุดเดียวกันกับหุ่นโลหะไร้วิญญาณที่คุณเพิ่งซื้อไป หากคุณนำมันกลับไปศึกษาล่ะก็ จะต้องฝ่าด่านวรยุทธได้แน่!”

จางเซวียนสะบัดข้อมือและหยิบแหวนเก็บสมบัติออกมา

แหวนเก็บสมบัติก็ไม่มีประโยชน์กับเขาแล้ว และจางเซวียนยังมีอีกหลายวง

ที่บรรจุอยู่ในแหวนเก็บสมบัติวงนี้คือโลงศพที่เคยบรรจุหุ่นโลหะไร้วิญญาณตัวที่หลัวจู้ขโมยมาเมื่อครั้งก่อน

การได้ตัวมั่วคุนเสินมาทำให้จางเซวียนมีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเรื่องผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ ด้วยเหตุนี้ โลงศพและหุ่นโลหะไร้วิญญาณจึงแทบไม่มีประโยชน์กับเขาแล้ว หากนำไปขายเพื่อซื้อหาหรือแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่นที่มีประโยชน์กว่านี้ได้ก็จะดีมาก

“โลงศพโลหะเกรด 7?” ซ่งเชาถือแหวนเก็บสมบัติไว้ เขาหยดเลือดลงไปหยดหนึ่งก่อนจะเพ่งสมาธิเข้าไปในนั้น ซึ่งหลังจากที่ได้เห็น ก็ถึงกับตาโต

มีสัญลักษณ์และอักขระมากมายที่ผู้พยากรณ์จิตวิญญาณใช้กันสลักอยู่บนนั้น หากได้ศึกษาหุ่นโลหะไร้วิญญาณไปพร้อมกับโลงศพ จะต้องช่วยให้ผู้นั้นมีความรู้ความเข้าใจเรื่องจิตวิญญาณมากขึ้นอย่างแน่นอน

“ก็ได้ ผมเอา นี่หินวิเศษขั้นกลางของคุณ!”

หลังจากพูดจบ เขาก็สะบัดข้อมือและยื่นกล่องหยกใบหนึ่งให้จางเซวียน

“อือ!” จางเซวียนรับกล่องหยกมาและเปิดออก เขารู้สึกได้ทันทีถึงพลังจิตวิญญาณเข้มข้นที่พุ่งออกมา เมื่อรู้แน่ชัดว่าสิ่งที่อยู่ข้างในคือหินวิเศษขั้นกลาง จางเซวียนก็พยักหน้าอย่างพอใจก่อนจะเก็บมันเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติ

“ผมยังมีหุ่นโลหะไร้วิญญาณอีก 3 ตัวพร้อมกับโลงศพที่เกรดสูงกว่านี้ ถ้าคุณสนใจล่ะก็ เอาหินวิเศษขั้นกลางมาตามหาผมได้นะ ยินดีต้อนรับคุณทุกเมื่อ!”

เมื่อได้หินวิเศษขั้นกลางมาแล้ว จางเซวียนที่แสนจะยินดีปรีดาก็มองซ่งเชาราวกับเขาเป็นถุงเงินเคลื่อนที่

หมอนี่อู้ฟู่ล่ำซำเสียจริงๆ จางเซวียนดูดเงินจากเขามาแล้วมากมาย

สมกับที่เป็นสมาชิกของสำนัก

“ได้! ผมจะรายงานเรื่องนี้ให้ทางสำนักรับรู้ หากมีอะไรที่พวกเราต้องการ ผมจะไปตามหาคุณแน่!”

ซ่งเชาพยักหน้า เขาหันหลังกลับและเตรียมตัวเดินจากไป แต่เดินไปได้แค่สองสามก้าว ก็พลันตัวแข็งทื่อและหน้าเสียขึ้นมาทันที น้ำตาไหลอาบหน้าของเขาเป็นทาง

“ฉิบหาย…เราถูกหลอกอีกแล้ว…”

ขนาดเตรียมตัวตั้งรับอย่างดี ก็ยังหลงกลหมอนั่นจนได้

เขาช่างเป็นไอ้ตัวฉลาดแกมโกงที่สุดจะรับมือไหวจริงๆ!

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version