Skip to content

Library Of Heaven’s Path 540


ตอนที่ 540 ผมก็แค่วาดให้ใหม่

‘นก’ ของผม?

เอา ‘นก’ ของผมคืนมา?

ในตอนนั้น บรรดาปรมาจารย์ในห้องยังไม่รู้ว่านกทั้งฝูงจะจากไปตลอดกาล พวกเขาจึงยังไม่เข้าใจความหมายของผู้อาวุโสอวิ๋น ทุกคนหันขวับไปมองที่หว่างขาของผู้อาวุโส และตัวสั่นด้วยความขยะแขยง

ปรมาจารย์จางกำลังบรรยายอยู่…แล้วไอ้คำว่า ‘นก’ ของคุณมันหมายความว่าอะไร มาเกี่ยวอะไรด้วย?

อีกอย่าง มันก็ยังอยู่ดีไม่ใช่หรือ?

สำหรับปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวที่เที่ยวร้องแรกแหกกระเชอหา ‘นก’ ของตัวเองต่อหน้าธารกำนัล…ถือว่าน่าอับอายมาก!

เหล่าปรมาจารย์ที่เป็นสุภาพสตรีพากันหน้าแดงก่ำเมื่อได้ยิน…ในฐานะจิตรกร ผู้อาวุโสอวิ๋นมีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น จนหลายคนยกย่องให้เขาเป็นผู้สูงส่ง นึกไม่ถึงเลยว่า…แท้ที่จริงก็เป็นตาเฒ่าตัณหากลับ!

“ไม่ใช่หรอก ผู้อาวุโสอวิ๋นอาจจะกำลังพูดถึงฝูงนกที่เพิ่งบินหนีไป!”

ผู้ชมบางส่วนเริ่มเข้าใจ

“ฮะ?”

หลายคนถึงกับผงะ แล้วเสียงเมื่อครู่ก็อธิบาย

“หลังจากได้ฟังคำบรรยายของปรมาจารย์จาง นกฝูงนั้นก็พลันมีชีวิตขึ้นมา พวกมันบินออกจากภาพวาด…และหนีไปเลย!”

“หนีไปเลย? จุดศูนย์กลางของภาพนี้ก็คือฝูงนก และมูลค่ามหาศาลของมันก็มาจากฝูงนกที่มีปัญญาญาณเหล่านี้ ถ้ามันบินหนีไปหมด ภาพวาดจะไม่ไร้ค่าหรือ?”

“ก็ใช่น่ะสิ! เพราะอย่างนี้ ผู้อาวุโสอวิ๋นถึงคลุ้มคลั่ง นี่มันภาพวาดขั้นปัญญาญาณ มีมูลค่ามหาศาล คุณก็รู้…”

“ของล้ำค่าที่เขาฟูมฟักอย่างดี…จู่ๆก็กลายเป็นกระดาษไร้ค่าหนึ่งแผ่น ไม่มีใครควบคุมสติอยู่ได้หรอก!”

เมื่อได้ฟังคำอธิบาย สุดท้ายทุกคนก็เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น พวกเขามองหน้ากันอย่างพรั่นพรึง

อีกฟากหนึ่ง ผู้อาวุโสอู๋กับผู้อาวุโสไป๋ก็มองหน้ากัน แต่ด้วยความโล่งอก

อย่างน้อยที่สุด พวกเขาก็แค่บาดเจ็บ ที่ต้องทำก็คือรักษาตัวสักระยะเพื่อให้หายดี แต่ภาพวาดนั้นเป็นสมบัติล้ำค่าที่สุดของผู้อาวุโสอวิ๋น มันกลายเป็นของไร้ค่าไปในชั่วพริบตาแบบนี้ โชคดีเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่คุ้มคลั่งจนเข้าไปฉีกหมอนั่นเป็นชิ้นๆ…

คุณชายโหลวฮวนที่เพิ่งกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่เมื่อครู่กับความหวังที่จะได้พลิกกลับมาเป็นที่หนึ่งก็ถึงกับปล่อยโฮออกมา

“แค่ฟังการบรรยาย นกพวกนั้นก็ได้จิตวิญญาณรู้แจ้งและบินหนีไป…”

เขาได้คิดคำนวณไว้แล้ว และมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถทำให้นกฝูงนี้คงสภาพอยู่ได้เกินกว่า 10 นาที แต่ชายคนนี้ทำได้ถึงขนาดปลดปล่อยสิ่งมีชีวิตระดับปัญญาญาณให้เป็นอิสระ…

จะบ้าหรือไง!

ต้องเก่งกาจอะไรขนาดนี้เลยหรือ?

ถ้าคุณทำได้ถึงขนาดนี้ แล้วจะหวังให้พวกเราที่เหลือแข่งขันกับคุณอย่างไร? ขืนทำแบบนี้บ่อยๆ ต่อไปคงไม่เหลือมิตรสหายแม้แต่คนเดียว…

“แค่ก แค่ก ผู้อาวุโสอวิ๋น ใจเย็นก่อน…”

เห็นเพื่อนเก่าผู้สุขุมเยือกเย็นอยู่เสมอเกิดเดือดพล่านจนแทบจะฆ่าใครสักคนได้ ผู้อาวุโสสู่วรีบเข้ามาปลอบ

“ใจเย็น? ผมจะเย็นได้อย่างไร! นี่มันภาพวาดที่ท่านอาจารย์มอบให้ ผมตั้งใจจะศึกษามันทุกวันเพื่อจะได้ยกระดับตัวเองไปเป็นจิตรกรระดับ 5 ดาว…ในเมื่อเป็นแบบนี้เสียแล้ว จะก้าวหน้าได้อย่างไรกัน?”

ผู้อาวุโสอวิ๋นก้มลงมองกระดาษเปล่าที่อยู่บนโต๊ะ เขากัดฟันกรอด

ใครกันที่พูดว่ามันเป็นแค่การทดสอบ และง่ายดายมาก

ออกมาซิวะ! ฉันสัญญาว่าจะไม่ฆ่าแก…

ขณะที่เขากำลังคุ้มคลั่ง ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ออกจะสงสัย “ผมยังบรรยายไม่จบเลย คุณก็ทำให้นกพวกนั้นกลัวจนหนีไป…คุณจะทดเวลาให้ผมหรือเปล่า?”

ไม่ใช่ผู้อาวุโสอวิ๋นคนเดียวที่โมโห จางเซวียนก็ออกจะไม่พอใจเหมือนกัน

ตาเฒ่าคนนี้ตุกติกหรือเปล่า?

เขากำลังอยู่ระหว่างการถ่ายทอดศิลปะการวาดภาพเทียบฟ้าเพื่อช่วยให้สิ่งมีชีวิตระดับปัญญาญาณเหล่านั้นมีพละกำลังเพิ่มขึ้น ถ้าเขาทำสำเร็จ พวกมันก็จะบินไปไหนต่อไหนได้ตามใจ และคงสภาพของตัวเองไว้ได้ตราบเท่าที่มันต้องการ ใครจะรู้ว่า…ยังไม่ทันทำสำเร็จ ตาเฒ่าคนนี้ก็มาตวาดเสียงดัง ทำให้นกเหล่านั้นตกใจจนบินหนีไปหมด

ในเมื่อนกหนีไปหมดแล้ว จะคำนวณผลการทดสอบของเขาได้อย่างไร

จะให้เขาพ่ายแพ้ด้วยเหตุผลแบบนี้หรือ?

อุตส่าห์ลงทุนลงแรงไปตั้งมาก…

“ทดเวลา…ภาพวาดวิหคโผบินก็ป่นปี้ไปแล้ว คุณยังมีหน้ามาถามผมเรื่องทดเวลา?”

ผู้อาวุโสอวิ๋นเกือบกระอักเลือด

ทดหัวแกนั่นแหละ!

แกทำสมบัติของฉันป่นปี้ นอกจากจะไม่สำนึกผิดสักนิด ยังมีหน้ามาถามเรื่องการทดสอบ…แกใจกล้าหน้าด้านขนาดนั้น หรือสติสตังเพี้ยนไปหมดแล้ว?

“แค่ก แค่ก, ปรมาจารย์จาง คุณก็ใจเย็นหน่อย มูลค่าของภาพวาดวิหคโผบินน่ะอยู่ที่นกเหล่านั้น การที่พวกมันหายไปหมดก็หมายความว่าคุณค่าของภาพนี้สูญสลายไปด้วย ก็เป็นธรรมดาที่ผู้อาวุโสอวิ๋น…จะต้องอารมณ์เสีย!”

ประธานคังก้าวออกมาและพยายามไกล่เกลี่ยสถานการณ์

“คุณค่าสูญสลาย?” จางเซวียนส่ายหน้า “ในเมื่อม้วนกระดาษยังอยู่ วาดนกใหม่ก็ได้ ทำไมต้องเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนั้น?”

“นี่มันภาพวาดขั้น 6 นะ! มีแต่ปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวเท่านั้นที่รังสรรค์ขึ้นได้ และภาพนี้ก็เป็นเพียงภาพเดียวที่มีอยู่ในเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักร คุณกล้าบอกว่าวาดใหม่ก็ได้? พูดง่ายไปหรือเปล่า!”

เมื่อเห็นเป็นโอกาสดี คุณชายโหลวฮวนก็ประสานมือและก้าวออกมา “ท่านอาจารย์ ในเมื่อภาพวาดวิหคโผบินถูกทำลายไปแล้ว พวกเราที่เหลือก็ไม่อาจทำการทดสอบได้ ทำไมเราไม่เปลี่ยนรูปแบบของการทดสอบล่ะ…”

การบรรยายของจางเซวียนทำให้สิ่งมีชีวิตระดับปัญญาญาณที่อยู่ในภาพได้จิตวิญญาณรู้แจ้ง หากยังใช้การทดสอบรูปแบบเดิม เขาไม่มีทางทำอะไรที่เหนือชั้นกว่าอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน จึงเห็นเป็นโอกาสดีที่จะใช้เหตุผลนี้เปลี่ยนรูปแบบของการทดสอบ

“อือ คุณพูดถูก…ภาพวาดวิหคโผบินเป็นภาพวาดขั้นปัญญาญาณเพียงภาพเดียวในสมาพันธ์นานาอาณาจักร ในเมื่อมันสูญสลายไปแล้ว พวกคุณที่เหลือก็ไม่อาจทำการทดสอบตามนี้ได้อีก…”

ประธานคังพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง

ถ้าเขารู้เสียก่อนว่าจะเป็นอย่างนี้ จะไม่มีวันยอมให้จางเซวียนเข้าทดสอบเป็นคนแรกเลย ตอนนี้ ไม่เพียงแต่ภาพวาดจะถูกทำลาย ผู้เข้าท้าชิงคนที่เหลือก็ยังเสียโอกาสด้วย…

ความลื่นไหลของปัญญาญาณเป็นวิธีประเมินความสามารถในการถ่ายทอดความรู้ที่ดีที่สุดเท่าที่เขาคิดออก สถานการณ์นี้เกิดขึ้นกระทันหันเกินไปจนเขายังหาวิธีการทดสอบที่ดีกว่านี้ไม่ได้

“ถ้าไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้ ทำไมเราไม่หานักเรียนมาสักกลุ่มหนึ่ง ปิดตาของพวกเขา ให้พวกเขาได้ยินเฉพาะเสียงของเราเพื่อที่จะได้ไม่รู้ว่าใครเป็นใคร การทดสอบแบบนี้ก็พอจะยุติธรรมดีอยู่…” คุณชายโหลวฮวนเสนอ

“ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้ ให้ผมปรึกษาหารือกับเหล่าผู้อาวุโสก่อน…ฮะ? เกิดอะไรขึ้น?”

ประธานคังพยักหน้าและนวดหว่างคิ้ว เขาละเหี่ยเพลียใจกับเรื่องนี้เหลือเกิน แต่ก็พอดีเห็นบางอย่างแวบๆอยู่ตรงหางตา

“ท่านอาจารย์ เกิดอะไรขึ้น?”

เมื่อเห็นอาจารย์มีท่าทีแปลกไป คุณชายโหลวฮวนก็ชะงัก เขามองตามสายตาของอาจารย์ไปและแทบจะหยุดหายใจเสียเดี๋ยวนั้น

โดยไม่บอกไม่กล่าว ชายหนุ่มที่เขาเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์ไปเมื่อครู่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าภาพวาด มือทั้งสองข้างของเขามีพู่กันข้างละอัน และตอนนี้ นกฝูงหนึ่งที่กำลังร้องจุ๊กจิ๊กใส่กันอย่างมีความสุขก็ปรากฏขึ้นมาจากภาพวาด ‘วิหคโผบิน’ ที่เคยว่างเปล่า

“นกกลับมาแล้ว?” ประธานคังถามด้วยเสียงแหบพร่า

“พวกมันไม่ได้กลับมาหรอก…แต่…ปรมาจารย์จางเพิ่งวาดขึ้นใหม่!” ฟู่เสี่ยวเฉินตอบเสียงสั่นๆ

“เพิ่งวาดใหม่…” คุณชายโหลวฮวนก็ตัวสั่น

นี่มันภาพวาดระดับปัญญาญาณนะ! ผลงานชิ้นเอกที่จิตรกรระดับ 5 ดาวเท่านั้นถึงจะรังสรรค์ได้ คุณวาดขึ้นใหม่ง่ายๆแบบนี้…เอาจริงๆสิ?

ที่สำคัญกว่านั้น…ต่อให้จิตรกรระดับ 5 ดาวก็ยังต้องใช้เวลาหลายเดือนเพื่อรวบรวมแนวคิดและรังสรรค์ภาพวาดให้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด มันเป็นภารกิจใหญ่หลวงในการรังสรรค์ภาพวาดอันน่าอัศจรรย์ระดับนี้…แต่เขายังพูดไม่ทันจบ อีกฝ่ายก็วาดเสร็จแล้ว…

จะเร็วไปไหน?

คุณชายโหลวฮวนสุดจะเก็บกิริยาไว้ได้อีกต่อไป เขาตั้งคำถาม “เขาใช้วิธีไหนวาดมัน?”

วาดเสร็จในเวลาเพียง 10 อึดใจ หมอนั่นใช้วิธีไหนถึงเร็วขนาดนั้น?

“มังกรคู่ผงาดฟ้า…” ฟู่เสี่ยวเฉินตอบอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“คุณหมายถึงเทคนิคที่…มีแต่จิตรกรข้างถนนเขาใช้กัน?” คุณชายโหลวฮวนถึงกับหน้ามืด

ถ้าคุณใช้เทคนิคที่มันล้ำลึกสักหน่อย ผมก็จะไม่ว่าอะไร…

นี่เล่นใช้เทคนิคมังกรคู่ผงาดฟ้าแบบที่จิตรกรข้างถนนเขาใช้วาดภาพทีละมากๆ…แล้วเอามาวาดภาพขั้น 6 …น้องชาย, บอกความจริงมาซิ คุณไม่ได้เป็นจิตรกรระดับ 3 ดาวใช่ไหม? แต่เป็นจิตรกรระดับ 6 ดาวปลอมตัวมา…ใช่หรือเปล่า?

น่าหัวเราะเหลือเกินที่เขาเพิ่งจะลิงโลดเมื่อรู้ว่าการทดสอบเป็นเรื่องความลื่นไหลของปัญญาญาณ เขาคิดว่าอีกฝ่ายจะต้องล้มเหลวแน่หากต้องเข้าทดสอบเป็นคนแรก…

ถ้ารู้เสียก่อนว่าคุณเป็นจิตรกรผู้เก่งกาจเสียขนาดนี้ ผมจะไม่วางท่าแบบนั้นเลย!

จางเซวียนเก็บพู่กันกับหมึกเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติ แล้วถามอย่างทองไม่รู้ร้อน “เอาล่ะ ผู้อาวุโสอวิ๋น ผมวาดภาพคืนให้คุณแล้ว ดูๆไป…ก็ไม่ได้ยากอะไรนี่!”

หลังจากที่ได้ยินผู้อาวุโสทั้งกรีดร้องทั้งตะโกน เขาก็คิดว่าคงเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่มันก็แค่ภาพวาดภาพหนึ่งไม่ใช่หรือ? ฝูงนกบินหนีไป…เขาก็แค่วาดใหม่ ทำไมต้องเป็นฟืนเป็นไฟเสียขนาดนั้น?

“เอ่อ…”

ผู้อาวุโสรีบเดินเข้ามาและก้มลงพินิจพิจารณาภาพวาด

แต่หลังจากมองปราดเดียว ริมฝีปากของเขาก็สั่นสะท้าน เขามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างพรั่นพรึงราวกับเห็นปีศาจ

ภาพวาดนั้นเหมือนเดิมไม่มีผิด ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นกันโต้งๆว่าหมึกยังไม่แห้ง เขาคงสงสัยว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นภาพหลอน

ด้วยการมองแค่ปราดเดียว ชายหนุ่มคนนี้ก็จดจำทุกรายละเอียดของภาพวาดได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งฝีแปรง ปริมาณหมึก ตำแหน่ง และแม้แต่…แนวคิดทางศิลปะ

เขาทำได้อย่างไร?

ใครๆก็รู้ว่าจิตรกรทุกคนมีประสบการณ์และสไตล์เป็นของตัวเอง เวลาลอกเลียนงานของใคร ก็มีโอกาสที่ผู้ลอกเลียนจะใส่แนวคิดของตัวเองเข้าไปในภาพโดยไม่รู้ตัว ด้วยเหตุนี้จึงยากมากที่ภาพวาดสองภาพไหนจะเหมือนกันเป๊ะ แต่ไม่เพียงภาพนี้จะเหมือนภาพเก่าของเขาทุกกระเบียดนิ้ว แม้แต่ความรู้สึกที่แผ่ออกมาก็ยังไม่แตกต่าง…มันเหมือนกันอย่างสมบูรณ์แบบสุดๆ

มีแต่จิตรกรระดับ 6 ดาวเท่านั้นที่ทำได้!

อันที่จริง ด้วยความสามารถในตอนนี้ของจางเซวียน เขาสามารถรังสรรค์ภาพวาดระดับนี้ได้ด้วยการลอกเลียนจากอีกภาพหนึ่งเท่านั้น หากต้องวาดด้วยตัวเอง ก็ยังทำไม่ได้ เพราะจางเซวียนยังรังสรรค์ภาพวาดระดับปัญญาญาณไม่ได้ด้วยซ้ำ จึงยังเป็นเรื่องยากสำหรับเขาที่จะเข้าถึงแนวคิดทางศิลปะของภาพวิหคโผบินภาพนี้

อีกอย่าง แม้เขาจะเชี่ยวชาญศิลปะการวาดภาพเทียบฟ้าแล้ว แต่ก็ยังอยู่ในระดับ 4 ดาวขั้นสูงสุดถึง 5 ดาวขั้นต้นเท่านั้น

แต่เหตุผลที่จางเซวียนวาดได้เหมือนเดิมเป๊ะก็เพราะดวงตาหยั่งรู้ ดวงตาหยั่งรู้ทำให้เขามองเห็นรายละเอียดแม้เพียงเล็กน้อยที่สุดที่ตาเปล่ามองไม่เห็น ตอนที่ผู้อาวุโสอวิ๋นหยิบภาพวาดออกมา จางเซวียนได้ใช้ดวงตาหยั่งรู้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้ว ด้วยเหตุนี้ รูปลักษณ์เดิมของมันจึงยังแจ่มชัดอยู่ในสมองของเขา

ถ้าเขาพยายามทำด้วยความสามารถของตัวเองโดยที่ยังไม่ได้เก็บข้อมูลเอาไว้ ก็คงยากมากที่จะเวียนจะเข้าถึงภาพวาดระดับนั้น

แต่ผู้อาวุโสอวิ๋นไม่รู้ความจริงเรื่องนี้ เขาจึงตื่นตะลึงและประทับใจในตัวจางเซวียนมากเสียจนแทบจะก้มลงคำนับ

ประธานคังเดินมาถาม “เป็นอย่างไรบ้าง?”

เมื่อหายตกใจแล้ว ผู้อาวุโสอวิ๋นก็กลืนน้ำลายก่อนจะพูดว่า “มันเหมือนเดิมเป๊ะ ไม่มีผิดเพี้ยน เราทำการทดสอบต่อได้…”

“ในเมื่อผู้อาวุโสอวิ๋นบอกว่าทำได้ ก็ต่อกันเลย!”

ประธานคังถอนหายใจอย่างโล่งอกและหันมามองบรรดาผู้ชม

ในเมื่อภาพวาดวิหคโผบินกลับมาแล้ว ก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนรูปแบบการทดสอบ

“….” คุณชายโหลวฮวนแทบปล่อยโฮ 9

หลังจากปั่นป่วนกันมามากมาย ความพยายามของเขาก็สูญเปล่า หากเขารู้ว่าจะเป็นแบบนี้ คงไม่มัวเสียเวลาพูด…

ถึงจะท้อใจ แต่คุณชายก็รวบรวมความกล้าและเข้ารับการทดสอบ แต่ด้วยสภาวะจิตที่ไม่มั่นคง เขาจึงทำให้ฝูงนกคงสภาพอยู่ได้เพียง 11 นาที ก่อนจะสลายตัวไป

ถัดจากเขาก็เป็นฟู่เสี่ยวเฉิน, เฟิงมั่วเซิน และอีก 2 คนตามลำดับ

ที่น่าประหลาดใจก็คือหลัวฉี่ ที่ทำให้ฝูงนกคงสภาพอยู่ได้ถึง 12 นาที ทำได้ดีกว่าคุณชายโหลวฮวนเสียอีก

“เอาล่ะ ผมจะประกาศผลการทดสอบ การบรรยายของปรมาจารย์จางทำให้สิ่งมีชีวิตระดับปัญญาญาณในภาพวาดวิวัฒนาการขึ้นเป็นระดับจิตวิญญาณรู้แจ้ง และด้วยเหตุนี้พวกมันจึงจากไปโดยไม่กลับมาอีก คงไม่มีใครคัดค้านที่เขาจะได้อันดับ 1,ใช่ไหม?”

หลังจากทุกคนเข้ารับการทดสอบแล้ว ประธานคังก็ประกาศผล เขากวาดสายตาไปยังฝูงชนเพื่อหาผู้คัดค้าน

“ใช่…”

ทุกคนไม่มีอะไรจะพูด เพราะอีกฝ่ายทำได้ถึงขนาดที่ฝูงนกเหล่านั้นมีตัวตนขึ้นมาจริงๆ แถมยังรังสรรค์ภาพวาดขั้น 6 ได้…ถ้าไม่ได้ที่ 1,แล้วใครจะได้?

“ดี…อันดับ 2 คือหลัวฉี่, อันดับ 3 โหลวฮวน, อันดับ 4 ฟู่เสี่ยวเฉิน, อันดับ 5 เฟิงมั่วเซิน, และอันดับ 6 ตู๋หู่…”

หลังจากประกาศจบ ประธานคังก็พูดต่อ “เราจะไปที่การทดสอบด่านที่ 4,ความเข้าใจเรื่องวรยุทธ!”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version