Skip to content

Library Of Heaven’s Path 547


ตอนที่ 547 โหลวฮวนปล่อยโฮ

หลังจากที่จางเซวียนออกไป ซ่งเชากับผู้อาวุโสหูก็มาถึงบ้านพัก ทั้งคู่รออยู่หลายชั่วโมง แต่ก็ต้องคอตกกลับไป

ขณะที่สองคนนั้นรออยู่ จางเซวียนก็ไปถึงหอสมุดแห่งสภาปรมาจารย์

สมกับที่เป็นศูนย์กลางของสมาพันธ์ เมืองหลวงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักรเป็นทั้งพื้นที่แลกเปลี่ยนซื้อขายและศูนย์รวมศิลปะการต่อสู้ เทคนิคและเคล็ดวิชาลับต่างๆเป็นสิ่งที่เมืองนี้ไม่เคยขาดแคลน

เมื่อเข้าไปในหอสมุด จางเซวียนก็เห็นหนังสืออัดแน่นอยู่บนชั้นหนังสือที่เรียงรายกันไปชั้นแล้วชั้นเล่าจนสุดลูกหูลูกตา ในแง่ปริมาณ แม้แต่หอสมุดขนาดมหึมาที่เมืองหงไห่ก็ยังเล็กกว่าที่นี่มาก

‘หนังสือเยอะขนาดนี้ ต่อให้ใช้ความเร็วเต็มพิกัด อีกหลายวันก็ยังถ่ายโอนไม่หมด…’ จางเซวียนคิด

วันพรุ่งนี้เขาจะต้องเดินทางไปทะเลสาบหยิน-หยางกับประธานคัง ต่อให้ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ก็ไม่มีทางถ่ายโอนทุกอย่างที่นี่เข้าหอสมุดเทียบฟ้าได้ทัน

‘ช่างมันเถอะ ตอนนี้เอาแค่เทคนิควรยุทธก่อน!’

รู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ จางเซวียนจึงตัดสินใจเลือกถ่ายโอนเฉพาะหนังสือเทคนิควรยุทธกับเทคนิคการต่อสู้

ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว เขามีสิทธิเข้าถึงทรัพยากรทุกอย่างของสภาปรมาจารย์ ไม่ช้าจางเซวียนก็รู้ว่าหนังสือเทคนิควรยุทธของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 3 อยู่บริเวณไหน

เมื่อกะด้วยสายตา ก็พบว่ามีมากกว่าหนึ่งพันเล่ม

“ข้อบกพร่อง!”

จางเซวียนพึมพำ เขาแตะปลายนิ้วลงบนหนังสือเล่มแรก และเริ่ม ‘ถ่ายโอน’

“ประมวล!”

ไม่ช้า เคล็ดวิชาเทียบฟ้าของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 3 ก็ปรากฏขึ้นในหัว

เพราะไม่มีหินวิเศษ จางเซวียนจึงยังฝึกวรยุทธตอนนี้ไม่ได้ เขาเดินหน้าถ่ายโอนต่อไป โดยพุ่งเป้าไปที่เทคนิควรยุทธของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4

แต่หลังจากค้นหาจนทั่ว จางเซวียนก็ได้แต่ส่ายหน้า

มีหนังสือเทคนิควรยุทธของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 อยู่ราว 100 เล่มเท่านั้น ยังห่างไกลมากกับจำนวนหนังสือที่จะนำมาประมวลเป็นเคล็ดวิชาเทียบฟ้า

แต่เมื่อดูจากการที่ผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดในสมาพันธ์นาอาณาจักรก็ยังเป็นแค่นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 หนังสือพวกนี้คงเป็นของรักของหวงที่กลุ่มอำนาจต่างๆในสมาพันธ์ต่างเก็บงำไว้ ด้วยเหตุนี้ การที่สภาปรมาจารย์มีอยู่ราว 100 เล่ม ก็ถือว่าดีแล้ว

“ไม่รู้ว่ามีหนังสือเกี่ยวกับจิตวิญญาณบ้างหรือเปล่า…”

ถึงอย่างนั้น จางเซวียนก็ยังไม่ท้อใจ เขารีบเดินหาหนังสือที่เป็นเคล็ดวิชาลับเกี่ยวกับจิตวิญญาณ

หลังจากได้รับมรดกตกทอดจากมั่วคุนเสิน จางเซวียนก็ได้ฝึกฝนเทคนิควรยุทธของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ ในเมื่อเทคนิควรยุทธของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 3 ขึ้นไปยังมีข้อบกพร่องอยู่ เขาจึงได้แต่ฝึกฝนจิตวิญญาณจนไปถึงระดับของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 2

ในเมื่อที่นี่มีหนังสือทุกชนิด ก็น่าจะมีหนังสือเกี่ยวกับจิตวิญญาณที่เป็นประโยชน์กับเขาอยู่บ้าง ถ้านำมาประมวลเข้ากับความรู้ที่มีอยู่เดิม ก็น่าจะสร้างศาสตร์แห่งจิตวิญญาณเทียบฟ้าในขั้นสูงกว่านี้ได้

การฝึกฝนจิตวิญญาณให้มีระดับวรยุทธสูงขึ้นจะทำให้พละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นเช่นกัน

จางเซวียนมองซ้ายมองขวาขณะที่เดินลัดเลาะไปตามชั้นหนังสือ และจากนั้นครู่ใหญ่ เขาก็หยุด

“‘วิธีเพิ่มความแข็งแกร่งให้จิตวิญญาณของคุณ’, ‘วรยุทธขั้นจิตวิญญาณสอดคล้องที่ควรรู้’, ‘จะฝึกฝนจิตวิญญาณในวรยุทธขั้นขจัดสิ่งมัวหมองได้อย่างไร’…นี่เป็นแนวคิดหลักของปรมาจารย์รุ่นก่อนๆ!”

จางเซวียนไล้นิ้วไปตามหนังสือที่เรียงกันเป็นแถว

มรดกตกทอดของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณถูกกำจัดไปจนเกือบสิ้นซากแล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะหาหนังสือเทคนิควรยุทธของพวกเขาจากที่ไหน แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนมากก็ได้ทิ้งแนวคิดหลักที่เกี่ยวกับการยกระดับจิตวิญญาณเอาไว้ เพราะมันเป็นเงื่อนไขพื้นฐานของการเข้าถึงวรยุทธขั้นจิตวิญญาณสอดคล้อง

แม้ใจความสำคัญของแนวคิดเหล่านั้นจะเกี่ยวข้องกับผู้พยากรณ์จิตวิญญาณเพียงเล็กน้อย แต่ก็ได้บอกความลับอันลึกซึ้งเกี่ยวกับจิตวิญญาณเอาไว้ ด้วยเหตุนี้ จึงนำมาใช้เติมเต็มช่องว่างที่มีอยู่ในเทคนิควรยุทธของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณได้

จางเซวียนตั้งต้นถ่ายโอนหนังสือเหล่านั้น ราว 11 ชั่วโมงต่อมา เขาก็รวบรวมหนังสือเรื่องการ ยกระดับจิตวิญญาณขั้นต้นไว้ได้หลายพันเล่ม

เพราะใช้พลังงานมากเกินไป จางเซวียนจึงง่วงอย่างหนักจนเกือบเดินไม่ไหว แต่นัยน์ตาของเขาก็วาววับด้วยความตื่นเต้น

“ประมวล!”

หลังปรับสภาวะจิตแล้ว จางเซวียนก็เพ่งสมาธิเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้า และหลอมรวมความรู้ทั้งหมดที่มีอยู่ในหนังสือเข้ากับมรดกตกทอดของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ

“เอ๊ะ? เรามีศาสตร์แห่งจิตวิญญาณเทียบฟ้าของนักรบเหนือมนุษย์ทั้งขั้น 3 และขั้น 4 แล้วนี่…”

เมื่อตรวจสอบอีกครั้ง นัยน์ตาของเขาก็เป็นประกาย

จางเซวียนแค่ลองดู เพราะไม่มีวิธีไหนที่คิดออกแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้หวังว่าจะสำเร็จ แต่ผลที่ได้กลับเหนือความคาดหมาย เขาประมวลศาสตร์แห่งจิตวิญญาณเทียบฟ้าของนักรบเหนือมนุษย์ทั้งขั้น 3 และขั้น 4 ได้ในรวดเดียว

พูดง่ายๆก็คือ ถ้าตอนนี้มีหินวิเศษมากพอ จางเซวียนก็สามารถฝึกฝนวรยุทธของจิตวิญญาณให้ไปถึงระดับของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 ได้!

“ไม่เลวเลย…”

จางเซวียนยิ้มมุมปาก

แม้จะเสียดายที่ไม่สามารถประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 ฉบับสมบูรณ์ได้ แต่ทุกอย่างก็ไม่เลวร้ายเกินไป เพราะเขาก็ได้ศาสตร์แห่งจิตวิญญาณเทียบฟ้าฉบับสมบูรณ์ของนักรบเหนือมนุษย์ทั้งขั้น 3 และขั้น 4 มา

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าผ่านไปอีกคืนแล้ว!”

เขาจมอยู่กับหนังสือเทคนิควรยุทธจนผ่านไปอีกหนึ่งคืน

เมื่อเดินออกจากหอสมุด พระอาทิตย์ก็ลอยโด่ง

“ปรมาจารย์จาง คุณออกมาได้เสียที ท่านประธานรออยู่ที่สวนด้านหลัง…”

ผู้ช่วยคนหนึ่งเดินเข้ามารายงาน

“ได้!” จางเซวียนพยักหน้าก่อนจะเดินไป ดูเหมือนประธานคังกับคุณชายโหลวฮวนจะรอเขาอยู่

“เอาล่ะ ไปกันเลย!”

เมื่อเห็นจางเซวียนเดินมา ประธานคังก็ยกมือ จากนั้นอสูรตัวมหึมาก็ค่อยๆร่อนลงจอด

มันเป็นอสูรพาหนะมีปีกซึ่งมีวรยุทธเหนืออสูรขั้น 4 และน่าจะเป็นอสูรส่วนตัวของประธานคัง

“อ้อ เดี๋ยวก่อน ผมอยากพาลูกศิษย์คนหนึ่งไปด้วย…” จางเซวียนพูด

“ลูกศิษย์?”

ประธานคังขมวดคิ้ว “ที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิงไม่ใช่อาณาเขตในสังกัดของสมาพันธ์นานาอาณาจักรนะ มันเป็นเขตพื้นที่ปกครองตัวเอง ผมต้องจ่ายเงินสูงลิ่วทีเดียวล่ะกว่าจะได้โควต้าให้คุณ 2 คน…”

ถ้าเขาพาใครๆไปที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิงแห่งนั้นได้ตามสบาย ก็แน่นอนว่าจะต้องพาฟู่เสี่ยวเฉินกับผู้ท้าชิงคนอื่นๆไปด้วยแล้ว คงไม่จำเป็นต้องเสียเวลาจัดการแข่งขันรอบคัดเลือก ทั้งที่การประลองปรมาจารย์ก็จวนเจียนมาถึงเต็มที

ก็เพราะเวลาที่มีอยู่จำกัด ประธานคังจึงต้องเหนื่อยยากอยู่ไม่น้อย

“แค่ 2 ที่? พาใครไปด้วยไม่ได้เลยหรือ?” จางเซวียนขมวดคิ้ว

“ไม่ได้หรอก อันที่จริงการได้มา 2 ที่ก็ไม่ได้เป็นเครื่องยืนยันนะ เพราะคุณทั้งคู่ก็จะต้องผ่านการทดสอบของที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิงก่อนอยู่ดี ถ้าเราต่อรองกับดินแดนนั้นได้ง่ายๆ บรรดาปรมาจารย์ในสภาปรมาจารย์ก็คงแข็งแกร่งกว่านี้อีกมาก อย่างน้อยที่สุด ก็คงจะไม่รั้งท้ายอย่างที่ผ่านมา!”

ประธานคังยิ้มเจื่อนๆ

“ถ้าอย่างนั้น…ผมสละสิทธิ์ให้ลูกศิษย์ของผมก็แล้วกัน!” จางเซวียนพูด

ขอแค่เขามีหินวิเศษขั้นกลางมากพอ จะได้ไปทะเลสาบหยิน-หยางหรือไม่ก็ไม่แตกต่าง และในเมื่อมีโควต้าแค่ 2 ที่ เขาก็อยากหยิบยื่นโอกาสให้จ้าวหย่า เพราะโอกาสที่จะปลุกสภาวะพิเศษของเธอขึ้นได้ก็หายากเต็มที

“ทำแบบนั้นได้ยังไง คุณคือความหวังสูงสุดของเราในการประลองปรมาจารย์นะ จะมาสละสิทธิ์โอกาสดีๆแบบนี้ไม่ได้หรอก!”

เมื่อได้ฟังการตัดสินใจของจางเซวียน ประธานคังรีบแย้ง

นี่เพื่อนเล่นเหรอ?

ผมเฝ้ารอดูว่าคุณจะทำลายสถิติของการประลองปรมาจารย์ได้หรือไม่ หากคุณไม่ไปทะเลสาบหยิน-หยาง แล้วเงินสูงลิ่วที่ผมจ่ายไปล่ะ จ่ายเพื่อ?

“ถึงอย่างไร ลูกศิษย์ของผมก็ต้องไปด้วย” จางเซวียนยืนยัน “เอาอย่างนี้ดีไหม? ถ้าทางนั้นทำอะไรให้ยุ่งยาก ผมจะต่อรองแทนคุณเอง”

“เอ่อ…”

ประธานคังส่ายหน้า “คุณประเมินชาวที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิงต่ำไปแล้วล่ะ ถ้าเจรจากันได้ง่ายๆแบบนั้น ผมคงได้โควต้าเพิ่มไปนานแล้ว แต่เอาจริงๆก็ตำหนิพวกเขาไม่ได้ เพราะทุกครั้งที่ทะเลสาบหยิน-หยางเปิด จะต้องมีการจำกัดจำนวนผู้คนที่เข้าไป ขนาดกลุ่มพวกเขาเองก็ยังไม่พอด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับคนนอกอย่างเรา”

จางเซวียนพยักหน้าอย่างเห็นพ้อง

หลังจากได้อ่านหนังสือมากมาย เขาก็รู้ว่าดินแดนหลายแห่งที่ธรรมชาติประทานพรให้ได้ตั้งข้อกำหนดพื้นฐานเอาไว้ เพราะหากผู้คนเข้าไปฝึกฝนวรยุทธที่นั่นมากเกินไป ความอุดมสมบูรณ์และมหัศจรรย์ของมันก็จะ ‘เหือดแห้ง’ ไปได้ง่าย

ข้อจำกัดที่ว่าจึงมีไว้เพื่อการรักษาสภาพในระยะยาว

“ช่างมันเถอะ คุณพาลูกศิษย์ไปด้วยก็ได้ ผมจะลองเจรจากับพวกเขาเอง ถ้าไม่สำเร็จก็ค่อยคิดหาวิธีอื่น!”

เมื่อเห็นความเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่ม ประธานคังก็ได้แต่นวดหว่างคิ้วและตอบอย่างจนปัญญา

“ลองดูก่อนก็ดี บางทีอาจจะได้โควต้าเพิ่มก็ได้”

จางเซวียนพยักหน้า

กว่าจะถึงวันนี้ เขาพบเจอความยากลำบากมามากมาย ได้รู้ได้เห็นหลายอย่างที่คนอื่นปักใจว่าเป็นไปไม่ได้ ต่อให้ชาวที่ราบธารน้ำแข็งเปลวเพลิงจะทำตัวยากและเยอะสักแค่ไหน จางเซวียนก็มั่นใจว่าเขาสามารถหาข้อบกพร่องในตัวคนเหล่านั้นและแก้ไขสถานการณ์ได้

“ตามนั้น!”

เมื่อตัดสินใจได้ จางเซวียนก็ส่งผู้ช่วยคนหนึ่งไปตามตัวจ้าวหย่า จากนั้น ทั้งสี่ก็ปีนขึ้นหลังอสูรพาหนะและบินไปยังเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักร

เมื่อวานนี้ ตอนที่จางเซวียนกลับบ้านพัก เขาได้สั่งเสียอสูรห้าสะพรึงให้รับผิดชอบความปลอดภัยของเด็กๆที่เหลือ ด้วยพละกำลังมหาศาลของมันและชื่อของจางเซวียนในฐานะปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว คงไม่มีใครหูหนวกตาบอดพอที่จะระรานลูกศิษย์ของเขา

แถมยังมีจ้าวเฟยอู่ซึ่งเป็นถึงองค์หญิงของสมาพันธ์คอยดูแลอยู่ด้วย

เขาจึงไม่ต้องเป็นห่วงความปลอดภัยของเจิ้งหยางกับเด็กคนอื่นๆ

ส่วนหญ้าปลุกวิญญาณนั้นไม่สามารถเก็บไว้ในแหวนเก็บสมบัติได้ จางเซวียนจึงไม่นำมาด้วย เขาฝากฝังให้หวังหยิ่งกับซุนฉาางเป็นผู้ดูแล ด้วยนิสัยละเอียดถี่ถ้วนของทั้งคู่ มันก็น่าจะปลอดภัย

อันที่จริง การออกเดินทางครั้งนี้ถือเป็นความลับ แม้แต่ปรมาจารย์คนอื่นๆในสภาปรมาจารย์ก็ไม่รู้ เพราะหากข่าวรั่วไหลออกไปและกลุ่มอำนาจบางกลุ่มพยายามจะตัดตอนพวกเขา ทุกอย่างก็อาจกลายเป็นหายนะ

แต่จะว่าไป สมาพันธ์นานาอาณาจักรก็รั้งท้ายมาตลอด กลุ่มอำนาจอื่นๆคงมัววุ่นวายกับการสืบข่าวของพวกที่เคยอยู่ใน 10 อันดับแรกมากกว่า

เมฆขาวลอยผ่านไปขณะที่อสูรวิเศษพุ่งทะยานในท้องฟ้า ทั้ง 4 คนอยู่ในห้องโดยสารบนหลังอสูรพาหนะ ตอนนี้ ประธานคังกำลังจับจ้องจ้าวหย่า ความงุนงงบนใบหน้าของเขาชัดเจนขึ้นทุกที

เวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ประธานคังอดพูดออกมาไม่ได้ “ปรมาจารย์จาง สภาวะพิเศษในตัวลูกศิษย์ของคุณน่ะ…ดูจะไม่ธรรมดาเลย!”

ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวขั้นสูงสุด เขามีความสามารถในการหยั่งรู้เป็นเลิศ แม้จางเซวียนจะสั่งให้จ้าวหย่าปกปิดสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์เอาไว้เพื่อหลีกเลี่ยงเรื่องยุ่งยากต่างๆ แต่ก็ไม่แนบเนียนพอจะหลุดรอดไปจากสายตาแหลมคมของประธานคังได้

“ท่านประธานมีทักษะการหยั่งรู้เป็นเลิศ จ้าวหย่ามีปราณหยินบริสุทธิ์ นั่นคือเหตุผลที่ผมอยากพาเธอไปที่นั่น อยากให้มีโอกาสได้ฝึกวรยุทธที่ทะเลสาบหยิน-หยาง” จางเซวียนยอมรับ

“จริงสิ…”

ประธานคังหายใจถี่

ด้วยการเป็นประธานสภาปรมาจารย์ เขาเข้าใจดีว่าการมีสภาวะพิเศษนั้นน่าสะพรึงแค่ไหน นักรบที่มีสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์จะมีความแข็งแกร่งจนน่าตกตะลึงเมื่อสภาวะพิเศษของพวกเขาถูกปลุกขึ้นมา และเท่าที่เห็น สาวน้อยคนนี้ก็น่าจะปลุกมันได้แล้วบางส่วน

ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมปรมาจารย์จางจึงยืนยันจะพาลูกศิษย์ไปทะเลสาบหยิน-หยาง ถึงกับคิดจะสละสิทธิ์ของตัวเองให้เธอ เพื่ออนาคตของลูกศิษย์ที่เก่งกาจแบบนี้ ก็ถือเป็นการทุ่มเทที่คู่ควรอย่างยิ่ง

“สภาวะปราณหยินบริสุทธิ์เป็นหนึ่งในสภาวะพิเศษแต่กำเนิดที่หายาก หากถูกปลุกให้ใช้การได้เต็มที่ ร่างกายของผู้นั้นจะปราศจากข้อบกพร่อง และเมื่อถึงตอนนั้น การยกระดับวรยุทธจะทำได้เร็วมาก…”

ประธานคังนึกทบทวนคุณสมบัติของสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์

ยิ่งพูดไป นัยน์ตาของเขาก็ยิ่งเป็นประกายขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ประธานคังหันขวับไปหาคุณชายโหลวฮวนและสั่งการ “เอาล่ะ ผมตัดสินใจแล้ว โหลวฮวน คุณต้องสละสิทธิ์ให้เธอ!”

“ฮะ?”

คุณชายโหลวฮวนงง ตาโตจนแทบถลน

อยากพูดอะไรก็พูดไปสิ…เอาผมไปเกี่ยวทำไม?

กว่าจะได้เป็นตัวแทนก็แสนเหนื่อยยาก อาจารย์รู้ไหมว่าผมฝึกหนักแค่ไหน แถมพอรู้ว่าจะได้ไปทะเลสาบหยิน-หยาง ผมก็เตรียมการอยู่ทั้งวัน แต่พอหมอนั่นพาลูกศิษย์ไปด้วย คุณก็ถึงกับเขี่ยผมดื้อๆ?

“ท่านอาจารย์…”

คุณชายโหลวฮวนมองหน้าอาจารย์ของเขาอย่างตื่นตระหนก

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เอาตามนี้แหละ อย่าห่วงน่ะ ผมจะชดเชยให้คุณเอง!”

ประธานคังโบกมือตัดบท

ปรมาจารย์จางคือความหวังสูงสุดของสมาพันธ์นานาอาณาจักรในการประลองปรมาจารย์ครั้งนี้ เขาจึงต้องยกระดับวรยุทธให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

เพราะพละกำลังที่แข็งแกร่งพอจะทำให้ได้เปรียบในการทดสอบแทบทุกรูปแบบ

อีกอย่าง ลูกศิษย์ของเขาก็มีสภาวะปราณหยินบริสุทธิ์ ทะเลสาบหยิน-หยางจึงมีความสำคัญกับเธอมาก

เมื่อใคร่ครวญทุกอย่างดีแล้ว ทางเลือกเดียวที่มีก็คือเขี่ยลูกศิษย์ของตัวเองตกไปก่อน

“….” คุณชายโหลวฮวนปล่อยโฮ

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version