ตอนที่ 561 ซุนฉางตะเพิด
สาวสวยคนหนึ่งเดินตรงไปยังที่พักของจางเซวียน องค์หญิงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักร, จ้าวเฟยอู่
เมื่อเห็นเธอ ซุนฉางก็กระวีกระวาดเข้ามาต้อนรับและกล่าวคำทักทายด้วยรอยยิ้มแหยๆ “องค์หญิง นายน้อยยังไม่กลับ…”
ตั้งแต่นายน้อยจากไป องค์หญิงจ้าวก็แวะเวียนมาทุก 2 – 3 วัน จนบ้านพักแห่งนี้เกือบจะเป็นที่อยู่ของเธอไปแล้ว
“ฉันรู้ ก็แค่มาเดินดู…”
เมื่อได้ฟังแบบนั้น จ้าวเฟยอู่มีสีหน้าผิดหวังขึ้นมาแวบหนึ่ง แต่ก็รีบยิ้มกลบเกลื่อน
รู้ดีว่าองค์หญิงต้องมีความรู้สึกบางอย่างกับนายน้อย ซุนฉางรีบพูดต่อ “องค์หญิงไม่ต้องกังวลไป ผมจะส่งคนไปแจ้งองค์หญิงทันทีที่นายน้อยกลับมา…”
“ได้!” จ้าวเฟยอู่พยักหน้า และขณะที่กำลังจะพูดต่อ ก็พลันเห็นใครคนหนึ่งอยู่ไกลๆ คนผู้นั้นกำลังเดินเข้ามา เชวอีเย่า, เจ้าของสวนสมุนไพรตะวันตก
กูรูเชวคนนี้เป็นที่ขึ้นชื่อในความหัวแข็งและนิสัยแปลกประหลาดของเธอ เธอไม่ยอมก้มหัวให้ใครทั้งนั้นแม้แต่หัวหน้าสมาพันธ์ ทำไมจู่ๆถึงมาที่นี่?
จ้าวเฟยอู่ถามงงๆ “ไม่ทราบว่ากูรูเชวมาปุบปับแบบนี้ มีธุระอะไร?”
“ปรมาจารย์จางได้รักษาอาการของเถาวิเศษสอดประสานโลกันตร์ให้ จนสวนสมุนไพรทั้งหมดของฉันปลอดภัย ฉันจึงมาที่นี่เพื่อแสดงความขอบคุณ” กูรูเชวตอบ
ในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา ต้นอ่อนของเถาวิเศษสอดประสานโลกันตร์ได้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับต้นเก่าได้สำเร็จ ทำให้มันเริ่มฟื้นตัว สมุนไพรทั้งหมดที่เคยเหี่ยวแห้งก็กลับสู่สภาพสมบูรณ์เหมือนเดิม กูรูเชวจึงแน่ใจว่าวิธีแก้ไขของปรมาจารย์จางนั้นได้ผลดีจริงๆ ด้วยเหตุนี้ จึงตัดสินใจมาขอพบเพื่อแสดงความขอบคุณเขาอีกครั้ง
ถึงเธอจะได้มอบสมุนไพรวิเศษมากมายเพื่อเป็นค่าตอบแทนให้จางเซวียนไปแล้ว แต่หากเทียบกับสมุนไพรทั้งหมดที่อยู่รอดปลอดภัย ของเหล่านั้นก็แทบไม่มีค่าอะไรเลย
“ปรมาจารย์จางอยู่ระหว่างการเก็บตัวเพื่อเตรียมเข้าร่วมการประลองปรมาจารย์ เขายังไม่กลับมาเลย…” ซุนฉางอธิบาย
จางเซวียนไม่ได้บอกใครว่าเขามุ่งหน้าไปทะเลสาบหยิน-หยาง บอกเพียงว่าเดินทางไปเก็บตัวเพื่อเตรียมเข้าร่วมการประลอง เพื่อจะได้มั่นใจว่าข่าวไม่รั่วไหล ทั้งยังป้องกันการคิดร้ายจากผู้เข้าร่วมการประลองคนอื่นๆ
“เก็บตัว?” กูรูเชวชะงัก “ไม่เป็นไร ไว้ปรมาจารย์จางกลับมาแล้วฉันค่อยมาใหม่”
ในเมื่อเขาไม่อยู่ เธอก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ กูรูเชวเตรียมตัวกลับ
แต่ตอนนั้นเอง ก็รู้สึกได้ถึงรังสีหนักหน่วงและทรงพลังที่อยู่ด้านหลัง มันแผ่ความกดดันมหาศาลมาสู่เธอ
“ปรมาจารย์จางอยู่ไหม? เจ้าสำนักหลัวฮวงแห่งสำนักเมฆเหิน, เจ้าสำนักไป๋ไข่ซือแห่งสำนักตะวันขาว, เจ้าสำนักหวงฉีแห่งสำนักน้ำตกทราย… 14 เจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโสอยู่ที่นี่ บอกเขาให้ออกมาคารวะเสีย!”
เสียงนั้นสั่นสะเทือนไปถึงหมู่เมฆ
มีผู้คนเพียงน้อยนิดที่รู้ว่าจางเซวียนไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์
เพราะกลุ่มอำนาจเหล่านี้ไม่ได้เห็นชื่อเสียงของปรมาจารย์คนหนึ่งว่าเป็นเรื่องใหญ่ พวกเขาจึงไม่ได้ใส่ใจ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่รู้ว่าจางเซวียนไม่อยู่
“14 เจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโสมา?”
“มาทำอะไร?”
“ปรมาจารย์จางเป็นปรมาจารย์แห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักรของเรา พวกนั้นมาพบเขาทำไม?”
บรรดาองครักษ์และทหารหาญที่ได้ยินเสียงตวาดก้องนั้นพากันยืนอึ้ง
ปรมาจารย์จางกำลังจะเป็นตัวแทนของสมาพันธ์นานาอาณาจักรเพื่อเข้าร่วมการประลองปรมาจารย์ แล้วคนพวกนี้มาตามหาเขาทำไม?
ซุนฉาง จ้าวเฟยอู่ และกูรูเชวสบตากัน ทั้งสามรู้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ธรรมดา
ถึงพวกนั้นจะแค่แวะมาขอพบปรมาจารย์จาง ก็เป็นไปไม่ได้ที่ทั้ง 14 เจ้าสำนักจะมาพร้อมหน้ากัน แน่นอนว่าพวกนั้นต้องมีวัตถุประสงค์บางอย่าง
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ซุนฉางก็ก้าวออกไปทักทายคนกลุ่มนั้น “ท่านทั้งหลาย ขณะนี้นายน้อยไม่อยู่!”
ผู้อาวุโสคนหนึ่งโบกมืออย่างวางมาด
“ไม่อยู่? คุณซ่อนตัวเขาไว้ล่ะสิ! ไปพาเขาออกมาดีกว่า ไม่อย่างนั้น หากพวกเราเข้าค้นล่ะก็ จะมาว่าไม่ได้นะ”
“เข้าค้น?”
ซุนฉางขมวดคิ้ว “นายน้อยเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวผู้ทรงเกียรติ ซึ่งกำลังจะเป็นตัวแทนของสมาพันธ์นานาอาณาจักรเพื่อเข้าร่วมการประลองปรมาจารย์ พวกคุณมาเคาะประตูและข่มขู่จะเข้าค้นบ้านพัก ไม่ทราบว่านายน้อยฝ่าฝืนความรับผิดชอบในฐานะของปรมาจารย์ หรือได้ทำให้สภาปรมาจารย์เสื่อมเสียชื่อเสียงหรือเปล่า? อีกอย่าง หากจะมีการบุกค้นจริงๆล่ะก็ ทางสภาปรมาจารย์แห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักรจะต้องเป็นผู้ดำเนินการ พวกคุณมีสิทธิ์อะไรที่จะทำแบบนี้? มีหมายค้นไหม?”
ในฐานะพ่อบ้านผู้เพียบพร้อม ซุนฉางได้ศึกษาธรรมเนียมปฏิบัติและกฎเกณฑ์เกี่ยวกับปรมาจารย์ไว้หมดแล้ว จึงวางมาดได้อย่างเต็มภาคภูมิ
นายน้อยเป็นถึงปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว ไม่มีใครมีสิทธิ์เข้าค้นบ้านพักของเขาหากปราศจากหมายค้นจากสภาปรมาจารย์
“เราไม่มีหมายค้น แต่ปรมาจารย์รุ่นเก๋ามากมายก็อยู่ตรงนี้ คุณไม่คิดว่าจะเป็นการไร้มารยาทไปหน่อยหรือ หากเขาไม่ออกมาคารวะ?”
“จริงด้วย ไปพาตัวเขาออกมา! คิดจะฝ่าฝืนหลักจริยธรรมของปรมาจารย์หรือไง?”
ผู้อาวุโสอีก 2 คนสำทับ
“คารวะ?”
ได้ยินคำพูดอวดดีของอีกฝ่าย ซุนฉางหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันที เขาตวาดด้วยความโมโห “บังอาจ!”
“ฮะ?”
จ้าวเฟยอู่กับกูรูเชวแทบทรุดลงไปเดี๋ยวนั้น
คนที่บังอาจน่ะ…คุณต่างหาก!
กลุ่มผู้มาเยือนมีทั้งเจ้าสำนักและเหล่าผู้อาวุโสของ 14 กลุ่มอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนนี้ เป็นทั้งผู้เชี่ยวชาญหรือไม่ก็ปรมาจารย์ระดับกึ่ง 5 ดาว แต่นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 1 ต๊อกต๋อยแบบคุณกล้าตวาดใส่? พ่อคุณ…เอากึ๋นมาจากไหน?
“นายน้อยเป็นศิษย์สายตรงของปรมาจารย์หยางชวนผู้ยิ่งใหญ่ พวกเซ่อซ่าแบบคุณที่ยังไม่ได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวด้วยซ้ำ กล้าวุ่นวายที่นี่หรือ?”
ซุนฉางโบกมือไล่ “มารอหาอะไรกันล่ะ? ไปให้พ้น!”
นายท่านหยางชวนคือปรมาจารย์ที่น่าจะมีระดับอย่างน้อย 6 ดาว ในฐานะพ่อบ้าน เขามีหน้าที่ ปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของนายท่าน ไม่ให้ใครมาทำให้เสื่อมเสียได้
ไอ้งี่เง่าพวกนี้กล้าเรียกร้องให้นายน้อยออกไปคารวะ เสร่อไม่เข้าท่า!
“….”
เจ้าสำนักหลัวฮวงกับคนอื่นๆมองหน้ากัน ถึงกับพูดอะไรไม่ออก
พวกเขาคิดว่า ด้วยสถานภาพของพวกเขา จางเซวียนจะต้องหวาดกลัวตัวสั่น คงต้องยอมแพ้และรีบออกมาทันที ไม่นึกไม่ฝันว่าจะถูกพ่อบ้านขวางไว้หน้าประตู…แถมหมอนั่นยังกล่าวหาว่าพวกเขาทำตัวบังอาจ และถึงกับตะเพิดออกมา…
บ้าหรือเปล่า! นี่เราหูฝาดใช่ไหม?
“คุณพูดอะไรนะ? แน่จริงก็พูดอีกทีซิ!”
เจ้าสำนักหลัวฮวงเลิกคิ้วขณะที่ระเบิดรังสีแผดกล้าออกมา เขาคือเจ้าสำนักเมฆเหิน, นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 5 จิตวิญญาณสอดคล้อง-สูงสุด ถูกเจ้าคนต่ำต้อยตะเพิดเอาแบบนี้ จะนิ่งนอนใจได้อย่างไร?
“ผมพูดอะไร? คุณหูหนวกมั้งนี่? โง่ขนาดนี้เป็นปรมาจารย์ได้อย่างไร…สงสัยจริงว่าทำไงถึงได้เป็นเจ้าสำนัก!”
ซุนฉางโบกมือและพูดต่อ “ได้ ในเมื่อพูดครั้งเดียวได้ยินไม่ชัด ผมก็จะพูดใหม่เพื่อเอาบุญ…ผมบอกให้คุณไปให้พ้น อย่ามาวุ่นวายที่นี่!”
“แกมันรนหาที่ตาย!”
เห็นท่านอาจารย์ถูกเหยียดหยาม หลัวชุนข่มความเดือดดาลไม่ไหว เขาพุ่งออกมา
ฟิ้ววววว!
ฝ่ามือขนาดยักษ์ที่มีรังสีแรงกล้าพุ่งเข้าหาซุนฉาง กวาดทุกอย่างที่ขวางทางออกไปหมด
กิ๊ซซซซซ!
แต่ยังไม่ทันที่ฝ่ามือนั้นจะถึงตัวซุนฉาง เสียงกรีดร้องแหลมก็ดังขึ้นบนท้องฟ้า จากนั้นเงามหึมาก็โฉบลงสู่พื้น
ด้วยการเคลื่อนไหวที่ว่องไวอย่างเหลือเชื่อ เกิดเป็นเสียงหวีดแหลมทิ่มแทงแก้วหูของทุกคน
“ฉิบหายแล้ว…”
หลัวชุนทำได้แค่สบถออกมา ก่อนที่จะโดนดี
ร่างของเขางอหงิกอย่างประหลาดด้วยอานุภาพของความโกรธแค้นที่ไม่ธรรมดา เขากระอักเลือดกองใหญ่ออกมา เกือบจะต้องไขว่คว้าลมหายใจเฮือกสุดท้ายกันทีเดียว
อสูรห้าสะพรึง!
ก่อนที่จางเซวียนจะออกเดินทาง เขาได้ฝากฝังความปลอดภัยของทุกคนในบ้านพักไว้กับอสูรตัวนี้ ด้วยเหตุนี้ เมื่อมันเห็นหลัวชุนพุ่งเข้าโจมตีซุนฉาง จึงโฉบมาปกป้องพ่อบ้านทันที
ในฐานะอสูรที่มีวรยุทธเหนืออสูรขั้น 4 -สูงสุด และพร้อมจะฝ่าด่านวรยุทธได้ทุกขณะ อสูรห้าสะพรึงมีพละกำลังแข็งแกร่งกว่าหลัวชุนมาก ทั้งยังมีความเร็วอันน่าอัศจรรย์และทักษะการป้องกันตัว ชั้นเลิศ หลัวชุนบาดเจ็บสาหัสทั้งที่ยังไม่มีโอกาสได้ตอบโต้สักนิด
เขาปวดใจจนพูดไม่ออก
เขาคืออัจฉริยะผู้เป็นตัวเก่งหมายเลข 1 ของตำแหน่งแชมป์ในการประลองปรมาจารย์ครั้งนี้ เป็นผู้เชี่ยวชาญที่อีกเพียงก้าวเดียวก็จะได้เป็นนักรบจิตวิญญาณสอดคล้องแล้ว แต่กลับต้องปางตายเพราะการโจมตีของอสูรตัวหนึ่ง…แค่คิดก็แทบคลั่ง
“อสูร แกกล้าดีอย่างไร!”
เจ้าสำนักหลัวฮวงหน้าแดงก่ำขณะที่ตวาดด้วยความโกรธแค้น
เขาคือเจ้าสำนักเมฆเหิน กลุ่มอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดใน 28 กลุ่มทั่วดินแดนนี้ แต่ลูกศิษย์ของเขาต้องเกือบตายต่อหน้าต่อตาเพราะการโจมตีของอสูรตัวหนึ่ง เข้าตั้งท่าและเตรียมพุ่งเข้าใส่เพื่อสั่งสอนซุนฉางสักตั้ง
“อะไรกันนี่? ปรมาจารย์ระดับกึ่ง 5 ดาวแบบคุณจะทำร้ายประชาชนคนสามัญแล้วหรือ? ผมทำอะไรผิด? ปรมาจารย์จางทำอะไรผิด?”
ซุนฉางโพล่งออกมา
ตามบรรทัดฐานของเหล่าปรมาจารย์ ปรมาจารย์จะไม่ลงไม้ลงมือกับประชาชนคนไหนหากพวกเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ซุนฉางแค่สกัดกั้นไม่ให้ใครเข้าไปในบ้านพักเท่านั้น จะกล่าวหาว่าเขาทำผิดไม่ได้ ส่วนหลัวชุนที่ควบคุมตัวเองไม่ไหวและพุ่งเข้าโจมตีเขานั่นต่างหากที่ถือเป็นความผิดอย่างชัดเจน ถ้าหลัวฮวงจะทำอะไรขึ้นมาจริงๆ คนที่ต้องอับอายก็ควรจะเป็นเขา
แต่ถึงซุนฉางจะมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่ลดตัวลงมาทำอะไรแบบนั้น เขาก็ยังอดกังวลไม่ได้
“คุณ…”
เมื่อถูกตั้งคำถามแบบนั้น เจ้าสำนักหลัวฮวงถอนฝ่ามือกลับ
อีกฝ่ายเป็นแค่คนรับใช้ หากจะฆ่าเขาด้วยเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ คงไม่ดีแน่
“ผมจะพูดอีกครั้ง ตอนนี้นายน้อยไม่ได้อยู่ในบ้านพัก ไม่ว่าพวกคุณจะมาที่นี่เพราะอะไร จะมาขอเป็นศิษย์หรือขอคำชี้แนะก็แล้วแต่ ผมขอให้พวกคุณกลับไปก่อน!”
เมื่อเห็นว่าในที่สุดอีกฝ่ายก็ไม่ทำอะไร ซุนฉางประกาศอีกครั้งขณะที่แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ขอเป็นศิษย์?”
เมื่อได้ยินคำนั้น ทุกคนก็งงงัน
ขอเป็นศิษย์กับผีอะไร!
เคยเห็นใครมาหาอาจารย์ด้วยทีท่าแบบนี้หรือ?
อีกอย่าง เจ้าจางเซวียนคนนั้นก็เป็นแค่ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวขั้นต้น มีสิทธิ์อะไรจะมาเป็นอาจารย์ของพวกเราที่เป็นถึงปรมาจารย์ระดับกึ่ง 5 ดาว?
เห็นสถานการณ์กระอักกระอ่วนตรงหน้า ผู้อาวุโสคนหนึ่งเข้ามาถาม “เจ้าสำนักหลัว แล้วตอนนี้เราจะทำอย่างไร?”
ทุกคนล้วนแต่เป็นนักรบผู้มีเกียรติ ไม่อาจเข้าไปวุ่นวายในบ้านของอีกฝ่ายหรือลงไม้ลงมือกับคนรับใช้ของเขาได้!
เพราะหากทำอย่างนั้น ต่อให้สภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่ไม่เอาเรื่อง พวกเขาก็คงต้องอับอายขายหน้าจนตายกันไปข้าง
แต่…ถ้าหากไม่ทำ จะแน่ใจได้อย่างไรว่าปรมาจารย์จางอยู่หรือไม่?
“กลับก่อนก็แล้วกัน!”
เจ้าสำนักหลัวฮวงโบกมือด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“กลับ?”
ทุกคนผงะ
จะกลับง่ายๆแบบนี้หรือ?
ถูกขี้ข้าของอีกฝ่ายตะเพิดเอา จะกระจอกไปหน่อยไหม?
“แล้วจะให้ทำอย่างไร?” เจ้าสำนักหลัวคำราม
เขาเองก็ปวดหัวจี๊ด
แต่เท่าที่ดู จางเซวียนก็น่าจะไม่อยู่จริงๆ ไม่อย่างนั้น…ด้วยความอึกทึกครึกโครมที่เกิดขึ้น เขาคงไม่อาจนิ่งเฉยได้
ทะเลาะกับคนรับใช้ขณะที่เจ้านายไม่อยู่…จะเสื่อมเสียชื่อเสียงไปกว่านี้ก็คงไม่ไหวแล้ว!
อีกอย่าง เจ้าพ่อบ้านคนนั้นก็ไม่รู้เก่งกล้าสามารถมาจากไหน มีแต่คนตัวสั่นงันงกเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าพวกเขา…แต่หมอนี่ไม่ได้สนใจอะไรสักนิด…
สงสัยจริงว่าเขามีกองหนุนดี หรือกล้าหาญแบบนั้นจริงๆ!
เจ้าสำนักหลัวฮวงเกรงว่าหากปะทะคารมกันต่อไป ตัวเขาคงโมโหจนขาดใจตายไปเสียก่อน
หลังจากลังเลอยู่อีกครู่หนึ่ง หลัวฮวงก็สั่งการ “ส่งคนมาเฝ้าที่นี่ไว้ ทันทีที่จางเซวียนกลับมา ให้รายงานทันที ค่อยมาจับตัวเขาตอนนั้นก็ยังไม่สาย!”
ตอนนี้พวกเขาควรจะถอยทัพก่อน อยู่ไปก็มีแต่ขายหน้าเปล่าๆ
