Skip to content

Library Of Heaven’s Path 574


ตอนที่ 574 รางวัลของการประลอง

จางเซวียนเดินทางมาถึงสมาพันธ์นานาอาณาจักรก็เพื่อการประลองครั้งนี้ แม้ของรางวัลใหญ่ซึ่งเป็นหินวิเศษขั้นกลาง 100 ก้อนจะไม่เย้ายวนใจเขามากมายเหมือนเมื่อก่อน แต่หากเขาได้เป็นแชมป์ ก็จะได้รับการดูแลอย่างดีจากสภาปรมาจารย์ ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น การจะเข้าถึงหนังสือเทคนิควรยุทธของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 ย่อมง่ายขึ้น

อีกอย่าง ทั้งระดับวรยุทธและความสามารถของเขาก็มาถึงขีดจำกัดเท่าที่มีในสมาพันธ์นานาอาณาจักรแล้ว ถ้าเขาอยากก้าวหน้ากว่านี้ ก็จะต้องเดินทางไปยังจักรวรรดิขั้นสูงขึ้นไปอีก ซึ่งผู้ที่ติด 1 ใน 10 อันดับแรกของการประลองครั้งนี้จะได้รับโอกาสให้ไปเรียนต่อที่สถาบันปรมาจารย์แห่งจักรวรรดิหงหย่วน ซึ่งนั่นจะเป็นโอกาสที่ดีมาก

ด้วยเหตุนี้ จางเซวียนจึงยังคาดหวังกับการประลองปรมาจารย์ครั้งนี้อยู่

“ปรมาจารย์จาง ผมใช้เวลา 2 – 3 วันสุดท้ายประมวลรายชื่อของตัวเก็ง 10 อันดับแรกมา คุณควรดูเสียหน่อย…”

ประธานคังยื่นหนังสือเล่มหนึ่งให้

ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้อยู่เฉย ประธานคังได้ส่งคนไปสืบเสาะที่กลุ่มอำนาจอื่นๆและสุดท้ายก็ประมวลรายชื่อนี้มาได้

ด้วยรายชื่อนี้ ผู้เข้าแข่งขันซึ่งเป็นตัวแทนของสมาพันธ์นานาอาณาจักรจะมีโอกาสได้เตรียมตัวก่อน เหมือนคำกล่าวที่ว่า ‘รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง’

“ขอบคุณมาก”

รู้ดีว่าอีกฝ่ายต้องเพียรพยายามแค่ไหน จางเซวียนพยักหน้าและพลิกดู

“ตัวเก็งอันดับ 1 คือหลัวชุน ศิษย์สายตรงของเจ้าสำนักหลัวฮวงแห่งสำนักเมฆเหิน, ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว ขั้นสูงสุด, นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -สูงสุด อาชีพรองรับ : นายแพทย์ระดับ 4 ดาว, ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 4 ดาว…”

“หมอนี่คือตัวเก่งอันดับ 1?” จางเซวียนมีสีหน้าพิลึกพิลั่น

เขาจำได้ดี เมื่อครึ่งเดือนก่อน เป็นหลัวชุนคนนี้ที่นำหินวิเศษขั้นกลาง 150 ก้อนมาต่อรองกับปรมาจารย์หยางให้ไว้ชีวิตเจ้าสำนักหลัวฮวง

จากที่ซุนฉางเล่า ดูเหมือนเขาจะเกือบตายเพราะถูกอสูรห้าสะพรึงโจมตี

คนงี่เง่าแบบนี้น่ะหรือจะเป็นตัวเก็งอันดับ 1 ของการประลองปรมาจารย์?

“แค่ก แค่ก!” เห็นจางเซวียนทำหน้าพิลึกพิลั่น ดูเหมือนประธานคังจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ “อันที่จริง หลัวชุนไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คุณคิดนะ เขาแข็งแกร่งมาก ต่อให้เป็นผมก็เถอะ หากสู้กับเขาก็บอกได้ยากว่าใครจะชนะ…”

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนก็พยักหน้าอย่างเห็นพ้อง

อสูรห้าสะพรึงมีสายเลือดมังกร จึงเป็นธรรมดาที่นักรบระดับเดียวกันจะรับมือกับมันไม่ไหว จะตัดสินพละกำลังของหลัวชุนด้วยวิธีนั้นก็ไม่ถูก อีกอย่าง จางเซวียนก็ได้พบกับเขาในคราบของ ‘ปรมาจารย์หยาง’ ซึ่งขนาดปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวยังไม่กล้าพูดสักแอะ จึงเป็นธรรมดาที่ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวขั้นสูงสุดอย่างเขาจะไม่กล้าทำอะไรเกินเลย

เพราะฉะนั้น หลัวชุนจึงยังเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวอยู่

เพราะอย่างน้อยที่สุด ก็มีนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -สูงสุดเพียงไม่กี่คนที่เทียบชั้นกับเขาได้

“แต่ก็แน่นอนว่าถึงเขาจะเป็นตัวเก็งอันดับ 1 ของการประลองครั้งนี้ แต่ความจริงก็คือความสามารถของผู้ที่ติด 10 อันดับแรกก็ล้วนอยู่ในระดับพอๆกัน ยากที่จะระบุได้ว่าใครเป็นที่ 1!” ประธานคังพูดต่อ

ฟังแล้ว จางเซวียนก็อ่านรายชื่อต่อไป

เป็นอย่างที่ประธานคังพูด ทั้ง 10 อันดับในนี้ไม่ได้มีความเหลื่อมล้ำกันมากนัก ทุกคนล้วนแต่เป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว และนักรบขจัดสิ่งมัวหมอง-ขั้นสูงสุด

ในเมื่อพวกเขามีตำแหน่งปรมาจารย์และระดับวรยุทธที่เท่าเทียมกัน จึงบอกไม่ได้ว่าใครเหนือกว่าใคร

ไม่ช้าจางเซวียนก็ดูจบ

มีตัวแทน 56 คนจาก 28 กลุ่มอำนาจ และแม้ผู้อ่อนด้อยที่สุดก็ยังเป็นปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวขั้นต้น พูดง่ายๆก็คือ…จางเซวียนเป็นตัวแทนที่มีวรยุทธอ่อนด้อยที่สุด

และเมื่อดูจากความสามารถของคุณชายโหลวฮวนซึ่งเป็นถึงปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวในการแข่งขันรอบคัดเลือก ก็ไม่น่าสงสัยว่าทำไมตัวแทนของสมาพันธ์นานาอาณาจักรจึงรั้งอันดับท้ายๆในการประลองมาตลอด…

เพราะมีแต่กลุ่มอำนาจที่รั้งอันดับต้นๆในการประลองเท่านั้นถึงจะได้รับทรัพยากรที่ดีกว่า และด้วยทรัพยากรที่ว่า พวกเขาจึงสามารถบ่มเพาะปรมาจารย์ที่มีความเก่งกาจอย่างน่าทึ่งมาร่วมการประลองได้อีก

ทุกอย่างวนเวียนเป็นวัฏจักรอย่างนี้กันไปเรื่อยๆ และในทางกลับกัน ก็เป็นวงจรอุบาทว์สำหรับกลุ่มอำนาจที่รั้งอันดับท้ายๆ

จึงพอจะพูดได้ว่า หากสมาพันธ์นานาอาณาจักรยังรั้งอันดับท้ายในการประลองปรมาจารย์ต่อไปเรื่อยๆ ไม่ช้าก็คงถูกกลุ่มอำนาจอื่นสำแดงอิทธิฤทธิ์ข่มจนสิ้นชื่อไปจากหน้าประวัติศาสตร์

นั่นคือเหตุผลที่ทุกกลุ่มอำนาจให้ความสำคัญสูงสุดกับการประลองปรมาจารย์ ไม่มีใครกล้าปล่อยให้การ์ดตก

“ซ่งเชา?”

หลังจากพลิกดูอีกครั้ง ในอันดับที่ 25 จางเซวียนก็เห็นชื่ออันคุ้นเคย – ซ่งเชา

นึกไม่ถึงว่าคนที่ถูกเขาหลอกมาไม่รู้กี่ครั้งกี่หนจะเป็นตัวเก็งในอันดับที่ไม่เลว

หลังจากเรียบเรียงข้อมูลทั้งหมด จางเซวียนก็รู้ว่าใครเป็นใครบ้างในการประลองปรมาจารย์ครั้งนี้

“ปรมาจารย์จาง ทั้งความรู้และอาชีพรองรับของคุณไม่ได้เป็นรองใคร แม้ระดับวรยุทธของคุณจะยังอ่อนด้อยไปหน่อย แต่หากฟ้าดินเข้าข้าง การจะได้ติดอันดับ 1 ใน 10 …ก็ไม่ใช่เรื่องยาก!” ประธานคังปลอบ

จางเซวียนทำผลงานได้ดีเยี่ยมในการแข่งขันรอบคัดเลือก แต่หากต้องอยู่ท่ามกลางอัจฉริยะมากมายเหล่านั้น รัศมีของเขาย่อมหม่นหมองไป แถมระดับวรยุทธที่ยังอ่อนด้อยก็ถือเป็นจุดอ่อนใหญ่หลวงของเขา

ก็เหมือนกับการนำไม้กระดานมาต่อเป็นภาชนะใส่น้ำ หากไม้ทุกแผ่นยาวเท่ากัน ภาชนะนั้นก็ใส่น้ำได้ แต่หากแผ่นใดแผ่นหนึ่งสั้นไป ทุกอย่างก็เสียเปล่า

เช่นเดียวกันกับการประลอง การประลองครั้งนี้วัดความแข็งแกร่งในภาพรวม ต่อให้ผู้เข้าแข่งขัน คนหนึ่งเพียบพร้อมสมบูรณ์แบบทุกอย่าง แต่เว้นไว้เพียงด้านเดียว ด้านเดียวที่ว่านั้นก็จะทำลาย ตัวเขาไปหมด ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จางเซวียนจะทำได้ดีกว่าที่เป็นอยู่

รู้ดีว่าประธานคังกังวลใจเรื่องอะไร จางเซวียนถาม “แล้วพวกเขา…ตกลงรูปแบบของการทดสอบได้หรือยัง?”

ประธานคังรุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะให้คำตอบ “มีการสรุปออกมาแล้ว…แต่พวกเรายังไม่ได้ข้อมูลที่ชัดเจน ปรมาจารย์หงเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องรูปแบบของการทดสอบ และเพื่อรักษาความเที่ยงธรรมไว้ เขาจะเป็นผู้ประกาศรูปแบบของการทดสอบให้ทุกคนได้รู้พร้อมๆกัน!”

ขนาดประธานคังยังไม่รู้รายละเอียดของการทดสอบ เพราะไม่อย่างนั้น ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะ จัดการฝึกฝนเป็นพิเศษสำหรับตัวแทนของสมาพันธ์นานาอาณาจักร เพื่อให้คุ้นเคยกับสถานการณ์ที่จะต้องเจอในการประลองจริง ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น ความเที่ยงธรรมของการประลองก็จะเสียไป

และเนื่องจากปรมาจารย์หงเป็นผู้ดูแลการประลอง ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวแห่งจักรวรรดิหงเฟิง จึงไม่จำเป็นต้องหวั่นใจว่าเขาจะเข้าข้างกลุ่มอำนาจไหน

จักรวรรดิหงเฟิงเป็นจักรวรรดิในสังกัดของจักรวรรดิฮ่วนหยูโดยตรง แข็งแกร่งกว่าทั้งสำนักเมฆเหิน สำนักตะวันขาว สมาพันธ์นานาอาณาจักร และกลุ่มอำนาจอื่นๆในระดับเดียวกัน

ถึงจะยังเป็นจักรวรรดิไร้ขั้น แต่จักรวรรดิหงเฟิงก็อยู่แถวหน้า

“ผมยังไม่แน่ใจรายละเอียดของการทดสอบ แต่ได้ข่าวเรื่องของรางวัลมาแล้ว!” ประธานคังตาวาวด้วยความตื่นเต้น

“ของรางวัล? ใช่หินวิเศษขั้นกลาง 100 ก้อน และโอกาสในการศึกษาต่อที่สถาบันปรมาจารย์หงหย่วนหรือเปล่า?” จางเซวียนถาม

เขาได้ข่าวนี้จากปรมาจารย์สู่ว ซึ่งก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมาย

“นั่นมันครั้งก่อนๆ แต่คราวนี้ของรางวัลเปลี่ยนไปแล้ว รางวัลใหม่นี่สูงส่งขนาดที่ผมยังอดใจไม่ได้เลย!” ประธานคังตอบอย่างตื่นเต้น

เมื่อคืน บรรดาผู้นำของกลุ่มอำนาจต่างๆในสมาพันธ์นานาอาณาจักรได้ข่าวจากปรมาจารย์หงในเรื่องของรางวัลที่เพิ่มขึ้นมา ครั้งแรกที่เขารู้ข่าว ขนาดตัวเองที่เป็นทั้งผู้เชี่ยวชาญแถวหน้าและประธานสภาปรมาจารย์ ก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้ ถึงกับตะลึงตาค้างกันไปทีเดียว

เขาคิดว่าของรางวัลที่มีอยู่เดิมก็มากมายก่ายกองแล้ว แต่หากเปรียบเทียบกับของใหม่…ก็เทียบกันไม่ได้เลย เหมือนมดกับช้างอย่างนั้นแหละ!

“แล้วของรางวัลใหม่คืออะไร?” จางเซวียนถามอย่างสนใจ

“ผู้ที่เป็นแชมป์การประลองจะได้รับหินวิเศษขั้นสูง 1 ก้อน!” ประธานคังตอบ

“หินวิเศษขั้นสูง?”

ของเดิมเป็นหินวิเศษขั้นกลาง 100 ก้อนไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงกลายเป็นหินวิเศษขั้นสูง 1 ก้อนไปได้?

ประธานคังรีบอธิบายราวกับกลัวว่าจางเซวียนจะไม่รู้ว่าหินวิเศษขั้นสูงมีมูลค่าแค่ไหน “หินวิเศษขั้นสูง 1 ก้อนเทียบเท่ากับหินวิเศษขั้นกลาง 1 หมื่นก้อน ซึ่งนั่นหมายถึงว่าเจ้าของเต็มใจขายนะ! มูลค่าของมันน่ะเกินจะจินตนาการได้!”

“เท่ากับหินวิเศษขั้นกลาง 1 หมื่นก้อน?” จางเซวียนก็ตื่นเต้นเหมือนกัน

เขาทั้งทำงานหนัก ทั้งเอาตัวเองไปเสี่ยงมากมายเพื่อสูบหินวิเศษขั้นกลาง 600 ก้อนจากสำนักเมฆเหินและอีก 13 กลุ่มอำนาจ คิดดูสิว่า…แค่ได้เป็นแชมป์การประลอง ก็จะได้หินวิเศษขั้นสูง 1 ก้อนเลย…เจ๋งชะมัด!

“ใช่! และนอกจากจะได้รับโอกาสให้ไปศึกษาต่อที่สถาบันปรมาจารย์หงหย่วน ยังจะได้ฝึกฝนวรยุทธในทะเลสาบหมดจดเป็นเวลา 3 วันด้วย…” ประธานคังพูดต่อ

“ทะเลสาบหมดจด? มันคืออะไร?” จางเซวียนอยากรู้

“มันคือหนึ่งในสมบัติล้ำค่าที่สุดของราชวงศ์แห่งจักรวรรดิฮ่วนหยู ความเป็นมาของมันก็ยิ่งใหญ่พอๆกัน!”

ประธานคังปกปิดความอิจฉาตาร้อนไว้ไม่ไหว เขาพูดต่อ “นักรบที่เข้าถึงขั้นขจัดสิ่งมัวหมองจะเข้าใจดีว่า ความมัวหมองและความหมดจดนั้นหมายถึงกายเนื้อและจิตวิญญาณตามลำดับ ทะเลสาบหมดจดคือดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่มีอานุภาพบ่มเพาะจิตวิญญาณ ผู้ที่ได้ฝึกฝนวรยุทธที่นั่น…จิตวิญญาณของเขาจะเกิดการแปรสภาพ ทำให้มีโอกาสฝ่าด่านวรยุทธไปสู่ขั้นจิตวิญญาณสอดคล้องได้ง่ายขึ้นอีกมาก!”

“ถ้าผมได้ฝึกวรยุทธที่นั่นสัก 3 วัน โอกาสที่จะสำเร็จวรยุทธขั้นจิตวิญญาณสอดคล้องต้องเพิ่มขึ้นมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์แน่ แต่…ทะเลสาบหมดจดเป็นหนึ่งในสมบัติล้ำค่าที่สุดของจักรวรรดิฮ่วนหยู โควตาของผู้ที่ได้ไปจึงมีจำกัด มีแต่การประลองปรมาจารย์ซึ่งเกิดขึ้นทุกๆ 10 ปีเท่านั้นที่พวกเขาจะยอมเก็บโควต้าไว้ให้!”

จางเซวียนพยักหน้ารับ แต่ในใจนั้นทึ่งมาก

หากโอกาสที่ประธานคังจะสำเร็จวรยุทธขั้นจิตวิญญาณสอดคล้องเพิ่มขึ้นได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ก็แปลว่าทะเลสาบหมดจดแห่งนั้นน่าทึ่งจริงๆ!

ทั้งหินวิเศษขั้นสูง 1 ก้อน, โอกาสได้ศึกษาต่อที่สถาบันปรมาจารย์หงหย่วน และการฝึกวรยุทธที่ทะเลสาบหมดจดอีก 3 วัน…

ถ้าจะพูดกันตามตรง แค่ของรางวัลอย่างใดอย่างหนึ่งก็มากพอจะทำให้นักรบมากมายคุ้มคลั่งแล้ว แต่แชมป์ของการประลองปรมาจารย์ครั้งนี้จะได้ทั้ง 3 อย่าง ยอดเยี่ยมที่สุด!

“แล้วอันดับ 2 ล่ะ?”

ในเมื่อรางวัลของตำแหน่งแชมป์หรูหราฟู่ฟ่าเสียขนาดนี้ อันดับที่ 2 เป็นอย่างไร?

“รางวัลของอันดับสองต่างกันมาก ผู้นั้นจะได้รับหินวิเศษขั้นกลาง 300 ก้อน, โอกาสศึกษาต่อที่สถาบันปรมาจารย์หงหย่วน และการฝึกฝนวรยุทธในทะเลสาบหมดจดเป็นเวลา 2 วัน!” ประธานคังตอบ

ถึงจะห่างกันแค่อันดับเดียว แต่ของรางวัลน้อยกว่าหลายเท่า

หากไม่นับการฝึกฝนวรยุทธในทะเลสาบหมดจดที่ลดลง 1 วัน มูลค่าของหินวิเศษขั้นสูง 1 ก้อนกับหินวิเศษขั้นกลาง 300 ก้อนนั้นต่างกันถึง 30 เท่า

“อันดับสาม จะได้รับหินวิเศษขั้นกลาง 100 ก้อน, โอกาสศึกษาต่อที่สถาบันปรมาจารย์หงหย่วน และการฝึกฝนวรยุทธในทะเลสาบหมดจดเป็นเวลา 1 วัน…ส่วนอันดับที่ 4 – 10 จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปที่ทะเลสาบหมดจด โดยแต่ละคนจะได้รับหินวิเศษขั้นกลางคนละ 10 ก้อน แต่ก็ยังดีที่ทุกคนได้รับโอกาสให้ไปศึกษาต่อที่สถาบันปรมาจารย์หงหย่วนเหมือนกัน”

ประธานคังทบทวนรางวัลของการประลองปรมาจารย์ให้จางเซวียนฟัง

“ดูเหมือนเรา…จะต้องคว้าที่หนึ่งให้ได้!”

จางเซวียนกำหมัดแน่น

เขาเคยคิดว่าแค่ติด 1 ใน 10 ก็พอ แต่ด้วยของรางวัลที่มาใหม่…เป้าหมายเดียวคือต้องคว้าอันดับ 1 ให้ได้!

ยังไม่ต้องนับของรางวัลอื่น ลำพังแค่หินวิเศษขั้นสูง 1 ก้อนก็มีมูลค่ามหาศาลแล้ว

ด้วยสิ่งนี้ เขาจะสามารถฝึกฝนวรยุทธไปจนถึงขั้นสุดยอดของนักรบเหนือมนุษย์ โดยไม่ต้องกังวลว่าจะขาดแคลนหินวิเศษอีก

เมื่อได้ยินคำพูดของจางเซวียน ประธานคังได้แต่ยิ้มแหยๆ

“ก็จริง ได้ที่ 1 มันก็ดี…แต่จะง่ายอย่างนั้นหรือ?”

ไม่มีใครไม่อยากได้ที่ 1 โดยเฉพาะเมื่อของรางวัลสูงส่งขนาดนี้ แต่เมื่อดูบรรดาอัจฉริยะที่เข้าร่วมการประลอง ก็เห็นอยู่ว่าไม่ง่าย

ปรมาจารย์หยางคือปรมาจารย์ผู้เก่งกาจไร้เทียมทาน ไม่มีใครกล้าล้ำเส้นทางของเขา แต่การมีตัวตนอยู่ของปรมาจารย์หยางก็เป็นที่รู้กันแค่ในกลุ่มผู้นำของ 14 กลุ่มอำนาจเท่านั้น ตัวแทนคนอื่นๆที่เข้าร่วมการประลองไม่รู้เรื่องนี้

ดังนั้น คงไม่มีใครคิดอ่อนข้อให้ปรมาจารย์จางเพราะเห็นว่าเขาเป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์หยางอย่างแน่นอน

ปรมาจารย์จางอาจจะเก่งกาจในเรื่องอื่นๆ แต่หากเป็นการปะทะวรยุทธ เขาก็มีหวังแค่ริบหรี่

ถึงประธานคังจะฝากความหวังไว้ที่ปรมาจารย์จาง เขาก็ไม่กล้าหวังถึงขั้นที่อีกฝ่ายจะคว้าตำแหน่งแชมป์

“พวกเรามาถึงแล้ว!”

ได้ยินประธานคังถอนใจ จางเซวียนกำลังจะพูดต่อ ก็พอดีกับที่คุณชายโหลวฮวนส่งเสียง เมื่อเงยหน้าดู ก็รู้ว่าพวกเขาได้มาถึงจตุรัสหน้าสำนักงานใหญ่แห่งสมาพันธ์แล้ว ซึ่งตอนนี้แน่นขนัดไปด้วยฝูงชน

หลังจากรอมานาน ในที่สุดการประลองปรมาจารย์…ก็กำลังจะเริ่ม!

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version