ตอนที่ 922 พบจ้าวเฟยอู่อีกครั้ง
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนก็ตัดสินใจว่าไม่พูดอะไรเลยจะดีกว่า
สำหรับปรมาจารย์ นอกเหนือจากความสามารถในการถ่ายทอดความรู้แล้ว ชื่อเสียงยังมีความสำคัญมาก ในเมื่อเขาสร้างชื่อระบือลั่นจากการบรรยายครั้งก่อนไว้ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะทำลายชื่อเสียงนั้น อีกอย่าง สำหรับสมาพันธ์นานาอาณาจักร ชื่อของเขาเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของพลเมือง เช่นเดียวกับผู้ขจัดความขัดแย้ง
จึงเป็นธรรมดาที่การมีชื่อเสียงในฐานะอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์จะเป็นประโยชน์กับเขา ทั้งยังจะมีส่วนช่วยในการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวด้วย
เมื่อเห็นบุคคลตรงหน้าไม่แม้แต่จะแสดงความเคารพอนุสาวรีย์ปรมาจารย์จางแม้แต่น้อย ทั้งยังทำท่ายึกยักราวกับจะล้อเลียน ชายหนุ่มสั่งการด้วยเสียงกร้าว “หมอนี่บังอาจกระด้างกระเดื่องต่อปรมาจารย์จาง ผมสงสัยว่ามันจะเป็นสายลับจากกลุ่มอำนาจอื่น พวกเรา! จับตัวไว้แล้วนำไปสอบสวน!”
“ขอรับ!” เหล่าองครักษ์ที่อยู่ด้านหลังรีบเข้าล้อมจางเซวียนกับพรรคพวกทันที
“ผมไม่ได้พยายามจะกระด้างกระเดื่องนะ” เห็นคำอธิบายของตัวเองไม่ได้ผล จางเซวียนได้แต่ส่ายหน้า เขาเดินเข้าไปหาชายหนุ่ม ลูบหัวอีกฝ่ายแล้วถามยิ้มๆ “จ้าวเฟยอู่, พี่สาวของคุณอยู่ไหนน่ะ? ให้เธอมาพบผมหน่อย”
หมอนี่เพี้ยนหรือหัวขี้เลื่อย? องค์ชายที่ 8 แห่งสมาพันธ์สั่งการให้จับตัวเขา แต่ไม่เพียงเขาจะไม่แสดงอาการหวาดกลัวสักนิด กลับเดินเข้าไปลูบหัวอีกฝ่าย แถมยังเรียกพี่สาวขององค์ชายด้วยชื่อเฉยๆ และบอกให้ออกมาพบด้วย ให้อภัยไม่ได้!
“บังอาจ! กล้าดีอย่างไรมาเรียกชื่อหัวหน้าสมาพันธ์ แกบังอาจเกินไปแล้ว” องค์ชายตวาดกร้าวก่อนจะปล่อยหมัดเข้าใส่จางเซวียน
ส่วนจางเซวียนก็ไม่คิดจะหลบ เขาใช้มือยันหัวอีกฝ่ายออกไปเบาๆ หมัดนั้นจึงเข้ามาไม่ถึง ไม่ว่าองค์ชายจะทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จ
“พวกแกรีรออะไรกัน จับมันสิ!” เห็นการโจมตีของตัวเองถูกยับยั้งอย่างน่าอายแบบนั้น องค์ชายโมโหจนแทบปรี๊ดแตก เขารีบตวาดสั่งการองครักษ์ทันที
เมื่อได้ยินคำสั่ง บรรดาองครักษ์จึงพากันหายตะลึงและรีบเข้าช่วย แต่ก็ต้องสะพรึงเมื่อพบว่าขยับตัวไม่ได้ ราวกับตกลงไปในบึงหรือหล่มที่มีโคลนดูด
ตัวการของเรื่องนี้คือหูเหยาเหย่ากับพรรคพวก
ด้วยความสามารถระดับพวกเธอ การรับมืออย่างเงียบๆ กับองครักษ์ที่มีวรยุทธยังไม่ถึงขั้นจงซรือนั้นย่อมง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก
“อ้อ จ้าวเฟยอู่เป็นหัวหน้าสมาพันธ์แล้วหรือ?” จางเซวียนถามอย่างประหลาดใจพร้อมหัวเราะหึๆ ให้กับชายหนุ่มที่กำลังวุ่นวายหาทางเงื้อหมัดใส่เขา แต่ไม่สำเร็จ
เท่าที่เขาจำได้ จ้าวเฟยอู่เป็นหญิงสาวผู้รอบรู้และมีสติปัญญาเฉียบแหลม แต่ด้วยความบกพร่องแต่กำเนิด ทำให้เธอไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธได้
แม้ก่อนที่จางเซวียนจะจากไป เขาได้แก้ปัญหาเรื่องการไม่สามารถฝึกฝนวรยุทธให้เธอแล้ว แต่เธอก็ยังห่างไกลนักกับการจะสำเร็จวรยุทธระดับที่จะกลายเป็นผู้นำสูงสุดของสมาพันธ์นานาอาณาจักร!
ใครๆ ก็รู้ว่าในสมาพันธ์นานาอาณาจักรนั้น หากยังไม่สำเร็จวรยุทธระดับนักรบเหนือมนุษย์ ก็ไม่มีทางขึ้นมาเป็นตัวท็อปได้ นับประสาอะไรกับการเป็นหัวหน้าสมาพันธ์
“ปล่อยฉันนะ ไม่อย่างนั้นแกจะถูกฆ่า!” ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ไม่ยอมตอบคำถามของจางเซวียน
“ช่างเถอะ ผมไม่ซักไซ้ไล่เลียงจากคุณหรอก ถามตัวเธอเองก็ได้”
รู้ดีว่าทำอย่างนี้มีแต่จะยุ่งยากกว่าเดิม จางเซวียนจับจ้องไปยังที่พักของหัวหน้าสมาพันธ์แล้วร้องเรียก “องค์หญิงเฟยอู่ ไม่ออกมาพบเพื่อนเก่าหน่อยหรือ?”
เสียงนั้นไม่ดังนัก แต่ด้วยความทรงพลังของนักรบระดับกึ่งเซียน ทุกคนในเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักรจึงได้ยินเสียงของเขากันถ้วนทั่ว
“ปรมาจารย์จาง?”
ในขณะที่คนอื่นๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก เสียงตื่นเต้นก็ดังมาจากที่พักหัวหน้าสมาพันธ์ หัวหน้าจ้าวเฟยอู่รีบออกจากที่พักโดยขี่หลังอสูรวิเศษบินได้มาที่จตุรัส
ยังไม่ทันที่อสูรวิเศษจะร่อนลง สาวน้อยก็กระโจนลงมาที่พื้นแล้ว เธอรี่เข้ามาอย่างตื่นเต้น หมายจะกอดชายหนุ่มให้สมใจ แต่สุดท้ายก็ลังเลและประสานมือแทน “เฟยอู่คารวะปรมาจารย์จาง!”
“ปรมาจารย์จาง?”
“องค์หญิงเฟยอู่นอบน้อมขนาดนี้ หรือว่าเขาจะเป็นปรมาจารย์จางคนนั้น จางเซวียน?”
“พอคุณพูดขึ้นมา ผมก็ว่าเขาดูคล้ายอนุสาวรีย์ที่ใจกลางจตุรัสนะ”
“ไม่ใช่แค่ ‘คล้าย’ หรอก แต่เป็นคนเดียวกันเลยแหละ นี่พวกเราจำปรมาจารย์จางไม่ได้หรือไงกัน?”
“เขาดูมีสง่าราศีกว่าอนุสาวรีย์ของตัวเองเสียอีก!”
“จริงด้วย มีสง่าราศีคือคำที่ผมกำลังนึกถึงเลย”
…..
คำพูดและกิริยาของจ้าวเฟยอู่สร้างความตื่นตะลึงไปทั่วจตุรัส
ทุกคนตาลุก พากันจ้องมองชายหนุ่มที่ใจกลางจตุรัส
แม้แต่องค์ชายที่ 8 ซึ่งเพิ่งสั่งการให้จับตัวจางเซวียนอยู่เมื่อครู่ก็ตาค้าง ทำท่าราวกับจะเสียสติไป
เขายึดถือปรมาจารย์จางเป็นไอดอลเสมอมา แต่ไม่เพียงเขาจะจำหน้าอีกฝ่ายไม่ได้ ยังแสดงท่าทีไม่เคารพด้วย ยิ่งคิดก็ยิ่งอับอาย หากมีร่องมีรูอยู่แถวนี้ ก็คงจะมุดลงไปแล้ว
“เข้าไปคุยกันในที่พักหัวหน้าสมาพันธ์เถอะ” เห็นทุกสายตาพากันจับจ้อง จ้าวเฟยอู่รู้ดีว่าตรงนี้ไม่เหมาะจะพูดคุยกัน เธอร้องเชิญจางเซวียนเข้าที่พัก
“อือ” จางเซวียนกับคนอื่นๆ พยักหน้า ก่อนจะขึ้นขี่อสูรวิเศษบินได้เพื่อมุ่งหน้าไปยังที่พักหัวหน้าสมาพันธ์
เสียงอื้ออึงเซ็งแซ่ดังขึ้นทันทีหลังจากที่พวกเขาจากไปได้ไม่นาน ดังอึกทึกครึกโครมราวกับฟ้าจะถล่ม
“ตกลงนั่นคือปรมาจารย์จาง?”
“ช่างเป็นสุภาพบุรุษและดูดีมีชาติตระกูลเหลือเกิน ถ้าฉันได้แต่งงานกับเขานะ ตายก็ไม่เสียดาย!”
“แต่งงานกะผีอะไร! ดูบรรดาสาวสวยที่เคียงข้างเขาสิ แล้วยังหัวหน้าจ้าวเฟยอู่อีก สวยตัวแม่กันทั้งนั้น อย่างเธอน่ะ เป็นคนรับใช้ของเขายังไม่ได้เลย”
“ต่อให้เป็นคนรับใช้ไม่ได้ ได้อยู่กับเขาคืนเดียวก็เอาน่ะ”
…..
บ้างก็ตาลุกด้วยความชื่นชม บ้างก็อิจฉาตาร้อน บรรยากาศของความตื่นเต้นอบอวลไปทั่ว
จางเซวียนสร้างปาฏิหาริย์ไว้มากมาย ทั้งการเป็นกึ่งอาจารย์ของผู้เชี่ยวชาญจำนวนหลายล้าน เขาได้นำพาสมาพันธ์นานาอาณาจักรขึ้นจากการเป็นรองจักรวรรดิโดยรอบ ทันทีที่ข่าวการปรากฏตัวของเขาแพร่งพรายออกไป เหล่าพลเมืองในสมาพันธ์นานาอาณาจักรก็พากันมาออเต็มถนน อยากเห็นบุคคลผู้เป็นอัจฉริยะในตำนาน
…..
จางเซวียนไม่รับรู้ถึงความอลหม่านที่เกิดขึ้นในจัตุรัสเขานั่งอยู่ในห้องโถงขนาดใหญ่ ไม่ห่างจากเขานักคือจ้าวเฟยอู่ซึ่งมีรอยยิ้มน้อยๆ
ตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่จางเซวียนจากไป จ้าวเฟยอู่พัฒนาวรยุทธขึ้นมาก เธอยังคงห่างไกลกับการเป็นนักรบเหนือมนุษย์ โดยยังเป็นแค่นักรบขั้นจื้อจุน แต่การที่ก้าวหน้าได้ขนาดนี้ในช่วงระยะเวลาอันสั้น ก็แปลว่าเธอต้องใช้ความพยายามอยู่ไม่น้อย
เหมือนจะรู้ว่าจางเซวียนคิดอย่างไร จ้าวเฟยอู่อธิบาย “ปรมาจารย์จาง คุณได้ทิ้งหนังสือเทคนิควรยุทธไว้ให้ก่อนคุณจะจากไป และทางสมาพันธ์นานาอาณาจักร สำนักน้ำตกทราย สำนักพายุเยือกแข็ง สำนักเมฆเหิน ทุกกลุ่มอำนาจได้มอบทรัพยากรสำหรับการฝึกฝนวรยุทธให้ฉันอย่างไม่มีเงื่อนไข จึงเป็นธรรมดาที่ฉันจะก้าวหน้าได้มากในระยะเวลาอันสั้น”
“สำนักน้ำตกทราย สำนักพายุเยือกแข็ง และสำนักเมฆเหิน กลุ่มอำนาจเหล่านี้มอบทรัพยากรในการฝึกฝนวรยุทธให้คุณอย่างไม่มีเงื่อนไขหรือ?” จางเซวียนชะงัก
สำนักเหล่านี้เป็นตัวการที่อยู่เบื้องหลังการรุกรานสมาพันธ์นานาอาณาจักรตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทำไมจู่ๆ ถึงเปลี่ยนท่าทีปุบปับ หันมาสนับสนุนเธอแบบนี้?
“ใช่แล้ว พวกเขายื่นข้อเสนอข้อเดียวต่อสมาพันธ์นานาอาณาจักรเพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยนสำหรับการสนับสนุนอย่างไม่มีเงื่อนไข คือการที่ฉันต้องขึ้นเป็นหัวหน้าสมาพันธ์” จ้าวเฟยอู่อธิบาย
ได้ยินแบบนั้น จางเซวียนเข้าใจทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาอดส่ายหัวไม่ได้
ในครั้งนั้น ก่อนจะมีการประลองปรมาจารย์ เขาเคยปรากฏตัวต่อหน้ากลุ่มอำนาจเหล่านั้นโดยอยู่ในคราบของปรมาจารย์หยาง และสังหารเจ้าสำนักตะวันขาว, ไป๋ไข่ซือด้วยหนังสือเล่มหนึ่ง เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้บรรดาเจ้าสำนักอื่นๆ พากันหวาดกลัว แถมตัวเขายังเป็นผู้ชนะการประลองปรมาจารย์ และเข้าศึกษาต่อที่สถาบันปรมาจารย์ได้สำเร็จอีกด้วย
ถึงสถาบันปรมาจารย์จะอยู่ไกล แต่คนเหล่านี้ก็อดหวาดกลัวไม่ได้ว่าวันหนึ่งจางเซวียนจะย้อนกลับมาแก้แค้น โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงสิ่งที่พวกเขาเคยทำไว้ในอดีต
ด้วยเหตุนี้ เมื่อรู้ข่าวว่าเขาสนิทสนมกับจ้าวเฟยอู่ จึงตัดสินใจจะประจบประแจงทำดีกับเธอ โดยหวังว่าเธอคงจะช่วยออกรับแทนให้หากพวกเขาตกที่นั่งลำบาก
จางเซวียนพูดต่อหลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ในเมื่อบรรดาสำนักและกลุ่มอำนาจเหล่านั้นเต็มใจจะผูกมิตรกับสมาพันธ์นานาอาณาจักร คุณควรจะส่งข่าวไปแจ้งให้พวกเขาทราบว่าผมจะพักอยู่ที่อาณาจักรชวนหยวนอันทรงเกียรติชั่วระยะเวลาหนึ่ง และระหว่างที่ผมพักอยู่ที่นั่น ผมจะเปิดการบรรยายสาธารณะ หากพวกเขาสนใจ ก็มาเข้าร่วมได้”
ในเมื่อกลุ่มอำนาจเหล่านั้นตั้งใจแสดงความปรารถนาดีต่อเขาด้วยการสนับสนุนจ้าวเฟยอู่ เขาก็ควรจะตอบแทนความปรารถนาดีที่ว่า เรื่องสำคัญก็คือ สมาพันธ์นานาอาณาจักรจะได้ตั้งอยู่อย่างสงบสุขต่อไปอีกหลายปี
อีกอย่าง สิ่งที่อาณาจักรอันทรงเกียรติยังขาดอยู่ก็คือรากฐานที่แข็งแรงมั่นคง ด้วยสภาพที่เป็นอยู่นี้ คงยากสำหรับเขาที่จะสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งขึ้นในอาณาจักรชวนหยวนด้วยตัวเอง
วิธีที่ดีที่สุดก็คือ การชักนำเอาผู้เชี่ยวชาญอีกจำนวนหนึ่งให้เข้ามาในอาณาจักร การมาถึงของพวกเขาย่อมหมายถึงเหล่าพ่อค้าที่จะตามมา ซึ่งจะนำทรัพยากรมหาศาลที่จำเป็นต่อการฝึกฝนวรยุทธ ของประชากรมาด้วย ทำให้อาณาจักรมีอำนาจและรุ่งเรืองขึ้น
“ได้สิ” รู้ดีว่าจางเซวียนสั่งการโดยมีเจตนาอย่างไร จ้าวเฟยอู่พยักหน้ายิ้มๆ “ฉันจะบอกทุกคนในสมาพันธ์ ตอนนี้คุณมีแฟนคลับอยู่ในสมาพันธ์มากมาย พวกเขาจะต้องติดตามไปแน่หากรู้ว่าคุณกำลังจะมุ่งหน้าไปอาณาจักรชวนหยวน”
จางเซวียนหัวเราะลั่นกับคำพูดนั้น
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าทำไมทางสมาพันธ์อาณาจักรถึงสร้างอนุสาวรีย์ของเขา
วีรกรรมของเขาในการกำราบ 27 กลุ่มอำนาจไม่ให้ทำอะไรเกินเลยนั้น เป็นเหตุให้ทางสมาพันธ์พยายามทำทุกอย่างเพื่อเชิดชูชื่อเสียงของเขาให้โด่งดังที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
หลังจากพูดคุยสัพเพเหระกันอีกครู่หนึ่ง และได้รู้ว่าสมาพันธ์นานาอาณาจักรกำลังก้าวหน้าไปได้ด้วยดี จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ขณะที่เขากำลังจะลุกขึ้นและจากไป จ้าวเฟยอู่ก็มองหน้าเขาด้วยสายตาที่เปี่ยมความคาดหวังลึกซึ้ง
“ปรมาจารย์จาง ขอฉันติดตามคุณไปอาณาจักรชวนหยวนด้วยได้ไหม?”
“ตอนนี้คุณเป็นหัวหน้าสมาพันธ์ไม่ใช่หรือ จะทิ้งจะละทิ้งตำแหน่งไปได้อย่างไร?” จางเซวียนถาม
“ฉันเป็นหัวหน้าสมาพันธ์แค่ในนามเท่านั้นแหละ คนที่จัดการธุระการงานต่างๆ น่ะยังคงเป็นท่านพ่อ” จ้าวเฟยอู่ตอบ
“เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปได้ ผมจะให้คำชี้แนะเรื่องวรยุทธเมื่อผมมีเวลา ถึงการที่คุณสำเร็จเป็นนักรบจื้อจุนภายใน 2-3 เดือนจะน่าทึ่งพออยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะยืนหยัดต่อสู้กับกลุ่มอำนาจมากมายในดินแดนนี้ได้ ผมจะพยายามยกระดับวรยุทธของคุณให้ขึ้นไปถึงนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 5 หรือขั้น 6 ภายในช่วงเวลานี้” จางเซวียนตอบพร้อมกับพยักหน้า
เพื่อให้การดำรงตำแหน่งสูงสุดของสมาพันธ์นานาอาณาจักรเป็นไปอย่างมั่นคง ผู้ดำรงตำแหน่งควรจะเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4-ขจัดสิ่งมัวหมองเป็นอย่างน้อย แต่ถ้าหากต้องการเป็นผู้ไร้เทียมทานในดินแดนนี้ล่ะก็ จะต้องเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 5-จิตวิญญาณสอดคล้อง หรือขั้น 6-สะพานจักรวาล
ที่ผ่านมา จางเซวียนไม่มีศักยภาพพอที่จะทำได้ แต่ตอนนี้เขาสำเร็จวรยุทธระดับกึ่งเซียน ทั้งยังมีสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าและยาเม็ดมากมายอยู่ในครอบครอง การยกระดับวรยุทธของจ้าวเฟยอู่ให้ไปถึงขั้นนั้นภายในระยะเวลาอันสั้นจึงไม่ใช่เรื่องยากเกินไป
“ขอบคุณมาก ท่านอาจารย์จาง!” จ้าวเฟยอู่ตาลุกด้วยความตื่นเต้นหลังจากได้รู้ว่าอีกฝ่ายจะช่วยยกระดับวรยุทธให้
เธอเองไม่ได้สนใจการมีพละกำลังหรือมีอำนาจมากมายนัก แต่ความจริงที่ว่าอีกฝ่ายเต็มใจจะช่วยนั้นแสดงให้เห็นว่าเธอมีความสำคัญกับเขา เรื่องนี้ทำให้จ้าวเฟยอู่ใจเต้นตึกตักด้วยความดีใจ
เพราะยิ่งปรมาจารย์จางเดินทางต่อไปเรื่อยๆ ความเหลื่อมล้ำในด้านพละกำลังระหว่างเธอกับเขาก็ห่างกันออกไปทุกที หากปล่อยให้เป็นอย่างนี้ ก็มีแต่จะอยู่กันคนละโลก ไม่อาจเอื้อมถึงกันได้
หากเธอแข็งแกร่งขึ้น นั่นก็หมายความว่าเธอจะได้เข้าใกล้เขามากขึ้นอีกนิด ถึงจะตามไม่ทัน แต่อย่างน้อยระยะห่างที่เคยมีก็คงไม่มากเกินไป
หลังจากจัดการกิจธุระเรื่องสมาพันธ์และแพร่กระจายข่าวออกไปแล้ว จ้าวเฟยอู่กับคนอื่นๆ ก็ขึ้นขี่หลังอสูรตะวันไบแซนไทน์และมุ่งหน้าไปยังอาณาจักรชวนหยวนอันทรงเกียรติ
