ตอนที่ 575 กฎเกณฑ์การประลอง
เมื่อเดินลัดเลาะไปตามฝูงชนที่ออกันแน่นขนัด จางเซวียนก็เห็นเวทีขนาดใหญ่ตั้งอยู่ใจกลางจัตุรัส เหนือเวทีมีชั้นหมอกหนาบดบังอยู่ ทำให้มองไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่ข้างใน
เป็นไปได้ว่านี่คือค่ายกลที่ป้องกันไม่ให้ใครเข้าไปแอบดู
ปรมาจารย์ในชุดเสื้อคลุมปรมาจารย์จำนวนนับไม่ถ้วนนั่งอยู่รอบเวทีนั้น
จางเซวียนกวาดสายตาดูคร่าวๆ
สมกับที่เป็นการประลองปรมาจารย์ มีปรมาจารย์หลายพันคนจาก 28 กลุ่มอำนาจ รวมถึงสมาพันธ์นานาอาณาจักรด้วย ทุกคนมีตราสัญลักษณ์ที่บ่งบอกระดับขั้นติดไว้บนหน้าอก ส่องประกายวาววับไปทั่ว
จะมีสักกี่ครั้งในชีวิตที่จะได้เห็นงานใหญ่โตขนาดที่ปรมาจารย์หลายพันคนมารวมตัวกัน ไม่แปลกใจเลยที่พลเมืองของสมาพันธ์นานาอาณาจักรต่างตื่นเต้นจนมาตั้งค่ายพักแรมกันตั้งแต่ไก่โห่
เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดใดๆ ทางสำนักงานใหญ่แห่งสมาพันธ์จึงเริ่มเตรียมการตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อน มาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหลายแหล่ถูกติดตั้งไว้โดยรอบ พร้อมจะตอบโต้ทันทีหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
“สมกับเป็นการประลองปรมาจารย์…ปรมาจารย์มากันมากมายเหลือเกิน!”
“โดยปกติ กว่าจะพบเจอสักคนก็แสนยาก แต่วันนี้พวกเขามารวมตัวกันตั้งหลายพันคน…”
“ได้เห็นปรมาจารย์ผู้เก่งกาจไร้เทียมทานหลายคนมาดวลกัน ถึงตายไปก็ไม่เสียใจแล้ว!”
ผู้ชมออกความเห็นกันเซ็งแซ่ ความตื่นเต้นต่อการประลองปรมาจารย์ฉายชัดออกมาทั้งทางสีหน้าและคำพูด
การประลองปรมาจารย์นี้สิบปีจะมีเพียงหนึ่งครั้ง และสถานที่จัดงานก็หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันไป ในเมื่อครั้งนี้สมาพันธ์นานาอาณาจักรเป็นเจ้าภาพ พวกเขาจึงไม่พลาด
อันที่จริง การประลองปรมาจารย์ก็มีจุดประสงค์จะใช้ความอึกทึกครึกโครมที่เกิดขึ้นเป็นเครื่องแสดงถึงพละกำลังของเหล่าปรมาจารย์ พร้อมๆกันกับการโปรโมทให้อาชีพนี้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น รวมถึงนำเลือดใหม่เข้าสู่องค์กรของตัวเอง
“ดูนั่น…คุณชายโหลวฮวน!”
“หล่อจริงๆ! คนที่ยืนข้างเขาคงเป็นปรมาจารย์จางใช่ไหม?”
“ก็ว่าอย่างนั้น! ฉันเป็นแฟนคลับตัวยงของเขาเลยนะ หลังจากที่รู้วีรกรรมของเขา…”
“ฉันด้วย! ขนาดสละสิทธิ์การทดสอบด่านสุดท้ายในการแข่งขันรอบคัดเลือก ก็ยังได้ที่หนึ่ง ไม่มีใครในสมาพันธ์นานาอาณาจักรที่ทำได้แบบนี้แล้ว…”
เมื่อทั้งสามมาถึง ก็มีผู้ชมบางคนอุทานออกมา เสียงเชียร์และโห่ร้องดังกึกก้อง
แม้การแข่งขันรอบคัดเลือกจะจัดขึ้นในสภาปรมาจารย์ แต่ด้วยวีรกรรมอันน่าทึ่งของจางเซวียน ทุกคนในเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์จึงรู้เรื่องนี้กันหมด
ปรมาจารย์ระดับ 4 ดาวที่ยังอายุไม่ถึง 20 ปี…มีความสามารถอันน่าอัศจรรย์ถึงขนาดที่ทำให้สมาคมนายแพทย์, สมาคมผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล, ดงอสูร และองค์กรวิชาชีพอื่นๆมอบตำแหน่งให้ โดยให้การยกเว้นเรื่องระดับวรยุทธ ทั้งยังมีคะแนนเหนือกว่าคุณชายโหลวฮวนในการแข่งขันรอบคัดเลือกทั้งที่เข้ารับการทดสอบเพียง 4 ด่าน…เพียงเท่านี้ก็เป็นตำนานแล้ว
“ปรมาจารย์จางนี่หล่อเหลาหมดจดจริงๆ!”
“หมดจด? ทำไมฉันว่าเขาดูเหมือนคนบ้ากาม?”
“บ้ากาม? ต่อให้เขาบ้ากามจริงๆ ฉันก็ยังอยากแต่งงานและมีลูกกับเขาอยู่ดี…”
สาวน้อย 2 – 3 คนรวบรวมความกล้าและตะโกนออกมา วีรกรรมอันน่าอัศจรรย์ของจางเซวียนทำให้พวกเธอประทับใจยิ่งนัก
“บ้ากาม? มีลูกกับเรา?”
จางเซวียนหน้าดำปิ๊ดปี๋
บ้าบออะไรอย่างนี้?
“ดูเหมือนชื่อเสียงของปรมาจารย์จางจะเหนือกว่าผมเสียอีก!” ประธานคังหัวเราะหึๆขณะลูบเครา
เมื่อ 2 เดือนก่อน ยังไม่มีใครสักคนในเมืองหลวงแห่งสมาพันธ์ที่เคยได้ยินชื่อจางเซวียน, แม้แต่ตัวเขา แต่ตอนนี้ชื่อของจางเซวียนเป็นที่รู้จักกันทุกหัวระแหง
การประลองปรมาจารย์ทำให้ชื่อเสียงของใครสักคนโด่งดังเป็นพลุแตกจริงๆ
ทันทีที่ทั้งสามแทรกฝูงชนมาถึงกลุ่มของสภาปรมาจารย์แห่งสมาพันธ์นานาอาณาจักร สาวสวยคนหนึ่งก็พุ่งมาหาด้วยความตื่นเต้น
“ในที่สุดคุณก็ออกจากการปลีกวิเวกเสียที…”
เธอคือองค์หญิงที่ 2 แห่งสมาพันธ์, จ้าวเฟยอู่
ตั้งแต่กลับจากทะเลสาบหยิน-หยาง จางเซวียนก็ปลีกวิเวกตลอด เขาเกือบไม่ได้พบใครเลย
ตอนนี้ จ้าวเฟยอู่ไม่ได้ปลอมตัวเป็นชายอีกต่อไป เธอสวมชุดเรียบง่ายที่ขับให้ร่างอ้อนแอ้นนั้นโดดเด่นขึ้นอีก ซึ่งดูสง่างาม แต่ก็มีความอบอุ่นซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะตัวขององค์หญิง เมื่อมองไกลๆก็ไม่ต่างอะไรกับเทพธิดา
“อือ!”
จางเซวียนมองสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเขา จากนั้นก็พยักหน้า
ดูเหมือนจ้าวเฟยอู่จะได้ฝึกฝนวรยุทธตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา เขาสัมผัสได้รางๆว่าเธอเป็นนักรบขั้น 6 -พี่เชวี่ยแล้ว
การที่เธอก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นขนาดนั้น แม้จะเป็นเพราะทรัพยากรล้นเหลือที่หัวหน้าสมาพันธ์มีให้ แต่ตัวเธอเองก็ต้องมีความปราดเปรื่องด้วย
“ปรมาจารย์จาง!” จินชงไห่ที่คอยอารักขาจ้าวเฟยอู่ก้าวออกมาทักทายจางเซวียน
“เชิญนั่ง!”
หลังจากสนทนากันอีกเล็กน้อย พวกเขาก็นั่งลง ไม่ช้าผู้อาวุโสคนหนึ่งก็ปรากฏตัวบนเวที
“นั่นคือปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว, ปรมาจารย์หง เขาเป็นผู้ควบคุมการประลองปรมาจารย์ครั้งนี้!”
ประธานคังส่งโทรจิตหาจางเซวียน
จางเซวียนมองผู้อาวุโสที่อยู่บนเวที
ปรมาจารย์หงเป็นชายร่างสูง แขนขายาวเก้งก้าง รังสีที่เขาแผ่ออกมานั้นกลมกลืนกับสภาพแวดล้อมเป็นอย่างดี ราวกับมีสะพานยักษ์ที่เชื่อมระหว่างร่างกายของเขากับสภาพแวดล้อม ทำให้กระแสพลังจิตวิญญาณเข้าบ่มเพาะทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของเขาได้
นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 6 -สะพานจักรวาล!
เงื่อนไขพื้นฐานของการเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวคือต้องสำเร็จวรยุทธขั้นนี้
วรยุทธขั้นสะพานจักรวาลคือการปรากฏขึ้นของสะพานล่องหนภายในร่างกายของผู้นั้น ซึ่งจะ เชื่อมโยงกับโลก ต่อให้ไม่ได้กำลังฝึกฝนวรยุทธ กระแสพลังจิตวิญญาณก็จะไหลไปตามสะพานนั้นและเข้าบ่มเพาะร่างกาย ส่งผลให้ระดับวรยุทธเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
นักรบที่สำเร็จวรยุทธขั้นนี้จะมีพลังปราณและจิตวิญญาณที่เติบโตขึ้นในอัตราที่น่าตกใจ มีพละกำลังมากพอจะเคลื่อนย้ายภูเขาและเติมมหาสมุทรให้เต็มได้
“ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะมีคนเก่งกาจขนาดนี้!”
จางเซวียนเพิ่งเจอกับปรมาจารย์หงเมื่อวาน ตอนที่เขายืนอยู่ข้างหลังมั่วเกาหย่วน ก็ดูไม่ต่างจาก นกกระทาตาขาวตัวหนึ่ง จึงนึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีระดับวรยุทธน่าทึ่งขนาดนี้
เอาเข้าจริง ด้วยระดับวรยุทธที่เขามีอยู่…ต่อให้สิบจางเซวียนก็สู้ปรมาจารย์หงไม่ได้
พลังปราณของเขามีระดับวรยุทธที่นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 3 -สูงสุด ขณะที่จิตวิญญาณอยู่ในระดับของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 4 -สูงสุด จางเซวียนจึงมีพละกำลังโดยรวมที่ 2 ล้าน 6 แสนติ่ง ไม่ใช่ปัญหาเลยหากคู่ต่อสู้ของเขาจะเป็นนักรบจิตวิญญาณสอดคล้อง-ขั้นกลาง
แต่หากเลยเถิดไปถึงนักรบข้ามสะพานจักรวาล จางเซวียนก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากถอย
แม้นักรบข้ามสะพานจักรวาล-ขั้นต้นก็มีพละกำลังที่ 4 ล้านติ่งแล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องวรยุทธและความสามารถในการควบคุมสภาพแวดล้อม ลำพังแค่พละกำลังอย่างเดียวก็แสนจะน่าสะพรึง
“ทุกคน!”
ขณะที่จางเซวียนกำลังครุ่นคิด ปรมาจารย์หงก็เข้าประจำที่ เสียงของเขากึกก้องราวกับฟ้าคำราม ได้ยินชัดเจนไปทั่ว
ผู้ชมหลายพันคนที่ออกันแน่นจัตุรัสเงียบกริบไปทันที
เขาใช้การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ ซึ่งความยำเกรงให้กับผู้ฟัง ไม่มีใครกล้าโต้แย้งคำพูดของเขา
“ผมได้รับเกียรติให้เป็นผู้จัดการประลองปรมาจารย์ ที่มีเพียงครั้งเดียวในรอบสิบปี!”
ปรมาจารย์หงโบกมือและกวาดสายตาไปทั่ว
“ผมเชื่อว่าทุกคนคงรู้เรื่องของรางวัลในการประลองแล้ว ซึ่งตอนนี้ผมจะข้ามรายละเอียดปลีกย่อยไป โดยจะพูดถึงโครงสร้างของการประลองและกฎเกณฑ์ของมัน!”
เมื่อได้ยินแบบนั้น ทุกคนพากันพากันกลั้นลมหายใจโดยไม่รู้ตัว กลัวว่าจะพลาดอะไรไป
เท่าที่พวกเขารู้ การทดสอบในการประลองปรมาจารย์มีอยู่หลายพันวิธี ไม่มีทางคาดเดาได้เลย
จางเซวียนก็จับตามองปรมาจารย์หงอย่างสนใจ
เขาสงสัยมาตลอดว่าจะรักษาความเที่ยงธรรมของการประลองปรมาจารย์ไม่ให้ได้รับผลกระทบจากความสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างปรมาจารย์แต่ละคนได้อย่างไร
“ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว พวกคุณถือว่าเป็นปรมาจารย์ขั้นกลาง ซึ่งมีตำแหน่งสูงส่งไม่น้อย เป็นธรรมดาที่ตำแหน่งสูงขึ้นจะหมายถึงความรับผิดชอบที่มากขึ้นในการนำแสงสว่างมาสู่โลกใบนี้ พวกคุณจะต้องพัฒนาความสามารถของตัวเองให้เติมเต็มหน้าที่รับผิดชอบนั้นได้ ทั้งระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณ ระดับวรยุทธ การถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจเรื่องวรยุทธ การระบุข้อบกพร่อง…ผมเชื่อว่าพวกคุณคงได้ผ่านการทดสอบรอบคัดเลือกที่ประเมินความสามารถในด้านต่างๆเหล่านี้จากจักรวรรดิและสำนักของคุณมาแล้ว ดังนั้นจึงเปล่าประโยชน์หากผมจะทดสอบพวกคุณในเรื่องพวกนี้อีก และมันก็ยากที่จะประเมินความสามารถของแต่ละคนได้อย่างเที่ยงธรรม!”
ปรมาจารย์หงยิ้มขณะที่มองผู้เข้าร่วมการประลอง
“แล้วถ้าไม่ประเมินเรื่องพวกนี้ จะประเมินเรื่องอะไร?”
ทุกคนอึ้งไป
เรื่องต่างๆที่ว่ามาคือปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดต่อการเป็นปรมาจารย์ จึงใช้เป็นเกณฑ์วัดความสามารถของปรมาจารย์มาตลอด
หากไม่แข่งขันกันในเรื่องเหล่านั้น จะให้แข่งกันเรื่องอะไร?
“ใจเย็นก่อน ฟังผมพูดให้จบ!”
เห็นทุกคนสงสัย ปรมาจารย์หงพูดต่อ “การประลองจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือรอบคัดเลือกกับรอบดวล การประลองรอบคัดเลือกประกอบด้วยการทดสอบทั้งหมด 4 ด่าน ผู้เข้าประลองที่ผ่านการทดสอบทั้ง 4 ด่านเท่านั้นถึงจะได้เข้าไปยังรอบดวล…ใครที่ไม่ผ่านด่านใดด่านหนึ่งจะถูกคัดออกจากการประลอง!”
“การประลองรอบคัดเลือก?”
“รอบดวล?”
ผู้ชมต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด
พวกเขาคิดว่าการประลองน่าจะเหมือนกับที่ผ่านๆมา คือประเมินเรื่องระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณ ระดับวรยุทธ และอื่นๆ นึกไม่ถึงว่าจะมีโครงสร้างซับซ้อนแบบนี้
“ผมแน่ใจว่าทุกคนคงรู้แล้วว่าการประลองรอบดวลเป็นอย่างไร จึงจะไม่พูดเรื่องนั้น ขออธิบายเรื่องการประลองรอบคัดเลือกก็แล้วกัน”
ปรมาจารย์หงพูดต่อ “ในเมื่อพวกคุณทุกคนได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนของแต่ละกลุ่มอำนาจ พวกคุณจึงถือว่าเป็นปรมาจารย์แถวหน้า และมีโอกาสสูงที่จะก้าวขึ้นไปเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวหรือสูงกว่าสักวันหนึ่ง แต่ว่า…ยิ่งมีระดับสูงขึ้นเท่าไหร่ การจะก้าวหน้าไปก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น ในการจะได้เป็นปรมาจารย์ ความปราดเปรื่องไม่ใช่ทั้งหมด และพละกำลังก็เป็นเพียงหนึ่งในหลายปัจจัยที่คุณต้องมี ทั้งการควบคุมอารมณ์ ความกล้าหาญ ความจำ และสติปัญญา เหล่านี้ล้วนมีความสำคัญสูงสุดเช่นกัน ด้วยปัจจัยต่างๆที่ว่ามาเท่านั้นที่จะทำให้คุณเหนือกว่าใครๆ และก้าวไปสู่ตำแหน่งใหญ่ในอนาคต!”
“ดังนั้น ผมจึงออกแบบการทดสอบสี่ด่านที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยแต่ละอย่างที่ว่ามา!”
“การทดสอบที่ประเมินการควบคุมอารมณ์ ความกล้าหาญ ความจำ และสติปัญญา?”
“จะวัดกันอย่างไร?”
“ผมก็ไม่รู้ แต่ในเมื่อปรมาจารย์หงเป็นคนจัดการประลอง คงไม่ต้องห่วงเรื่องความยุติธรรม!”
“ก็จริง มีปรมาจารย์อยู่ตรงนี้ตั้งมากมาย เขาจะลำเอียงไม่ได้หรอก แต่ก็ยังอยากรู้อยู่ดีว่าคุณสมบัติที่จับต้องไม่ได้เหล่านั้น…จะประเมินกันอย่างไร?”
เมื่อรู้รายละเอียดของการประลองแล้ว ทุกคนก็ได้แต่งงงัน
ในฐานะปรมาจารย์ พวกเขาเคยได้ยินเรื่องการทดสอบความสามารถในการถ่ายทอดความรู้และความเข้าใจในเทคนิควรยุทธ ไม่เคยได้ยินว่ามีการทดสอบที่ไหนที่ประเมินการควบคุมอารมณ์ ความกล้าหาญ ความจำ และสติปัญญามาก่อน
เพราะเรื่องเหล่านั้นล้วนจับต้องไม่ได้ ไม่มีทางจะวัดปริมาณและคุณภาพกันได้ง่ายๆ
ปรมาจารย์หงโบกมือและพูดต่อ ไม่ใส่ใจเสียงอื้ออึงเซ็งแซ่ของผู้ฟัง “เอาล่ะ ผู้เข้าร่วมการประลองกรุณาขึ้นมาบนเวที!”
“ไปเถอะ!” จางเซวียนกับคุณชายโหลวฮวนมองหน้ากันก่อนจะลุกขึ้นยืนและเดินขึ้นไป
เหล่าตัวแทนจากกลุ่มอำนาจอื่นๆก็ขึ้นไป
พวกเขาล้วนแต่เป็นอัจฉริยะที่ยังอายุไม่ถึง 30 ปี, ดาว 4 ดวงที่เปล่งประกายอยู่บนตราสัญลักษณ์นั้นบ่งบอกถึงความสามารถและความปราดเปรื่องของพวกเขา
จางเซวียนกวาดสายตามองผู้เข้าร่วมการประลอง แต่นอกจากหลัวชุนกับซ่งเชา เขาก็ไม่รู้จักใครเลย
“คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้เข้าร่วมการประลองปรมาจารย์ก็คือต้องมีอายุต่ำกว่า 30 ปี ตรงนั้นมีลูกบอลคริสตัลอยู่ พวกคุณจะต้องแตะลูกบอลลูกนั้น ด้วยรังสีของจิตวิญญาณที่คุณแผ่ออกมา มันจะบ่งบอกอายุที่แท้จริง” ปรมาจารย์หงพูด
จางเซวียนมองไปตรงจุดที่ปรมาจารย์หงบอก และเห็นลูกบอลคริสตัลลูกหนึ่งตั้งอยู่ มันเรืองแสงอบอุ่นออกมาจนสว่างไสวไปทั่ว
เพื่อรักษาความเที่ยงธรรมของการประลองปรมาจารย์ จึงมีกฎเกณฑ์กำหนดไว้อย่างเข้มงวดไม่ให้ผู้ที่ขาดคุณสมบัติเข้าร่วมการประลองโดยเด็ดขาด
ลูกบอลคริสตัลลูกนี้สามารถมองลึกเข้าไปถึงจิตวิญญาณที่อยู่ภายใน แค่แตะมัน ก็จะรู้อายุที่แท้จริงของผู้นั้นได้ทันที
