ตอนที่ 621 วังองค์รัชทายาท
“ไปกันเถอะ!”
จางเซวียนไม่แยแสท่านประธานและเหล่าผู้อาวุโสที่พากันตั้งแถวยืนส่ง รวมถึงแม่สาวน้อยที่สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารที่อีกมุมหนึ่ง เขาร้องเรียกซุนฉางกับหยวนเทาก่อนจะก้าวยาวๆ ออกไป
ถ้ายังพอมีเวลา เขาคงไปกวาดหนังสือในหอสมุดที่นี่เข้าหอสมุดเทียบฟ้า แต่ตอนนี้คงต้องปล่อยไปก่อน
จางเซวียนเดินออกจากสมาคมนักปรุงยาและก้าวขึ้นเกี้ยวหลังหนึ่ง จากนั้นก็ยื่นขวดหยกให้หยวนเทา
“แบ่งเป็นส่วนๆ แล้วนำไปชโลมผิว หลังจากซึมซับหมดแล้วถึงจะชโลมอีกครั้งได้ ทำตามที่ผมบอกอย่างเคร่งครัด แล้วระดับวรยุทธของคุณจะพุ่งสูงขึ้นอีกมาก”
“ขอบคุณท่านอาจารย์!” หยวนเทาลุกลี้ลุกลนรับขวดหยกไปนั้นจากมือของจางเซวียน
เพราะได้ติดตามอาจารย์ของเขามาทั้งวัน หยวนเทาจึงรู้ดีว่ายาน้ำขวดนี้มีค่าแค่ไหนและอาจารย์ ต้องพยายามเท่าไรกว่าจะเตรียมให้เขาได้ บุญคุณของท่านอาจารย์ยิ่งใหญ่เสียจนเขาไม่อาจชดใช้
“เอาหินวิเศษพวกนี้ไปด้วย คุณต้องใช้ในการฝึกฝนวรยุทธ!”
จากนั้นจางเซวียนก็ส่งหินวิเศษอีกหลายสิบก้อนให้หยวนเทา
ยาน้ำขวดนี้ช่วยได้แค่การปลุกสภาวะพิเศษของหยวนเทาเท่านั้น เขายังต้องใช้หินวิเศษอีกมาก เพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำหรับการฝึกฝนวรยุทธ ถึงอย่างไร เหตุการณ์เรื่องนายหญิงน้อยที่ 6 ก็ทำให้จางเซวียนไม่ขาดแคลนหินวิเศษแล้ว
หยวนเทารับหินวิเศษกองนั้นมา เพราะเข้าใจเจตนาของท่านอาจารย์
“ซุนฉาง เอาหินวิเศษพวกนี้ไป เมื่อทะเลสาบหมดจดเปิดให้เข้า ผมจะไม่อยู่ราว 2-3 วัน คุณช่วย จัดสรรให้เจิ้งหยาง หวังหยิ่ง และหลิวหยาง ตามแต่พวกเขาต้องการด้วย สำรวจตรวจตราให้ดีนะว่าทุกคนรวมทั้งตัวคุณเองมีหินวิเศษพอใช้ การฝึกฝนวรยุทธจะได้ไม่ชักช้า!”
จากนั้น จางเซวียนก็ส่งหินวิเศษ 200 ก้อนให้ซุนฉาง
ทันทีที่ทะเลสาบหมดจดเปิดให้เข้า เขาจะต้องใช้เวลาฝึกฝนวรยุทธที่นั่นหลายวัน จึงดีที่สุดหากจะเตรียมการล่วงหน้า เพื่อไม่ให้การฝึกฝนวรยุทธของลูกศิษย์และพ่อบ้านต้องล่าช้าออกไป
“อย่าห่วงเลยนายน้อย พวกเราจะตั้งใจฝึกฝน” ซุนฉางรีบพยักหน้า
ได้ฟังซุนฉางยืนยัน จางเซวียนได้แต่ส่ายหัว
“ผมไม่ห่วงคนอื่นหรอก คุณนั่นแหละที่ผมห่วงมากที่สุด…”
ทั้งเจิ้งหยางและเด็กคนอื่นๆ มีจ้าวหย่ากับลู่ชงเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีอยู่แล้ว เขาไม่ต้องเป็นห่วง
ปัญหาใหญ่คือซุนฉางที่ชอบหาโอกาสอู้ ทันทีที่ไม่มีใครเห็นก็จะปลีกตัวหนีไปทันที ทำให้จางเซวียนต้องปวดหัวหนัก
“คือ…”
ซุนฉางได้แต่เกาหัวยิกเมื่อรู้ว่านายน้อยคิดอย่างไร
“อ้อ ยังมีข้าวของที่ได้จากดงสมบัติลึกลับด้วย แจกจ่ายกันไปในหมู่พวกคุณก็แล้วกัน ชิ้นไหนไม่ต้องการก็ขายแลกหินวิเศษเสีย!”
จางเซวียนยื่นแหวนเก็บสมบัติที่ได้มาจากกานอีผิงให้ซุนฉาง
ในบรรดาข้าวของที่กวาดมาจากดงสมบัติลึกลับ จางเซวียนเก็บ ‘ดาบฝนเย็นเยือก’ ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่พัฒนาได้ไว้เพียงอย่างเดียว ของชิ้นอื่นล้วนแต่ไร้ประโยชน์สำหรับเขา ขายแลกหินวิเศษน่าจะดีที่สุด
“ขอรับ!” ซุนฉางรับคำและเก็บหินวิเศษไว้
เพราะรู้ดีว่าเมื่อฝากฝังสิ่งใดกับซุนฉางแล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วง จางเซวียนจึงไม่พูดอะไรอีก
เขากำลังรีบ จึงสั่งเกี้ยวให้เดินทางด้วยความเร็วเต็มพิกัด ราว 1 ชั่วโมงต่อมาก็ถึงที่พัก
ทันทีที่มาถึง จางเซวียนก็เห็นปรมาจารย์หงยืนกระสับกระส่ายรออยู่ มีปี้เจียงไห่กับหลัวชุนอยู่ด้านหลัง
แต่ละอาณาจักรในสังกัดจะมีตัวแทนที่ได้รับโอกาสเข้าสู่ทะเลสาบหมดจดจำนวน 3 คน ซึ่งของอาณาจักรหงเฟิง ตัวแทนทั้งสามคนก็คือ 3 อันดับแรกของผู้ชนะการประลองปรมาจารย์
ในเมื่องานเลี้ยงคืนนี้จัดขึ้นเพื่อการจัดสรรโควต้า จึงเป็นธรรมดาที่อีก 2 คนจะมีสิทธิ์เข้าร่วมงาน เพื่อพิสูจน์การตัดสินโชคชะตาของพวกเขา
“ปรมาจารย์จาง คุณมาได้เสียที! เกิดอะไรไม่ดีไม่งามขึ้นหรือเปล่านี่? ถ้ามีอะไรล่ะก็…คุณต้องบอกผมก่อนนะ ผมจะได้ขอให้อาจารย์ของผมช่วยแก้ไขให้…”
เห็นจางเซวียนกลับมา ปรมาจารย์หงร้อนรนเสียแทบจะปล่อยโฮ
ทันทีที่เขากลับจากการเผชิญหน้ากับหลัวจ้าวและคนอื่นๆ ก็มาตามหาปรมาจารย์จางทันที แต่รออยู่ถึง 8 ชั่วโมงเต็ม…อีกฝ่ายก็ยังไม่โผล่ จึงกลัวจับจิตว่าจางเซวียนจะสร้างปัญหาอะไรอีก
เพราะที่นี่ไม่ใช่ 28 กลุ่มอำนาจหรือสมาพันธ์นานาอาณาจักรที่ปรมาจารย์หงจะใช้อิทธิพลและอำนาจของตัวเองแก้ไขปัญหาได้ง่ายๆ …จึงดีที่สุดหากพวกเขาจะเก็บเนื้อเก็บตัวไว้เมื่ออยู่ในเมืองหลวงของจักรวรรดิฮ่วนหยู แต่นั่นแหละ ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ ก็ต้องขอความช่วยเหลือจากปรมาจารย์เว่ยเจียงซึ่งเป็นอาจารย์ของเขา
“ไม่มีอะไร ผมแค่ไปผสมยาน้ำที่สมาคมนักปรุงยา!”
เห็นปรมาจารย์หงกำลังหวาดผวาว่าเขาจะสร้างปัญหาอีก จางเซวียนถึงกับใบ้กิน
จะบ้าหรือไง…คุณเห็นผมเป็นคนแบบไหน?
ผมเป็นคนชนิดที่สร้างปัญหาทุกที่ที่ไปอย่างนั้นหรือ?
ถึงอย่างไรผมก็เป็นปรมาจารย์ มีชื่อเสียงที่ต้องรักษาไว้เหมือนกัน ถ้าไม่ถึงกับเหยียบหัวแม่เท้ากันล่ะก็ ผมจะเอาเรื่องเขาเรอะ? ทำไมคุณถึงพูดอย่างกับผมเป็นเทพเจ้าแห่งความวอดวาย ทำลายล้างทุกที่ที่เหยียบย่าง…
ถ้าปรมาจารย์หงรู้ว่าจางเซวียนคิดอย่างไร คงบีบคอให้ตายไปแล้ว
จะบอกว่าตัวเองไม่ใช่เทพเจ้าแห่งความวอดวาย? แล้วเมืองหลอนแดนปีศาจของผมล่ะ? หมากรุกสวรรค์? คัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่า? แถมยังเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น…
ช่างมันเถอะ เลิกคิดเสียดีกว่า ไม่งั้นจะเสียสติกันไปข้าง…
“ก็ดีแล้วที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น งานเลี้ยงใกล้เริ่มเต็มที พวกเรารีบไปเถอะ!”
ปรมาจารย์หงเร่งทุกคนให้รีบไป จากนั้นทั้งสี่ก็มุ่งหน้าไปที่วังองค์รัชทายาท
วังตะวันออกขององค์รัชทายาทเย่เฉียนอยู่ห่างจากที่พักของพวกเขาไม่กี่ร้อยเมตร ไม่ช้าก็ถึงประตูทางเข้า พวกเขายื่นจดหมายเชิญให้องครักษ์
“เชิญทางนี้!”
เมื่อเห็นจดหมายเชิญ องครักษ์คนหนึ่งก็นำทางไป
ปรมาจารย์หงเดินตามองครักษ์ไปพร้อมกับตั้งคำถาม “น้องชาย ไม่ทราบว่าปรมาจารย์ฝงแห่งจักรวรรดิฝงยวน ปรมาจารย์หลัวแห่งจักรวรรดิเฉียนเฟิง และปรมาจารย์เฉินแห่งจักรวรรดิจูเยว่มาหรือยัง?”
แน่นอนว่า ปรมาจารย์หลัวจากจักรวรรดิเฉียนเฟิงคือหลัวจ้าวซึ่งเขาเพิ่งบุกไปหาเมื่อครู่ ส่วนปรมาจารย์เฉินจากจักรวรรดิจูเยว่ คือผู้อาวุโสอีกคนที่อยู่กับหลัวจ้าว
สองคนนี้ รวมถึงฝงหยู่กับปรมาจารย์หงคือผู้จัดการประลองปรมาจารย์ของ 4 จักรวรรดิในสังกัดเช่นเดียวกับที่เป็นเจ้าภาพการจัดการประลองปรมาจารย์ในดินแดนของพวกเขา
“มาถึงได้ราว 1 ชั่วโมงแล้ว…” องครักษ์ตอบ
“1 ชั่วโมง?”
ปรมาจารย์หงหน้าเสีย
เขาคิดว่าการมาถึงก่อนจะทำให้ได้เปรียบ แต่กลับผิดคาด เพราะพวกนั้นมาถึงตั้งแต่ 1 ชั่วโมงที่แล้ว
1 ชั่วโมง…ไม่ใช่ว่าการตัดสินเรื่องการจัดสรรโควต้าเสร็จสิ้นไปแล้วหรือ?
ปรมาจารย์หงอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดใจถามอย่างกระอักกระอ่วน “งานเลี้ยง…เริ่มหรือยัง? ผมมาสายหรือเปล่า? ถ้ามาสาย เข้าไปรบกวนองค์รัชทายาทคงไม่ดีแน่…”
“งานเลี้ยงยังไม่เริ่มหรอก องค์รัชทายาทไปเชิญองค์หญิงที่ 6 กับคนอื่นๆ ยังไม่กลับมา”
องครักษ์ส่ายหน้า
“งานเลี้ยงยังไม่เริ่ม? ค่อยยังชั่ว!”
ปรมาจารย์หงถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาสะบัดข้อมือและหยิบหินวิเศษออกมาก้อนหนึ่ง “น้องชายขอบใจที่พามา”
“ไม่เป็นไร!”
เห็นอีกฝ่ายใจป้ำถึงขนาดให้ทิปเป็นหินวิเศษขั้นกลาง 1 ก้อน องครักษ์ตาโต เขามีทีท่าเป็นมิตรขึ้นมากระทันหัน และเอียงตัวมากระซิบกระซาบ
“ผมรู้มาว่างานเลี้ยงจัดขึ้นเพื่อการจัดสรรโควต้าเข้าทะเลสาบหมดจด…”
“พวกเราไม่รู้เลยว่าองค์รัชทายาทคิดจะตัดสินเรื่องนี้อย่างไร เรื่องเตรียมตัวจึงไม่ต้องพูดถึง” ปรมาจารย์หงยิ้มเจื่อนๆ ขณะที่ส่ายหน้า
“ผมก็ไม่แน่ใจเรื่องกฎเกณฑ์ แต่รู้มาว่าวัตถุประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ก็เพื่อต้อนรับเหล่าอัจฉริยะจากสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน และให้ปรมาจารย์ผู้เก่งกาจจากบรรดาจักรวรรดิในสังกัดได้พบปะศิษย์พี่ของพวกเขา”
“ต้อนรับ? น้องชายหมายความว่า…แขกทั้งสี่จากสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนจะมาปรากฏตัวในงาน?”
ปรมาจารย์หงถึงกับผงะ
เขารู้จากหลัวจ้าวแล้วว่าองค์รัชทายาทคิดจะตัดโควต้า 4 ที่นั่งให้กับอัจฉริยะจากสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน แต่ก็นึกว่างานเลี้ยงจัดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเรื่องการจัดสรรโควต้า ไม่คิดว่าทั้งสี่จะได้รับเชิญมาด้วย
ปรมาจารย์หงพลันเกิดความคิดหนึ่งขึ้นมา
“หรือว่า…พวกเขาจะเข้ามามีส่วนร่วมจัดการเรื่องนี้?”
องครักษ์เหลียวซ้ายแลขวาก่อนจะกระซิบบอกปรมาจารย์หงด้วยเสียงเบาลงอีก
“ผมก็ไม่แน่ใจ แต่พูดก็พูดเถอะ ลงพวกเขาออกปากแล้ว องค์รัชทายาทไม่น่าจะกล้าปฏิเสธ และเพราะอย่างนี้ ปรมาจารย์หลัวกับคนอื่นๆ จึงพากันเตรียมของกำนัลมามากมายเพื่อทำคะแนน ผมคิดว่าคุณควรหาของกำนัลเหมือนกันนะ ทำคะแนนไว้ก็ไม่เสียหาย…”
“ของกำนัล?” ปรมาจารย์หงหน้าซีด
ทรัพย์สมบัติของเขาวอดวายไปกับการประลองปรมาจารย์หมดแล้วโดยฝีมือเจ้าหนุ่มที่อยู่ข้างหลัง ต่อให้อยากมอบของกำนัล ก็ไม่มีปัญญาหาให้!
อีกอย่าง ทั้งสี่ก็มาจากจักรวรรดิหงหย่วน ไม่มีทางที่ของขวัญธรรมดาทั่วไปจะทำคะแนนกับพวกเขาได้
องครักษ์ไม่รู้ว่าปรมาจารย์หงคิดอย่างไร เขายังคงพยักหน้า “จริงๆ นะ ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครปฏิเสธของกำนัลหรอก ขอแค่ผูกมิตรไว้ จำนวนโควต้าก็คงไม่หาย…ดูนั่น ห้องโถงที่จัดงานอยู่ตรงนั้น ผมส่งพวกคุณที่นี่ก็แล้วกัน”
“ขอบใจมาก!”
‘ทิป’ ทำให้ได้ข้อมูลอีกมากมาย ปรมาจารย์หงประสานมือและขอบใจองครักษ์
เงินไขข้อข้องใจได้ทุกที่ทุกเวลาเสมอ
อย่างน้อยที่สุด ข้อมูลที่ได้มาก็พอทำให้พวกเขาเตรียมตัวเตรียมใจ
ว่าแต่…ข่าวใหม่ก็ช่างน่าปวดหัว
“ของกำนัล?ของกำนัลพรรค์ไหนถึงจะเอาชนะใจพวกเขาได้ ถ้าเพียงแต่เรายังมีคัมภีร์แห่งสายน้ำว่างเปล่า…หรือเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นอยู่ก็คงดี…”
ปรมาจารย์หงนวดหว่างคิ้ว สีหน้าขมขื่นเต็มทน
ถ้าของพวกนั้นยังอยู่ เขาแน่ใจว่าบรรดาแขกรับเชิญจากจักรวรรดิหงหย่วนจะต้องตาโตแน่ แต่ตอนนี้…
เห็นสีหน้าย่ำแย่ของอีกฝ่าย จางเซวียนเข้ามาถาม “ปรมาจารย์หงมีอะไร?”
“มะ-ไม่มี!” ปรมาจารย์หงรีบส่ายหน้า
อะไรที่เกิดก็เกิดไปแล้ว โทษปรมาจารย์จางไปก็ไม่มีประโยชน์ เรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้คือหาวิธีผูกมิตรกับแขกทั้งสี่ให้ได้
“คุณกังวลเรื่องของกำนัลใช่ไหม?” หลัวชุนถาม
“ใช่!” ปรมาจารย์หงพยักหน้า
“ของกำนัล? ถ้าผมรู้เสียก่อน จะไม่เอาแหวนสมเก็บสมบัติให้ซุนฉางไปหรอก…”
เห็นปรมาจารย์หงกังวลใจ จางเซวียนได้แต่ส่ายหน้า
เขาเพิ่งกวาดสมบัติทุกชิ้นของดงสมบัติลึกลับมา การมอบสิ่งประดิษฐ์ล้ำค่าให้เป็นของกำนัลไม่ใช่เรื่องยากเลย ติดอยู่ที่…ให้ทุกอย่างกับซุนฉางไปแล้ว ต่อให้กลับไปเอา ก็ไม่รู้จะมาทันเวลาหรือเปล่า
“เอาเถอะ พวกเรายังไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นหรอก มีความเป็นไปได้สูงว่าการจัดสรรโควต้าจะตัดสินด้วยความสามารถในฐานะปรมาจารย์ ถ้าใช้ของกำนัลทำคะแนนกันได้ วิชาชีพของเราจะมีชะตากรรมแบบไหน?”
ทุกคนที่กำลังจะเข้าไปในทะเลสาบหมดจดต่างก็มีเป้าหมายที่สถาบันปรมาจารย์ จึงเป็นไปได้ว่า การตัดสินเรื่องโควต้าจะวัดที่ความสามารถในฐานะปรมาจารย์เป็นหลัก อันที่จริง ของกำนัลก็เป็นแค่อุปกรณ์เสริมเท่านั้น จะนำมาเป็นหลักในการพิจารณาไม่ได้
“ผมก็หวังว่าอย่างนั้น!” ปรมาจารย์หงเองก็รู้ความจริงข้อนี้ แต่ยังกังวลใจอยู่
จางเซวียนพลันนึกได้ถึงเรื่องที่พวกเขาเคยปรึกษากัน จึงตั้งคำถาม “ว่าแต่…ปรมาจารย์หง ตอนที่คุณไปทวงแค้นน่ะ ได้ข่าวอะไรจากพวกเขาบ้างหรือเปล่า?”
“อ๋อ ผมพอรู้เรื่องสี่อัจฉริยะจากสถาบันปรมาจารย์อยู่บ้าง…”
ปรมาจารย์หงพยักหน้าและกำลังจะเล่าให้จางเซวียนฟังเรื่ององค์หญิงที่ 6 และเพื่อนร่วมทางของเธอ ก็พอดีกับที่เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งใกล้เข้ามา ตามมาด้วยเสียง
“หงเฉียน นี่คือคนเก่งๆ ที่คุณเลือกมาหรือ? ดูไม่น่าทึ่งสักนิด!”
เมื่อมองไป ก็เห็นร่างหนึ่งตรงเข้ามาหาพวกเขา ปรมาจารย์หลัวจ้าวแห่งจักรวรรดิเฉียนเฟิง
