Skip to content

Library Of Heaven’s Path 729


ตอนที่ 729 โรงเรียนช่างตีเหล็ก

เทคนิคการต่อสู้ทุกเทคนิคมีระบบการไหลเวียนพลังปราณและวิธีสำแดงพลังในแบบของตัวเอง จึงจำเป็นมากที่นักรบแต่ละคนจะต้องปฏิบัติให้ถูกต้อง

หากจะพูดกันตามหลักเหตุผล แม้การปล่อยหมัดซ้ายไปทางขวา หรือการปล่อยหมัดขวาไปทางซ้ายจะทำได้ แต่แรงปะทะของจุดศูนย์ถ่วงอาจนำมาซึ่งการฉีกขาดของกล้ามเนื้อและการรบกวนของคลื่นพลังปราณ

และนี่คือปัญหาที่อู๋ฉานกำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้

กระบวนท่าที่จางเซวียนแนะนำให้หรันเฉียวเฉี่ยวปฏิบัตินั้น อยู่บนพื้นฐานของสภาวะพิเศษที่เธอเพิ่งเปิดจุดชีพจรจื้อเหว่ยกับอิ้งไถไปหมาดๆ รวมถึงสรีระที่ยืดหยุ่นตามแบบของสุภาพสตรี

แต่อู๋ฉานยังไม่ได้เปิดจุดชีพจรเหล่านั้น ทั้งร่างกายของเขาก็แข็งแกร่งตามแบบของผู้ชาย การสำแดงกระบวนท่าตามอย่างหรันเฉียวเฉี่ยวจึงเป็นอันตรายมาก

ผมกำลังชี้แนะหรันเฉียวเฉี่ยว มันเรื่องอะไรที่คุณจะต้องมาเลียนแบบ? แล้วดูซิว่าเกิดอะไรขึ้น แทบจะพิกลพิการตั้งแต่ยังไม่ทันทำอะไรได้สำเร็จเลย….

ในเมื่อเป็นแบบนี้ล่ะก็ ไม่มีทางที่อู๋ฉานจะเอาชนะหรันเฉียวเฉี่ยวได้

ถ้าอู๋ฉานรู้ความคิดของจางเซวียน คงได้ปล่อยโฮกันเดี๋ยวนั้น

การถ่ายทอดลิขิตสวรรค์ของคุณช่างทรงพลังนัก และระดับความล้ำลึกของจิตวิญญาณของผมก็เป็นจุดอ่อนมาตลอด เมื่อเห็นว่าหรันเฉียวเฉี่ยวพัฒนาตัวเองได้มากมายภายใต้คำชี้แนะของคุณ แล้วจะให้ผมอดใจไม่ทำตามได้อย่างไร…

ลงท้าย ในบรรดา 3 อัจฉริยะผู้เข้ามาท้าทายจางเซวียน, 2 ใน 3 ลงไปกองอยู่กับพื้น ขณะที่คนสุดท้ายก็ทำตามคำสั่งของเขาอย่างว่าง่าย หวงฉิงกับพรรคพวกอดอ้าปากค้างไม่ได้กับภาพที่เห็น

เหลือเชื่อ!

ผู้ที่เข้ามาท้าทายเขาคือคนที่ได้อันดับ 2 3 และ 4 ของการประลองประจำปี แต่ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำจากปรมาจารย์จาง ลงท้าย ต่างฝ่ายต่างรบรากันเองจนหมดสภาพ…

พวกเขาอดสงสัยไม่ได้กับสิ่งที่ได้เห็น นี่คนเหล่านี้จงใจจัดฉากตบตาหรือพวกเขากำลังฝันกลางวันกันแน่?

โชคดีเหลือหลายที่ก่อนหน้านี้ ทั้งกลุ่มไม่มีใครทำอะไรให้ปรมาจารย์จางขุ่นเคืองใจ ไม่อย่างนั้น คนที่ต้องลงไปกองกับพื้นอาจจะเป็นพวกเขาแทนก็ได้!

ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมผู้อาวุโสมั่วถึงส่งเขามาที่โซนหัวกะทิเป็นการส่วนตัว เขามีความปราดเปรื่องคู่ควรกับสิ่งนี้จริงๆ!

ในเวลาเดียวกันนั้น หรันเฉียวเฉี่ยวกำลังจ้องมองภาพตรงหน้าเธอด้วยสายตานิ่งงันราวกับตกอยู่ในภวังค์ เธอแทบจะไม่เชื่อสายตาว่าคู่แข่งที่เธอไม่เคยเอาชนะได้เลยตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาจะพ่ายแพ้ได้อย่างง่ายดายขนาดนั้น

“เอาล่ะ ที่เหลือผมยกให้คุณนะ…”

จางเซวียนเป็นนักรบสะพานจักรวาลขั้นสูงสุดแล้ว หากเขายังลงไม้ลงมือต่อไป ก็ดูจะเป็นการรังแกนักเรียนเกรด 1 และหากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป ย่อมเสื่อมเสียถึงชื่อเสียงของเขาด้วย เขาจึงปล่อยให้หรันเฉียวเฉี่ยวทำหน้าที่ดวลแทน

ด้วยวิธีนี้ จะไม่มีนักเรียนเกรด 1 คนไหนกล้าคัดค้านการครอบครองบ้านพักหลังแรกของเขา เมื่อไม่มีอะไรที่ต้องพยายามแล้ว จางเซวียนก็โบกมืออย่างไม่ยี่หระก่อนจะเดินเข้าบ้านพัก

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็พลันรู้สึกได้ถึงกระแสพลังจิตวิญญาณที่พุ่งเข้าใส่

บ้านพักหลังนั้นมีขนาดใหญ่มาก นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกตามแบบทั่วไปแล้ว ยังมี แม้กระทั่งลานฝึกซ้อมกลางแจ้งส่วนตัว และห้องลับสำหรับหารือภารกิจที่เป็นความลับสุดยอด จะว่าไป ก็ดูเหมือนจะเป็นคฤหาสน์มากกว่าบ้านพัก

ก็ไม่น่าแปลกใจที่ทั้ง 3 จะอยากได้บ้านหลังนี้เหลือเกิน เพราะสิทธิพิเศษของผู้ได้ครอบครองนั้นช่างน่าทึ่ง

หลังจากเดินดูรอบๆแล้ว จางเซวียนก็ยังไม่รีบร้อนฝึกฝนวรยุทธ แต่เขาทรุดตัวลงนั่งในห้องหนึ่งเพื่อครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ในสถาบันนี้มีโรงเรียนฝึกสอนวิชาชีพทั้งหมด 10 โรงเรียน และแต่ละโรงเรียนก็ล้วนมีหอสมุดขนาดมหึมาที่อัดแน่นไปด้วยความรู้มหาศาล กว่าจางเซวียนจะได้เข้าเรียนที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เขาจึงควรใช้โอกาสนี้ไปให้ทั่วสถาบันและเรียนรู้ทุกสิ่งที่สามารถทำได้

ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น เขาก็น่าจะพร้อมสำหรับการเข้ารับการทดสอบเป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาว

หลังจากได้เป็นปรมาจารย์ระดับ 6 ดาวแล้วเท่านั้น ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นก้าวแรกของผู้เชี่ยวชาญชั้นนำในทวีปแห่งปรมาจารย์ ย่างก้าวอันสำคัญครั้งนี้จะทำให้จางเซวียนมีพละกำลังและอำนาจเพียงพอที่จะปกป้องทั้งตัวเองและคนรอบข้าง

“แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น เราจะต้องหาหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นสูงกว่านี้ให้ได้ก่อน!”

ตอนนี้เคล็ดวิชาเทียบฟ้าที่จางเซวียนประมวลได้เป็นแค่ขั้น 6-สะพานจักรวาลเท่านั้น หากจะก้าวไปสู่ขั้น 7-การประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบ เขาต้องรวบรวมหนังสือเทคนิควรยุทธให้ได้มากกว่านี้ เพื่อประมวลเป็นเคล็ดวิชาเทียบฟ้าขั้น 7 เล่มใหม่

“หนังสือเทคนิควรยุทธทั้งหมดถูกรวบรวมไว้ในหอวรยุทธ!”

จางเซวียนพลันนึกได้ถึงสิ่งที่หลัวฉีฉีบอกไว้ระหว่างการเดินทาง

สิ่งที่รวบรวมอยู่ในหอวรยุทธนั้น คือความคิดเห็นและความเข้าใจต่อเทคนิควรยุทธที่เหล่าอัจฉริยะนับไม่ถ้วนได้บันทึกไว้ตลอดระยะเวลายาวนานที่ผ่านมา ขอแค่เขาได้เข้าไปในหอวรยุทธ ก็จะสามารถประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าขั้นการประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบได้ทันที

หรือถ้าโชคเข้าข้าง ก็อาจประมวลขั้นเหนือกว่านั้นได้ด้วย

“แต่ว่าเงื่อนไขของการเข้าถึงหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นการประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบในหอวรยุทธคือจะต้องเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว ทั้งยังต้องมีคะแนนวิชาการมากพอ! สำหรับตอนนี้…เราต้องพยายามยกระดับตัวเองให้เป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวให้ได้ก่อน!”

แม้มหานทีแห่งความรู้จะซ่อนตัวอยู่ภายในหอวรยุทธ แต่การจะเข้าไปก็มีราคาที่ต้องจ่าย

ในฐานะปรมาจารย์ระดับ 4 ดาว จางเซวียนมีคุณสมบัติเพียงพอแค่จะเข้าถึงหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นจิตวิญญาณสอดคล้องและขั้นสะพานจักรวาลเท่านั้น ส่วนหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นการประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบนั้นอยู่นอกเหนือคุณสมบัติของเขา

และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ จางเซวียนจะต้องมีคะแนนวิชาการมากพอที่จะเข้าไปในหอวรยุทธได้

แน่นอนว่าเขายังไม่มีคะแนนวิชาการสักคะแนน เพราะเพิ่งเข้ามาในสถาบัน ต่อให้ไปถึงหอวรยุทธแล้ว ก็คงอยู่ได้แค่หน้าประตู

“เพื่อจะให้มีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับการเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาว เราต้องมีอาชีพรองรับระดับ 5 ดาวห้าอาชีพ ซึ่งตอนนี้ อาชีพเดียวที่เข้าถึงระดับ 5 ดาวคือนักตรวจสอบสมบัติ ดูเหมือนเราจะต้องเตรียมตัวอีกสักหน่อยเพื่อเข้ารับการทดสอบ…ช่างยุ่งยากเสียจริง!” จางเซวียนกุมขมับอย่างปวดจิต

สำหรับแต่ละขั้นที่สูงขึ้นของการเป็นปรมาจารย์นั้น ผู้เข้าทดสอบจะต้องมีอาชีพรองรับเพิ่ม ขณะเดียวกันกับที่ต้องยกระดับอาชีพรองรับนั้นให้เทียบเท่ากับระดับปรมาจารย์ด้วย

มีบ่อยครั้งที่ปรมาจารย์หลายคนต้องหยุดชะงัก ซึ่งไม่ใช่เพราะระดับวรยุทธของพวกเขา แต่เป็นเพราะคนเหล่านั้นไม่สามารถพัฒนาอาชีพรองรับของตัวเองให้ได้ตามจำนวนและระดับขั้นที่กำหนด

ซึ่งตอนนี้ อาชีพรองรับระดับ 5 ดาวที่จางเซวียนมีอยู่ก็มีแค่นักตรวจสอบสมบัติเท่านั้น ส่วนอาชีพที่เหลือ คือผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกล นายแพทย์ จิตรกร และนักฝึกอสูร…ล้วนแต่ยังเป็นระดับ 4 ดาวทั้งหมด ส่วนอาชีพนักปรุงยาก็ยังเป็นแค่ระดับ 3 ดาวเท่านั้น

แม้จางเซวียนจะยังมีอาชีพรองรับอื่นอีก อย่างเช่นกูรูยาพิษและผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ แต่อาชีพเหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นที่สงสัยแคลงใจของใครๆ อันเนื่องมาจากธรรมชาติและประวัติศาสตร์ของมัน การศึกษาทักษะเหล่านั้นอาจทำให้เขาถูกตั้งคำถามหรือถูกมองอย่างสงสัย ด้วยเหตุนี้จึงไม่ควร รวมเอาพวกมันเข้ามาเป็นเงื่อนไขในการทดสอบ

“เราควรไปแวะเวียนตามโรงเรียนต่างๆ เพื่อดูว่าพอจะมีเวลาเข้ารับการทดสอบเพื่อยกระดับวิชาชีพหรือไม่!”

หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนก็คิดว่าทำอะไรเป็นขั้นเป็นตอนไปน่าจะดีกว่า

ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้ต้องรีบร้อน และทางสถาบันก็อำนวยความสะดวกให้กับการสอบอยู่แล้ว ยิ่งเขาผ่านการทดสอบได้มากเท่าไหร่ ก็สามารถทุ่นเวลาและขจัดปัญหาที่จะเกี่ยวกับเงื่อนไขเรื่องอาชีพรองรับในอนาคต

“เราเพิ่งประมวลศิลปะการตีเหล็กเทียบฟ้าไปเมื่อไม่นานนี้เอง แต่ยังไม่มีโอกาสเข้ารับการทดสอบ บางทีควรจะลองดูสักหน่อย…”

สุดท้าย จางเซวียนก็ตัดสินใจไปที่โรงเรียนช่างตีเหล็กเป็นแห่งแรก

หลังจากประมวลหนังสือที่หวูหยางจื่อทิ้งไว้ให้ ความเชี่ยวชาญในการตีเหล็กของเขาก็เรียกได้ว่าเทียบเท่า หรืออาจจะเหนือกว่าช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุดเสียอีก ดังนั้น เขาจึงสามารถเข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวได้โดยตรง โดยไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

ซึ่งในเวลาเดียวกัน ก็เป็นโอกาสดีที่จางเซวียนจะได้เห็นศักยภาพของโรงเรียนช่างตีเหล็กด้วย

เมื่อคิดได้ จางเซวียนก็ลุกขึ้นยืนโดยไม่ลังเลและเดินออกไปจากบ้านพัก

ตอนที่ออกจากบ้านพักไป อู๋ฉานกับพรรคพวกก็หายตัวไปแล้ว

เพราะถึงอย่างไรก็เป็นเรื่องที่แสนจะน่าอับอายสำหรับรุ่นพี่ที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับนักเรียนใหม่

จางเซวียนเดินกลับเข้าไปในอาคารใหญ่โตโอ่อ่านั้น และพบหวงฉิงกับพรรคพวกอีกครั้ง จากนั้น เมื่อได้ทิศทางและตำแหน่งของโรงเรียนช่างตีเหล็กมาแล้ว เขาก็รีบออกเดินไป

ในบรรดาโรงเรียนฝึกอาชีพ 10 โรงเรียน โรงเรียนช่างตีเหล็กถือเป็นอันดับ 2 รองจากโรงเรียนนักปรุงยา มีนักเรียนมากมายเลือกอาชีพช่างตีเหล็กเป็นอาชีพรองรับของพวกเขา และแม้จะยังอยู่ ไกลจากโรงเรียนช่างตีเหล็ก เขาก็ยังพอมองเห็นคนกลุ่มใหญ่เดินไปมากันให้ว่อน

“การประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบ, การเรียงร้อยสวรรค์…”

จางเซวียนใช้ดวงตาหยั่งรู้กะระดับวรยุทธของฝูงชนที่ผ่านไปมาอย่างคร่าวๆ

มีนักเรียนมากมายที่สำเร็จวรยุทธขั้นการประสานกลมกลืนอย่างสมบูรณ์แบบ และแม้กระทั่งการเรียงร้อยสวรรค์ แถมยังมีจำนวนหนึ่งที่สำเร็จขั้นตัวดักแด้แล้วเสียด้วยซ้ำ

ด้วยพละกำลังระดับนี้ จะไม่มีใครในจักรวรรดิฮ่วนหยูที่จะท้าทายพวกเขาได้ ต่อให้ในจักรวรรดิหงหย่วนนี่ก็เถอะ พวกเขาก็ยังถือเป็นนักรบชั้นนำอยู่ดี

สมกับที่เป็นโรงเรียนช่างตีเหล็ก ช่างน่าทึ่งเสียจริง

หลังจากแวะถามทาง จางเซวียนก็พบบริเวณที่ใช้เป็นสถานที่จัดการทดสอบการตีเหล็ก

แต่ละโรงเรียนฝึกอาชีพในสถาบันปรมาจารย์ขึ้นตรงต่อสมาคมวิชาชีพนั้นๆ ด้วยเหตุนี้ ผลการทดสอบจึงได้การรับรองอย่างเป็นทางการจากทางสมาคม

พูดง่ายๆก็คือ หากผ่านการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กจากที่นี่ เขาก็จะได้รับตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการจากสมาคมช่างตีเหล็กโดยตรง

เพราะในสถาบันมีปรมาจารย์อยู่เกือบ 1 แสนคน หากทุกคนต้องมุ่งหน้าไปยังแต่ละสมาคมเพื่อทำการทดสอบ นอกจากจะเป็นการไม่สะดวกกับผู้เข้าทดสอบแล้ว ยังจะก่อให้เกิดความยุ่งยากในพื้นที่โดยรอบด้วย

ดังนั้น แต่ละอาชีพจึงจัดตั้งสาขาของตัวเองขึ้นภายในแต่ละโรงเรียน เพื่อดูแลการทดสอบให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและถูกต้อง

“สมาคมช่างตีเหล็ก – สาขาสถาบันหงหย่วน…” จางเซวียนมองป้ายขนาดใหญ่ที่ติดไว้หน้าตึกสูงก่อนจะเดินเข้าไปข้างใน

ห้องโถงนั้นคลาคล่ำไปด้วยฝูงชน จางเซวียนกะด้วยสายตาแล้วน่าจะตกราว 200-300 คนที่ออกันอยู่ที่นี่

“อาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นกลาง หลอมขึ้นเป็นพิเศษจากฝีมือของช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาว, ราคาเท่ากับคะแนนวิชาการเพียงครึ่งคะแนนเท่านั้น!”

“ผมมีดาบระดับจิตวิญญาณขั้นกลางที่เพิ่งหลอมเสร็จใหม่ๆ ขายในราคาเพียง 1 คะแนนวิชาการ! อย่าได้พลาดโอกาสเชียวนะ คุณจะไม่เจออาวุธที่ไหนราคาถูกกว่านี้อีกแล้ว…”

“ผมกำลังอยากได้สินแร่พงไพรสีทอง แลกกับคะแนนวิชาการ 2 คะแนน…”

“หินประกายเพลิง 3 ก้อน ราคาก้อนละ 1 คะแนนเท่านั้น…”

……

จางเซวียนรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในตลาด บ้างก็เสนอบริการหลอมอาวุธ บ้างก็เสนอขายอาวุธที่หลอมแล้ว บ้างมาหาซื้อสินแร่ และบ้างก็ขายทรัพยากรทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับการตีเหล็ก

ในเมื่อแทบทุกคนสวมเสื้อคลุมปรมาจารย์ พวกเขาจึงน่าจะเป็นนักเรียนของสถาบันแห่งนี้

“คะแนนวิชาการมีกำลังซื้อมากจริงๆ…” หลังจากเดินดูรอบๆ จางเซวียนอดคิดไม่ได้ว่าการซื้อขายแลกเปลี่ยนส่วนใหญ่ล้วนแต่ต้องใช้คะแนนวิชาการ

ครั้งแรกที่เขาได้ฟังเรื่องความสำคัญของคะแนนวิชาการจากหลัวฉีฉี เขาคิดว่าราคาของมันอย่างมากที่สุดก็น่าจะพอๆกับหินวิเศษขั้นกลาง แต่หลังจากได้รู้ข้อเท็จจริงแล้วว่าคะแนนวิชาการมีส่วนสำคัญในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกและทรัพยากรแทบทุกอย่างในสถาบันปรมาจารย์ ตอนนี้ มันก็ดูจะมีค่าเทียบเท่ากับหินวิเศษขั้นสูงเลยทีเดียว

ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมหลัวฉีฉีกับพรรคพวกถึงลงทุนถ่อไปถึงจักรวรรดิฮ่วนหยูเพื่อหาห้องใต้ดินของหวูหยางจื่อเพียงเพื่อแลกกับคะแนนวิชาการเพียงหยิบมือ ดูเหมือนการได้คะแนนวิชาการมาแต่ละคะแนนจะไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ไม่อย่างนั้น ก็คงไม่มีช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาวมาเปิดร้านกันให้เกลื่อนกลาดราวกับพ่อค้าข้างถนนแบบนี้

ข้าวของที่พวกเขานำมาเสนอขายนั้นล้วนแต่เป็นสมบัติล้ำค่าหากอยู่ในจักรวรรดิฮ่วนหยู แต่เมื่ออยู่ที่นี่ กลับมีราคาไม่ถึงคะแนนวิชาการครึ่งคะแนนเสียด้วยซ้ำ

“มีอะไรที่คุณอยากได้หรือเปล่า?”

หลังจากเบียดฝ่าฝูงชนไปจนถึงโต๊ะพนักงานต้อนรับได้ด้วยความยากลำบาก จางเซวียนก็พบสาวน้อยคนหนึ่งกำลังยิ้มให้เขา

จากการถามไถ่ เขาได้รู้ว่าแม่สาวผู้เป็นพนักงานต้อนรับก็เป็นนักเรียนคนหนึ่งของสถาบันเช่นเดียวกัน พวกเธอรับภารกิจนี้มาจากสถาบันเพื่อแลกกับคะแนนวิชาการ

แม้ภารกิจนี้จะไม่มีหน้ามีตาอะไร แต่ก็ไม่อันตรายและไม่ต้องใช้ทักษะใดๆ จึงเหมาะสมกับนักเรียนที่มีทักษะค่อนข้างจะอ่อนด้อย

“ผมอยากเข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็ก” จางเซวียนตอบ

“ไม่ทราบว่าคุณจะสอบขั้นไหน? ฉันจะไปเตรียมการให้เดี๋ยวนี้!” เมื่อรู้ว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอกำลังจะเข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็ก หญิงสาวก็ตาโต

“ผม…จะเข้ารับการทดสอบระดับ 5 ดาว!” จางเซวียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะให้คำตอบ

ถ้าการทดสอบขึ้นอยู่กับพื้นฐานความรู้เป็นหลัก การที่เขาจะผ่านการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวก็ย่อมไม่ใช่เรื่องยาก แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นอย่างนั้น

เพราะเขายังขาดความเชี่ยวชาญในการตีเหล็ก รวมถึงระดับวรยุทธก็ยังอ่อนด้อยอยู่ ผลงานที่ได้มา จึงยังไม่น่าจะใช้การได้ดี

ด้วยเหตุนี้ จางเซวียนจึงตัดสินใจปลอดภัยไว้ก่อนด้วยการเข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาว เพราะถึงอย่างไร เป้าหมายปัจจุบันของเขาก็คือการก้าวไปเป็นปรมาจารย์ระดับ 5 ดาวอยู่แล้ว

“5 ดาว?”

หญิงสาวพยักหน้าและยิ้มให้ “ไม่ทราบว่าคุณมีตราสัญลักษณ์ระดับ 4 ดาวและตราสัญลักษณ์นักเรียนของคุณอยู่หรือเปล่า? ฉันจะไปลงทะเบียนเข้าสอบให้เดี๋ยวนี้…”

“ตราสัญลักษณ์ระดับ 4 ดาว? ตราสัญลักษณ์นักเรียน?” จางเซวียนหน้าแดงก่ำอย่างกระอักกระอ่วนใจ “ผมไม่มีเลยสักอย่าง…”

เขาไม่เคยเข้ารับการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กมาก่อน จึงไม่มีแม้แต่ตราสัญลักษณ์ของช่างตีเหล็กระดับ 1 ดาว แถมตัวเองก็เพิ่งเข้ามาในสถาบันได้เพียง 2-3 ชั่วโมง ชื่อของเขายังไม่ได้ถูกบันทึกลงไปในสถิติของสถาบันเลย แล้วจะไปมีตรานักเรียนได้อย่างไร?

“คุณไม่มีเลยสักอย่าง?”

หญิงสาวชะงักไปครู่หนึ่งพร้อมกับรอยยิ้มที่จางหายจากใบหน้า “ถ้าอย่างนั้น คุณเป็นใคร? มาทำอะไรที่สถาบันปรมาจารย์ของเรา?”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version