ตอนที่ 745 รับคุณเป็นศิษย์สายตรงของท่านอาจารย์ของผม
โดยปกติ ในช่วงเวลา 4 ชั่วโมงของมหานทีแห่งศาสตราวุธ ผู้เข้าทดสอบคนหนึ่งจะยกระดับตัวเองได้เพียง 1 ขั้นเท่านั้น แต่คราวนี้มีตราสัญลักษณ์ร่วงลงมาถึง 6 อัน!
นั่นหมายความว่า…เพียงอึดใจเดียว จางเซวียนก็ผ่านการทดสอบตั้งแต่ระดับ 1 ดาวไปจนถึง 6 ดาว และประสบความสำเร็จทั้งหมด!
นักเรียนใหม่ที่มีวรยุทธเพียงขั้นสะพานจักรวาล แต่สามารถผ่านการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาว…
ทุกคนอดที่จะตัวสั่นด้วยความตกตะลึงและตื่นเต้นไม่ได้
โดยเฉพาะกับพนักงานต้อนรับสาว, หลี่ชวน เธอกลอกตาและแทบจะลมจับไปเดี๋ยวนั้น
จากการพูดคุยระหว่างเธอกับเขา เธอบอกได้เลยว่าเขามีความรู้เกี่ยวกับโรงเรียนช่างตีเหล็กน้อยมาก แต่คนแบบนี้กลับสามารถผ่านการทดสอบระดับ 6 ดาวได้…
เธอทำตัวขาดความอดทนอดกลั้นกับบุคคลผู้เก่งกาจถึงขนาดได้เป็นช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาว…แค่คิดก็ตัวสั่นด้วยความกลัวแล้ว ถ้ามีร่องมีรูอยู่ตรงนั้น คงได้มุดลงไปแล้ว
ส่วนอีกด้านหนึ่ง จ้าวปิงฉู หยวนหงและรองหัวหน้าคนอื่นๆ ต่างก็แทบลมจับ
หลอมอาวุธได้ถึง 6 ชิ้นภายใน 4 ชั่วโมง ก้าวกระโดดจากการเป็นผู้ช่วยไปเป็นช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาว…เขายังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า?
“หัวหน้า คุณคิดว่าถ้าเป็นตัวคุณ…จะทำแบบนี้ได้ไหม?” หยวนหงอดตั้งคำถามไม่ได้ทั้งที่ริมฝีปากยังสั่นระริก
เพราะหัวหน้าจ้าวมีทักษะการตีเหล็กที่สูงส่งและทิ้งห่างจากพวกเขามาก
หากจะมีใครที่พอจะเทียบชั้นกับชายหนุ่มได้ ก็มีแต่หัวหน้าจ้าวเท่านั้น
“ผม…” หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายจ้าวปิงฉูก็ส่ายหน้า “ผมคงทำไม่ได้หรอก!”
แม้เขาจะมีความสามารถในการตีเหล็กที่รวดเร็วเหนือชั้น แต่ก็ไม่มีทางจะหลอมอาวุธ 6 ชิ้นได้ภายในเวลา 4 ชั่วโมง
เพราะในความเป็นจริงแล้ว การหลอมอาวุธเกรดต่ำก็ใช่ว่าจะใช้เวลาน้อยกว่าการหลอมอาวุธเกรดสูงเสมอไป แต่แน่นอนว่าอาวุธที่มีคุณภาพต่ำกว่าย่อมหลอมได้ง่ายกว่า การรวมตัวกันของโลหะกับสินแร่ก็ทำได้ง่ายกว่า แต่ถึงอย่างไร กระบวนการหลอมก็ยังต้องใช้เวลานาน แม้โลหะจะขึ้นรูปได้ง่าย แต่ก็ต้องเอาใจใส่ดูแลเป็นอย่างดีเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่ผิดรูปร่างไป ด้วยเหตุนี้ การหลอมอาวุธจึงต้องทำไปทีละขั้นตอนอย่างไม่ใจร้อน
ซึ่งในกรณีนี้ พละกำลังระดับเซียนของเขาก็ไม่ได้ทำให้เขาได้เปรียบแต่อย่างใด
หากเขาต้องเริ่มต้นจากการทดสอบระดับ 1 ดาว กว่าจะหมดเวลาก็คงผ่านไปได้ถึงแค่ระดับ 3 ดาวเท่านั้น แต่เจ้าหนุ่มคนนี้กลับพุ่งพรวดไปได้ถึงระดับ 6 ดาวในอึดใจเดียว…
เรื่องแบบนี้มนุษย์ธรรมดาทำได้ด้วยหรือ?
หยวนหงกลืนน้ำลายและถามอย่างลังเล “แล้วเรื่องที่…คุณคิดจะรับเขาเป็นศิษย์สายตรงล่ะ…”
“เรื่องนั้น…” จ้าวปิงฉูหน้าแดงขึ้นมาทันทีขณะอับจนถ้อยคำ
เมื่อครู่ก่อนเขายังคิดอยู่ว่าอยากได้เจ้าหนุ่มคนนี้เป็นศิษย์สายตรงเพื่อถ่ายทอดหัวใจของความรู้เรื่องการตีเหล็กให้กับเขา และจะได้กลายเป็นตำนานอันงดงามของโรงเรียนช่างตีเหล็กแห่งนี้
แต่…หากเจ้าหนุ่มคนนั้นทำสำเร็จในสิ่งที่แม้ตัวเขายังทำไม่ได้ ก็คงมีแต่จะอับอายขายหน้าหากขอให้อีกฝ่ายมาเป็นศิษย์
แอ๊ด!
ขณะที่ทั้งคู่กำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ส่วนคนอื่นๆ ก็ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง ประตูของมหานทีแห่งศาสตราวุธก็เปิดออกอย่างรวดเร็ว ร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งปรากฏขึ้น
ตอนนี้ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยอ่อนและการเคลื่อนไหวก็โผเผแบบสุดๆ
แม้เขาจะได้พละกำลังกลับคืนมาบ้างจากการซึมซับพลังจิตวิญญาณที่อยู่ภายในหินวิเศษขั้นสูง แต่เขาก็ได้ใช้พลังมากเกินไประหว่างการทดสอบระดับ 6 ดาว
เพราะถึงอย่างไร ระดับวรยุทธปัจจุบันของจางเซวียนก็อยู่แค่ขั้น 6-สะพานจักรวาล ขั้นสูงสุดเท่านั้น แม้จะมีทั้งความแข็งแกร่งของพลังปราณเทียบฟ้าและวิชาร่างนวโลหะ เขาก็ยังต้องพยายามถึงขีดสุด ด้วยเหตุนี้ เมื่อเสร็จสิ้นการทดสอบ จางเซวียนจึงจำเป็นต้องพักครู่หนึ่งเพื่อเรียกพละกำลังกลับคืนมาให้พอที่จะกระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนและกลับออกมาได้
แต่ถึงอย่างไรก็โชคดีเหลือหลายที่เขาผ่านการทดสอบ
ตอนนี้ เขาเป็นช่างตีเหล็กระดับเสี้ยว 6 ดาวแล้ว!
(สำหรับอาชีพในเก้าสถานะระดับบน หากไม่ได้การยกเว้นเป็นพิเศษจากทางสำนักงานใหญ่ ตราบใดที่ระดับวรยุทธของผู้นั้นยังไม่ถึงเกณฑ์ที่กำหนด ก็จะต้องใช้คำนำหน้าว่าเสี้ยวไปก่อน)
“ปรมาจารย์จาง…” หยวนหงเดินเข้าไปหาเขาด้วยสีหน้ายอมรับและชื่นชม
เมื่อครู่นี้เขาออกจะหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยกับความพินาศวอดวายที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้ก็พลันเข้าใจดีแล้วว่าการตัดสินใจของหัวหน้านั้นชาญฉลาดขนาดไหน
ผ่านการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวได้ทั้งที่เป็นแค่นักรบสะพานจักรวาล ตลอดประวัติศาสตร์ยาวนานหลายพันปีของโรงเรียนช่างตีเหล็กแห่งนี้ ไม่เคยมีอัจฉริยะคนไหนทำได้แบบนี้มาก่อนเลย!
หากมีเวลาบ่มเพาะนานพอ เขาคงกลายเป็นหวูหยางจื่ออีกคนหนึ่งของจักรวรรดิหงหย่วนเป็นแน่!
หากมีคนแบบนี้อยู่ในโรงเรียนช่างตีเหล็ก ชื่อเสียงของโรงเรียนจะต้องขจรขจาย อัจฉริยะผู้ปราดเปรื่องมากมายจะต้องกระตือรือร้นเพื่อเข้ามายกระดับของตัวเองเช่นกัน
“นี่คือตราสัญลักษณ์ของคุณ!” หยวนหงมอบตราสัญลักษณ์ช่างตีเหล็กระดับเสี้ยว 6 ดาวให้จางเซวียน
“ขอบคุณมาก!” จางเซวียนพยักหน้าขณะรับตราสัญลักษณ์ช่างตีเหล็กระดับเสี้ยว 6 ดาวมา
และในตอนนั้น ผู้อาวุโสอีกคนหนึ่งก็ยิ้มร่าขณะเดินเข้ามาหา
“ปรมาจารย์จาง ผมคือจ้าวปิงฉู!”
“จ้าวปิงฉู?” จางเซวียนมองหน้าหยวนหงอย่างสงสัย
ชื่อนี้ดูไม่คุ้นหูเขาเลย เขาไม่เคยรู้จักใครที่ใช้ชื่อนี้มาก่อน
เมื่อเห็นสีหน้างุนงงสงสัยของจางเซวียน บรรดาปรมาจารย์ที่อยู่โดยรอบต่างก็ผงะไป
‘คุณเข้ามาที่โรงเรียนช่างตีเหล็กเพื่อเข้ารับการทดสอบ แต่ไม่รู้แม้กระทั่งว่าหัวหน้าโรงเรียนเป็นใคร มันจะเกินเหตุไปไหม?’
หลี่ชวนแทบจะน้ำตาไหลอาบหน้า
เธอนึกว่าจางเซวียนแค่ไม่ใส่ใจและไม่รู้เรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ ของสถาบัน แต่กลับกลายเป็นว่า…เขาไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง!
แต่สุดท้าย ก็เป็นเจ้าหนุ่มโง่ๆ เซ่อซ่าคนนี้ที่ผ่านการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวและทำให้ทั้งหัวหน้าและรองหัวหน้าของโรงเรียนต้องมาพบเขาเป็นการส่วนตัว ส่วนเธอก็ยังเป็นแค่พนักงานต้อนรับผู้เจียมเนื้อเจียมตัวในโรงเรียนช่างตีเหล็กเท่านั้น…
เอาจริงๆ เถอะ ทำไมมนุษย์ถึงเหลื่อมล้ำกันได้ขนาดนี้?
เมื่อรู้แล้วว่าชายหนุ่มตรงหน้าเขาไม่รู้จริงๆ ว่าจ้าวปิงฉูเป็นใคร หยวนหงรีบอธิบาย “ปรมาจารย์จ้าวเป็นหัวหน้าโรงเรียนช่างตีเหล็ก และ 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์…”
เมื่อได้ยินคำนั้น จางเซวียนประสานมือคารวะและทักทาย
“จางเซวียนคารวะหัวหน้าจ้าว!”
แม้เขาจะผ่านการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวได้สำเร็จ แต่ก็ยังมีช่องว่างและความห่างระหว่างตัวเขากับผู้ที่เป็นทั้งหัวหน้าโรงเรียนช่างตีเหล็กและ 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์อยู่ดี
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องมีพิธีรีตองไปหรอก ปรมาจารย์จาง…ช่างน่าประทับใจเหลือเกินที่ได้เห็นคนหนุ่มอย่างคุณผ่านการทดสอบเป็นช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาว!” เห็นชายหนุ่มยังคงถ่อมเนื้อถ่อมตัวแม้จะประสบความสำเร็จ จ้าวปิงฉูพยักหน้าอย่างพอใจ
“ขอบคุณสำหรับคำชมเชย ผมก็แค่ดวงดีเท่านั้น…” จางเซวียนรีบตอบ
ด้วยระดับวรยุทธปัจจุบันของเขา เป็นเรื่องยากสุดๆ ที่เขาจะหลอมอาวุธระดับจิตวิญญาณขั้นสูงสุดได้ ถ้าไม่ใช่เพราะโชคช่วย ตอนนี้เขาก็คงยังเป็นได้แค่ช่างตีเหล็กระดับ 5 ดาว
“โชคดีจะเกิดขึ้นกับผู้ขยันหมั่นเพียรและมีความสามารถเท่านั้น ยากเหลือเกินที่จะได้เห็นใครสักคนที่ยังมีท่าทีแบบคุณแม้จะประสบความสำเร็จแล้ว ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมหลัวฉีฉีกับคนอื่นๆ ถึงได้ยำเกรงในตัวคุณนัก” จ้าวปิงฉูพูดขณะลูบเครา เขายิ่งรู้สึกพออกพอใจในตัวชายหนุ่มตรงหน้ามากขึ้นอีก
หลายต่อหลายครั้งที่เขาได้เห็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์เชิดหน้าท้าทายสวรรค์เพียงเพราะประสบความสำเร็จเพียงเล็กน้อย แต่ชายหนุ่มคนนี้กลับไม่ปล่อยให้ความสำเร็จมาทำลายความถ่อมเนื้อถ่อมตัวของเขา ดูเหมือนไม่ใช่เพียงแค่ความสามารถด้านการตีเหล็กของเขาเท่านั้นที่น่าชื่นชม แต่สภาวะจิตอันแข็งแกร่งและมีคุณธรรมก็เป็นเรื่องที่น่าทึ่งเช่นเดียวกัน
หากเขาได้รับคนแบบนี้เป็นศิษย์สายตรง ชื่อเสียงของเขาจะต้องพุ่งพรวดแน่!
แต่…เท่าที่เห็น ก็เห็นกันชัดๆ แล้วว่าทักษะของอีกฝ่ายไม่ได้ด้อยไปกว่าเขาเลย คงเป็นไปไม่ได้ที่ชายหนุ่มคนนี้จะยอมรับเขาเป็นอาจารย์
หลังจากอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง จ้าวปิงฉูก็ยิ้มและพูดต่อ “ปรมาจารย์จาง ทักษะการตีเหล็กของคุณไม่มีคนรุ่นเดียวกันคนไหนเทียบได้เลย! แต่ว่า…หากคุณอยากประสบความสำเร็จมากกว่านี้ คุณจำเป็นจะต้องมีผู้ชี้แนะแนวทางให้ ด้วยความรู้เรื่องการตีเหล็กที่ผมพอจะมีอยู่บ้าง ผมไม่กล้าขอให้คุณมาเป็นศิษย์ของผมหรอก แต่หากคุณมีความประสงค์ ผมขอพูดในนามของท่านอาจารย์ของผม ผมหวังว่าคุณจะยอมเป็นลูกศิษย์ของเขา!”
“รับผมเป็นศิษย์ของอาจารย์ของคุณ!” จางเซวียนชะงัก
“ใช่แล้ว ท่านอาจารย์ของผมเป็นปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวในจักรวรรดิฉิงหย่วนอันทรงเกียรติ เขามีชื่อเสียงโด่งดังมากที่นั่น ผมแน่ใจว่าเขาจะยิ่งกว่ายินดีหากจะได้รับอัจฉริยะผู้มีความปราดเปรื่องด้านการตีเหล็กอย่างคุณไปเป็นศิษย์!” จ้าวปิงฉูตอบ
“หัวหน้าจ้าวจะรับชายหนุ่มคนนั้นไปเป็นศิษย์ของอาจารย์ของเขา?”
“ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง จะไม่หมายความว่าปรมาจารย์จางจะกลายเป็นศิษย์น้องของหัวหน้าจ้าวหรือ?”
“เฮ้ย…”
“กลายเป็นศิษย์น้องของ 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์…เป็นศิษย์ของช่างตีเหล็กระดับ 7 ดาว…ไม่ว่าจะพูดในแง่ไหน ทั้งสถาบันนี้ก็ไม่มีใครเทียบชั้นกับเขาได้เลย!”
“ช่างน่าทึ่งเสียจริง…”
…..
เมื่อได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ เหล่าปรมาจารย์ที่อยู่บริเวณนั้นก็ออกความเห็นกันเซ็งแซ่
แม้แต่หยวนหงก็แทบจะลงไปกองกับพื้นด้วยความตกตะลึง
ตอนที่เขารู้ว่าหัวหน้าจ้าวอยากรับปรมาจารย์จางเป็นศิษย์ก็ช็อคพอแล้ว แต่ตอนนี้กลับจะมากลายเป็นศิษย์น้องของเขาแทน…นี่มันบ้า บ้าไปแล้ว!
ถ้าปรมาจารย์จางรับข้อเสนอนั้น จะไม่หมายความว่าพวกเขาจะกลายเป็นเพื่อนร่วมรุ่นเดียวกันหรือ?
สำหรับนักเรียนเกรด 1 ที่ยังไม่ได้รับแม้แต่ตราสัญลักษณ์ประจำตัวนักเรียน แต่กลับกลายมาเป็นศิษย์น้องของหัวหน้าโรงเรียน…
หยวนหง ฉงปิง และคนอื่นๆ ก็มองหน้ากันตาค้าง
แต่ถึงเรื่องนี้จะดูบ้าบอและพิลึกพิลั่นขนาดไหน ปรมาจารย์จางก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการที่จะได้รับอะไรทำนองนั้น
ก้าวกระโดดจากการเป็นผู้ช่วยไปเป็นช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวได้ในชั่วอึดใจ…สิ่งนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และคงไม่มีใครสามารถทำลายสถิตินี้ได้!
บางทีลูกหลานของตระกูลนักปราชญ์ผู้ล้ำลึกเกินหยั่งในจักรวรรดิอันทรงเกียรติอาจทำได้ แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ในสถาบันปรมาจารย์แห่งนี้ ไม่มีใครทำได้แบบจางเซวียนแน่ๆ
“เอ่อ…” นึกไม่ถึงว่าจะมีถึงสองคนที่อยากรับเขาเป็นศิษย์ภายในวันเดียวกัน แต่คราวนี้เป็นในนามของท่านอาจารย์ของเขา จางเซวียนถอนหายใจเฮือกก่อนจะส่ายหน้า “ผมต้องขออภัยอย่างสุดซึ้ง แต่ผมมีอาจารย์แล้ว อาจารย์ของผมชื่อหยางชวน สำหรับตอนนี้ ผมไม่พร้อมจะรับใครอื่นเป็นอาจารย์อีก”
หากจางเซวียนยอมรับข้อเสนอของอีกฝ่าย เขาจะต้องเจอกับกฎเกณฑ์และการถูกบีบให้เปิดเผยความลับมากมาย ซึ่งในขณะเดียวกัน เขาสามารถสั่งสมความรู้ได้เท่าที่ต้องการตามสบายจากการอ่านหนังสือ จึงไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องเรียนรู้จากใครอีกแล้ว
“เขาปฏิเสธข้อเสนอนั่น?”
“เป็นโอกาสที่จะได้กลายเป็นศิษย์น้องของหัวหน้าจ้าวเชียวนะ!”
“โลกนี้มันบ้า! บ้าไปแล้ว! โอกาสที่จะได้เป็นศิษย์ของหัวหน้าเป็นสิ่งที่ผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนได้แต่ฝันถึง แต่เขาปฏิเสธแม้กระทั่งโอกาสที่จะได้เป็นศิษย์น้อง…ตบหน้าผมทีเถอะ อยากรู้ว่าฝันไปหรือเปล่า!”
“ปฏิเสธโอกาสที่จะได้เป็นศิษย์ของปรมาจารย์ระดับ 7 ดาว เขาอยากได้อะไรกันนะ?”
…..
ทุกคนต่างอึ้งตะลึงกับคำปฏิเสธนั้น
หมอนี่ไม่เต็มใจแม้แต่จะยอมเป็นศิษย์น้องของหัวหน้าจ้าว…
ทำไมไม่ทะลุฟ้าสะเทือนสวรรค์ไปเสียเลยล่ะ?
ในตอนนั้น หลัวเหยียนก็ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น เขาแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น
เขาแอบออกมาจากที่พัก และเป็นช่วงเวลาที่ได้เห็นพอดีว่าทำไมทีท่าของท่านอาจารย์ของเขาจึงเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
ศิษย์น้องของ 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์…เพียงเท่านี้ก็มากพอจะทำให้หยวนหงเคารพแล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้เขาแทบจะทึ้งหัวตัวเองด้วยความคลุ้มคลั่งก็คือ…หมอนั่นปฏิเสธข้อเสนอ!
ไปตายซะเถอะ!
‘พี่ชาย มาต่อรองกันหน่อยดีไหม เราสลับที่กันก็ได้…หรือไม่งั้น ให้ผมเป็นศิษย์สายตรงของคุณ…ผมก็ยอม!’
“คุณ…ไม่เต็มใจ?” จ้าวปิงฉูก็อึ้ง
เขายอมทำถึงขนาดนี้ ถึงกับยื่นข้อเสนอให้อีกฝ่ายได้กลายเป็นศิษย์สายตรงของอาจารย์ของเขา เพราะเกรงว่าชายหนุ่มจะไม่เต็มใจยอมเป็นศิษย์ของตัวเขาเอง แต่ใครจะรู้ว่าพูดขนาดนี้แล้ว เขาก็ยังปฏิเสธ!
‘คุณรู้หรือเปล่าว่าการมีอาจารย์ผู้ไร้เทียมทานคอยหนุนหลังนั้นมันดีอย่างไร? คุณเข้าใจบ้างไหมว่ามีสิทธิพิเศษและอำนาจอะไรบ้างที่คุณจะได้รับ?’
“หัวหน้าจ้าว ผมขอขอบคุณอย่างมากสำหรับความยกย่องและข้อเสนออันแสนพิเศษที่คุณหยิบยื่นให้!” จางเซวียนโค้งคำนับ สีหน้าของเขายังคงเฉยเมยเช่นเดิม แต่เรื่องจริงก็คือเจ็บปวดใจจนแทบจะเลือดซิบทีเดียว
เขาได้สร้างตัวตนของปรมาจารย์หยางให้กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญอันไร้เทียมทานไปแล้ว ซึ่งในเมื่อทุกอย่างทั้งพูดและทำไปแล้ว เขาก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องเดินหน้าโกหกต่อไป
หากเขายอมรับใครอื่นเป็นอาจารย์อย่างง่ายๆ แล้วจะพูดถึงปรมาจารย์หยางว่าอย่างไรล่ะ?
เขาจะหว่านล้อมให้คนอื่นๆ ยอมเชื่อได้อย่างไรว่าปรมาจารย์หยางน่าจะเป็นปรมาจารย์ระดับ 8 ดาวเป็นอย่างน้อย ในเมื่อศิษย์สายตรงของปรมาจารย์หยางยังยอมรับแม้กระทั่งปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวเป็นอาจารย์ของตัวเอง
ปัดโธ่เว้ย! เขาไม่มีทางเลือก นอกจากต้องยอมกลืนผลไม้พิษที่ตัวเองปลูกเอาไว้
“ผมคิดว่าผมอาจจะรีบร้อนไปสักหน่อย…” เห็นทีท่ามุ่งมั่นของอีกฝ่าย จ้าวปิงฉูถอนหายใจเฮือก “ต้องขออภัยสำหรับความโง่เง่าของผมด้วย แต่ไม่ทราบว่าปรมาจารย์หยางคือใคร?”
ในเมื่อปรมาจารย์จางถึงกับปฏิเสธโอกาสที่จะได้เป็นศิษย์สายตรงของปรมาจารย์ระดับ 7 ดาว นั่นก็หมายความว่าปรมาจารย์หยางจะต้องเป็นปรมาจารย์ผู้ไร้เทียมทานแบบสุดๆ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมเขาถึงไม่เคยได้ยินชื่อของอีกฝ่ายมาก่อนเลย?
“ท่านอาจารย์ของผมชื่นชอบชีวิตอิสระเสรี และชอบรอนแรมไปตามดินแดนต่างๆ ไม่ต้องการถูกผูกมัดหรือยึดติดกับชื่อเสียงและความโด่งดัง ด้วยเหตุนี้ จึงมีผู้คนจำนวนน้อยมากที่รู้จักชื่อของเขา!” จางเซวียนหัวเราะหึๆ
หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง จ้าวปิงฉูประสานมือ
“ผมอยากจะขอเข้าคารวะปรมาจารย์ผู้มีความสามารถในการบ่มเพาะลูกศิษย์ให้เก่งกาจได้ขนาดนี้ ไม่ทราบว่าจะขอรบกวนปรมาจารย์จางในเรื่องนี้ได้หรือไม่?”
“คุณอยากพบท่านอาจารย์ของผม?” จางเซวียนตัวแข็ง
“ใช่แล้ว คุณเป็นอัจฉริยะผู้น่าทึ่ง และผมก็คิดว่าช่างน่าเสียดายเหลือเกินหากจะปล่อยให้ทักษะการตีเหล็กของคุณคงอยู่เท่านี้ เป็นเรื่องธรรมดาที่ปรมาจารย์คนหนึ่งจะมีอาจารย์หลายคนตลอดชั่วชีวิตของเขา แม้แต่ปรมาจารย์ขงเองก็ยังรับอาจารย์หลายคน อย่างเช่นปรมาจารย์ตัน ปรมาจารย์หลี่….ด้วยเหตุนี้ ผมจึงคิดว่าหากได้พบกับปรมาจารย์หยางและได้หารือกับเขา…หากพวกเราเพียงแค่ถ่ายทอดทักษะการตีเหล็กให้คุณ ก็ไม่น่าจะกลายเป็นเหตุของของความก้าวก่ายหรือความขัดแย้งใดๆ !” จ้าวปิงฉูพูด
