ตอนที่ 765 การต่อรอง
“ฮะ!” หลัวฉีฉีแทบลมจับ
แต่ด้วยไหวพริบอันฉับไวของเธอ ไม่ช้าก็เข้าใจว่าท่านอาจารย์คิดพิลึกพิลั่นอะไรอยู่ จึงอดยิ้มไม่ได้
ท่านอาจารย์ของเธอเป็นคนที่มีความสามารถอย่างน่าทึ่ง แต่บางครั้งความคิดของเขาก็ออกจะพิเรนพิสดารไปสักหน่อย
“ชวนชวน?” หูเหยาเหย่าทวนคำ งงงันกับชื่อประหลาดที่เธอเพิ่งเคยได้ยิน
เกรงว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจเจตนาของเขาผิดไป หลัวฉีฉีรีบธิบาย “เขาคืออาจารย์สอนปรุงยาของฉันเอง, จางเซวียน!”
“จางเซวียน? อ้อ, ตกลงคุณก็คือนักเรียนใหม่ที่สร้างความปั่นป่วนให้กับธุรกิจของกลุ่มแก๊งต่างๆใช่ไหม?” เมื่อได้ยินชื่อที่คุ้นหู หูเหยาเหย่าพลันนึกอะไรได้บางอย่าง นัยน์ตาของเธอเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง
ใบหน้างดงามไร้ที่ติของเธอนั้นปรากฏรอยยิ้มเยือกเย็นเชือดเฉือนขณะที่สำรวจชายหนุ่มตรงหน้า พยายามจะพิจารณาว่าเขามีอะไรที่ทำให้กลุ่มแก๊งต่างๆต้องปั่นป่วนซวนเซได้ถึงขนาดนั้น
แต่ไม่ว่าจะมองอย่างไร เขาก็มีใบหน้าและท่าทางที่ดูซื่อๆจริงใจ ไม่เหมือนกับข่าวลือที่เสกสรรปั้นแต่งกันมาเลย เธออดประหลาดใจไม่ได้
หูเหยาเหย่าหันไปถามหลัวฉีฉี “เธอบอกว่าเขาเป็นอาจารย์สอนปรุงยาของเธอใช่ไหม? มันเกิดอะไรขึ้น?”
ก็เหมือนกับตัวเธอ หลัวฉีฉีเป็นนักเรียนผู้โด่งดังในสถาบัน มีชื่อเสียงทั้งด้านความปราดเปรื่องและความงดงาม ส่วนในแง่ของเกียรติยศ อีกฝ่ายอาจจะด้อยกว่าเธออยู่บ้าง แต่นั่นก็เป็นเพราะอายุที่ยังน้อย
เธอแน่ใจว่าหากมีเวลามากพอ หลัวฉีฉีจะต้องก้าวขึ้นไปเหนือชั้นกว่าเธอแน่
ด้วยเหตุนี้เธอจึงพยายามสร้างความสนิทสนมกับสาวน้อยผู้นี้ตั้งแต่ตอนที่หลัวฉีฉีเข้ามาในสถาบันใหม่ๆ
ในเมื่อคนดังระดับนี้บอกว่าจางเซวียนเป็นอาจารย์สอนปรุงยาของเธอ เรื่องนี้จึงออกจะประหลาดอยู่ไม่น้อย
“ก็อย่างที่ฉันเพิ่งพูดไปนั่นแหละ ปรมาจารย์จางเคยให้คำชี้แนะกับฉันในเรื่องการหลอมยา” หลัวฉีฉีตอบสั้นๆ เลือกที่จะไม่อธิบายรายละเอียด “ในเมื่อคุณรู้ว่าคฤหาสน์หลังเก่าแก่ของผู้อาวุโสหวูหยางจื่ออยู่ที่ไหน คุณจะบอกพวกเราได้ไหม? ทันทีที่พวกเรารู้ตำแหน่งที่ชัดเจนของมัน ฉันจะมอบคะแนนวิชาการให้คุณ 2 คะแนนทันที”
“ฉันไม่ต้องการคะแนนวิชาการ 2 คะแนน” เมื่อเห็นหลัวฉีฉีไม่เต็มใจจะอธิบาย หูเหยาเหย่าก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่มย่ามเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับจางเซวียนอีก
“คุณไม่ต้องการ?” หลัวฉีฉีขมวดคิ้ว
เพราะหอบรรเทาทุกข์นั้น โดยพื้นฐานแล้วก็เหมือนกับตลาด เป็นสถานที่ที่นักเรียนจะเจรจา ต่อรองและตกลงข้อแลกเปลี่ยนกัน ในเมื่ออีกฝ่ายยอมรับคำขอ ก็แปลว่าเธอยอมรับในสิ่งแลกเปลี่ยนเช่นกัน แล้วการที่เธอปฏิเสธคะแนนวิชาการนั้นมันหมายความว่าอย่างไร?
หูเหยาเหย่าม้วนผมของเธอเล่นก่อนจะตอบยิ้มๆ “ฉันจะบอกคุณว่าคฤหาสน์เก่าแก่ของผู้อาวุโสหวูหยางจื่ออยู่ที่ไหน แต่คุณต้องบอกเหตุผลมาว่าทำไมถึงเต็มใจจะทุ่มทุนมากมายเพื่อข้อมูลนี้”
หวูหยางจื่อหายตัวไปจากโลกนี้กว่า 2000 ปีแล้ว และระหว่างนั้นก็มีผู้คนมากมายที่ได้รับมรดกตกทอด คือคฤหาสน์เก่าแก่ของเขาต่อเนื่องกันมาเป็นช่วงๆ ดังนั้น ทรัพย์สมบัติอะไรที่ยังหลงเหลืออยู่ที่นั่นก็คงจะถูกกวาดไปหมดแล้ว
แต่หลัวฉีฉียังยินดีเสนอคะแนนวิชาการถึง 2 คะแนนให้เธอเพื่อแลกกับข้อมูลเรื่องคฤหาสน์เก่าแก่หลังนี้ นั่นแปลว่าเธอต้องมีความมุ่งหมายบางอย่าง
“ต้องขออภัยด้วย แต่ฉันบอกคุณเรื่องนั้นไม่ได้หรอก!” หลัวฉีฉีส่ายหน้า
หวูหยางจื่อเป็นช่างตีเหล็กที่มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุดในประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิหงหย่วน จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าทรัพย์สมบัติที่เขาครอบครองจะต้องมีมูลค่าจนแทบประเมินมิได้เช่นกัน
จะต้องมีคนจำนวนหนึ่งพยายามทำร้ายพวกเธอด้วยความโลภอย่างแน่นอน หากข่าวเรื่องทรัพย์สมบัติของหวูหยางจื่อแพร่งพรายออกไป
“อ้อ?”
หลัวฉีฉีหันไปมองหน้าจางเซวียน และเมื่อเห็นเขาส่ายหัว เธอก็พูดต่อ “ฉันเข้าใจนะ แต่พวกเรา คงต้องขอปฏิเสธข้อเสนอของคุณหากมันจะลงเอยแบบนั้น เราหาวิธีอื่นเอาก็ได้”
จากนั้นหลัวฉีฉีก็ประสานมือและคำนับ “ขออภัยด้วยที่ต้องทำให้คุณเสียเวลา แต่พวกเราขอตัวก่อน!”
จากนั้นเธอก็ออกจากศาลาไปพร้อมกับจางเซวียน
พวกเขาตั้งใจจะหาทรัพย์สมบัติและมรดกตกทอดของหวูหยางจื่อ จึงไม่อาจให้ใครอื่นล่วงรู้ความลับนี้ได้ เพราะไม่เพียงแต่จะไม่ได้ทรัพย์สมบัติมา ยังอาจถูกทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตด้วย
“รอเดี๋ยว” เห็นอีกฝ่ายผละหนีไปดื้อๆแทนที่จะเจรจาต่อ หูเหยาเหย่ายิ้มมุมปากขณะที่พูดต่อว่า “ในเมื่อคุณไม่เต็มใจจะพูดถึง ก็ขอให้ฉันได้เปลี่ยนเงื่อนไขสักหน่อย!”
หลัวฉีฉีหยุดกึกและหันกลับไป
“ตอนนี้คุณคงจะได้ข่าวแล้วนี่, ใช่ไหม? จางเซวียนได้ทำให้เกือบทุกแก๊งในสถาบันของเราไม่พอใจ รวมถึงแก๊งของฉันด้วย แค่คุณมอบตัวเขามาให้ฉัน ฉันจะบอกคุณว่าคฤหาสน์เก่าแก่ของหวูหยางจื่ออยู่ที่ไหน!” หูเหยาเหย่าพูด
“มอบตัวเขาให้คุณ?” หลัวฉีฉีขมวดคิ้วพร้อมกับหน้าตาถมึงทึง “หูเหยาเหย่า ฉันเคารพคุณในฐานะศิษย์พี่ แต่นี่เป็นการเหยียดหยามศักดิ์ศรีกันอย่างร้ายแรงนะ คุณต้องการให้ฉันส่งมอบตัวท่านอาจารย์ให้คุณอย่างนั้นหรือ?”
เธอได้แนะนำให้อีกฝ่ายรู้ไปแล้วว่าจางเซวียนเป็นอาจารย์ของเธอ แต่แม่นั่นยังยืนกรานจะให้เธอส่งมอบตัวเขาให้ มันไม่ต่างอะไรกับการตบหน้ากันอย่างจัง!
เหมือนกับคำกล่าวที่ว่า ‘พบกันหนึ่งวันเป็นอาจารย์ พบกันชั่วชีวิตเป็นบิดา’
หากเธอไม่สามารถแม้แต่จะปกป้องเกียรติยศศักดิ์ศรีของท่านอาจารย์ได้ แล้วจะยังเหลือความภาคภูมิใจอะไรให้ตัวเองอีก?
เมื่อนึกได้ว่าคำพูดของตัวเองออกจะฟังไม่เข้าหู หูเหยาเหย่ารีบขอโทษขอโพย “เอ่อ ฉันต้องขออภัยด้วยสำหรับคำพูดที่ออกจะไม่เหมาะสม แม้จางเซวียนจะเป็นอาจารย์ของคุณ แต่เขาก็เป็นแค่ นักเรียนเกรด 1 ของสถาบันเท่านั้น เพราะฉะนั้น ได้โปรดอย่าถือสาความไร้มารยาทของฉันเลย”
อาจารย์คือผู้ที่ได้รับความเคารพสูงสุด ในทวีปแห่งปรมาจารย์
สรวงสวรรค์ โลก เชื้อสาย อาจารย์ และกษัตริย์
ภายใต้สรวงสวรรค์และโลกใบนี้ ตำแหน่งของอาจารย์คนหนึ่งสูงส่งกว่าเมืองๆหนึ่งเสียอีก
การทำตัวไร้มารยาทต่ออาจารย์ของใครคนหนึ่งทั้งที่ตัวเองก็เป็นปรมาจารย์แบบนี้ หากเรื่องราวแพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของเธอจะต้องด่างพร้อยแน่
หลังจากขอโทษขอโพยแล้ว เธอก็หันไปพูดกับจางเซวียนว่า “ปรมาจารย์จาง ในเมื่อคุณมาที่นี่กับหลัวฉีฉี ก็แปลว่าคุณเองก็ต้องสนใจเช่นกันว่าคฤหาสน์เก่าแก่ของผู้อาวุโสหวูหยางจื่ออยู่ที่ไหน ถ้าคุณยอมรับเงื่อนไขของฉัน ฉันก็จะบอกว่ามันอยู่ที่ไหน คุณมีความเห็นอย่างไรล่ะ?”
เห็นอีกฝ่ายตัดสินใจเบนเป้าหมายมาที่ตัวเขาแทน จางเซวียนถามยิ้มๆ “เงื่อนไขของคุณคืออะไร?”
“ง่ายนิดเดียว คุณทำลายโอกาสการทำเงินของแก๊งปีศาจเจ้าเสน่ห์ของเรา เพราะฉะนั้น ถ้าคุณชดเชยให้ ทุกอย่างก็จบ ขอแค่คุณเข้าร่วมแก๊งของเรา และหาหินวิเศษขั้นกลางมาให้เราให้ได้จำนวน 100,000 ก้อนภายในเวลา 1 ปี แล้วฉันก็จะบอกในสิ่งที่คุณต้องการ” หูเหยาเหย่าตอบยิ้มๆ
“แก๊งปีศาจเจ้าเสน่ห์?” จางเซวียนชะงัก “นั่นคือแก๊งของคุณหรือ?”
การมีก๊วนมีแก๊งนั้นมีแต่จะทำให้ได้รับประโยชน์มากมาย ด้วยเหตุนี้ นักเรียนเกรด 5 ระดับหัวกะทิส่วนใหญ่จึงเลือกที่จะก่อตั้งและบริหารแก๊งของตัวเอง จางเซวียนดูเหมือนจะเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับแก๊งปีศาจเจ้าเสน่ห์มาก่อน และเท่าที่เห็นตอนนี้ ก็ดูเหมือนมันจะเกี่ยวข้องกับสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าเขา
เมื่อเห็นสีหน้างงๆของท่านอาจารย์ หลัวฉีฉี รีบส่งโทรจิตหา
“หูเหยาเหย่า ชื่อของเธอมีคำว่า ‘เหย่า’ แล้วเธอก็มีเสน่ห์เย้ายวนอย่างเหลือร้าย สุดท้ายแก๊งของเธอจึงเป็นที่รู้จักกันในชื่อ แก๊งปีศาจเจ้าเสน่ห์!”
“ใช่แล้ว ฉันคือหัวหน้าแก๊ง” เมื่อเห็นอีกฝ่ายเซ่อซ่าจนไม่รู้อะไรเอาเสียเลย หูเหยาเหย่าก็ถึงกับพูดไม่ออก
กล้าทำให้กลุ่มแก๊งมากมายขัดเคืองใจทั้งที่ไม่รู้ว่าผู้นำของแก๊งเหล่านั้นเป็นใคร หมอนี่ช่างยโสโอหังเหลือเกิน
“ผมเข้าใจแล้ว”
เมื่อรู้ที่มาที่ไป จางเซวียนก็พยักหน้า เขาจ้องมองเรือนร่างอันเย้ายวนของหญิงสาวซึ่งอาจทำให้ผู้ชายคนหนึ่งคลุ้มคลั่งเอาได้ง่ายๆ และพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ผมไม่สนใจจะเข้าร่วมแก๊งไหนทั้งนั้น รวมถึงการหาหินวิเศษขั้นกลางให้ได้ 100,000 ก้อนด้วย ขนาดตัวผมเองยังไม่มี แล้วจะหาให้คุณได้อย่างไร? เปลี่ยนเงื่อนไขเถอะ!”
จางเซวียนเป็นบุคคลชนิดที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในสภาวะที่เสียเปรียบโดยเด็ดขาด แล้วอีกฝ่ายคิดจะให้เขาจ่ายนี่นะ? ตลกเป็นบ้า!
“เปลี่ยนเงื่อนไข? ได้สิ!” หูเหยาเหย่ายืดหลังบิดขี้เกียจ เปิดเผยเรือนร่างอรชรอ้อนแอ้นของเธออีกครั้ง “ถ้าอย่างนั้นก็มาเป็นคนรับใช้ของฉันสัก 1 ปี แล้วฉันจะยกโทษให้สำหรับการที่คุณทำให้แก๊งปีศาจเจ้าเสน่ห์ของเราต้องหงุดหงิดใจ และพร้อมกันนั้นฉันจะบอกคุณด้วยว่าคฤหาสน์เก่าแก่ของหวูหยางจื่ออยู่ที่ไหน”
“เป็นคนรับใช้?” จางเซวียนถึงกับใบ้กิน แม่นี่ดูจะไปไกลขึ้นทุกที
เขาส่ายหน้าแล้วตอบว่า “ต่อให้เป็นตัวคุณ ผมก็ไม่คิดจะรับคุณเป็นแม่บ้าน แต่คุณยังอยากจะให้ผมเป็นคนรับใช้? ช่างมีจินตนาการแปลกแหวกแนวเหลือเกิน”
จางเซวียนหมายความตามนั้นจริงๆ ในความเห็นของเขา สิ่งเดียวที่พอจะน่าชื่นชมในตัวของอีกฝ่ายก็คือความงดงามของเธอ แต่ก็ยังห่างไกลนักหากเทียบกับหลัวลั่วชิง
ต่อให้เป็นตัวเธอ เขายังไม่สนใจจะรับเป็นคนรับใช้เลย แล้วเธอต้องการให้เขาไปเป็นคนรับใช้นี่นะ? ฝันไปเถอะ!
เมื่อได้ฟังถ้อยคำหยิ่งผยองจากชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า หูเหยาเหย่าหน้าแดงด้วยแรงโทสะ เธอโพล่งออกมา “ถ้าอย่างนั้น เราก็ต่อรองอะไรกันอีกไม่ได้แล้วล่ะ คุณพึ่งพาโชคชะตาของตัวเองเอาก็แล้วกัน!”
เธอมีพร้อมทั้งความปราดเปรื่องและความงดงาม เป็นคนที่แสนจะภาคภูมิใจในตัวเอง ได้รับความเคารพยกย่องจากคนอื่นเสมอมา เธอคิดว่าการที่เธอเสนอรับเขาเป็นคนใช้นั้น ถือเป็นการยื่นข้อเสนอที่ดีให้กับเขาแล้ว แต่หมอนั่นกลับปฏิเสธเอาดื้อๆ
แล้วเขาจะต้องเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเอง
หลังจากพูดจบ เธอก็หันหลังกลับ และจ้ำพรวดๆจากไป
ด้วยพละกำลังของนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 9-ตัวดักแด้ ไม่ช้าเธอก็ลับไปจากสายตา
อันที่จริง แก๊งปีศาจเจ้าเสน่ห์นั้นเป็นหนึ่งในแก๊งใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์ ในฐานะที่เป็นผู้นำแก๊ง เธอไม่ขาดแคลนทั้งคะแนนวิชาการและหินวิเศษ
แต่เหตุผลที่เธออยากให้จางเซวียนเข้าร่วมแก๊ง หรือมาเป็นคนรับใช้ของเธอนั้น ก็เพราะเขาได้สร้างความอับอายให้กับบรรดาศิษย์พี่หลายต่อหลายคนด้วยการกระทำที่ผ่านมา หากเธอทำให้เขายอมจำนนได้ ชื่อเสียงของเธอจะต้องขจรขจายยิ่งขึ้นไปอีก
แต่สุดท้าย หมอนั่นก็งี่เง่าจนไม่รู้ว่าอะไรดีหรือไม่ดีสำหรับตัวเอง
ในเมื่อปฏิเสธกันอย่างหยาบคายแบบนั้น ก็ไม่จำเป็นต้องเจรจาต่อรองอะไรกันอีก
เมื่อหูเหยาเหย่าจากไปแล้ว หลัวฉีฉีก็หันไปพูดกับจางเซวียน “เธอเป็นผู้นำแก๊งปีศาจเจ้าเสน่ห์ และฉันรู้มาว่าเธอได้ใช้ความพยายามอย่างมากในการประมวลและรวบรวมเอกสารข้อมูลอาจารย์ แต่สุดท้าย ความพยายามของเธอก็สูญเปล่า ไม่แปลกหรอกที่เธอจะเกลียดขี้หน้าคุณและพยายามจะดูถูกเหยียดหยามคุณให้ได้ เพราะฉะนั้นอย่าเอามาใส่ใจเลยนะ”
“อย่าห่วงเลย ผมไม่ใส่ใจหรอก” จางเซวียนยิ้ม
“แต่เรื่องนี้ทำให้เรามาถึงทางตัน แต่เอาเถอะ ปล่อยให้เป็นภาระของผม ผมจะหาทางทำให้เธอพูดออกมาให้ได้ว่าคฤหาสน์เก่าแก่ของผู้อาวุโสหวูหยางจื่ออยู่ที่ไหน!”
“ปล่อยให้เป็นภาระของคุณ?” หลัวฉีฉีขมวดคิ้ว “หูเหยาเหย่าทั้งหยิ่งผยองและเจ้าเล่ห์เจ้ากล การจะทำให้เธอพูดอะไรออกมาน่ะไม่ง่ายนะ”
ที่ผ่านมา มีผู้คนมากมายที่พยายามจะทำแบบนั้นกับหูเหยาเหย่า ซึ่งลงท้าย พวกเขาก็ต้องจ่ายค่าเสียหายเป็นเงินมากมายเพราะการกระทำของตัวเอง
แม้ความสามารถระดับจางเซวียน ก็ไม่ง่ายที่จะทำให้หูเหยาเหย่ายอมเปิดเผยตำแหน่งที่ตั้งของคฤหาสน์เก่าแก่ของผู้อาวุโสหยางจื่อได้
“อย่าห่วงเลยน่ะ ไปรอที่บ้านพักของผมในโซนหัวกะทิ ผมไปแป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับ!” จางเซวียนสั่งการยิ้มๆ ขณะที่เปิดใช้งานดวงตาหยั่งรู้และสะกดรอยตามหูเหยาเหย่าไป
ถึงอย่างไรเขาก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่สวยงามกับแก๊งปีศาจเจ้าเสน่ห์อยู่แล้ว ไม่มีทางจะไกล่เกลี่ยให้อะไรๆดีขึ้นได้ เพราะฉะนั้น ใช้วิธีการอื่นน่าจะดีกว่า
“ท่านอาจารย์” เห็นจางเซวียนกำลังจะตามหูเหยาเหย่าไป หลัวฉีฉีตัวแข็งไปครู่หนึ่งก่อนจะตะโกน “ศิษย์พี่เหยาเหย่าเป็นนักเรียนของโรงเรียนนาฏศิลป์ และเธอมีความเชี่ยวชาญในการโจมตีจิตวิญญาณนะ คุณต้องระวังตัวด้วย!”
แต่จางเซวียนหายตัวไปท่ามกลางความมืดมิดเสียแล้ว บางทีเขาอาจจะไม่ได้ยินที่เธอบอกเลยสักคำก็เป็นได้
