Skip to content

Library Of Heaven’s Path 777


ตอนที่ 777 เธอต่างหากที่ฉวยโอกาสกับผม!

ดาบจันทร์ประกายทำให้จิตวิญญาณของหลัวฉีฉีเพียงแค่สั่นสะท้านและกระตุกไปเท่านั้น พอเธอ ฟื้นจากอาการสลบ ก็ไม่มีสัญญาณของความบอบช้ำใดๆ ซึ่งเมื่อจิตวิญญาณของเธอกลับเข้าที่เข้าทาง ทุกอย่างก็จะกลับสู่สภาพเดิม

ชั่วขณะที่เธอลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นก็คือท่านอาจารย์ของเธอกับหูเหยาเหย่ายืนร่างแนบชิดกัน ราวกับคู่รักที่อิงแอบพลอดรักกันยามค่ำคืน

แถมเสื้อผ้าของฝ่ายหลังยังฉีกขาดเป็นทางยาวบริเวณไหล่ เผยให้เห็นผิวเรียบเนียนของเธอ ความเย้ายวนตาที่เธอได้เห็นทำให้หลัวฉีฉีอดร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจไม่ได้

“อ้าว! ฉีฉี ในที่สุดเธอก็ฟื้นเสียที”

หูเหยาเหย่ารีบร้อนผละออกจากจางเซวียนด้วยแววตาที่เปล่งประกายของทั้งความหวาดกลัวและความโกรธเกรี้ยว เธอชี้ไปที่จางเซวียนด้วยนิ้วอันสั่นเทาและคร่ำครวญว่า “ฉันเชิญคุณทั้งคู่มารับประทานอาหารเย็นด้วยความปรารถนาดี แต่อาจารย์ของเธอพยายามฉวยโอกาสกับฉัน! ในเมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ต่อไปฉันจะสู้หน้าใครๆได้อย่างไรกัน?”

ยิ่งพูด หูเหยาเหย่าก็ยิ่งดูชวนสมเพชกว่าเดิม ใบหน้าของเธอยังซีดเผือดจากอาการบาดเจ็บที่ได้รับเมื่อครู่ ดูประหนึ่งสาวพรหมจารีที่ถูกนักเลงหัวไม้ผู้มีอำนาจบาตรใหญ่รังแก และไม่มีทางจะเรียกร้องศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมาได้

“เลิกเพ้อเจ้อเสียที!” หลัวฉีฉีส่ายหน้ากับคำพูดของหูเหยาเหย่า “ท่านอาจารย์พยายามฉวยโอกาส กับคุณ? ศิษย์พี่, คุณคงเข้าใจอะไรผิดสักอย่างแล้วล่ะ!”

“……”

เมื่อได้ยินคำนั้น ร่างของหูเหยาเหย่าถึงกับเซ เธอแทบลมจับไปเดี๋ยวนั้น

แม่น้องสาว, เธอจะไม่เบิ่งตาดูสถานการณ์ตรงหน้าหน่อยหรือ?

ดูซิว่าฉันอยู่ในสภาพทุเรศทุรังแค่ไหน ทั้งยังความหวาดกลัวในแววตาของฉันอีก ใครก็ตามที่สติดีอยู่ก็บอกได้ทั้งนั้นว่าฉันถูกฉวยโอกาส?

เพ้อเจ้อ? ดวงตาข้างไหนของเธอที่เห็นว่าฉันเพ้อเจ้อ? ฉันถูกฉวยโอกาสนะ ก็เห็นๆกันอยู่!

“นอกจากท่านอาจารย์จะไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามกับคุณ หรือต่อให้เขาใช่ก็เถอะ เขาก็ไม่มีทางสนใจคุณหรอก วางใจได้เลยว่าเขาจะไม่แตะต้องคุณแน่!” หลัวฉีฉีตอบอย่างมั่นใจ

หลังจากที่รอดพ้นจากวิกฤตการณ์ในห้องใต้ดินที่หวูหยางจื่อเคยถูกกักขังไว้ ทั้งตัวเธอ หยู่เฟยเอ๋อ และจางเซวียนได้ใช้ชีวิตร่วมกันนานกว่าครึ่งเดือน ทั้งตัวเธอและหยู่เฟยเอ๋อก็มีความสวยทัดเทียมกันกับหูเหยาเหย่า แต่จางเซวียนไม่ได้เหลือบแลทั้งคู่แม้แต่น้อยตลอดการเดินทาง ในเมื่อเป็นอย่างนั้น เขาจะมาฉวยโอกาสกับหูเหยาเหย่าที่เพิ่งพบแค่หนสองหนเพื่ออะไร?

ต่อให้อยากจัดฉาก อย่างน้อยก็ให้ดูโปรกว่านี้หน่อย!

พลั่ก!

คำพูดทิ่มแทงของหลัวฉีฉีเหมือนเกลือที่ถูกโรยลงบนบาดแผล อาการบอบช้ำของหูเหยาเหย่า กำเริบขึ้นอีก เธอกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง

บ้าบออะไรอย่างนี้!

ฉันเป็นใครกัน?

ฉัน, หูเหยาเหย่า! เป็นสาวสวยผู้โด่งดังของสถาบันปรมาจารย์ ไม่มีชายหน้าไหนละสายตาไปจากฉันได้ แต่พอฉันบอกว่าถูกฉวยโอกาส ไม่เพียงแต่เธอจะทิ้งขว้างคำพูดของฉันอย่างไม่ใยดี กลับย้ำอีกว่าเขาไม่มีทางสนใจในตัวฉันอย่างแน่นอน!

“มันเรื่องอะไรที่เขาจะไม่สนใจฉัน? ทำไมเขาถึงจะไม่แตะต้องฉัน?” หูเหยาเหย่าคำรามลอดไรฟัน

ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ตอนนี้เธอเดือดจนพร้อมจะปรี๊ดแตกได้ทุกขณะ

“ใจเย็นน่า ท่านอาจารย์ของฉันน่ะปราดเปรื่องอย่างไม่มีใครเทียบ เพราะฉะนั้น มาตรฐานของเขาจึงสูงกว่าปกติ ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่สนใจคุณ” หลัวฉีฉีปลอบ

“…..” หูเหยาเหย่าตัวสั่นเทิ้มด้วยความเดือดดาล แทบไม่เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน

นี่เธอแน่ใจนะว่ากำลังปลอบฉันอยู่?

ทำไมมันไม่ต่างอะไรกับการเอาเข็มมาทิ่มแทงเลย?

ฉันคือหูเหยาเหย่านะ!

ไม่น่าเชื่อว่าจะมีวันที่ฉันถูกผู้ชายสักคนเชิดใส่!

สถานการณ์แปลกประหลาดนี้ทำให้หูเหยาเหย่าเกือบจะเสียสติ แต่เธอก็ไม่ได้เดือดดาลอยู่นานนัก

เพราะถึงอย่างไรเธอก็เป็นนักเรียนเกรด 5 เป็นผู้นำของหนึ่งในแก๊งที่ใหญ่ที่สุดของสถาบัน ถึงจะโมโหแค่ไหนก็ยังระงับอารมณ์ได้ เธอคำรามอย่างเย็นชา “ก็ได้! ต่อให้เขาไม่สนใจฉัน แต่เรื่องจริงก็คือเขาพยายามจะทำมิดีมิร้ายกับเธอด้วย ถ้าไม่เชื่อ ก็ดูที่เสื้อผ้าของตัวเองสิ!”

หลัวฉีฉีอาจยังมั่นใจในจริยธรรมของอาจารย์ของเธออยู่ เมื่อมองในฐานะบุคคลที่สาม แต่หากมีตัวเธอเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ความมั่นใจนั้นต้องสั่นคลอนแน่!

“ฉัน?” เพิ่งตอนนั้นเองที่หลัวฉีฉีสำรวจเสื้อผ้าของตัวเอง และเห็นรอยขาดเป็นทางยาวที่เกิดจากกระแสดาบฉี เผยให้เห็นไหล่เปล่าเปลือยอันเรียบเนียนของเธอ

“จริงๆเหรอ?” หลัวฉีฉีนัยน์ตาเบิกโพลงขณะที่หันขวับไปมองอาจารย์ของเธอ เพียงเพื่อจะได้สบกับสายตาซื่อบริสุทธิ์ของเขา เธอจึงได้แต่ส่ายหน้าและยิ้มเจื่อนๆ “ท่านอาจารย์ก็ไม่ได้สนใจฉันเหมือนกัน”

“….” หูเหยาเหย่าตัวสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้

มันบ้าอะไรขนาดนี้!

เธอได้เตรียมการเป็นอย่างดีที่จะฉุดชื่อเสียงของจางเซวียนให้ตกต่ำ ทำให้เขาไม่อาจเงยหน้ามองใครได้อีกเลย แต่ใครจะคิดว่าแม่หลัวฉีฉีคนนี้จะไว้วางใจในตัวเขาถึงขนาดนั้น!

ถ้าเขาไม่สนใจทั้งเธอทั้งฉัน แล้วผีห่าซาตานที่ไหนกันที่จะทำให้เขาสนใจได้?

หูเหยาเหย่าใช้เรือนร่างและรูปโฉมของเธอเป็นเครื่องต่อรองกับบรรดาชายหนุ่มมาตลอด และไม่เคยพลาด มาครั้งนี้เธอถึงกับผงะ

แถมยังรู้สึกได้ถึงความผิดปกติของอวัยวะภายในที่ทำให้เธอหน้าซีดเผือดลงเรื่อยๆ

นี่ตัวเธอ, หูเหยาเหย่า เคยได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?

เมื่อวันก่อนนี้เองที่เธอเพิ่งประกาศกับตงซิน, เชวเจินหยาง และคนอื่นๆอย่างมั่นใจว่าเธอจะจัดการจางเซวียนให้อยู่หมัดให้ได้ และถึงกับเชื้อเชิญพวกนั้นมาดูการจัดฉากที่เธอเตรียมไว้ด้วย

แต่มาถึงตอนนี้ ก็ไม่มีฉากหรือมีโชว์อะไรให้ดูแล้ว มีแต่ความอับอายขายหน้าของตัวเธอเอง!

หูเหยาเหย่าคำรามกร้าวด้วยความโมโหที่พอกพูนขึ้นทุกที “ฉันจะฆ่าคุณ!”

เธออยู่เฉยกับเหตุการณ์นี้ไม่ไหวแล้ว เธอรวบรวมพลังเข้าสู่ฝ่ามือ และพุ่งฝ่ามือนั้นเข้าปะทะจางเซวียน

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

แต่ยังไม่ทันที่ฝ่ามือของเธอจะถึงตัวจางเซวียน ก็มีเสียงเคาะประตูรัวเป็นชุด ตามมาด้วยเสียงเย็นเยียบของผู้หญิงคนหนึ่ง “เหยาเหย่า เธออยู่ในนั้นหรือเปล่า?”

“ท่านอาจารย์” เมื่อได้ยินเสียงนั้น หูเหยาเหย่าแทบกระโดดด้วยความตกใจ

“ท่านอาจารย์? หรือว่าจะเป็นหัวหน้าเว่ย?” หลัวฉีฉีอุทาน

เป็นที่รู้กันทั่วไปทั้งสถาบันว่าอาจารย์ของหูเหยาเหย่าคือหัวหน้าโรงเรียนนาฏศิลป์ ในเมื่อเธอเรียกบุคคลที่อยู่หน้าประตูว่าท่านอาจารย์ ก็หมายความได้อย่างเดียวว่าจะต้องเป็นหัวหน้าเว่ย

“หัวหน้าเว่ย? ท่านอาจารย์?” จางเซวียนชะงัก

แต่แล้ว ในพริบตาต่อมา เขาก็ทำตาโตและรีบพรวดเข้าหาหูเหยาเหย่า และคว้ามือของเธอมาทาบบนแผงอกของเขา

“คุณจะทำอะไรน่ะ?” นึกไม่ถึงว่าจางเซวียนจะพรวดพราดเข้ามาคว้ามือของเธอแบบนั้น หูเหยาเหย่างงงันไปชั่วขณะก่อนจะรีบดึงมือกลับ

แคว่ก!

แต่โดยไม่รู้ตัว นิ้วของเธอได้เกี่ยวเข้ากับเสื้อของจางเซวียน สุดท้ายเมื่อเธอดึงมือกลับ ก็ฉีกเสื้อผ้าของเขาส่วนหนึ่งออกมาด้วย และในพริบตาต่อมา พลังปราณของชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอก็แปรปรวนขึ้นมาอย่างกะทันหัน เขาหน้าแดงก่ำ กระอักเลือดออกมาและกระเด็นหงายหลังไป

ตึ้ง!

แผ่นหลังของจางเซวียนปะทะเข้ากับผนังห้องอย่างแรง และแม้เขาจะพยายามกระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนจนได้ในที่สุด แต่ใบหน้าซีดเผือดและแขนขาที่สั่นเทาก็บ่งบอกว่าเขาพร้อมจะทรุดได้ทุกขณะ

“คุณทำอะไรน่ะ?” เห็นอีกฝ่ายคว้ามือของเธอไป แล้วจู่ๆก็กระอักเลือดออกมา แถมยังกระเด็นหงายหลังไปเสียอีก หูเหยาเหย่างงงันอย่างหนัก เธอไม่เข้าใจว่าเขาคิดจะทำอะไร แต่ก็เกิดลางสังหรณ์ว่าจะต้องเจอกับเรื่องร้ายๆเป็นแน่

“เหยาเหย่า?”

แต่ตอนนี้ ไม่มีเวลาให้เธอได้คิดอะไรแล้ว

เมื่อได้ยินเสียงอึกทึกโครมครามในห้อง หัวหน้าเว่ยก็ใช้ฝ่ามือของเธอพังประตูพรวดเข้ามา

ปัง!

ในพริบตานั้น สุภาพสตรีคนหนึ่งที่ดูอายุราว 30 ปี ก็พุ่งเข้ามาในห้องพร้อมกับลมหอบใหญ่

“ท่านอาจารย์!”

“หัวหน้าเว่ย!” เมื่อเห็นว่าใครเข้ามา ทั้งหูเหยาเหย่าและหลัวฉีฉีต่างรีบโค้งคำนับโดยไม่ลังเล

สุภาพสตรีที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ใครอื่นนอกจากหัวหน้าโรงเรียนนาฏศิลป์, 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์!

“เกิดอะไรขึ้น?” หัวหน้าเว่ยตั้งคำถามพร้อมกับขมวดคิ้ว

เธอบุกเข้ามาหลังจากได้ยินเสียงอึกทึกของการต่อสู้ และเมื่อเข้ามาถึง ก็เห็นหูเหยาเหย่ายืน ปลอดภัยดีอยู่กลางห้อง ในขณะที่ชายหนุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสคนหนึ่งกำลังพังพาบอย่างอ่อนแรงพิงผนังซึ่งไม่ห่างออกไปนัก

“ปรมาจารย์จาง?” เมื่อมองหน้าชายหนุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสใกล้ๆ หัวหน้าเว่ยก็อุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ

ส่วนจางเซวียนก็อึ้งไม่แพ้กัน

เธอคือสุภาพสตรีผู้เป็นนักรบขั้นเซียนที่เขาได้พบเมื่อบ่ายนี้, เว่ยหรันเฉว่!

เธอกลายเป็นหัวหน้าโรงเรียนนาฏศิลป์ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ไม่ได้เป็นแค่ผู้อาวุโสคนหนึ่งหรอกหรือ?

แต่ในเมื่อ 10 สุดยอดปรมาจารย์ก็เป็นที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า 10 สุดยอดผู้อาวุโสเช่นกัน จึงไม่เป็นการผิดพลาดหากจะพูดว่าเธอคือผู้อาวุโสคนหนึ่งของสถาบัน

เมื่อเห็นปรมาจารย์จางซึ่งเป็นกึ่งอาจารย์ของเธอนอนบาดเจ็บสาหัสอยู่แบบนั้น เว่ยหรันเฉว่รีบเข้าไปถามอย่างกระวนกระวาย “ปรมาจารย์จาง เกิดอะไรขึ้น?”

จางเซวียนตอบอย่างอ่อนระโหยโรยแรงด้วยใบหน้าซีดเผือด “ขอบคุณสวรรค์ที่คุณเข้ามาทันเวลา ไม่อย่างนั้น หูเหยาเหย่าคงจะทำร้ายผมมากกว่านี้!”

ทำร้ายคุณ? เมื่อได้ยินคำนั้น หูเหยาเหย่าโมโหจนแทบจะลมจับ

ไอ้น้อง นั่นมันบทของฉัน!

คุณต่างหากที่จะต้องถูกสาปแช่งไปอีกนานแสนนานเพราะพยายามจะฉวยโอกาสจากฉัน

ฉันกลายเป็นคนที่พยายามทำร้ายคุณตั้งแต่เมื่อไหร่?

ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผน เธอจะทำให้ทุกคนเข้าใจว่าจางเซวียนคิดมิดีมิร้ายกับเธอ และด้วยแรงกดดันจากกลุ่มนักเรียน เธอจะสามารถบีบบังคับให้เขายอมจำนนได้!

แต่ทำไมเหตุการณ์ถึงกลับตาลปัตรแบบนี้?

มาถึงตอนนี้ สุดท้ายเธอก็เข้าใจแล้วว่าทำไมเขาถึงคว้ามือของเธอไป เพราะหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ เสื้อผ้าของจางเซวียนก็ฉีกขาด และร่างกายของเขาก็มีบาดแผลสาหัส ดูอย่างไรก็น่าสมเพชและเหยาะแหยะเกินกว่าจะตอบโต้เธอได้

“ท่านอาจารย์” ส่วนอีกด้านหนึ่ง หลัวฉีฉีเอามือตบหน้าผาก

เธอรู้ดีว่าอาจารย์ของเธอไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาลูบคมง่ายๆ แล้วก็เป็นไปตามคาด คราวนี้กระแสได้ตีกลับไปหาหูเหยาเหย่าแทน

คิดจะใส่ร้ายอาจารย์ของฉันหรือ? เตรียมตัวรับกรรมไว้ให้ดีเถอะ!

“ทำร้ายคุณ?” เว่ยหรันเฉว่ถึงกับชะงัก

จางเซวียนกัดฟันตอบอย่างอ่อนระโหย “ใช่แล้ว เธอเชิญผมมาโดยหวังว่าจะเรียนศาสตร์แห่งนาฏศิลป์จากผม แต่ผมปฏิเสธ ใครจะรู้ว่าดาบที่อยู่ตรงนั้นจะโจมตีหลัวฉีฉีกับผม ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงที่ว่าผมยังไม่ฟื้นตัวจากอาการบอบช้ำภายในล่ะก็ ผมจะปล่อยให้ตัวเองถูกเหยียดหยามขนาดนี้หรือ?”

“คะ-คุณ! คุณกล้ากล่าวหาฉัน!” หูเหยาเหย่าแทบเสียสติ

เรียนศาสตร์แห่งนาฏศิลป์จากคุณ? ฉันเชิญคุณมาก็จริง แต่ฉันรู้เสียเมื่อไหร่กันว่าคุณมีความสามารถในศาสตร์แห่งนาฏศิลป์ด้วย!

อีกอย่าง อาการบอบช้ำภายใน? บอบช้ำภายในแบบไหนกัน? ฉันต่างหากที่ได้รับความบอบช้ำ,ไม่ใช่คุณ!

หูเหยาเหย่าคิดว่าเธอเตรียมการไว้รัดกุมพอแล้ว แต่ใครจะรู้ว่าหมอนี่จะไร้ยางอายหนักไปกว่า!

“ผมกล่าวหาคุณ? ในเมื่อคุณยังปฏิเสธ คุณกล้าสาบานหรือเปล่าว่าคุณไม่ได้พยายามจะใช้ดาบเล่มนั้นโจมตีหลัวฉีฉี?” จางเซวียนพูดเสียงเข้มขณะจ้องหน้าหูเหยาเหย่าอย่างไม่พอใจ

“ฉัน” หูเหยาเหย่าอยากจะปฏิเสธ แต่คิดหาเหตุผลดีๆมาแก้ต่างไม่ได้

เธอได้เตรียมบางอย่างไว้ในดาบนั้นจริงๆ แตีสุดท้ายมันได้เล่นงานหลัวฉีฉีแทน

“สาบานไม่ได้ใช่ไหมล่ะ? ในเมื่อเป็นอย่างนั้น คุณกล้าปฏิญาณไหมว่าคุณไม่ได้จงใจและไม่มีเจตนาที่จะสังหารผมหรือพยายามโจมตีผม?” จางเซวียนกระทุ้งอีกดอก

“นั่นก็เป็นเพราะความหน้าไม่อายของคุณ!” หูเหยาเหย่าหายใจถี่กระชั้นจนหน้าอกกระเพื่อม ตอนนี้เธอโมโหจนแทบจะระเบิดได้ทุกขณะ

เธอประกาศไปก็จริงว่าจะฆ่าจางเซวียน แต่นั่นก็เป็นเพียงคำพูดที่พูดออกมาหลังจากถูกเขายั่วโมโห

จางเซวียนขัดคออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงอ่อนระโหย “ผมเป็นเพียงนักรบสะพานจักรวาลขั้นสูงสุดซึ่งไม่ได้เรื่อง ในขณะที่คุณเป็นถึงนักรบตัวดักแด้ขั้นสูงสุด ห่างกันถึง 3 ขั้นเต็มๆขนาดนี้ ผมทำอะไรคุณไม่ได้หรอก แต่ต่อให้ผมต้องถูกคุณสังหาร ผมก็จะไม่ยอมให้ตัวเองต้องเสื่อมเสียเกียรติ!”

เมื่อได้ยินคำพูดของจางเซวียน หูเหยาเหย่ารู้สึกเหมือนถูกโจมตีอีกรอบ เธอตัวสั่นไม่หยุด

คุณเรียกไอ้แบบนั้นว่าทำอะไรไม่ได้? แปลว่าถ้าคุณทำได้ล่ะก็ แค่ชำเลืองมองฉัน ฉันก็ตายแล้วใช่ไหม?

คุณต่างหากที่เกือบจะฆ่าฉัน แล้วยังกล้าพูดอะไรแบบนั้นออกมา จะหน้าหนาไปถึงไหนกัน?

แต่เรื่องดวลที่สุดในตอนนี้คือต้องเคลียร์กับท่านอาจารย์ของเธอก่อน หูเหยาเหย่ารีบหันไปมองอาจารย์เพื่อจะอธิบายเรื่องราว เพียงเพื่อจะเห็นอีกฝ่ายมีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างหนัก

“หูเหยาเหย่า เธอกล้าดีอย่างไร!”

“ท่านอาจารย์” หูเหยาเหย่าไม่เคยเห็นอาจารย์ของเธอโมโหเดือดขนาดนี้มาก่อน ใบหน้าของเธอซีดเผือดด้วยความตกใจ

“เธอไม่คิดบ้างหรือว่าฉันรู้ดีว่าเธอสร้างปัญหามาตลอด เพียงแต่ฉันเลือกที่จะทำเป็นมองไม่เห็น ตราบใดที่มันไม่กระทบกับการเรียนของเธอ แต่เธอกลับเธอเอาความปรานีของฉันเป็นเรื่องไม่สำคัญ และพยายามทำร้ายปรมาจารย์จราง บอกฉันมาซิ อะไรที่ทำให้เธอกล้าบ้าบิ่นถึงขนาดนี้?” เว่ยหรันเฉว่คำรามกร้าว

ปรมาจารย์จางเป็นกึ่งอาจารย์ของเธอ เธอเป็นหนี้บุญคุณเขา สำหรับคำชี้แนะ ถ้าหูเหยาเหย่าจะเพียงแค่สร้างปัญหาก่อกวนก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ถึงกับกล้าลงไม้ลงมือกับผู้มีพระคุณของเธอ ถือว่าทำเกินไป!

“ฉัน” หูเหยาเหย่าตัวแข็ง

“คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้!” เว่ยหรันเฉว่สั่งการเสียงเข้มพร้อมรอยย่นลึกบนหน้าผาก

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version