ตอนที่ 881 คุณน่ะ ออกมาเดี๋ยวนึง!
สิงโตเพลิงเลือดนกรีบออกจากถ้ำ และมุ่งหน้าไปยังหุบเขาที่เหล่าอสูรวิเศษบินได้รวมตัวกันอยู่ ไม่ช้าก็ไปถึงที่หมาย
มันขมวดคิ้ว “ทำไมถึงมีค่ายกลภาพลวงตาอยู่ที่นี่?”
ที่อยู่ตรงหน้ามันคือค่ายกลขนาดมหึมาซึ่งครอบคลุมไปทั่วทั้งหุบเขา มีเสียงตวาดและเสียงกู่ร้องของอสูรวิเศษลอยมาให้ได้ยินเป็นระยะๆ ที่ปากทางเข้านั้น เสือสมิงดำ 2 ตัวที่พาเจ้าหนุ่มนั่นมาที่หุบเขาเมื่อครู่ก่อนกำลังยืนเฝ้าระวังพื้นที่โดยรอบด้วยอาการหวาดระแวง
สิงโตเพลิงเลือดนกรีบเข้าไปถามเสือสมิงทั้งสองตัว “เสือสมิงดำ มันเกิดอะไรขึ้น?”
“ราชันย์สิงโตเพลิงเลือดนก”
เมื่อเห็นอีกฝ่าย ทั้งคู่กระโดดโหยงด้วยความตกใจ ต่างละล่ำละลักอธิบาย “เรื่องเป็นอย่างนี้ ปรมาจารย์จางคนนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลที่เก่งกาจ ทันทีที่พวกเรามาถึงที่นี่ เขาก็ติดตั้งค่ายกลขึ้นมาอันหนึ่ง และยังไม่ทันที่เราจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เขาก็หายตัวไปแล้ว! เราพยายามตามหาไปทั่ว แต่หาที่ไหนก็ไม่พบ!”
“แกมันโง่!” สิงโตเพลิงเลือดนกจ้องหน้าเสือสมิงทั้งคู่
เห็นๆ อยู่ว่าหมอนั่นมีเจตนาไม่ดีที่มาจัดตั้งค่ายกลขึ้นที่นี่ แต่เจ้าสองตัวนี้กลับไม่ได้พยายามจะยับยั้งเลย ทำไมถึงปัญญานิ่มขนาดนั้น?
แต่ค่ายกลภาพลวงตาก็ไม่อาจปกปิดรังสีเอาไว้ได้ สิงโตเพลิงเลือดนกรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าอสูรวิเศษที่อยู่ภายในยังคงมีชีวิตและแข็งแรงดีอยู่
ถ้าหมอนั่นไม่จงใจจะหาเรื่องกับอสูรวิเศษบินได้ แล้วทำไมถึงต้องติดตั้งค่ายกล?
ขณะที่สิงโตเพลิงเลือดนกกำลังเค้นหัวสมองเพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ ค่ายกลภาพลวงตาที่อยู่ตรงหน้าก็หายวับไป ชายหนุ่มคนหนึ่งกระโจนขึ้นมาจากหุบเขา
คือเจ้าหนุ่มคนที่เขาได้พบเมื่อครู่, ลูกศิษย์ของหัวหน้ามั่ว
ตอนนี้ใบหน้าของจางเซวียนออกจะซีดเผือดไปเล็กน้อย แถมยังเวียนหัวเพราะความเหนื่อยอ่อน
ต่อให้เป็นใครที่มีพละกำลังระดับเขาก็ยังต้องหมดแรงอยู่ดี หากต้องใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมงจัดการอสูรวิเศษบินได้ให้ยอมจำนน
แต่ก็โชคดีที่ภารกิจครั้งนี้ของเขาสำเร็จ เขาปราบอสูรวิเศษบินได้ทุกตัวให้ยอมรับเขาเป็นเจ้านายอย่างเรียบร้อย
แต่ก็แน่นอนว่ามีเจ้าพวกหัวแข็งอยู่จำนวนหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ยอมจำนน จางเซวียนไม่มีเวลาจะเสียไปกับการพร่ำพูด จึงสังหารพวกมันด้วยหมัดเดียว
เมื่อเห็นจางเซวียนโผล่ขึ้นมาจากหุบเขา สิงโตเพลิงเลือดนกคำรามกร้าว “ไอ้หนุ่ม ทำอะไรอยู่น่ะ?”
“ไม่มีอะไรมากหรอก เจ้าหนุ่มไบแซนไทน์กับติงติง, ช่วยผมจัดการหมอนี่หน่อย ผมต้องพักเดี๋ยว”
จางเซวียนดูไม่แปลกใจนักที่เห็นสิงโตเพลิงเลือดนก เขาหยิบยาเม็ดเกรด 6 ออกมาและกลืนลงไป พร้อมกับสะบัดข้อมือเพื่อปล่อยอสูรตะวันไบแซนไทน์และหม้อต้นกำเนิดทองคำออกมา
เมื่อเห็นว่ามีอสูรระดับเซียนขั้น 1-สูงสุดไว้ให้เล่นด้วย หม้อต้นกำเนิดทองคำกู่ร้องด้วยความตื่นเต้นและพุ่งเข้าใส่
พลั่ก!
ยังไม่ทันที่สิงโตเพลิงเลือดนกจะได้ตอบโต้อะไร ก็ถูกอัดไปกระแทกกับภูเขาจนกระอักเลือดออกมากองใหญ่
ครู่ต่อมา ยังไม่ทันจะหายใจหายคอทัน หมัดเบ้อเร่อเท่อของอสูรตะวันไบแซนไทน์ก็ผัวะเข้าให้ที่ลูกตา
ตุ้บ! ผัวะ!
ทั้งอสูรระดับเซียนและของล้ำค่าระดับเซียน เมื่อผู้เชี่ยวชาญทั้งคู่รวมหัวกัน ก็ไม่มีทางที่สิงโตเพลิงเลือดนกจะรับไหว เพียงชั่วพริบตา ใบหน้าของมันก็บวมปูด ฟกช้ำและเปรอะเลือด มันพยายามหนีแต่ก้าวขาไม่ออก อยากจะกู่ร้อง แต่เสียงก็หายไปหมด
ไม่ช้า สิงโตเพลิงเลือดนกก็ลงเอยด้วยการยอมจำนนและรับจางเซวียนเป็นเจ้านายด้วยน้ำตาอาบแก้ม
มันเกิดอะไรขึ้นกับโชคชะตาของเรา? เราแค่ออกมาดู แต่ลงท้ายก็ถูกซ้อมแบบนี้ ความยุติธรรมในโลกอยู่ที่ไหน?
เคารพกฎแล้วได้อะไรขึ้นมา?
หลังจากมอบจิตวิญญาณส่วนหนึ่งให้จางเซวียนแล้ว สิงโตเพลิงเลือดนกก็ทักทายด้วยใบหน้าฟกช้ำ “นายท่าน!”
ตอนนี้จางเซวียนหายอ่อนเพลียแล้ว เขายืดตัวตรงขณะสั่งการ “ฉันต้องการให้แกกลับไปที่ถ้ำ แล้วล่อราชันย์ออกมา 2 ตัว!”
“ล่อราชันย์ออกมา 2 ตัว?” สิงโตเพลิงเลือดนกกระพริบตาปริบๆ
“ใช่” จางเซวียนพยักหน้า
ในถ้ำนั้นมีราชันย์อยู่ 10 ตัว หากเขาล่อพวกมันให้ออกมาทั้งหมดในคราวเดียว ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าเขาจะได้ชัยชนะ ต่อให้มีหม้อต้นกำเนิดทองคำ อสูรตะวันไบแซนไทน์ และหุ่นปีศาจอยู่ด้วยก็ตาม ยิ่งเรื่องทำให้มันยอมจำนนยิ่งเป็นไปไม่ได้
อีกอย่าง ถ้าพวกมันมารวมตัวอยู่ด้วยกัน อย่างน้อยก็ต้องสำแดงพลังทำลายล้างออกมา เพราะไม่อย่างนั้น ต่อไปคงต้องอับอายขายหน้าเกินกว่าจะไปมองหน้าใครๆ
ซึ่งหากเป็นแบบนั้น เรื่องราวก็จะยิ่งยุ่งยากขึ้นอีก
การรับมือกับพวกมันทีละตัวย่อมง่ายดายกว่ามาก
“ได้สิ แต่ว่า” เมื่อจิตวิญญาณส่วนหนึ่งของมันเป็นของจางเซวียนแล้ว สิงโตเพลิงเลือดนกก็ไม่กล้าหือ มันเงยหน้าขึ้นและพูดว่า “แต่ด้วยสภาพของผมตอนนี้ ผมเกรงว่าพวกนั้นจะไม่เชื่อคำพูดของผมน่ะสิ”
ก่อนหน้านี้ หม้อต้นกำเนิดทองคำดี๊ด๊ามากไปหน่อย จึงใส่ไม่ยั้ง จนทำให้สิงโตเพลิงเลือดนกไม่หลงเหลือสภาพความสง่างามดังเดิม
“ดื่มน้ำในน้ำเต้านี้!” จางเซวียนถ่ายทอดพลังปราณเทียบฟ้าเข้าไปในน้ำเต้าก่อนจะยื่นให้
ด้วยขนาดร่างกายใหญ่โตและระดับวรยุทธสูงส่งของอีกฝ่าย สิงโตเพลิงเลือดนกต้องดื่มไวน์อย่างน้อย 12 น้ำเต้ากว่าจะอาการดีดังเดิม
ต่อให้มันไม่เมา แต่ตัวอื่นๆ ก็ต้องได้กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ฉุนกว่าปกติ
แต่หากผสมน้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพีเข้ากับพลังปราณเทียบฟ้าของเขา ประสิทธิภาพการเยียวยาของพลังปราณเทียบฟ้าจะมีมากขึ้น ดื่มเพียงน้ำเต้าเดียวก็เพียงพอ
สิงโตเพลิงเลือดนกรับน้ำเต้ามาเปิดจุกออก เมื่อสูดกลิ่นเข้าไปเพียงครั้งเดียว มันก็แทบเข่าอ่อน
“นี่มันน้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพี?”
ในที่สุดก็พบตัวไอ้หัวขโมยที่ฉกฉวยทรัพย์สมบัติของพวกเขาไปแล้ว
ใครจะไปคิดว่าลงท้ายหัวขโมยจะกลายเป็นเจ้านายของเขา?
เรื่องมันหักมุมขนาดนี้ได้อย่างไร?
เมื่อเช้านี้ เขายังกู่ร้องและสาปแช่งไอ้หัวขโมยอยู่เคียงข้างราชันย์ตัวอื่นๆ สบถสาบานว่าจะต้องฉีกเนื้ออีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ ให้ได้ แต่เพียง 2-3 ชั่วโมงต่อมา ก็กลับต้องมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าหมอนั่นอย่างนอบน้อม
โว้ยยยยย นี่มันโศกนาฏกรรมลำเค็ญของอสูรชัดๆ
แม้จะรู้สึกแย่ แต่สิงโตเพลิงเลือดนกก็ดื่มน้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพีที่อยู่ในน้ำเต้าหมดในอึกเดียว
เมื่อพลังจิตวิญญาณแผ่ซ่านไปทั่วร่าง อาการบาดเจ็บที่ได้รับก่อนหน้าก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
“อะ-เฮ้ย” สิงโตเพลิงเลือดนกกระพริบตาปริบๆ อย่างสับสน งงจนทำอะไรไม่ถูก
ตัวมันคุ้นเคยดีกับคุณสมบัติของน้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพี ซึ่งอย่างมากที่สุดก็แค่ฟื้นฟูพละกำลังเท่านั้น มันมีคุณสมบัติในการเยียวยาความบอบช้ำตั้งแต่เมื่อไหร่?
“ฉันได้เพิ่มสมุนไพรบางอย่างลงไปเพื่อให้มันมีอานุภาพเยียวยาบาดแผลได้อย่างรวดเร็ว ตราบใดที่แกตั้งใจรับใช้ฉันให้ดี ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่ฉันจะยกระดับวรยุทธให้แกไปเป็นเซียนขั้น 2-การรับรู้จิตวิญญาณ” จางเซวียนพูด
“ได้!” สิงโตเพลิงเลือดนกพยักหน้ารับอย่างตื่นเต้น
การได้เห็นน้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพีมีประสิทธิภาพในการเยียวยาด้วยถือเป็นเรื่องปาฏิหาริย์
หากนายท่านทำได้ขนาดนี้ บางทีเขาก็อาจจะช่วยยกระดับวรยุทธของมันไปเป็นระดับเซียนขั้น 2-การรับรู้จิตวิญญาณได้
“เอาล่ะ แกไปได้แล้ว!” จางเซวียนพูดพร้อมกับโบกมือ
เพราะเขาทำให้สิงโตเพลิงเลือดนกยอมจำนน ความเป็นความตายของมันขึ้นอยู่กับความนึกคิดเพียงแวบเดียวของเขา จางเซวียนจึงไม่กังวลว่าอีกฝ่ายจะหักหลัง
“นายท่าน”
อสูรตะวันไบแซนไทน์มองตามสิงโตเพลิงเลือดนกที่กำลังวิ่งกลับถ้ำก่อนจะเดินเข้ามาหาจางเซวียนด้วยนัยน์ตาชื่นชมยกย่อง
สันเขาปุยเมฆเป็นอริกับสถาบันปรมาจารย์เสมอมา แม้แต่ท่านอาจารย์ใหญ่คนก่อนก็ยังทำอะไรไม่ได้ แต่ทันทีที่จางเซวียนมาถึง ก็สามารถทำให้อสูรทั้งระดับกึ่งเซียนและเซียนมือใหม่ในพื้นที่นี้ยอมจำนน แถมยังบังคับได้แม้กระทั่ง 1 ใน 10 ราชันย์ไร้เทียมทาน และดูเหมือนภารกิจของเขากำลังจะคืบหน้าออกไปอีก
ไม่ช้าไม่นาน ทั้งสันเขาปุยเมฆจะต้องกลายเป็นอีกหนึ่งสาขาของสถาบันปรมาจารย์แน่
จางเซวียนคิดว่าอสูรตะวันไบแซนไทน์กำลังกังวลใจ จึงส่งยิ้มให้เป็นการยืนยัน
“ตอนนี้เราอาจสู้พวกมันไม่ได้ แต่ถ้ามี 10 ราชันย์ไร้เทียมทานเข้ามาเพิ่มล่ะก็ เราจะต้องได้ชัยชนะอย่างแน่นอน!”
ตั้งแต่วินาทีที่เขามาถึงสนามรบ ก็ได้วางแผนไว้หมดแล้ว แน่นอนว่าการที่เขาขอให้หัวหน้ามั่วเปิดการเจรจาต่อรองกับอีกฝ่ายนั้นก็เป็นไปอย่างจงใจ
เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่จะได้เข้ามายังสันเขาปุยเมฆเพื่อดำเนินการตามแผน
10 ราชันย์ไร้เทียมทานนั้นมีพละกำลังอย่างสุดแสนจะน่าทึ่ง หากพวกมันรวมหัวกัน แม้ตัวเขาก็ทำอะไรไม่ได้ แต่หากล่อพวกมันออกมาทีละตัว ขอแค่เขาทำให้พวกมันยอมจำนนได้ 4 ตัว บวกกับความร่วมมือของอสูรตะวันไบแซนไทน์ หม้อต้นกำเนิดทองคำ และหุ่นปีศาจ ราชันย์ที่เหลือก็จะต้องยอมแพ้!
ภายในถ้ำ หัวหน้ามั่วยังคงไม่เข้าใจว่าจางเซวียนคิดจะทำอะไร เขายืนกำหมัดแน่นและจ้องปากถ้ำอย่างกระวนกระวาย เกรงว่าอะไรสักอย่างที่กำลังจะเข้ามานั้นจะเป็นข่าวร้าย
ฟึ่บ!
ร่างหนึ่งปรากฏขึ้น สิงโตเพลิงเลือดนกพรวดพราดเข้ามาในถ้ำ
ทันทีที่เห็นสิงโตเพลิงเลือดนกกลับมาตัวเดียว อสูรเสือสีทองขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ “เกิดอะไรขึ้น? เสือสมิงดำกับเจ้าหนุ่มคนนั้นอยู่ที่ไหน?”
เขาสั่งให้สิงโตเพลิงเลือดนกไปตามตัวหมอนั่นไม่ใช่หรือ ทำไมกลับมาตัวเดียว?
สิงโตเพลิงเลือดนกคำรามอย่างหงุดหงิด “หมอนั่นเจ้าเล่ห์กว่าที่ผมคิด เขาล่อลวงเสือสมิงดำให้ไขว้เขวไปครู่หนึ่ง และจากนั้นก็เผ่นหนีไป ผมพยายามสำรวจพื้นที่โดยรอบแล้ว แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเขาหนีไปทางไหน หมีหลังเหล็กกับมังกรปฐพีไผ่มรกต ออกมาเดี๋ยวนึง ตามผมมา ไปช่วยกันดู!”
“หมอนั่นหนีไปแล้ว?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! หัวหน้ามั่ว ตกลงนั่นลูกศิษย์คุณหรือ? ทิ้งอาจารย์ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้เพื่อเอาตัวรอดนี่นะ?”
“สถาบันปรมาจารย์ก็ช่างตกต่ำเสียจริง!”
เมื่อได้ยินว่าเจ้าหนุ่มคนนั้นทิ้งอาจารย์และเผ่นหนีไปแล้ว ราชันย์ที่เหลือต่างหัวเราะลั่น
ว่ากันว่าเหล่าปรมาจารย์ให้ความสำคัญกับการสืบเชื้อสายของตัวเองมาก แต่ขณะที่อาจารย์กำลังเจรจาต่อรองอยู่ที่นี่ เจ้าลูกศิษย์กลับหนีไปทันทีที่มีโอกาส เสื่อมเสียนัก!
หัวหน้ามั่วเองก็พูดไม่ออก อาจารย์ใหญ่จางหนีไปแล้ว?
เขาแทบไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่สิงโตเพลิงเลือดนกจะต้องโกหกเหมือนกัน!
“ได้สิ ผมจะออกไปดูกับคุณ ผมเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่าสถาบันปรมาจารย์จะมีนักเรียนแบบนี้อยู่ในสังกัด” หมีหลังเหล็กลุกขึ้นยืนขณะหัวเราะลั่น
“ฮ่าฮ่า! ผมไปด้วย” มังกรปฐพีไผ่มรกตลุกขึ้นจากที่นั่ง
ทั้ง 2 ตัวเป็นอสูรระดับเซียนขั้น 1-สูงสุดเหมือนกับสิงโตเพลิงเลือดนก การปรากฏตัวของมันให้ความรู้สึกล้ำลึกเกินหยั่งถึง ไม่มีใครรู้ปริมาณพละกำลังที่แท้จริงของมัน
“รีบไปหาหมอนั่นให้เจอ เรามีเวลาไม่มากนะ!” อสูรเสือสีทองสั่งพร้อมกับขมวดคิ้ว
“ไม่ต้องห่วง!” สิงโตเพลิงเลือดนกหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพาอสูรระดับเซียนทั้ง 2 ตัวออกไป
หลังจากทั้งสามออกไปแล้ว อสูรเสือสีทองก็หันไปพูดกับหัวหน้ามั่วด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไงล่ะหัวหน้ามั่ว ยังมีอะไรจะพูดอีก? แม้แต่ศิษย์สายตรงของคุณยังทำตัวไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้ บอกผมมาซิว่าคุณเอาความมั่นอกมั่นใจในการเที่ยวสั่งสอนเรื่องจริยธรรมและคุณธรรมกับคนอื่นๆ มาจากไหน?”
มีแต่คนที่โดดเด่นเท่านั้นถึงจะสามารถเอาชนะใจและได้รับความเคารพจากผู้อื่น ต่อให้เป็น 1 ใน 10 สุดยอดปรมาจารย์ แต่ศิษย์สายตรงของเขากลับทำตัวเป็นคนเหลวไหลที่ห่วงเฉพาะความปลอดภัยของตัวเองในยามเผชิญหน้ากับอันตราย หากใครรู้เรื่องนี้เข้า คงได้อับอายขายหน้ากันจนตายไปข้าง!
“ผม” หัวหน้ามั่วกำหมัดแน่น
แม้เขาจะไม่คิดว่าอาจารย์ใหญ่จางจะเทเขาทิ้งจริงๆ แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้
อีกฝ่ายเป็นผู้ยื่นข้อเสนอให้ทำการเจรจาต่อรอง แต่ผ่านไปกว่า 2 ชั่วโมงแล้วก็ยังไม่เห็นวี่แววแม้แต่เงา มาถึงตอนนี้ หัวหน้ามั่วเองก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขารู้สึกท้อแท้และหมดหนทาง
“ฮ่าฮ่า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเจ้าลูกศิษย์คนนั้นของหัวหน้ามั่วคงจะกลัวจนแทบขาดใจตายเมื่อเห็นกองทัพอสูรวิเศษบินได้ของเรา และในเมื่อรู้แล้วว่าถึงอย่างไรก็แพ้ เขาจึงตัดสินใจหนีไปตายดาบหน้า!”
“ผมเองคิดมาตลอดว่าเหล่าปรมาจารย์เป็นพวกกระดูกเหล็ก แต่เหตุการณ์นี้มาทำให้ตาสว่าง ไม่น่าเชื่อเลยว่าพวกเขาจะทำตัวตกต่ำเสียยิ่งกว่าเผ่าพันธุ์อสูรของเราเสียอีก”
เหล่าราชันย์พากันหัวเราะลั่น
“หัวหน้ามั่ว อย่ายื้อเวลาอีกเลย ทั้งคุณและผมก็รู้ดีว่าไม่มีประโยชน์ รีบติดต่อหัวหน้าโรงเรียนคนอื่นๆ และหาข้อตกลงร่วมกันดีกว่า ไม่อย่างนั้น คุณจะไม่ได้มีชีวิตออกไปจากที่นี่!” อสูรเสือสีทองพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมโหด
“ผม” หัวหน้ามั่วถอนหายใจเฮือกใหญ่และกำลังจะอธิบาย ก็พอดีกับที่มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นนอกถ้ำ เมื่อหันไปมอง ก็เห็นหมีหลังเหล็กที่เพิ่งออกไปเมื่อครู่กำลังเดินกลับเข้ามา
“หมอนั่นมีอะไรพิลึกพิลั่นจริงๆ ผมไม่เข้าใจเลยว่าไปหาผู้เชี่ยวชาญพวกนั้นมาจากไหน ต่อให้เราทั้งสามรวมพลังกันก็ยังต้านทานเขาไม่ได้ อสูรหัวเสือกับหมาป่าเขี้ยวเหล็ก, ตามผมมา เราต้องร่วมมือกันเล่นงานเขา!”
“เขามีพลังพิเศษบางอย่างหรือ?”
“ผู้เชี่ยวชาญชนิดไหนกันที่ทำให้คุณทั้งสามต้องยอมแพ้?”
อสูรหัวเสือกับหมาป่าเขี้ยวเหล็กต่างตั้งคำถามด้วยคิ้วขมวดมุ่นขณะลุกขึ้นจากที่นั่ง
“ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่พวกเขาดูไม่เหมือนเหล่าผู้อาวุโสจากสถาบันปรมาจารย์ เราเดินไปคุยไปเถอะ ผมเกรงว่าสิงโตเพลิงเลือดนกกับมังกรปฐพีไผ่มรกตจะถ่วงเวลาไว้ได้ไม่นาน!” หมีหลังเหล็กเร่ง
“ได้สิ”
2 ราชันย์แห่งสันเขาปุยเมฆลุกขึ้นยืน และหลังจากโค้งคำนับให้อสูรเสือสีทองแล้ว ทั้งคู่ก็รีบตามหมีหลังเหล็กออกไป
ครู่ต่อมา หมาป่าเขี้ยวเหล็กกลับมาบอกอย่างตื่นเต้น “ดูเหมือนเขาจะมีพละกำลังมากขึ้นอีก! ช้างงวงน้ำเงิน วานรเพลิงเลือดนก อสูรเกราะเหล็ก และอสูรหูขาว ตามผมมา!”
นี่ปรมาจารย์จางทำอะไรลงไป? หัวหน้ามั่วงุนงงเต็มที
“อ้าว”
เมื่อมองไปรอบๆ อสูรเสือสีทองก็เพิ่งรู้สึกว่า ในกลุ่ม 10 ราชันย์ไร้เทียมทาน เหลือตัวเขาเพียงผู้เดียวที่อยู่ในถ้ำ
