Skip to content

Library Of Heaven’s Path 879


ตอนที่ 879 กลยุทธ์ของจางเซวียน (1)

“หินวิเศษขั้นสูง 50,000 ก้อน? ค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณเกรด 6 500 อัน? เป็นไปไม่ได้หรอก คุณฝันไปแล้วล่ะ เสนออย่างอื่นเถอะ!” หัวหน้ามั่วหน้าดำคร่ำเครียด

พวกแกกำลังเอาเปรียบเราชัดๆ!

หินวิเศษขั้นสูง 50,000 ก้อน? ต่อให้พลิกแผ่นดินทั้งสถาบันปรมาจารย์ก็หาเงินมากขนาดนั้นไม่ได้หรอก!

อีกอย่าง สถาบันปรมาจารย์ก็ไม่ได้เกรงกลัวพวกแกเสียหน่อย เป็นเพราะการสูญเสียเลือดเนื้อและการเกิดสงครามที่ทำให้พวกเราอยากมาเจรจาด้วย ถ้าต้องถึงขนาดนั้นล่ะก็ พวกเราออกแรงเสียหน่อยก็ทำลายสันเขาปุยเมฆของพวกแกได้แล้ว

“เสนออย่างอื่น? ผมเกรงว่านี่จะเป็นสิ่งเดียวที่เราต้องการ จะตอบรับหรือปฏิเสธก็เป็นการตัดสินใจของคุณแล้วล่ะ แต่แน่นอนว่าถ้าคุณคว่ำข้อเสนอของเรา จะเกิดสงครามทันที ผมยังไม่ได้เรียกตัวพวกอสูรวิเศษบินได้มานะ ถ้าเรียกมาล่ะก็ คุณคิดว่าลำพังแค่นักเรียนของคุณซึ่งบินไม่ได้จะยับยั้งพวกเขาได้หรือ ทันทีที่พวกนั้นถึงเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วน จำนวนคนตายคงไม่ใช่แค่เพียงสิบกว่าคน อยากเห็นเหลือเกินว่าคุณจะอธิบายกับทางสำนักงานใหญ่อย่างไร ถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้น!” อสูรเสือสีทองคำราม

ปรมาจารย์มีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยและสันติสุขของดินแดน หากอสูรวิเศษบินได้รุกล้ำเข้าไปในเมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนและสังหารผู้คน ความน่าเชื่อถือของสถาบันปรมาจารย์จะต้องบ่นปี้ไม่มีเหลือ

รวมถึงความน่าเชื่อถือของสภาปรมาจารย์ด้วย

“พวกคุณกำลังขู่ผมใช่ไหม?” หัวหน้ามั่วถามด้วยแววตาเย็นเยียบ

สถาบันปรมาจารย์ถูกอสูรระดับเซียนฝูงหนึ่งข่มขู่ ตลกเป็นบ้า!

เกียรติยศศักดิ์ศรีของปรมาจารย์ไม่ใช่สิ่งที่จะลบหลู่ได้

คำพูดเหล่านี้ไม่ใช่คำพูดลอยๆ ใครก็ตามที่กล้าทำแบบนั้น ทางสภาปรมาจารย์ก็ไม่ลังเลที่จะกวาดล้างพวกเขาให้หายไปจากโลก

ก่อนหน้านี้ เหล่าผู้พยากรณ์จิตวิญญาณก็เป็นกลุ่มก้อนที่มีอำนาจ แต่ก็ยังหายสาบสูญไปจากประวัติศาสตร์ได้

กูรูยาพิษก็เป็นที่รู้จักกันดีถึงความน่าสะพรึงในการเอาชนะคู่ต่อสู้ แต่ก็ยังไม่อาจหาญก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษของตัวเองอย่างเปิดเผย

ไม่ว่าอย่างไร หัวหน้ามั่วจะปล่อยให้ถูกข่มขู่แบบนี้ไม่ได้ แต่ขณะที่เขากำลังจะสวนกลับ ก็พลันได้ยินเสียงของอาจารย์ใหญ่จางอยู่ในหัว “หาทางรู้ให้ได้ว่าอสูรวิเศษมีปีกพวกนั้นอยู่ที่ไหน แล้วส่งผมไป!”

หัวหน้ามั่วถึงกับผงะ

ทำไมอาจารย์ใหญ่จางถึงร้องขอแบบนี้? มันเรื่องอะไรที่เขาถึงอยากไปดูพวกอสูรวิเศษบินได้?

แต่ในเมื่ออีกฝ่ายร้องขอมา ก็แปลว่าเขาต้องมีเหตุผล หัวหน้ามั่วจึงหันไปคำรามใส่อสูรเสือสีทอง ด้วยใบหน้าคิ้วด้วยใบหน้านิ่วคิ้วขมวด “อย่างนั้นหรือ? มีอสูรวิเศษบินได้อยู่ในสันเขาปุยเมฆ ก็แล้วไง? สถาบันปรมาจารย์ของเราก็มีนักรบบินได้อยู่หลายร้อยคน อะไรที่ทำให้คุณคิดว่าพวกเราจะยับยั้งการโจมตีไม่ได้? ถ้าคิดจะขู่กันล่ะก็ อย่างน้อยก็พูดอะไรที่มันน่ากลัวกว่านี้หน่อย!”

“ฮ่า นักรบบินได้หลายร้อยคน ให้ผมบอกอะไรคุณสักหน่อยนะ สันเขาปุยเมฆของเราน่ะมีอสูรบินได้อยู่ 3,000 ตัว และแต่ละตัวก็บินด้วยความเร็วสูงอย่างน่าทึ่ง สถาบันปรมาจารย์อาจมีนักรบระดับเซียนอยู่หลายคนก็จริง แต่ไม่มีทางที่พวกเขาจะยับยั้งมันได้ทุกตัวหรอก ตราบใดที่พวกมันหลายร้อยตัวฝ่าด่านตั้งรับของคุณเข้าไปได้ ก็แน่นอนว่าจะต้องเกิดหายนะ อีกอย่าง เราสามารถเลือกโจมตีเมืองเล็กๆที่อยู่ใกล้ๆแทนก็ได้ ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณจะมีนักรบระดับเซียนมากพอที่จะจัดการพวกมันได้ราบคาบ!” อสูรเสือสีทองคำรามเสียงแหบห้าวเป็นการข่มขู่

“สามพัน?” หัวหน้ามั่วหัวเราะลั่น “คุณเห็นผมเป็นไอ้งั่งหรือ? นี่นับรวมอสูรวิเศษบินได้ที่มีวรยุทธเหนืออสูรขั้น 1 และขั้น 2 เข้าไปด้วยใช่ไหม?”

อสูรวิเศษมีปีกสามารถสร้างความวุ่นวายในแบบที่นักรบทั่วไปไม่อาจบินขึ้นไปสังหารมันได้

แต่แน่นอนว่าพละกำลังของพวกมันก็มีจำกัด หากเป็นแค่อสูรที่มีวรยุทธเหนืออสูรขั้น 1 หรือชั้น 2 จะทำอันตรายอะไรจักรวรรดิหงหย่วนที่มีนักรบเหนือมนุษย์อยู่เต็มไปหมดได้?

สถาบันปรมาจารย์สามารถสังหารพวกมันได้อย่างง่ายดายด้วยการส่งกองกำลังนักเรียนไปประจำตามจุดต่างๆ

“วรยุทธเหนืออสูรขั้น 1 และขั้น 2? หัวหน้ามั่ว ดูเหมือนคุณจะประเมินประสิทธิภาพของสันเขาปุยเมฆต่ำไปเสียแล้ว แม้แต่ตัวที่มีวรยุทธอ่อนด้อยที่สุดในบรรดาอสูรมีปีก 3,000 ตัวนั้นก็ยังมีวรยุทธเหนืออสูรขั้น 7 คุณคิดว่าสถาบันปรมาจารย์ของคุณมีปัญญายับยั้งมันหรือ?” อสูรเสือสีทองคำราม

“วรยุทธเหนืออสูรขั้น 7? ก็ช่างโม้จริงจัง!” หัวหน้ามั่วส่ายหัวอย่างไม่เชื่อ

“คุณไม่เชื่อผมหรือ?” อสูรเสือสีทองขมวดคิ้ว

“จะให้ผมเชื่อคำโกหกหน้าด้านๆแบบนี้ได้อย่างไร ถ้าคุณยังไม่มีความจริงใจในการเจรจาแบบนี้ล่ะก็ เราคงไม่ต้องพูดอะไรกันแล้วล่ะ!”

มาถึงตอนนี้ หัวหน้ามั่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสำทับ “ถ้าคุณอยากให้ผมเชื่อล่ะก็ มีอยู่วิธีเดียว ส่งอสูรวิเศษระดับเซียนตัวหนึ่งไปกับลูกศิษย์ของผมเพื่อไปดู ถ้าคุณมีอสูรวิเศษบินได้ที่ทรงพลังอยู่มากขนาดนั้นจริง ผมจะส่งข้อความไปหาหัวหน้าโรงเรียนคนอื่นๆและแม้แต่ฮ่องเต้หยูเสิ่นชิง เพื่อขออนุญาตเจรจาต่อรองแทนพวกเขา”

อสูรเสือสีทองยกอุ้งเท้ามหึมาของมันขึ้นและคำราม “ตาแก่ดื้อด้าน เสือสมิงดำ พาลูกศิษย์ของหัวหน้ามั่วไปดูกองทัพอสูรวิเศษบินได้ของเราสิ!”

แม้เขาจะพูดจาเก่งกล้า แต่เรื่องจริงก็คือยังคงยำเกรงพละกำลังของสถาบันปรมาจารย์เช่นกัน

เพราะเป็นองค์กรที่บ่มเพาะปรมาจารย์มาแล้วหลายรุ่น จึงมีผู้เชี่ยวชาญอยู่เต็มไปหมด หากเป็นแค่นักเรียน เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถกวาดล้างได้อย่างง่ายดาย แต่หากคู่ต่อสู้ของเขามีเหล่าอาจารย์และผู้อาวุโสเข้าร่วม ต่อให้ได้เปรียบเรื่องภูมิประเทศ แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะพ่ายแพ้

อีกอย่าง สถาบันปรมาจารย์ยังมีสำนักงานใหญ่คอยหนุนหลังด้วย ต่อให้พวกเขาเอาชนะการสู้รบกับสถาบันปรมาจารย์ได้ด้วยโชคดีอะไรสักอย่าง สิ่งที่จะต้องเผชิญหน้าต่อไปคือศัตรูที่ไม่อาจต่อกรด้วยได้

ด้วยเหตุนี้ การเจรจาต่อรองจึงไม่อาจล้มเลิกได้ง่ายๆเช่นกัน

“ฮื่ออออออ!”

เสือสมิงดำ 2 ตัวคำรามตอบก่อนจะย่างสามขุมเข้ามา

“หัวหน้ามั่ว พยายามถ่วงเวลาให้นานที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ และถ้าเป็นไปได้ อย่าให้พวกเขาเข้าร่วมการต่อสู้ ดูแลตัวเองด้วยนะ!” จางเซวียนส่งโทรจิตหาหัวหน้ามั่ว จากนั้นก็ตามเสือสมิงดำออกไปจากถ้ำ

“รับทราบ!”

แม้หัวหน้ามั่วจะไม่แน่ใจว่าจางเซวียนคิดอะไร แต่เขาก็เชื่อมั่นในความสามารถของอีกฝ่าย เขาหันไปพูดกับเสืออสูรเสือสีทอง “ถ้าสถานการณ์เป็นอย่างที่คุณว่าล่ะก็ ผมจะรายงานเรื่องนี้ไปยังสถาบันปรมาจารย์ก่อนตัดสินใจอีกครั้ง ตอนนี้ผมยังให้คำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ แต่ถ้าคุณมีกองทัพอสูรวิเศษบินได้อันทรงพลังจริงๆ การที่พวกเราจะยอมทำตามข้อเสนอของคุณก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”

“อย่างนั้นหรือ? ผมจะรอคำตอบก็แล้วกัน!” อสูรเสือสีทองตอบด้วยเสียงเยาะหยัน

ในเวลาเดียวกันนั้น แววตาโล่งใจก็ฉายวาบขึ้นในดวงตาของอสูรระดับเซียนตัวอื่นๆ

หากพวกมันหลีกเลี่ยงการสู้รบได้ก็จะดีที่สุด

ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหน ก็รู้ดีว่าสุดแสนจะโง่เขลาหากเข้าเผชิญหน้าตัวต่อตัวกับสภาปรมาจารย์

ในตอนนั้น ทั้งถ้ำเงียบกริบ เมื่อเห็นว่าถ่วงเวลาได้ระยะหนึ่งแล้ว หัวหน้ามั่วแอบถอนหายใจเฮือกด้วยความโล่งใจ แต่ในขณะเดียวกันก็อดกังวลไม่ได้ว่าจางเซวียนคิดอะไรอยู่ถึงอยากไปเห็นกองทัพอสูรมีปีก

ต่อให้ยกกันมาทั้งสถาบันปรมาจารย์ก็ยังต่อกรกับพวกมันได้ยาก แล้วจางเซวียนคนเดียวจะทำอะไรไหว?

จางเซวียนตามเสือสมิงดำออกจากถ้ำไป และเห็นอสูรระดับกึ่งเซียนและเซียนมือใหม่หลายสิบตัวลาดตระเวนอยู่แถวนั้น แต่ละตัวต่างจ้องเขาด้วยสายตาดุร้าย

“อสูรผู้ทรงเกียรติ วรยุทธของผมยังอ่อนด้อยนัก ผมเกรงว่าอสูรระดับเซียนเหล่านี้จะทำร้ายผมหากพวกเขายังคงอยู่บริเวณนี้ คุณจะช่วยบอกให้พวกเขาถอยไปก่อนสักพักได้ไหม?” จางเซวียนพูดขณะถอยกรูดด้วยความหวาดกลัว

“แฮ่!”

เห็นปรมาจารย์ที่มีวรยุทธขั้นตัวดักแด้ออกอาการขี้ขลาดขนาดนั้น เสือสมิงดำทั้ง 2 ตัวยิ้มเย้ย

“เป็นเพราะท่านอาจารย์ของผมยืนกรานจะพาผมมาและส่งผมให้มาดูอสูรวิเศษบินได้ ถ้าผมมีทางเลือกล่ะก็ คงจะเลือกอยู่ให้ห่างที่สุด ก็อย่างที่ผมขอร้องคุณนั่นแหละ ช่วยผมสักครั้ง ขอแค่พวกมันยอมออกไปห่างๆ ผมยินดีจะมอบหินวิเศษ 2 ก้อนนี้ให้คุณ” จังหวะนั้น จางเซวียนก็สะบัดข้อมือแล้วโยนหินวิเศษขั้นสูง 2 ก้อนขณะเหลียวหน้าเหลียวหลังอย่างหวาดระแวง

เสือสมิงดำทั้ง 2 ตัวคว้าหินวิเศษขั้นสูงไว้คนละก้อน ต่างก็ตาลุก

ในฐานะอสูรระดับกึ่งเซียน ทรัพยากรที่พวกมันเข้าถึงยังคงมีจำกัดอยู่ ด้วยเหตุนี้ หินวิเศษ 1 ก้อนจึงมีค่ามาก

“ฮื่อออออ!”

หลังจากรับหินวิเศษไว้ เสือสมิงดำทั้ง 2 ตัวก็คำรามก้อง ดูเหมือนกับกำลังออกคำสั่ง

ทันใดนั้น อสูรระดับกึ่งเซียนและเซียนมือใหม่ที่เพ่นพ่านอยู่ทั่วบริเวณต่างก็ล่าถอย ไม่ช้าก็หายลับไปจากสายตา

แม้เสือสมิงดำจะไม่ใช่อสูรที่แข็งแกร่งที่สุด แต่พวกมันเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของบรรดาราชันย์แห่งสันเขาปุยเมฆ จึงไม่มีใครอาจหาญกล้าขัดคำสั่ง

“ฮื่ออออออ!” เมื่ออสูรแถวนั้นจากไปแล้ว เสือสมิงดำ 2 ตัวก็จ้องมองจางเซวียนด้วยแววตาของผู้ถือไพ่เหนือกว่า อยากจะพูดเหลือเกินว่า คนขี้ขลาดแบบนี้มาเป็นปรมาจารย์ได้อย่างไร?

“ฮ่าฮ่า!” จางเซวียนหัวเราะขณะสะบัดข้อมือ

ฟึ่บ!

ร่างหนึ่งที่เหมือนกับตัวเขาปรากฏขึ้นข้างๆ และเพียงก้าวเดียว ทั้งคู่ก็หายวับไป แล้วไปปรากฏอยู่ตรงหน้าเสือสมิงดำ 2 ตัวนั้น พร้อมกับปล่อยหมัดเข้าใส่พร้อมๆกัน

ตุ้บ! ปั้ก!

ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากเสียจนเสือสมิงดำทั้งคู่ไม่มีโอกาสจะตอบโต้ พวกมันถูกสอยกระเด็นไป แล้วตกลงมาชักดิ้นชักงออยู่กับพื้น ขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวไม่ได้

“แกมี 2 ทางเลือกเท่านั้น ยอมแพ้ หรือไม่ก็ตาย!”

จางเซวียนทั้งสองคนเดินเข้าไปหาเสือสมิงดำ 2 ตัว แล้วเหยียบหัวพวกมันไว้ ขณะจ้องมองด้วยสายตาเย็นชา

“ฮื่อออออ”

พวกมันนึกไม่ถึงเลยว่าในฐานะอสูรระดับกึ่งเซียน จะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับนักรบขั้นตัวดักแด้แบบนี้ ทำเอาอึ้งจังงังไป

ทั้งสองตัวใช้เวลาไม่นานในการตัดสินใจ เพียง 2-3 อึดใจต่อมา เลือดสดๆหยดหนึ่งก็ลอยออกจากหว่างคิ้วของเสือสมิงดำแต่ละตัวแล้วพุ่งเข้าหาจางเซวียน

เสือสมิงดำยอมจำนนแล้ว!

“เอาล่ะ เรียกอสูรระดับกึ่งเซียนและเซียนมือใหม่มาที่นี่ทีละตัว บอกพวกมันว่าอสูรเสือสีทองเรียก!” จางเซวียนสั่งการเสือสมิงดำที่ยอมจำนนแล้ว

“แฮ่!”

ด้วยความไม่กล้าขัดคำสั่ง ทั้งคู่รีบพยักหน้าก่อนจะวิ่งหายไป

เมื่อทั้งสองจากไปแล้ว จางเซวียนเรียกอสูรตะวันไบแซนไทน์กับหม้อต้นกำเนิดทองคำออกมา

“เจ้าหนุ่มไบแซนไทน์กับติงติง ผมอยากขอให้คุณช่วยอัดอสูรระดับเซียนพวกนั้นให้ยอมจำนน”

“ได้เลยนายท่าน!” อสูรตะวันไบแซนไทน์พยักหน้า

“ฮ่าฮ่า! นายท่าน เรื่องแบบนี้แหละที่ผมชอบ แล้วเจ้าพวกที่ขัดขืนล่ะ? ผมจะเผามันให้เป็นเถ้าถ่านได้ไหม?” หม้อต้นกำเนิดทองคำถามอย่างตื่นเต้น

ในฐานะของล้ำค่าระดับเซียนที่ทำหน้าที่อารักขาสถาบันปรมาจารย์ มันจะถูกเรียกตัวออกมาก็ต่อเมื่อเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเท่านั้น จึงแทบไม่มีโอกาสได้ยืดเส้นยืดสายเลย

“ก็เอาสิ” จางเซวียนพยักหน้า ไม่ปฏิเสธคำขอของหม้อต้นกำเนิดทองคำ

เหตุผลที่เขาเลือกมาสันเขาปุยเมฆก็เพราะอยากทำให้ทุกตัวยอมจำนน ถ้าตัวไหนขัดขืน ก็มีแต่ความตายเท่านั้นที่รออยู่

ฮื่อออออ!

ไม่ช้า อสูรระดับเซียนมือใหม่ตัวหนึ่งก็เดินมากับเสือสมิงดำ และจากนั้นอีก 2 นาที มันก็คุกเข่าลงตรงหน้าจางเซวียน, ยอมจำนน

สองสามนาทีต่อมา อสูรระดับกึ่งเซียนอีกมากกว่า 3 ตัวก็ยอมจำนน

10 นาทีต่อมา อสูรระดับกึ่งเซียนและเซียนมือใหม่ทุกตัวที่ลาดตระเวนอยู่ในพื้นที่นั้นก็ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของจางเซวียน

จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอกและสั่งการ “ทำอย่างที่เคยทำนะ ลาดตระเวนไปรอบๆ อย่าให้ใครรู้ว่าเกิดอะไรผิดปกติ เสือสมิงดำ, พาผมไปหาอสูรวิเศษบินได้!”

อสูรระดับกึ่งเซียนและเซียนมือใหม่เหล่านี้ยอมจำนนง่ายกว่าที่เขาคิด มีเพียง 2 ตัวเท่านั้นที่ขัดขืน จึงถูกหม้อต้นกำเนิดทองคำแผดเผาเป็นเถ้าถ่านไปเรียบร้อย

การกระทำนั้นทำให้อสูรตัวอื่นๆเกิดความหวาดกลัว รู้ดีว่าชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพวกมันพร้อมจะสังหารมันโดยไม่ลังเลหากพวกมันขัดขืน ตัวที่เหลือจึงรีบยอมจำนนแต่โดยดี

เสือสมิงดำนำทางไปอย่างว่าง่าย “นายท่าน อสูรวิเศษบินได้รวมตัวกันอยู่ในหุบเขาตรงนั้น”

จางเซวียนนำตัวโคลน อสูรตะวันไบแซนไทน์และหม้อต้นกำเนิดทองคำใส่เข้าไปในรังนางพญามด ก่อนจะกระโดดขึ้นขี่หลังเสือสมิงดำตัวหนึ่งและมุ่งหน้าไป

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version