Skip to content

Library Of Heaven’s Path 894


ตอนที่ 894 เขาคืออาจารย์ใหญ่?

คุณชายโหลวฮวนวิเคราะห์ระดับวรยุทธของกลุ่มชายชุดประหลาดทั้ง 8 คนอย่างถี่ถ้วนก่อนจะตั้งข้อสังเกต “เจ้าพวกนี้แข็งแกร่งไม่เบา!”

ถึงจะรู้แล้วว่าคนพวกนั้นเป็นศัตรู แต่ก็คงไม่ฉลาดนักหากจะพรวดพราดเข้าไปไขว้โดยไม่ศึกษาพละกำลังของอีกฝ่ายเสียก่อน

ดูเหมือนทั้ง 8 คนจะเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 8-การเรียงร้อยสวรรค์ ทั้งยังมีรังสีของความเป็นปฏิปักษ์และความโหดเหี้ยม ซึ่งบ่งบอกว่าเป็นนักรบผู้คร่ำหวอดสมรภูมิ ผ่านการสู้รบมามากมายหลายหนในชีวิต

หากข้อสันนิษฐานของพวกเขาถูกต้อง คนเหล่านี้ก็น่าจะมาจากกองทัพ

หลังจากใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง คุณชายโหลวฮวนสั่งการซ่งเชา “พวกคุณที่เหลือกลับไปเตรียมการที่สำนักงานใหญ่ ผมจะหาทางล่อลวงพวกมันไปทีหลัง”

“ได้เลย” ซ่งเชาพยักหน้าก่อนจะนำคนอื่นๆไป

หลังจากรอจนทุกคนลับหายไปจากสายตาแล้ว คุณชายโหลวฮวนก็สูดหายใจลึกและเดินยิ้มแป้นเข้าไปหาชายหนุ่มทั้ง 8

“สหาย ได้ยินว่าพวกคุณกำลังตามหาจางเซวียน?”

“ใช่แล้ว คุณรู้หรือว่าเขาอยู่ที่ไหน?”

ทั้ง 8 คนกำลังวุ่นวายใจอยู่ เมื่อได้ยินคำพูดของคุณชายโหลวฮวน ก็ตาลุกแล้วรีบหันขวับมา

“แน่นอนว่าผมรู้! อันที่จริง ในสถาบันนี้ ผมนี่แหละเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเขา ทำไมไม่ให้ผมพาพวกคุณไปหาเขาล่ะ?” คุณชายโหลวฮวนยื่นข้อเสนอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและจริงใจสุดๆ

“เยี่ยมเลย!”

เมื่อเห็นว่ามีคนเต็มใจนำทางพวกเขาไปหาเป้าหมาย ทั้ง 8 คนดีใจจนแทบกระโดด

สมกับที่เป็นสถาบันปรมาจารย์ นักเรียนที่นี่ทั้งมีน้ำใจและเป็นมิตร!

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมใครๆก็อยากเข้าเรียนที่นี่ ลำพังแค่กิริยามารยาทที่มีต่อคนแปลกหน้าก็น่าชื่นชมแล้ว!

“ถ้าอย่างนั้นผมต้องขอรบกวนคุณด้วย” ชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มก้าวออกมาและประสานมือ

“ไม่ต้องมีพิธีรีตองไปหรอก ในฐานะปรมาจารย์ เป็นหน้าที่ของผมที่ต้องช่วยเหลืออยู่แล้ว” คุณชายโหลวฮวนพูดด้วยมาดของผู้ผดุงความชอบธรรมขณะนำทางไป

ไม่ช้า ทั้งกลุ่มก็มาถึงสำนักงานใหญ่ของแก๊งชวนชวน ตอนนี้มีคนรวมตัวกันอยู่ในจัตุรัสอันกว้างใหญ่นั้นราว 10,000 คน

“ทำไมที่นี่ถึงมีผู้คนมากมายนัก? แล้วจางเซวียนอยู่ที่ไหนล่ะ?”

เมื่อเห็นปรมาจารย์มากมายมารวมตัวกัน ทั้ง 8 คนก็อดขนลุกขนชันไม่ได้ แถมยังเริ่มมีลางสังหรณ์บางอย่าง

“อ้อ ผมเดาว่าพวกคุณคงไม่คุ้นเคยกับระบบของสถาบันปรมาจารย์สินะ นี่คือหอพักนักเรียนใหม่ ในฐานะนักเรียนที่เข้าใหม่ในปีนี้เหมือนกัน จางเซวียนจึงพักอยู่ที่นี่ ปีนี้มีกลุ่มนักเรียนใหม่เข้ามาในสถาบันมากกว่าปกติ จึงเป็นธรรมดาที่จะมีพวกเรารวมตัวกันอยู่มากกว่าแต่ก่อน ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ ทุกคนเป็นปรมาจารย์ ไม่มีใครกัด!” คุณชายโหลวฮวนยิ้มอบอุ่นเป็นการต้อนรับขณะเชื้อเชิญให้ทั้งกลุ่มเข้าไปข้างใน

แม้ทั้ง 8 คนออกจะหวาดระแวงกับสถานการณ์ตรงหน้า แต่เมื่อนึกได้ว่าตัวเองอยู่ในสถาบันปรมาจารย์ ก็ตัดสินใจจะทิ้งความระแวงเหล่านั้นไปก่อน

ไม่ช้า พวกเขาก็มายืนอยู่ใจกลางจัตุรัสที่ล้อมรอบไปด้วยผู้คนกลุ่มใหญ่

ถึงตอนนี้ คุณชายโหลวฮวนหยุดกึกและประกาศดังลั่น “เอาล่ะพรรคพวก นี่คือกลุ่มคนที่กล่าวอ้างว่าจะมาสั่งสอนบทเรียนให้กับหัวหน้าแก๊งของพวกเรา!”

“อัดมัน! ให้มันร้องขอชีวิต ให้พวกมันบอกชื่อผู้บงการมาให้ได้!”

“ได้สิ!”

“กล้าหาเรื่องหัวหน้าแก๊งของพวกเรา แกมันรนหาที่ตาย!”

…..

ยังไม่ทันที่ทั้ง 8 คนจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หมัดศอกเข่าก็ประเคนเข้ามาราวกับห่าฝน ปะทะทุกตารางนิ้วบนร่างกาย

มีทั้งหมัด ลูกเตะ ท่อเหล็ก ก้อนอิฐ กระถางดอกไม้ เก้าอี้ และแม้แต่รองเท้าแตะ!

ตุ้บ! ปึ้ก! พลั่ก!

ยังไม่ทันจะได้พบจางเซวียน พวกเขาก็อ่วมเสียจนแทบจะลืมชื่อตัวเอง

ไม่ช้าทุกคนก็น้ำตารื้นและร้องโหยหวน

ให้นรกกินหัวสิ! ใครหน้าไหนกันที่มันพูดว่าปรมาจารย์ล้วนแต่เป็นมิตรและมีน้ำใจ?

ใครกันที่พูดว่าสถาบันปรมาจารย์คือสรวงสวรรค์อันปลอดภัยและไม่มีทางจะเกิดเหตุร้ายขึ้นที่นี่?

นี่พวกเขากำลังหาเรื่องใคร ถึงต้องเจอกับเหตุการณ์แบบนี้?

…..

10 นาทีต่อมา นักรบการเรียงร้อยสวรรค์ทั้งแปดก็นอนแผ่ระเนระนาดอยู่กับพื้น ชักกระตุกไม่หยุดราวกับถูกไฟฟ้าช็อต

แม้สมาชิกส่วนมากของแก๊งชวนชวนจะเป็นนักเรียนใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 5-จิตวิญญาณสอดคล้อง แต่ด้วยจำนวนที่มากมาย นักรบเป็นพันเป็นหมื่นคนกลุ้มรุมกันทำร้ายชายหนุ่มเพียง 8 คนพร้อมๆกัน ต่อให้ทั้ง 8 จะเก่งกล้าสามารถขนาดไหน ก็ไม่มีทางที่ 16 มือจะสู้กับ 20,000 มือได้!

ตอนนี้ทุกคนหน้าตาฟกช้ำ ไม่มีส่วนไหนของร่างกายที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ

เมื่อเห็นว่าทั้ง 8 ร่อแร่เต็มทีแล้ว คุณชายโหลวฮวนสั่งการให้พรรคพวกหยุดก่อนจะเดินเข้าไปถาม

ทุกคนถูกซ้อมจนทั้งสมองและร่างกายใกล้จะถึงขีดสุดเต็มที จึงสารภาพอย่างว่าง่าย

“ผู้บงการให้พวกเรามาสั่งสอนบทเรียนให้จางเซวียนคือหลิวฉวนและเสิ่นจวินจาก 4 ตระกูลใหญ่ พวกเขาบอกว่าหากเราทำสำเร็จ จะได้หินวิเศษขั้นสูง 10 ก้อน” ชายหนุ่มที่มีแผลเป็นบนใบหน้าสารภาพ

เขาเป็นเพียงสหายร่วมกองทัพกับหลิวฉวน จึงไม่มีความจำเป็นต้องรักษาความลับให้อีกฝ่าย

“ตอนนี้เสิ่นจวินกับหลิวฉวนอยู่ที่ไหน?” คุณชายโหลวฮวนถามต่อ

“พวกเขาคงอยู่ในสถาบันปรมาจารย์นี่แหละ เรานัดกันว่าจะไปพบกันที่ศาลาข้างทะเลสาบเพื่อปิดจ๊อบหลังจากภารกิจสำเร็จ” ชายหนุ่มรีบตอบ

“อือ” คุณชายโหลวฮวนพยักหน้าก่อนจะร้องเรียกพรรคพวก “ไป ไปดูกัน!”

จากนั้น สมาชิกจำนวนมากของแก๊งชวนชวนก็มุ่งหน้าไปยังทะเลสาบที่ตั้งอยู่บริเวณใจกลางสถาบันปรมาจารย์

…..

ในศาลาหลังหนึ่งที่อยู่ริมทะเลสาบ เสิ่นจวินกับหลิวฉวนยืนอยู่ ทั้งคู่เอาสองมือไพล่หลังขณะจับจ้องทะเลสาบซึ่งเป็นประกายระยิบระยับภายใต้แสงแดด ต่างรื่นรมย์กับทัศนียภาพงดงามนั้น

สายลมโชยอ่อน พัดพาระลอกคลื่นเล็กๆให้เกิดบนผิวหน้าทะเลสาบ

“ป่านนี้พวกนั้นคงสั่งสอนบทเรียนให้จางเซวียนเรียบร้อยแล้วล่ะ จริงไหม?” เสิ่นจวินถาม

หมอนั่นทำให้เขาอารมณ์เสียในงานวันเกิดของหยู่เฟยเอ๋อ เขาไม่มีทางหายแค้นจนกว่าจะได้เอาคืน

“นายน้อยเสิ่น เราก็รู้จักกันมาเนิ่นนานแล้ว ผมเคยทำพลาดหรือเปล่า?” หลิวฉวนหัวเราะหึๆ “กองกำลังที่ผมหามาคราวนี้ล้วนแต่เป็นสหายร่วมกองทัพ พวกเขาเก่งกล้าสามารถ ทั้งยังเป็นนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 8 การจะเอาชนะจางเซวียนนั้นง่ายดายยิ่งกว่าเดินเล่นชมสวน และยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสายสัมพันธ์อันตื้นเขิน ไม่มีใครแกะรอยมาถึงเราได้หรอก”

“ได้อย่างนั้นก็ดี! หมอนั่นจะรู้หรือไม่รู้ว่าผมคือตัวการ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ที่สำคัญคือเฟยเอ๋อจะรู้ไม่ได้เด็ดขาด” เสิ่นจวินพยักหน้า

“ไม่ต้องห่วง!” หลิวฉวนตบหลังเสิ่นจวินเป็นการยืนยัน แต่ขณะที่กำลังจะพูดต่อ ปรมาจารย์ 2 คนก็เดินเข้ามาในศาลาและตั้งคำถาม “ขออภัยด้วยเถิด ไม่ทราบว่าคุณคือนายน้อยเสิ่นจวินและนายน้อยหลิวฉวนใช่หรือไม่?”

“ใช่แล้ว” เมื่อเห็น 2 ใบหน้าที่ไม่คุ้นเคยมาระบุตัวตนของพวกเขา ทั้งคู่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย แต่ขณะที่กำลังจะถามอีกฝ่ายว่ามีธุระอะไร ภาพตรงหน้าก็พร่าเลือนไปหมด กระสอบสองใบถูกนำมา คลุมศีรษะของพวกเขา

ตามมาด้วย

ตุ้บ! พลั่ก!

ความเจ็บปวดแสนสาหัสทิ่มแทงทุกส่วนของร่างกาย ทั้งสองรู้สึกราวกับกำลังถูกซ้อมโดยคนนับหมื่นพร้อมๆกัน เป็นการจู่โจมอันแสนเหี้ยมโหด

…..

เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ ในที่สุดทั้งคู่ก็รู้สึกตัว

เมื่อพยายามจะลุกขึ้น ความเจ็บปวดรวดร้าวก็เข้าทิ่มแทงทำให้ต้องร้องโอดโอย เพิ่งจะตอนนั้นเองที่ทั้งคู่รู้สึกตัวว่าไม่มีส่วนไหนของร่างกายที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ กระดูกหัก ใบหน้าฟกช้ำ ฟันหลุดร่วง ต่อให้พ่อแม่มาอยู่ตรงนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะจำลูกของตัวเองได้หรือเปล่า!

พวกเขายังไม่ได้ทำอะไรเลยตั้งแต่มาถึงสถาบันปรมาจารย์ แต่กลับถูกซ้อมอย่างโหดเหี้ยมแบบนี้

และที่เลวร้ายกว่านั้น ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวการเป็นใคร?

ใครจะบอกเราได้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้น?

หลังจากอึ้งกันไปครู่ใหญ่ ในที่สุดทั้งคู่ก็กัดฟันกรอด “ต้องเป็นจางเซวียนแน่ๆ!”

ถึงพวกเขาจะโง่เง่าสักแค่ไหน คนๆเดียวที่เขามีปัญหาด้วยในสถาบันปรมาจารย์แห่งนี้ก็คือจางเซวียน

พวกเขาตั้งใจมาสั่งสอนบทเรียนให้จางเซวียน แต่กลับถูกซ้อมเสียเอง จะไม่มีวันเชื่อเลยว่าหมอนั่นไม่ใช่ตัวการที่ชักใยเรื่องนี้

“นายน้อยเสิ่น เราจะทำอย่างไรดี?” หลิวฉวนถาม

“จะทำอะไรได้ล่ะ? รีบกลับคฤหาสน์และรายงานเรื่องนี้ เราจะต้องสั่งสอนบทเรียนหมอนั่นอย่างสาหัสให้ได้ เขาควรจะได้รู้ว่าสมาชิกของสี่ตระกูลใหญ่นั้นไม่ใช่ไก่อ่อนที่ใครจะมาหาเรื่องง่ายๆ” เสิ่นจวินตวาดกร้าว

ด้วยสภาพของพวกเขาตอนนี้ ไม่มีทางที่จะเข้าร่วมพิธีสถาปนาได้เลย

ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็ควรจะกลับบ้านกลับช่องเพื่อรายงานเรื่องนี้ให้ท่านพ่อทราบ ก่อนจะกลับมาเอาคืน

ในเมื่อแกกล้าทำร้ายพวกเรา ก็มาดูกันว่าหมัดของแกจะแข็งแกร่งพอที่จะต้านทานพละกำลังของสองในสี่ตระกูลใหญ่ได้หรือเปล่า!

…..

สนามฝึกซ้อมของสถาบันปรมาจารย์คลาคล่ำไปด้วยฝูงชน น่าจะรวมตัวกันอยู่ในบริเวณนี้อย่างน้อยราวหนึ่งแสนคน

ที่นี่คือจุดที่จะมีพิธีสถาปนา ทั้งฮ่องเต้และประธานสภาปรมาจารย์จากจักรวรรดิใกล้เคียง รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญของทุกกลุ่มอำนาจได้มารวมตัวกันเพื่อเป็นสักขีพยานให้กับการสถาปนาอาจารย์ใหญ่คนต่อไปของสถาบันปรมาจารย์

“งานกำลังจะเริ่มแล้ว!”

“อาจารย์ใหญ่คนใหม่คงเป็นหัวหน้าจ้าวหรือไม่ก็หัวหน้าลู่ ถึงพวกเขาจะยังอ่อนด้อยเมื่อเทียบกับท่านอาจารย์ใหญ่คนก่อน แต่ก็เป็นผู้อาวุโส 2 คนที่มีความสามารถและได้รับการเคารพยกย่องมากที่สุดในสถาบัน”

“จริงด้วย น่าเสียดายที่อาจารย์ใหญ่คนก่อนหายตัวไป จนถึงตอนนี้ พวกเราก็ไม่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว แต่ตามข่าวที่รั่วไหลออกมาจากสถาบัน ดูจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่!”

“ที่ผมได้ยินมาน่ะ ว่าที่อาจารย์ใหญ่คือผู้ยื่นข้อเสนอให้เปิดการเจรจาต่อรองกับเหล่าอสูรที่สันเขาปุยเมฆ เขาคงจะมีคำอธิบายสำหรับเรื่องนั้นนะ”

“คุณพูดถูก! อยู่ดีๆไปก้มหัวให้อสูรได้อย่างไร? ผมไม่มีทางยอมรับเรื่องนี้ เขาจะต้องพูดออกมาว่าตัวเองได้ให้สัญญาอะไรกับทางสันเขาปุยเมฆไว้บ้าง พวกมันถึงได้ยอมล่าถอย!”

…..

การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทำนองนี้ดังขึ้นเป็นระยะๆในหมู่ฝูงชน ทุกสายตาจับจ้องไปยังแท่นสูงสุดที่อยู่ใจกลางจัตุรัส อยากรู้ว่าผู้ที่กำลังจะได้รับการสถาปนาเป็นอาจารย์ใหญ่คนต่อไปคือใคร

ฟิ้วววววว!

ท่ามกลางเสียงอื้ออึงเซ็งแซ่นั้น ผู้อาวุโส 2-3 คนร่อนลงมาจากกลางอากาศ

“เงียบ!”

ผู้พูดคือจ้าวปิงฉู

ทุกคนผงะ ถ้าจ้าวปิงฉูปรากฏตัวตอนนี้ แปลว่าผู้ที่จะได้เป็นอาจารย์ใหญ่คือลู่เฟิงอย่างนั้นหรือ?

แม้ทุกคนแสนจะอยากรู้ แต่ก็ยอมเงียบเสียง

“2 ปีมาแล้วที่ท่านอาจารย์ใหญ่คนก่อนหายตัวไป และนับจากวันนั้น สถาบันปรมาจารย์ก็แตกแยกเป็นฝักฝ่าย ถึงจะโชคดีที่ไม่เกิดเหตุร้ายแรง แต่สถาบันของเราก็ดำเนินการต่อในสภาพแบบนี้ไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ เมื่อ 3 วันก่อนภายใต้การนำของปรมาจารย์มู่, 10 สุดยอดปรมาจารย์จึงได้ลงมติเป็นเอกฉันท์สำหรับผู้ที่จะมาเป็นอาจารย์ใหญ่คนต่อไป!”

น้ำเสียงทรงพลังของจ้าวปิงฉูดังก้องไปทั่วทั้งจัตุรัส ฝูงชนทั้งหนึ่งแสนคนได้ยินพร้อมกันอย่างชัดเจน

“วันนี้ พวกเราได้มาเป็นสักขีพยานในพิธีสถาปนาอาจารย์ใหญ่คนใหม่ ผมเชื่อว่าด้วยความสามารถของท่านอาจารย์ใหญ่คนใหม่ สถาบันปรมาจารย์ของเราจะต้องเจริญรุ่งเรืองขึ้นอีก! ตอนนี้ได้เวลาเริ่มพิธีสถาปนาอย่างเป็นทางการแล้ว แรกสุดเลย ขอต้อนรับท่านอาจารย์ใหญ่คนใหม่ของเราขึ้นมาบนเวที!”

เมื่อเห็นร่างนั้น ทุกคนพากันผงะ โดยเฉพาะเหล่านักเรียนของสถาบันปรมาจารย์ นัยน์ตาของทุกคนแทบปะทุออกจากเบ้า ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เห็น

“หัวหน้าแก๊งของพวกเราขึ้นไปทำอะไร?”

“เขาพยายามจะแก้แค้นหัวหน้าลู่ด้วยการป่วนพิธีสถาปนาหรือ?”

“ไอ้การที่เขาจะสร้างความวุ่นวายในโรงเรียนนักปรุงยา และดึงตัวนักเรียนกับอาจารย์ออกจากโรงเรียนไปหมดก็เป็นเรื่องหนึ่งนะ เพราะอย่างน้อยนั่นก็ถือเป็นความขัดแย้งภายในสถาบัน แต่วันนี้มีคนนอกมารอชมพิธีอยู่มากมาย!”

“แย่แล้ว ใครก็ได้ไปหยุดหัวหน้าแก๊งของเราไว้ที!”

บรรดาสมาชิกของแก๊งชวนชวนพากันหวาดกลัวจนแทบจะขาดใจตาย คนที่ใจอ่อนหน่อยก็เกือบเป็นลม

พวกเขารู้ดีว่าหัวหน้าแก๊งเป็นตัวป่วน ตัวสร้างปัญหา แต่นี่คือพิธีสถาปนาอาจารย์ใหญ่คนใหม่ มีทั้งปรมาจารย์มากมายนับไม่ถ้วนจากต่างถิ่น ทั้งฮ่องเต้ ทั้งผู้มีอิทธิพลอีกหลายคนมาเป็นสักขีพยาน การป่วนพิธีสำคัญก็ไม่ต่างอะไรกับการรนหาที่ตาย!

หากสภาปรมาจารย์สำนักงานใหญ่รู้เรื่องเข้า เหตุการณ์ที่ตามมาคงเกินกว่าที่หัวหน้าแก๊งของพวกเขาจะรับไหว!

“ท่านอาจารย์? ท่านอาจารย์จะทำอะไร?”

“อาจารย์”

ไม่เพียงแต่สมาชิกของแก๊งชวนชวนที่ตาเหลือก ทั้งหลัวฉีฉี หวังหยิ่ง หลิวหยาง และเจิ้งหยางก็พากันขนพองสยองเกล้า

ไม่มีใครบอกพวกเขาว่าจางเซวียนคือผู้ที่จะได้เป็นอาจารย์ใหญ่คนต่อไปของสถาบัน จึงไม่มีใครรู้เรื่องนี้ ทุกคนจึงคิดว่าอาจารย์ของพวกเขาขึ้นไปบนเวทีเพื่อหาเรื่องป่วน

ขณะที่ทุกคนกำลังงงงันจนพูดไม่ออก ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้น เสียงก้องกังวานของจ้าวปิงฉูก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“เอาล่ะ ขอให้ผมได้แนะนำท่านอาจารย์ใหญ่คนต่อไปของสถาบันปรมาจารย์ของเราอย่างเป็นทางการด้วย ปรมาจารย์จาง!”

“อาจารย์ใหญ่คนต่อไป?”

“หัวหน้าแก๊งของเราคือท่านอาจารย์ใหญ่คนต่อไป?”

“เป็นไปได้อย่างไรกัน?”

ทั่วสนามต่างนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะเกิดคลื่นความอื้ออึงเซ็งแซ่อย่างหนักในหมู่ฝูงชน ทุกคนไม่ว่าจะเป็นนักเรียนหรืออาจารย์ก็ล้วนแต่นัยน์ตาลุกโพลงด้วยความประหลาดใจ รู้สึกเหมือนโลกนี้เป็นบ้าไปแล้ว

จ้าวปิงฉู ลู่เฟิง มั่วจู จงติ้งชุน เจียงชิงชิง เว่ยหรันเฉว่

ถ้าเป็นหนึ่งในคนเหล่านี้ พวกเขาก็คงไม่ประหลาดใจเท่าไหร่

แต่หมอนี่

ใครบอกได้บ้างว่ามันเกิดอะไรขึ้น?

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version