Skip to content

Library Of Heaven’s Path 916


ตอนที่ 916 ตัวดักแด้ขั้นสูงสุด

หอสมุดแต่ละแห่งในสถาบันปรมาจารย์มีรูปแบบเฉพาะ ยกตัวอย่างหอสมุดของโรงเรียนนักฝึกอสูร จะมีหนังสือเกี่ยวกับการฝึกอสูร และหนังสือส่วนใหญ่ในหอสมุดโรงเรียนนายแพทย์ ก็จะเกี่ยวกับ วิธีการรักษาโรค

ที่เก็บรักษาไว้ในหอวรยุทธคือหนังสือเทคนิควรยุทธและเทคนิคการต่อสู้ รวมถึงประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วัฒนธรรม และความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับจักรวรรดิหงหย่วนและจักรวรรดิโดยรอบ

แม้ชั้น 1 จะเปิดให้นักเรียนเข้าใช้งานได้ แต่ปริมาณหนังสือก็ยังมีมากมายจนน่าทึ่ง มีหนังสือเทคนิควรยุทธหลายล้านเล่ม ตั้งแต่ขั้น 5-จิตวิญญาณสอดคล้อง ไปจนถึงขั้น 9-ตัวดักแด้ ถูกจัดเรียงไว้เต็มชั้นหนังสือหลายชั้นภายในห้อง

สถาบันปรมาจารย์ก่อตั้งมาหมื่นปีแล้ว ผลิตปรมาจารย์ผู้เก่งกาจออกมารุ่นต่อรุ่น คนเหล่านี้ได้บันทึกความรู้ความเข้าใจและประสบการณ์ด้านวรยุทธของตัวเองเอาไว้เพื่อให้คนรุ่นหลังได้วิเคราะห์ ได้ทำความเข้าใจ และบางทีอาจจะพัฒนาตัวเองไปจนเหนือชั้นกว่าพวกเขาได้ บางคนถึงขั้นคิดค้นเทคนิควรยุทธของตัวเองขึ้นมาและเผยแพร่ไปทั่วโลก

สิ่งนี้ทำให้หนังสือวรยุทธในแต่ละขั้นมีจำนวนมากมาย

ด้วยการกวาดสายตาคร่าวๆ จางเซวียนพบกว่าหมื่นวิธีการที่จะฝึกฝนวรยุทธขั้นจิตวิญญาณสอดคล้อง แต่ละวิธีมีรูปแบบเฉพาะของมัน

สำหรับนักเรียนคนอื่นๆ เจอตัวเลือกมากมายขนาดนี้ คงต้องหาทางเลือกเอาบางรูปแบบ หรือไม่อย่างนั้นก็คงจมข้อมูลตาย เพราะไม่อาจตัดสินได้ว่าสิ่งใดผิดหรือถูก ซึ่งจะนำไปสู่การที่วรยุทธถูกธาตุไฟเข้าแทรก

แต่สำหรับจางเซวียน ไม่มีอะไรต้องกังวล หากจะมีสิ่งที่เขาต้องการเกี่ยวกับหนังสือเทคนิควรยุทธ นั่นคือปริมาณ ยิ่งมีมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี

จางเซวียนใช้เวลาราว 2 ชั่วโมงในการถ่ายโอนหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นจิตวิญญาณสอดคล้องเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้า

ประมวล! เขาเพ่งสมาธิ

หนังสือเล่มใหม่เอี่ยมปรากฏตรงหน้า จางเซวียนรีบพลิกดู มันคือเคล็ดวิชาเทียบฟ้าขั้นจิตวิญญาณสอดคล้องอีกรูปแบบหนึ่ง แม้รายละเอียดจะแตกต่างจากที่เขาเคยประมวลเอาไว้ก่อนหน้านี้ แต่เทคนิควรยุทธทั้ง 2 ฉบับก็ให้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน

จากนั้นจางเซวียนก็ใช้ขั้นตอนเดิมกับหนังสือเทคนิควรยุทธขั้น 6-สะพานจักรวาล ซึ่งกินเวลาราว 2 ชั่วโมง

เขาประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าขั้นสะพานจักรวาลขึ้นใหม่ ซึ่งมีรายละเอียดมากกว่าฉบับที่ประมวลไว้เดิม ทำให้ฝึกฝนตามได้ง่ายขึ้น แต่ถึงอย่างไร หนังสือเทคนิควรยุทธทั้งสองเล่มก็ยังใช้หลักการเดียวกัน

ดูเหมือนการประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าในวรยุทธระดับเดียวกันจะไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก จางเซวียนตั้งข้อสังเกตขณะถ่ายโอนหนังสือต่อไป

แม้เขาจะไม่ได้รีบร้อนอะไร แต่ก็เป็นการดีหากจะสะสมหนังสือไว้ได้มากขึ้นเพื่อเพิ่มพูนความรู้

10 ชั่วโมงต่อมา จางเซวียนก็ถ่ายโอนหนังสือเทคนิควรยุทธและเทคนิคการต่อสู้ในหอวรยุทธชั้น 1 เข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้าได้ทั้งหมด

ถึงหนังสือเหล่านี้จะไม่ได้ช่วยยกระดับวรยุทธ แต่ก็ทำให้ความรู้พื้นฐานของเขากว้างไกลขึ้นกว่าเดิม ก่อเกิดเป็นความเข้าใจในวรยุทธของหลากหลายสำนัก

สิ่งนี้จะทำให้จางเซวียนมีความรอบรู้มากกว่าปรมาจารย์ทุกคนในสถาบันรวมกัน

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังได้ประมวลศิลปะเพลงดาบเทียบฟ้า ศิลปะเพลงหอกเทียบฟ้า ศิลปะเพลงกระบี่เทียบฟ้า และอื่นๆขึ้นอีกด้วย ขอแค่ได้ฝึกฝน ก็จะยกระดับความสามารถในการใช้อาวุธให้สูงขึ้นได้อีก

แต่จางเซวียนก็ยังไม่รีบร้อนฝึกฝนตอนนี้ เขาตัดสินใจขึ้นไปชั้น 2 ก่อน

ชั้น 2 เปิดรับเฉพาะผู้ที่เป็นครูบาอาจารย์และระดับสูงกว่านั้น ซึ่งเทคนิควรยุทธกับเทคนิคการต่อสู้ที่จัดเรียงไว้ในชั้นนี้มีความล้ำลึกกว่าชั้น 1 มีหนังสือเทคนิควรยุทธขั้นกึ่งเซียนอยู่จำนวนหนึ่งด้วย

หลังจากถ่ายโอนหนังสือทั้งหมดแล้ว จางเซวียนก็มุ่งหน้าต่อไป

ชั้น 3 สงวนไว้สำหรับเหล่าผู้อาวุโสของสถาบันปรมาจารย์เท่านั้น มีหนังสือเทคนิควรยุทธทั้งระดับเซียนมือใหม่และระดับเซียนตัวจริง แต่ปริมาณโดยรวมน้อยกว่าน้อยกว่าชั้น 1 กับชั้น 2

หลังจากถ่ายโอนหนังสือและประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าแล้ว ในที่สุดจางเซวียนก็ประมวลเคล็ดวิชาเทียบฟ้าขั้นตัวดักแด้ไปจนถึงขั้นเซียนมือใหม่ได้สำเร็จ

พูดง่ายๆก็คือ เขาสามารถยกระดับวรยุทธจากตัวดักแด้ขั้นต้นไปถึงระดับเซียนขั้นต้นได้ภายใน 6 ชั่วโมง หากต้องการจะทำ

จางเซวียนหัวเราะหึๆอย่างพอใจ และเพ่งสมาธิเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้า เพื่อเปิดดูเคล็ดวิชาเทียบฟ้าระดับกึ่งเซียน

แต่ครู่ต่อมาก็เริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวด

เทคนิควรยุทธนั้นไม่มีข้อบกพร่องใด ซึ่งหากเขาฝึกฝนตาม ก็จะยกระดับวรยุทธตัวของตัวเองไปสู่ขั้นกึ่งเซียน เซียนมือใหม่ และเซียนตัวจริงได้อย่างง่ายดาย

แต่หากทำแบบนั้น ก็จะหลอมได้แค่แก่นต้นกำเนิดเกรด 3 ซึ่งแม้แก่นต้นกำเนิดเกรด 2 ขั้นต้นที่อ่อนแอที่สุดของเคล็ดวิชาถอดรหัสเซียนก็ยังแข็งแกร่งกว่าแก่นต้นกำเนิดเกรด 3 มาก

ตอนแรก จางเซวียนยังสงสัยอยู่ว่าทำไมถึงมีความเหลื่อมล้ำมากมายนักระหว่างเคล็ดวิชาถอดรหัสเซียนกับเคล็ดวิชาเทียบฟ้าขั้นตัวดักแด้ ขั้นกึ่งเซียน และขั้นเซียนมือใหม่ แต่หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพักก็ได้คำตอบ

หนังสือเทคนิควรยุทธทั้งหมดที่มีอยู่ในหอสมุดนั้น ไม่มีสักเล่มที่จะพูดถึงการฝึกฝนวรยุทธเพื่อหลอมแก่นต้นกำเนิดเกรดสูง ต่อให้เขารวบรวมเทคนิควรยุทธได้มากแค่ไหน ผลที่ประมวลได้ก็ยังคงเป็นแบบธรรมดา

ถ้าจะเปรียบเทียบตามหลักเหตุผลก็คือ ไม่ว่าจะศึกษาวิธีการสร้างกระท่อมฟางอย่างลึกซึ้งแค่ไหน ก็ไม่อาจสร้างปราสาทราชวังได้

แม้เนื้อหาของทั้งคู่จะพูดถึงการยกระดับวรยุทธไปสู่ขั้นที่สูงขึ้น แต่โดยหลักการกับเป้าหมายนั้นแตกต่างกันมาก

การฝึกฝนวรยุทธตามแบบของเคล็ดวิชาถอดรหัสเซียนนั้นยากกว่า แต่ก็มีโอกาสที่เราจะได้แก่นต้นกำเนิดเกรด 1 และกลายเป็นเซียนฟ้าประทาน แต่หากเราฝึกฝนวรยุทธตามเทคนิควรยุทธทั่วไป ก็จะไม่มีโอกาสเลย จางเซวียนคิด

การฝึกฝนวรยุทธตามแบบของเคล็ดวิชาถอดรหัสเซียนนั้นต้องมีของล้ำค่าและหินวิเศษในปริมาณมากกว่า จึงถือเป็นเส้นทางที่ยากลำบาก แต่หากเขาทำสำเร็จ ก็จะมีพละกำลังมากกว่าอีกเส้นทางหนึ่งอย่างเทียบไม่ได้

ในเมื่อสามารถหลอมแก่นต้นกำเนิดได้เพียงครั้งเดียว จึงเป็นธรรมดาที่จะต้องเลือกวิธีที่ได้ผลดีที่สุด

เมื่อตัดสินใจแล้ว จางเซวียนจึงไม่รีบร้อนฝึกฝนวรยุทธ แต่มุ่งหน้าไปยังชั้น 4

ชั้น 4 นั้นเปิดให้เข้าเฉพาะอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์ ไม่มีหนังสือเทคนิควรยุทธหรือเทคนิคการต่อสู้ แต่มีหนังสือมากมายที่บรรจุความรู้ความเข้าใจของอาจารย์ใหญ่คนก่อนๆ รวมถึง ข้อมูลที่เป็นความลับสุดยอดของสถาบันด้วย

เมื่อถ่ายโอนหนังสือทั้งหมดเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้าแล้ว จางเซวียนก็มุ่งหน้าไปยังชั้นบนสุด

สิ่งที่มีอยู่ในชั้น 5 ส่วนใหญ่เป็นของที่ผู้ก่อตั้ง, มู่ข่าย ทิ้งไว้ จางเซวียนกวาดสายตาไปทั่วห้อง ดูเหมือนจะไม่มีเคล็ดวิชาถอดรหัสเซียนอยู่ในหมู่ข้าวของเหล่านั้น แต่ก็ยังมีหนังสือเทคนิควรยุทธล้ำค่าอยู่อีกมากมาย ส่วนใหญ่เป็นของนักรบระดับเซียนขั้น 1 แถมท้ายด้วยเทคนิควรยุทธของนักรบระดับเซียนขั้น 2 และชั้น 3 อีกไม่มาก

ยังมีวรยุทธเกี่ยวกับการบ่มเพาะกายเนื้อและจิตวิญญาณอยู่ด้วย

ใช้เวลาไม่นาน จางเซวียนก็ถ่ายโอนทุกอย่างเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้าจนหมด

เอาล่ะ ได้เวลาฝึกฝนวรยุทธเสียที

หลังจากประมวลทุกอย่างแล้ว จางเซวียนก็รู้ว่าตัวเขามีเทคนิคการต่อสู้และเทคนิควรยุทธเทียบฟ้า มากกว่า 12 ชุดอยู่ในหอสมุดเทียบฟ้า เขาสูดหายใจลึก และหาพื้นที่เหมาะๆในห้องเพื่อทรุดตัวลงนั่ง

ในเมื่อเขามีเทคนิควรยุทธขั้นตัวดักแด้แล้ว ทั้งยังมีผลหิ่งห้อยแดงสำหรับการฝ่าด่านวรยุทธไปสู่ขั้นกึ่งเซียน ก็ถึงเวลายกระดับวรยุทธเสียที!

จางเซวียนหยิบธงค่ายกล 2 อันออกมาจากแหวนเก็บสมบัติ แล้วสร้างค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณเกรด 6 ขึ้นในบริเวณนั้น ก่อนจะนำหินวิเศษขั้นสูง 2 ก้อนออกมาและวางลงไป

พรึ่บ!

เมื่อค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณถูกเปิดใช้งาน พลังจิตวิญญาณที่ถูกดูดออกมาจากหินวิเศษขั้นสูงก็ก่อตัวเป็นหมอกหนาขึ้นทั่วบริเวณ แม้จะยังไม่ทันได้ฝึกฝนวรยุทธ พลังจิตวิญญาณก็ซึมซาบเข้าบ่มเพราะร่างกายของเขาโดยอัตโนมัติ

จางเซวียนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นก่อนจะเปิดทุกรูขุมขนเพื่อซึมซับพลังจิตวิญญาณจากในอากาศเข้าสู่ร่างกายด้วยความเร็วอย่างบ้าคลั่ง

พลังจิตวิญญาณที่อยู่ในหินวิเศษนั้นบริสุทธิ์และหนักแน่นกว่าพลังจิตวิญญาณที่อยู่ในน้ำหล่อเลี้ยงเส้นเลือดปฐพี ทำให้เหมาะกับการยกระดับวรยุทธของเขา

จางเซวียนหลับตาและเริ่มควบคุมพลังปราณให้หมุนเวียนตามเส้นทางของเคล็ดวิชาถอดรหัสเซียน พลังปราณกระแสแล้วกระแสเล่าถูกรวบรวมเข้าสู่จุดตันเถียนและถูกบีบให้กลายเป็นสาย

เคล็ดวิชาถอดรหัสเซียนในครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน

สำหรับเวอร์ชั่นเก่า 7 สายของพลังปราณรวมกันเป็น 1 ปม, 7 ปมรวมกันเป็น 1 ช่อ และ 7 ช่อรวมกันเป็น 1 รหัส

แต่สำหรับฉบับปรับปรุงใหม่ พลังปราณ 9 สายรวมกันเป็น 1 ปม, 9 ปมรวมกันเป็น 1 ช่อ และ 9 ช่อรวมกันเป็น 1 รหัส

เพราะตามข้อสันนิษฐานของเขา รูปแบบที่สอดคล้องกับธรรมชาติและสรวงสวรรค์มากที่สุดคือระบบเลข 9

ฟิ้วววววว!

พลังจิตวิญญาณพุ่งเข้าสู่ร่างของจางเซวียนอย่างรวดเร็ว และเขาก็รีบเปลี่ยนมันเป็นพลังปราณ ก่อนจะจัดการให้กลายเป็นปม ช่อ และรหัสตามลำดับ

สำหรับการฝึกฝนวรยุทธเพื่อให้ได้แก่นต้นกำเนิดเกรดสูงนั้น เคล็ดวิชาถอดรหัสเซียนมีความซับซ้อนกว่าเคล็ดวิชาเทียบฟ้าแบบทั่วไปมาก ทั้งยังยากและสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าด้วย

ถ้าจางเซวียนเลือกที่จะฝึกฝนเคล็ดวิชาเทียบฟ้าแบบธรรมดา เขาจะสามารถยกระดับวรยุทธได้ 1 ขั้นภายในเวลา 2 ชั่วโมงเป็นอย่างมาก แต่หากใช้เคล็ดวิชาถอดรหัสเซียน ต่อให้ฝึกฝนวรยุทธ 2 ชั่วโมงเต็ม ก็ยังขยับไม่ได้แม้แต่ขั้นเดียว

เพิ่งจะตอนนี้เองที่เขาเข้าใจว่าทำไมปรมาจารย์มู่ถึงต้องใช้เวลาหลายร้อยปีในการฝึกฝนเพื่อให้ได้แก่นต้นกำเนิดเกรด 2 ขั้นสูง แม้เคล็ดวิชาถอดรหัสเซียนจะให้ผลน่าทึ่งในการยกระดับแก่นต้นกำเนิด ทำให้มีพละกำลังเหนือกว่านักรบที่มีวรยุทธระดับเดียวกัน แต่ก็ต้องอาศัยสิ่งแลกเปลี่ยนมากมายจนแทบจะเรียกว่าไม่รู้จักจบสิ้น

ด้วยเหตุนี้ ถึงจะมีความเร็วในการยกระดับวรยุทธตามแบบของจางเซวียน และได้ความช่วยเหลือของค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณเกรด 6 แต่เขาก็ยังต้องใช้เวลา 1 วันเต็มๆกว่าจะสำเร็จวรยุทธตัวดักแด้ขั้นสูงสุด

สำหรับสิ่งที่ควรจะใช้เวลาเพียง 2 ชั่วโมง แต่ต้องยืดเยื้อออกไปเป็นวันแบบนี้ เห็นชัดว่าเคล็ดวิชาถอดรหัสเซียนนั้นยากเย็นแค่ไหน

แต่ถึงอย่างไร จางเซวียนก็ไม่ได้รีบร้อนอยู่แล้ว ต่อให้ทั้งวันก็ไม่มีปัญหา

ตามที่ปรมาจารย์มู่บอกไว้ เขาต้องใช้เวลามากกว่า 200 ปีกว่าจะมาถึงจุดนี้

จางเซวียนนั่งนิ่งอยู่กับพื้น เขาขับเคลื่อนพลังปราณอย่างอดทน แล้วระดับวรยุทธก็ค่อยๆสูงขึ้น

ตัวดักแด้ ขั้นต้น!

ตัวดักแด้ ขั้นกลาง!

ตัวดักแด้ ขั้นสูง!

…..

อีก 1 วันต่อมา ในที่สุดจางเซวียนก็สำเร็จวรยุทธตัวดักแด้ขั้นสูงสุด ตอนนี้ อีกเพียงขั้นเดียวก็จะฝ่าด่านวรยุทธไปสู่การเป็นนักรบระดับกึ่งเซียนได้แล้ว

ความแข็งแกร่งของเราเพิ่มขึ้นอีกมาก

จางเซวียนหยุดระดับวรยุทธไว้ก่อน จากนั้นก็สำรวจสภาวะร่างกาย และอดไม่ได้ที่จะตั้งข้อสังเกตด้วยความยำเกรง

สำหรับนักรบตัวดักแด้ทั่วไป ความต่างของวรยุทธในแต่ละขั้นย่อยคือ 3 ล้านติ่ง แต่เพราะจางเซวียนฝึกฝนวรยุทธโดยใช้เคล็ดวิชาถอดรหัสเซียน ความแตกต่างของพละกำลังในแต่ละขั้นย่อยของเขาจึงกลายเป็น 6 ล้านติ่ง!

(นักรบตัวดักแด้ขั้นต้นโดยทั่วไปมีพละกำลัง 25 ล้านติ่ง, ขั้นกลาง 28 ล้านติ่ง, ขั้นสูง 31 ล้านติ่ง และขั้นสูงสุด 34 ล้านติ่ง)

ระดับวรยุทธของพลังปราณแต่เดิมนั้น จางเซวียนมีอยู่ที่ 29 ล้านติ่ง แต่หลังจากสำเร็จวรยุทธตัวดักแด้ขั้นสูงสุดแล้ว ก็เพิ่มขึ้นอีก 18 ล้านติ่ง กลายเป็น 47 ล้านติ่ง!

เมื่อรวมเข้ากับวรยุทธของจิตวิญญาณ 20 ล้านติ่ง และวรยุทธของกายเนื้ออีก 32 ล้านติ่ง พละกำลังรวมของเขาจะอยู่ที่ 99 ล้านติ่ง อีกนิดเดียวก็จะได้ 100 ล้านติ่ง ซึ่งเป็นพละกำลังของนักรบระดับเซียนตัวจริง!

พูดอีกอย่างก็คือ ในแง่ของพละกำลัง เขาเกือบจะเทียบเท่ากับนักรบระดับเซียนแล้ว

น่าสะพรึงที่สุด!

สำหรับนักรบตัวดักแด้ขั้นสูงสุดคนหนึ่งที่มีพละกำลังเกือบจะเทียบเท่ากับนักรบระดับเซียน จะมีใครในทวีปแห่งปรมาจารย์เชื่อเขาหรือไม่หากเขาบอกไป?

แต่ถึงจางเซวียนจะมีพละกำลังเทียบเท่ากับนักรบระดับเซียน เขาก็ยังเป็นรองหากต้องต่อสู้กับนักรบระดับเซียนตัวจริง

เพราะพละกำลังเหนือชั้นของนักรบระดับเซียนนั้นไม่ได้มาจากการยกระดับวรยุทธเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงความรู้ความเข้าใจในกฎเกณฑ์ของโลกด้วย นักรบระดับเซียนคนหนึ่งสามารถโจมตีคู่ต่อสู้จากระยะไกลได้โดยแทบไม่มีอะไรบุบสลาย แต่หากจางเซวียนต้องการใช้ทั้งพละกำลังจากกายเนื้อและจากจิตวิญญาณ เขาจะต้องอยู่ในระยะประชิดกับคู่ต่อสู้ เพราะหากไม่ใช้ 2 อย่างนี้รวมกัน เขาจะมีพละกำลังแค่ 47 ล้านติ่ง ซึ่งเทียบเท่ากับนักรบระดับกึ่งเซียนขั้นสูงเท่านั้น

แต่ถึงอย่างไร ประสิทธิภาพการต่อสู้ที่เป็นอยู่ก็ถือว่าน่าสะพรึงแล้ว ต่อให้อาจารย์ใหญ่โม่หลิ่วเจินก็สู้เขาไม่ได้แล้วในตอนนี้

หลังจากดี๊ด๊ากับพละกำลังใหม่ที่ได้รับ จางเซวียนก็อดยิ้มแหยๆให้กับเศษซากที่กลาดเกลื่อนอยู่โดยรอบไม่ได้

ประสิทธิภาพในการต่อสู้ของเราสูงขึ้นมากก็จริง แต่ปริมาณการซึมซับพลังจิตวิญญาณในหินวิเศษก็เพิ่มขึ้นแบบสุดๆ

เคล็ดวิชาถอดรหัสเซียนสามารถเสริมพื้นฐานให้กับวรยุทธของเขา ทั้งยังเพิ่มความเข้มข้นของพลังปราณ ทำให้พละกำลังเพิ่มขึ้นอีกมาก แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาแสนแพง สำหรับนักรบธรรมดาคนหนึ่ง แค่จำนวนหินวิเศษที่ใช้ไปก็มากพอจะทำให้คลุ้มคลั่งแล้ว

เขาได้รับหินวิเศษขั้นสูงมาสองสามร้อยก้อนจากอู๋ฉู่และลู่เฉิง เมื่อรวมกับหินวิเศษขั้นสูงที่ได้มาจากแหวนเก็บสมบัติของอสูรเสือสีทอง และของกำนัลที่เหล่าอสูรแห่งสันเขาปุยเมฆนำมาให้ในพิธีสถาปนา จางเซวียนก็มีหินวิเศษขั้นสูงราว 800 ก้อน ทำให้เขาอู้ฟู่กว่า 10 สุดยอดปรมาจารย์แห่งสถาบันปรมาจารย์

แต่เพื่อยกระดับวรยุทธจากตัวดักแด้ขั้นต้นไปเป็นตัวดักแด้ขั้นสูงสุด เขาต้องใช้หินวิเศษขั้นสูงไปถึง 500 ก้อน นั่นมากกว่าครึ่งของหินวิเศษที่เขามีเสียอีก!

จางเซวียนมองเห็นชีวิตที่จนกรอบรออยู่ตรงหน้า

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version