Skip to content

Library Of Heaven’s Path 934


ตอนที่ 934 เฉินซู

เป็นเรื่องสุดแสนเหนือความคาดหมายของจูเจี้ยนที่เขาเอาชนะอีกฝ่ายได้

เขาได้เห็นประสิทธิภาพการต่อสู้ของฉูไท่ตั้งแต่ตอนที่อยู่ด้านล่างเวทีแล้ว มีทั้งความเชี่ยวชาญเป็นเลิศในศิลปะเพลงดาบ ประกอบกับท่วงท่าเฉียบคมและแม่นยำ ต่อให้ตัวเขา 3 คนก็สู้ไม่ไหว นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เขาลังเลจนถึงวินาทีสุดท้ายก่อนจะกระโดดขึ้นเวที และที่เขาตอบโต้ออกไปก็เพราะหวนนึกถึงคำสอนของอาจารย์ใหญ่จางได้เท่านั้น

การบรรยายของอาจารย์ใหญ่จางครอบคลุมการรับมือกับบุคคลที่มีทั้งความแข็งแกร่ง ศิลปะเพลงดาบ และปฏิกิริยาตอบโต้ที่แทบจะเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบ ในตอนนั้น เขาคิดว่าตัวเองคงไม่มีโอกาสได้เผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่น่าสะพรึง จึงไม่ได้คิดอะไรมากมาย ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะได้ทำอย่างที่อาจารย์จางสั่งสอนไว้จริงๆ และสร้างปาฏิหาริย์ครั้งยิ่งใหญ่

เอาชนะคู่ต่อสู้ได้ด้วยนิ้วเพียงนิ้วเดียว เอาจริงๆ สิ? มันจะง่ายเกินไปไหม?

หมอนี่คือผู้เชี่ยวชาญที่เก่งกาจขนาดจ้าวจงฉวนยังต้านทานการโจมตี 3 ครั้งไม่ได้ไม่ใช่หรือ?

“ปะ-ปะ- เป็นไปได้อย่างไร? กะ-กะ-เกิดขึ้นได้อย่างไรกัน?”

“ผมก็ไม่รู้ แต่ดูเหมือนยอดขุนพลฉูไท่จะพ่ายแพ้”

“ผู้เชี่ยวชาญมากมายที่ขึ้นไปก่อนหน้านี้ต้านทานการโจมตีของเขาได้ไม่ถึง 3 ครั้งเสียด้วยซ้ำ แต่หมอนี่ทำให้เขาพ่ายแพ้?”

“ตัวแทนจากสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนเป็นกลุ่มที่อ่อนแอที่สุดในหมู่พวกเราไม่ใช่หรือ มันเกิดอะไรขึ้น?”

ขณะที่จูเจี้ยนยังงงงันกับเหตุการณ์บนเวที ฝูงชนด้านล่างก็แทบจะบ้า แต่ละคนตาโตและอ้าปากค้างราวกับเห็นผี

เพิ่งเมื่อครู่นี้เองที่ตัวแทนจาก 4 สถาบันปรมาจารย์ได้สำแดงประสิทธิภาพการต่อสู้ออกมา ทุกคนจึงพอกะระดับความแข็งแกร่งของทุกฝ่ายได้คร่าวๆ

ผู้ที่กำลังยืนอยู่บนเวทีในตอนนี้, จูเจี้ยน ไม่อาจจัดอยู่ใน 50 อันดับหรือ 80 อันดับแรกเสียด้วยซ้ำ แต่สามารถเอาชนะฉูไท่ได้ด้วยการจิ้มเพียงครั้งเดียว ทำไมประสิทธิภาพการต่อสู้ถึงเปลี่ยนแปลงไปได้มากมายขนาดนั้น?

“คุณขี้โกง!”

หลังจากไอและกระอักเลือดออกมาหลายครั้ง ฉูไท่ก็รวบรวมลมหายใจและลุกขึ้นยืนได้สำเร็จ เขาจ้องหน้าชายหนุ่มด้วยแววตาเป็นประกายดุดันราวกับสัตว์ป่า

ไม่น่าเชื่อว่าตัวเขาซึ่งเป็นถึงยอดขุนพลผู้ทรงเกียรติจะมาพ่ายแพ้ให้กับคนที่ด้อยกว่าเขาในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นพลังปราณ พละกำลัง หรือปฏิกิริยาตอบโต้ แถมยังพ่ายแพ้เพราะการจิ้มเพียงครั้งเดียว คาดเดาได้ไม่ยากว่าเขาจะโมโหเดือดและรู้สึกเสื่อมเสียศักดิ์ศรีแค่ไหน

“ผม” จูเจี้ยนถึงกับอึ้ง ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร

ตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าเอาชนะอีกฝ่ายได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้ จึงอดที่จะรู้สึกไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเองขี้โกง

แต่มันก็เป็นการดวลที่บริสุทธิ์ยุติธรรม อีกทั้งเขายังใช้มือเปล่าสู้กับอาวุธ เพราะฉะนั้น ชัยชนะของเขาจึงเป็นสิ่งที่ชัดเจน

“คุณกล้าดวลกับผมอีกครั้งไหม?” ฉูไท่กัดฟันถาม

จูเจี้ยนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดก็พยักหน้า “ได้สิ”

อันที่จริง ไม่ใช่ฉูไท่คนเดียวที่มีความคิดแบบนั้น ผู้เข้าแข่งขันมากมายที่อยู่ด้านล่างก็คิดเหมือนเขา คือหากจูเจี้ยนยืนกรานว่าเขาเป็นผู้ชนะ ชัยชนะของเขาก็ถือว่าไม่สมเกียรติ

“คราวนี้ผมจะไม่ออมมือให้คุณแล้ว”

ได้ยินว่าจูเจี้ยนตกลงยอมรับการดวล ฉูไท่คำรามกร้าวขณะกวัดแกว่งดาบ เกิดเป็นรูปมังกรตัวมหึมา มันพุ่งเข้าใส่จูเจี้ยนด้วยพละกำลังอันน่าทึ่ง

เทคนิคการต่อสู้นี้น่าสะพรึงยิ่งกว่าศิลปะเพลงดาบที่เขาใช้ในการดวลครั้งก่อน ยังไม่ทันที่ดาบจะถึงตัวจูเจี้ยน เวทีก็แยกออกเป็น 2 ซีกเพราะกระแสดาบฉีที่แผ่ออกมา

เมื่อเผชิญหน้ากับการจ้วงแทงด้วยพละกำลังมหาศาลขนาดนั้น จูเจี้ยนรีบนึกถึงคำสอนของอาจารย์ใหญ่ สถานการณ์ครั้งนี้ก็เหมือนกับคราวก่อน และอาจารย์ใหญ่จางก็ได้อธิบายไว้แล้วว่าจะต้องตอบโต้อย่างไรเมื่อเจอกับกระบวนท่าดังกล่าว

ดังนั้น เขาจึงเอี้ยวตัวหลบไปด้านข้าง พร้อมกับใช้นิ้วของตัวเองแทนดาบ แล้วจ้วงแทงเข้าไป

นิ้วที่พลุ่งพล่านด้วยพลังปราณจิ้มเข้าไปในผิวหนังราวกับพลั่ว

พริบตาต่อมา ฉูไท่ผู้สง่างามก็ทรุดฮวบลงกับพื้นอีกครั้งหนึ่ง เขาหน้าซีดเผือด กระอักเลือดออกมากองใหญ่

อันที่จริงสภาพของเขาแย่กว่าครั้งก่อนเสียอีก เพราะเลือดพุ่งออกมาจากปากไม่หยุดราวกับน้ำพุ

ฝูงชนเงียบกริบ ไม่มีใครพูดอะไรสักคำ

“เขาแพ้อีกแล้วหรือ?”

“คราวนี้เขาใช้พละกำลังเต็มพิกัดเลยนะ แต่ก็ยังแพ้ในกระบวนท่าเดียว เป็นไปได้ไหมว่าจูเจี้ยนคนนั้นปกปิดระดับวรยุทธของตัวเองมาตลอด?”

“ผมก็บอกไม่ได้ ท่วงท่าของเขาช่างล้ำลึกจริงๆ”

สามแชมป์เกรด 1 จาก 3 สถาบัน พากันมองหน้ากันอย่างพรั่นพรึง เหงื่อไหลเป็นทางอาบใบหน้า

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้มองนักเรียนของหงหย่วนเป็นคู่ต่อสู้เสียด้วยซ้ำ ต่างคิดว่าด้วยศักยภาพของหงหย่วน คงไม่มีทางชิงโควต้าได้แม้แต่ที่เดียว ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าตัวแทนจากหงหย่วนที่ดูไม่มีภาษีอะไรจะเอาชนะยอดขุนพลได้ง่ายดายแบบนี้

“คุณ คุณ” ฉูไท่กระเสือกกระสนลุกขึ้นยืนด้วยความยากลำบาก ก่อนจะชี้นิ้วที่สั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวมาที่จูเจี้ยน

เขาไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ครั้งนี้ได้ มาถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใช้วิธีไหนเล่นงาน

ไม่น่าเชื่อว่าตัวเขาซึ่งเป็นถึงยอดขุนพล เป็นนักรบผู้ไร้เทียมทาน จะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับคู่ต่อสู้ที่มีวรยุทธระดับเดียวกันโดยไม่รู้ว่าพ่ายแพ้เพราะอะไร สถานการณ์อันเหลือเชื่อนี้ทำให้เขาแทบคลั่ง

เห็นฉูไท่ไม่ยอมแพ้ จั๋วจิงเฟิงคำรามเสียงเย็น “พอได้แล้ว วันนี้ยังทำให้ตัวเองอับอายไม่พออีกหรือ?”

“หัวหน้า, ผม” ฉูไท่หันไปมองจั๋วจิงเฟิงอย่างร้อนใจ ไม่อยากปล่อยให้เรื่องผ่านไปแบบนี้

“ชายหนุ่มคนนั้นอาจเทียบกับคุณไม่ได้ในเรื่องของพลังปราณและพละกำลัง แต่ความเข้าใจในเทคนิควรยุทธและการฉกฉวยเวลาในการต่อสู้นั้น เขาเหนือกว่าคุณมาก การใช้นิ้วจ้วงแทงที่เขาแสดงออกมาก็ดูธรรมดาและไม่น่าประทับใจอะไร แต่เป็นท่วงท่าที่จะทำได้ก็ต่อเมื่อผู้นั้นมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในศิลปะเพลงดาบและการไหลเวียนของพลังปราณเท่านั้น” จั๋วจิงเฟิงมีสายตาเฉียบคม จึงมองเห็นจุดสำคัญของการต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย

“ด้วยการใช้นิ้วแทนดาบ เขาสามารถเปิดจุดอ่อนของคุณก่อนจะจู่โจมได้ทันท่วงที ความสามารถในการหยั่งรู้ระดับนี้ ถือว่าเขามีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้เป็นยอดขุนพล!”

“ใช่” เมื่อเห็นว่าแม้แต่หัวหน้ายังออกตัวให้อีกฝ่าย ฉูไท่จึงไม่กล้าโต้แย้งอะไรอีก เขาได้แต่พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจและเดินลงไป

“ผมผ่านการคัดเลือก?”

จูเจี้ยนขึ้นไปบนเวทีโดยไม่มีความหวังเรื่องชัยชนะเลย เมื่อได้ยินว่าตัวเองผ่านการคัดเลือก จึงแทบไม่เชื่อหู

“เกณฑ์การคัดเลือกของเราคือผู้นั้นต้องต้านทานการโจมตีจากยอดขุนพลได้ 3 ครั้ง ในเมื่อคุณเอาชนะยอดขุนพลของเราได้ ใครจะผ่านการทดสอบล่ะถ้าไม่ใช่คุณ!” จั๋วจิงเฟิงตอบยิ้มๆ

“ได้!” จูเจี้ยนพยักหน้าอย่างตื่นเต้นก่อนจะรีบกระโดดลงจากเวที

“เอาล่ะ ฉูไท่ คุณพักสักครู่ก่อน เฉินซู ขึ้นมาแทนที่เขา”

ยอดขุนพลนั้นเป็นผู้ทรงพลัง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีใครเอาชนะได้เลย อย่างน้อยที่สุด ตอนที่จั๋วจิงเฟิงเป็นนักรบจิตวิญญาณสอดคล้อง ฉูไท่ก็สู้เขาไม่ได้

ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานจากทั้ง 4 สถาบันปรมาจารย์ที่สามารถเอาชนะยอดขุนพลของพวกเขาได้ แม้จะเป็นจำนวนน้อย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าประหลาดใจอะไร จั๋วจิงเฟิงจึงไม่ได้คิดมาก เขาสั่งการให้ดำเนินการทดสอบต่อไป

“ได้” เฉินซูพยักหน้าก่อนกระโดดขึ้นมาบนเวที เขากวาดสายตาไปยังฝูงชนที่อยู่ด้านล่างและพูดว่า “มีใครอยากดวลกับผมบ้าง? กติกาเหมือนเดิม ขอแค่คุณต้านทานการโจมตีจากผมได้ 3 ครั้ง คุณก็จะมีคุณสมบัติเพียงพอได้เป็นยอดขุนพล!”

อาวุธที่เฉินซูใช้คือกระบี่คมกริบ เมื่อควบคู่กับรังสีอันทรงพลังและพลังปราณอันเชี่ยวกรากของเขา ฝูงชนที่อยู่ด้านล่างก็อดตัวสั่นไม่ได้เมื่อนึกถึงว่าเขาจะมีพละกำลังมากแค่ไหน

หากเปรียบเทียบกับฉูไท่ เขาดูจะแข็งแกร่งกว่าและน่าสะพรึงกว่ามาก

“ถ้าผมรู้ว่าเขาจะแข็งแกร่งขนาดนี้ ผมคงขึ้นไปเสียก่อนแล้ว”

“ไม่แตกต่างหรอกน่ะ ขนาดจ้าวจงฉวนยังรับมือกับการโจมตีจากยอดขุนพลฉูไท่ได้ไม่ถึง 3 ครั้งเลย คุณคิดว่าคุณจะทำได้ดีกว่าเขาหรือ?”

“สงสัยเหลือเกินว่าผมจะรับมือการโจมตีจากเขาได้ถึง 3 ครั้งหรือเปล่า”

เมื่อรู้สึกได้ถึงความน่าสะพรึงของเฉินซู ฝูงชนก็พากันสงสัย

ฉูไท่ก็รับมือได้ยากพออยู่แล้ว เจอพละกำลังของเฉินซูเข้าไป ก็คงไม่ต่างอะไรกับหายนะ

“ผมเอง!”

ชายหนุ่มคนหนึ่งกระโดดขึ้นไปบนเวที

“นั่นแชมป์จากรอบคัดเลือกของหลัวชิง, จางชิงซัน!”

“ด้วยพละกำลังของเขา คงรับมือไหวล่ะน่ะ”

เมื่อเห็นผู้เข้าท้าทายคนแรก ฝูงชนด้านล่างก็พากันจับจ้องไปยังเวที

จางชิงซันเป็นผู้เข้าแข่งขันเกรด 1 ที่แข็งแกร่งที่สุดของสถาบันปรมาจารย์หลัวชิง แม้แต่จ้าวจงฉวนก็สู้เขาไม่ได้

หากจางชิงซันออกโรงล่ะก็ เป็นอันแน่นอนเรื่องชัยชนะ

ฟึ่บ! ฟิ้วววว!

ท่ามกลางเสียงออกความเห็น การดวลก็เริ่มขึ้น จางชิงซันกางนิ้วแล้วเงื้อฝ่ามือออกไป กระแสพลังปราณระเบิดออกมาราวกับแม่น้ำเชี่ยวกราก

ถ้าเป็นคนอื่น คงถูกกระแสพลังปราณฉีกเป็นชิ้นๆ แล้ว แต่เฉินซูเหมือนกับเรือลำน้อยที่ลอยโต้คลื่นอันเกรี้ยวกราด ต่อให้พายุจะหนักหน่วงแค่ไหน เขาก็รับมือได้อย่างสมบูรณ์แบบ ไม่เพลี่ยงพล้ำเลยแม้แต่น้อย

ในชั่วพริบตา เฉินซูก็โจมตีไป 2 ครั้ง ทั้งคู่กำลังเสมอกัน

“คุณจะรับมือกับการโจมตี 3 ครั้งจากผมง่ายๆ ได้อย่างไร?”

เมื่อเห็นว่าตัวเองโจมตีไป 2 ครั้งแล้ว เฉินซูหรี่ตาและคำรามเสียงเย็น ทันใดนั้น กระบี่ก็ปลิวออกจากมือของเขาและพุ่งหวือแหวกอากาศไปด้วยความเร็วราวกับสายฟ้าฟาด

ฟิ้วววว!

กระบี่นั้นว่องไวมาก ยังไม่ทันที่จางชิงซันจะได้ตอบโต้ ก็รู้สึกถึงแรงปะทะจากด้านหน้า แทบจะฉีกร่างของเขาออกเป็นสองส่วน

“ซวยแล้ว”

เมื่อรับรู้ถึงอันตรายของกระบี่ จางชิงซันหรี่ตาและรีบถอย ในเวลาเดียวกันนั้นก็ชักดาบออกมาจากแหวนเก็บสมบัติเพื่อป้องกันตัว

เคร้งงงงง!

กระบี่ปะทะกับดาบ เรี่ยวแรงมหาศาลจากการปะทะนั้นทำให้พื้นด้านล่างแยกออกจากกัน เมื่อเจอกับพละกำลังรุนแรงเช่นนี้ จางชิงซันหน้าแดงก่ำ เขากระอักเลือดออกมากองใหญ่ขณะที่กระเด็นตกจากเวทีลงไปกระแทกกับพื้นด้านล่าง

“ผมแพ้? แพ้ได้ไง?” จางชิงซันนอนนิ่งอยู่กับพื้น ใบหน้าซีดเผือดราวกระดาษ ยังไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น

เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญหมายเลขหนึ่งของนักเรียนเกรด 1 ในสถาบันปรมาจารย์หลัวชิง แต่ด้วยพละกำลังอันน่าทึ่งของเขา เขากลับรับมือกับการโจมตี 3 ครั้งของอีกฝ่ายไม่สำเร็จ เมื่อรู้ตัวว่าไม่ผ่านการคัดเลือกเป็นยอดขุนพล ความรู้สึกพ่ายแพ้ที่โถมทับหัวใจของเขาทำให้เขาคับข้องใจอย่างหนัก

“เฉินซู ทำบ้าอะไรน่ะ! ก่อนมาที่นี่ผมบอกคุณไว้ว่าอย่างไร? ผมไม่ได้บอกหรือว่าห้ามใช้ศาสตร์ลับ?”

ขณะที่จางชิงซันกำลังหดหู่กับความพ่ายแพ้ เสียงกราดเกรี้ยวของจั๋วจิงเฟิงก็ดังลั่นไปทั่วสนามฝึกซ้อม

ถ้าเป็นการปะทะกันแบบทั่วไป จางชิงซันจะต้องต้านทานการโจมตี 3 ครั้งได้อย่างง่ายดาย แต่ใครจะไปรู้ว่าลูกน้องของเขาจะแหกกฎและใช้กระบวนท่าต้องห้ามในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้

“ผม” เฉินซูหน้าแดงก่ำ

การได้เห็นฉูไท่พ่ายแพ้กับตาทำให้เขาไม่สบายใจ

เมื่อรู้ตัวแล้วว่าตัวเองไม่อาจเอาชนะคู่ต่อสู้ได้ภายในการโจมตี 3 ครั้ง เขาจึงตื่นตระหนกขึ้นมา ทำให้พลั้งมือใช้ศาสตร์ลับไป

หลังจากสั่งสอนเฉินซูแล้ว จั๋วจิงเฟิงก็หันไปทางเสิ่นผิงเชาและพูดว่า “ต้องขออภัยด้วย อาจารย์ใหญ่เสิ่น ลูกน้องของผมทำผิดพลาดครั้งใหญ่ แม้จางชิงซันจากสถาบันปรมาจารย์หลัวชิงของคุณจะพ่ายแพ้การดวล แต่เขาก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้เป็นยอดขุนพล!”

“ขอบคุณมาก ยอดขุนพลจั๋ว” เมื่อได้ยินว่าลูกศิษย์ของตัวเองมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะได้เป็นยอดขุนพล เสิ่นผิงเชาถอนหายใจเฮือกใหญ่และประสานมือคารวะเป็นการขอบคุณ

การกระทำของจั๋วจิงเฟิงนั้นถือว่าเหมาะสมและมีมารยาท เป็นการให้เกียรติกัน ด้วยเหตุนี้ อย่างน้อยก็ต้องตอบแทนด้วยการขอบคุณ

หลังจากจัดการเรื่องจางชิงชันแล้ว จั๋วจิงเฟิงก็ยกมือขึ้นแล้วพูดว่า “ดวลต่อเถอะ!”

แม้ที่สุดจางชิงซันจะฝ่าฟันจนผ่านการทดสอบไปได้ แต่พิษกระบี่ที่ส่งให้เขาลอยไปนั้นก็น่าสะพรึงเสียจนทำให้ผู้เข้าแข่งขันที่เหลือพรั่นพรึงไปตามๆ กัน ผู้ที่เมื่อครู่ตั้งใจจะขึ้นมาบนเวทีก็อดหวาดผวาไม่ได้

ทั้งพละกำลังและปฏิกิริยาตอบสนองของพวกเขาเทียบกับจางชิงซันไม่ได้เลย ถ้าอีกฝ่ายใช้เทคนิคอันทรงพลังนั้นกับพวกเขา ก็คงบอกได้ยากว่าจะตอบโต้ได้ทันเวลาหรือไม่ บางทีอาจจะได้รับบาดเจ็บสาหัส หรืออาจจะตัวขาดเป็นสองท่อน!

เฉินซูกวาดสายตาไปที่กลุ่มตัวแทนจากหงหย่วนขณะคำรามเสียงเย็น “อะไรกัน? ไม่มีใครกล้าดวลกับผมเลยหรือ? ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดล่ะก็ ตัวแทนจากหงหย่วนเพิ่งขึ้นมาแค่คนเดียว ใช่ไหม? มีใครอยากดวลกับผมหรือเปล่า?”

ฉูไท่ซึ่งเป็นเพื่อนรักของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเพราะนักเรียนจากหงหย่วน เขาจึงตั้งใจจะแก้แค้นรวมถึงเรียกคืนเกียรติยศศักดิ์ศรีให้กับเหล่ายอดขุนพลด้วย เขาต้องการให้พวกนั้นรู้ว่าต่อให้เป็นแค่การโจมตี 3 ครั้ง เหล่ายอดขุนพลอย่างพวกเขาก็แข็งแกร่งเกินกว่าที่ใครจะมาเทียบชั้นได้!

“เอ่อ” ได้ยินเฉินซูท้าทายกันซึ่งๆ หน้าแบบนั้น เหล่าตัวแทนจากหงหย่วนมองหน้ากันอย่างลังเล

ครู่ต่อมา ชายหนุ่มคนหนึ่งก็กัดฟันแล้วก้าวออกไป

“ผมเอง!”

เมื่อพูดจบ เขาก็กระโดดขึ้นไปบนเวที

ใครคนหนึ่งท่ามกลางฝูงชนตะโกนออกมา “จูฉี่ คุณได้อันดับสุดท้ายในรอบคัดเลือกนะ หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ยังจะรนหาที่ตายอีกหรือ?”

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version