Skip to content

Library Of Heaven’s Path 1467


ตอนที่ 1467 ศิลปะเพลงดาบของตระกูลจาง

“คุณ…”

เห็นจางชิงหัวทิ่มและสลบไป จางฉู่กับจางเหิงถึงกับหน้าถอดสี พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ตลอดเวลาที่ผ่านมา พวกเขาคิดว่าต่อให้จางเซวียนจะเก่งกาจสักแค่ไหน ก็คงไม่เหลื่อมล้ำกับพวกเขามากนัก เพราะทุกคนก็ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะเพลงดาบของตระกูลจางอยู่แล้ว

แต่ใครจะไปคิดว่าทั้งๆ ที่จางชิงใช้พละกำลังเต็มพิกัดตั้งแต่แรก ก็ยังพ่ายแพ้ในกระบวนท่าเดียว แถมอีกฝ่ายยังไม่ได้ใช้กระแสดาบฉีด้วยซ้ำ เขาเพียงแค่เตะครั้งเดียวเท่านั้น…เท่านั้นจริงๆ !

“ขอพิสูจน์หน่อยเถอะ!” จางฉู่ระบายลมหายใจยาวก่อนจะรวบรวมความกล้าและเดินออกไป

เขารู้ซึ้งถึงประสิทธิภาพการต่อสู้ของจางชิง ถึงอีกฝ่ายจะอ่อนด้อยกว่าเขา แต่ก็ยังถือว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญชั้นยอดคนหนึ่ง แต่ถึงอย่างนั้น จางเซวียนก็ยังเอาชนะเขาได้โดยไม่ได้ใช้ดาบด้วยซ้ำ ด้วยเหตุนี้ จึงไม่มีทางที่จางเหิงจะเอาชนะอีกฝ่ายได้แน่นอน

เขาจึงตัดสินใจก้าวออกไปเผชิญหน้ากับจางเซวียน

แต่ในตอนนั้น จางเหิงก็ก้าวออกมาเช่นกันและพูดว่า “ให้ผมสู้กับเขาก่อนเถอะ ถึงผมจะเอาชนะเขาไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็จะได้บีบให้เขาสำแดงศิลปะเพลงดาบออกมา ด้วยวิธีนี้ คุณก็จะมีโอกาสเอาชนะได้มากขึ้น”

“อย่ามัวร่ำไรอยู่ คุณทั้งคู่น่ะเข้ามาพร้อมๆ กันเลย!” เห็นชายหนุ่ม 2 คน ตัดสินใจไม่ได้ว่าใครควรจะออกมาก่อน จางเซวียนโบกมืออย่างรำคาญ “ผมยังต้องฝึกฝนวรยุทธนะ ไม่มีเวลาว่างพอจะมาอดทนกับความเยอะของพวกคุณ!”

ขณะที่พูด จางเซวียนก็เปิดจุดชีพจรเพื่อซึมซับพลังจิตวิญญาณจากโดยรอบ

“ได้! ถ้าคุณต้องการอย่างนั้น อย่าหาว่าพวกเราหนักมือก็แล้วกัน!” รู้ดีถึงขีดจำกัดพละกำลังของตัวเอง จางฉู่กับจางเหิงจึงไม่ปฏิเสธคำขอของจางเซวียน

ทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะเดินไปที่ใจกลางห้อง

“ด้วยกระบวนท่าของคุณก่อนหน้านี้ พวกเราคงเอาชนะคุณได้ยาก ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ถึงเราทั้งคู่จะร่วมมือกันโจมตีคุณ แต่กระบวนท่าที่เราใช้ก็จะอยู่ในขอบเขตของศิลปะเพลงดาบของตระกูลจางเท่านั้น จึงถือว่าไม่มีอะไรผิดกฎ” จางฉู่พูด

จากนั้นเขาก็ประสานมือและโค้งคำนับเล็กน้อยเพื่อแสดงมารยาทให้กับคู่ต่อสู้

“เริ่มกันเถอะ!” จางเซวียนพูดอย่างรำคาญ

เขารู้อยู่แล้วว่าตระกูลจางนั้นไร้ยางอาย พวกนั้นพร้อมที่จะหาข้อแก้ตัวทุกชนิดเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับสิ่งที่ตัวเองทำลงไป ดังนั้นเขาจึงไม่อยากเสียเวลาถกเถียงกับจางฉู่ว่าการกระทำไหนที่จะเรียกว่ายุติธรรม

จางฉู่กับจางเหิงรีบลดระดับวรยุทธลงมาเป็นสุดยอดการควบคุมขั้นสูงสุด จากนั้นพวกเขาก็พุ่งออกไปคนละทิศทางและเข้าโจมตีจางเซวียนจากทั้งสองฝั่ง เกิดเสียงดังกึกก้องกลางอากาศขณะที่ทั้งคู่กวัดแกว่งดาบเข้าใส่จางเซวียน

หากมองเผินๆ ก็ดูเหมือนศิลปะเพลงดาบของพวกเขาจะไม่มีอะไรพิเศษ ออกจะดูเชื่องช้าไปสักหน่อยด้วยซ้ำ แต่การโจมตีเหล่านั้นพุ่งตรงเข้าสู่จุดอ่อนของจางเซวียน ไม่ว่าเขาจะพยายามแก้ไขสถานการณ์สักแค่ไหน อีกฝ่ายก็สามารถปรับเปลี่ยนการเคลื่อนไหวของตัวเองและต้อนเขาให้จนมุมได้อยู่เรื่อยๆ

ความรวดเร็วที่แท้จริงนั้นไม่ใช่เฉพาะการกวัดแกว่งดาบ แต่ยังเกี่ยวข้องกับการโจมตีที่ส่งผลให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดด้วย

“นี่มัน…ศิลปะเพลงดาบชิงเหมิง!” เจี้ยนชิงเซินอุทานด้วยความประหลาดใจ

คู่รักชิงเหมิงนั้นเป็นที่ขึ้นชื่อในความเชี่ยวชาญอันน่าทึ่งในศิลปะเพลงดาบ ลำพังข้อเท็จจริงที่ว่าแม้แต่ปรมาจารย์หยางยังยกย่องพวกเขา ก็เพียงพอที่จะบอกได้แล้วว่าทั้งคู่ทรงพลังแค่ไหน

ศิลปะเพลงดาบที่จางฉู่กับจางเหิงนำมาใช้นั้นเป็นศิลปะเพลงดาบที่ทั้งคู่เติบโตมากับมัน แม้จะไม่รวดเร็วเหมือนกับกระบวนท่าอื่นๆ ในศิลปะเพลงดาบของตระกูลจาง แต่การเคลื่อนไหวอย่างเฉียบคมและยืดหยุ่นในทุกสถานการณ์ก็ทำให้รับมือด้วยได้ยาก

หากทั้งคู่มีวรยุทธระดับเดียวกันกับเขา ต่อให้ตัวเขาก็ไม่มีทางเลือก นอกจากต้องยอมแพ้!

ศิลปะเพลงดาบชิงเหมิงนั้นได้ชื่อจากผู้คิดค้นทั้งสองคน แนวคิดของมันคือความเป็นธรรมชาติของชีวิตและการมีขึ้นมีลงอย่างไม่มีจุดจบราวกับภาพลวงตาในความฝัน หากสำแดงออกมาได้ดี นอกจากประสิทธิภาพของพละกำลังอันน่าทึ่งแล้ว มันยังสามารถทำให้จิตวิญญาณต้นกำเนิดหวั่นไหวและนำไปสู่สภาวะของจิตใจที่เกิดความไม่มั่นคงขึ้น เพียงเท่านี้ ผู้ที่มีจิตใจอ่อนแอก็ไม่อาจรับมือกับมันได้แล้ว

“ศิลปะเพลงดาบของคุณไม่เลวเลย!” จางเซวียนพยักหน้าอย่างยอมรับ

ศิลปะเพลงดาบของทั้งคู่ทำให้จางเซวียนเกิดความรู้สึกไม่คุ้นเคย ราวกับทะลุมิติกลับไปยังยุคประวัติศาสตร์ ได้เห็นความเจริญรุ่งเรืองและความร่วงโรยกับตา ตึกรามบ้านช่องมากมายที่ผุดขึ้นและถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตาเขา ความร่ำรวยและอำนาจ…สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่มนุษย์ใฝ่หา แต่เมื่อเผชิญหน้ากับกาลเวลา ทุกอย่างก็ไร้ความหมาย แม้แต่ความรุ่งเรืองสูงสุดก็ยังต้องถูกฝังกลบไว้ภายใต้เม็ดทรายแห่งกาลเวลา

หากเป็นคนอื่นที่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีแบบนี้ ต่อให้มีสภาวะจิตแข็งแกร่งสักแค่ไหน ก็ยังจะต้องหวั่นไหวไปเพราะการโจมตีนั้น แต่กับจางเซวียนถือเป็นข้อยกเว้น

แม้แต่ปีศาจใต้สำนึกยังทำอะไรเขาไม่ได้ นับประสาอะไรกับการโจมตีแบบนี้!

เขามีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ขณะที่เผชิญกับการโจมตีของทั้งคู่ ราวกับเป็นเพียงผู้ชมเหตุการณ์เท่านั้น เขากวัดแกว่งดาบครั้งแล้วครั้งเล่า ดูเหมือนจะทำลายทุกอย่างให้พินาศไป

จางฉู่กับจางเหิงหน้าซีด เลือดซึมออกจากมุมปาก ถึงจุดหนึ่ง ดาบของพวกเขาก็หลุดมือและกระเด็นไปปักอยู่ที่กำแพงด้านหลัง มันสั่นสะท้านไม่หยุดจากแรงปะทะนั้น

ถึงการผนึกกำลังกันของพวกเขาจะทรงพลังสักแค่ไหน แต่ก็ยังอ่อนด้อยเมื่อเปรียบเทียบกับจางเซวียน เขาสามารถทำลายแนวคิดของศิลปะเพลงดาบและสร้างความเสียหายให้กับทั้งคู่ได้อย่างง่ายดาย

“เราแพ้แล้ว…” จางฉู่พึมพำอย่างหมดหวังขณะถอยกรูดไปหลายก้าว

ถึงตอนนี้ ชัดเจนแล้วว่าพวกเขาไม่มีโอกาสเอาชนะชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าได้เลย

เขาคิดว่าหลังจากที่ทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบที่เน้นความเร็วและได้รับมรดกตกทอดจากหัวหน้าตระกูลมาแล้ว เขาก็คงเป็นนักดาบที่ไร้เทียมทานในกลุ่มคนรุ่นเดียวกัน แต่กับชายหนุ่มคนนี้ ความแข็งแกร่งที่เขาภาคภูมิใจนักหนาดูจะกลายเป็นเรื่องน่าหัวเราะ ราวกับเขาเป็นเด็กเล็กๆ ที่เล่นขายของ

ความเข้าใจในเพลงดาบของชายหนุ่มนั้นเหนือชั้นกว่าพวกเขามาก ถึงขั้นที่ไม่อาจวัดช่องว่างระหว่างมันได้เลย

“คุณแพ้แล้ว” จางเซวียนพูด “ผมหวังว่าคุณจะรักษาสัญญาและพาผมไปชมหนังสือศิลปะเพลงดาบของตระกูลจางนะ”

แม้เขาจะพอมีความรู้อยู่บ้างเกี่ยวกับแก่นเพลงดาบที่เน้นความเร็วจากการปะทะกับจางฉู่และพรรคพวก แต่ก็ยังอยากอ่านหนังสือให้ละเอียด เพื่อจะได้ประมวลเป็นเคล็ดวิชาเทียบฟ้าและเรียนรู้จากมัน

“ไม่ต้องห่วง ผมไม่ใช่คนประเภทที่ชอบผิดสัญญา” จางฉู่ส่ายหน้าและพูดว่า “แต่คุณได้รับอนุญาตให้เข้าชมหนังสือของเราแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้นนะ ผมเกรงว่าน่าจะเป็นระยะเวลานานที่สุดที่ผมจะมอบให้คุณได้ภายใต้อำนาจของผม”

แม้จะเป็นไปไม่ได้ที่ผู้ซึ่งไม่ได้มีสายเลือดตระกูลจางจะสามารถศึกษาศิลปะเพลงดาบของตระกูลจาง แต่ถึงอย่างไร พวกเขาก็ไม่อาจปล่อยให้คนนอกเข้าชมหนังสือศิลปะเพลงดาบได้ตามสบายหรือเผยแพร่มันออกไป จางฉู่จึงตัดสินใจตั้งแต่แรกแล้วที่จะให้เวลาจางเซวียนเพียง 2 ชั่วโมง เท่านั้นตอนที่เขาตกปากรับคำขอของอีกฝ่าย

ด้วยระยะเวลาแค่นั้น ไม่มีทางที่ใครจะทำความเข้าใจศิลปะเพลงดาบอันลึกซึ้งของตระกูลจางได้

“ได้เลย” รู้ดีถึงเจตนาของจางฉู่ จางเซวียนจึงไม่พูดอะไรอีก

ถึงอย่างไร สิ่งที่เขาต้องทำก็แค่กวาดสายตาใส่บรรดาหนังสือเพื่อถ่ายโอนมันเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้าเท่านั้น เวลาสองชั่วโมงก็เกินพอที่จะทำทุกอย่างให้สำเร็จได้แล้ว

“เชิญทางนี้”

เห็นจางเซวียนตอบตกลง จางฉู่กับพรรคพวกรีบพาเขาไปยังห้องโถงใหญ่แห่งหนึ่ง ภายในห้องโถงนั้นมีสิ่งที่คล้ายกับเมื่อตอนที่เจี้ยนชิงเซินพาเขาไปยังที่พัก ที่ใจกลางห้อง มีตัวหนังสือขนาดใหญ่เป็นคำว่า ‘ดาบ’

คำว่า ‘ดาบ’ คำนี้มีรังสีที่แตกต่างกันมากจากคำว่าดาบของผู้อาวุโสผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบและเจี้ยนหลิวสุ่ย มันให้ความรู้สึกคล้ายฟ้าแลบ และเหมือนจะจะหายไปทันทีที่เบนสายตาไปจากมัน

“นี่คือหนังสือที่ผู้ก่อตั้งของเราทิ้งไว้ ถ้าคุณมีความถนัดที่เข้ากันได้กับศิลปะเพลงดาบของตระกูลจางของเรา คุณก็จะเข้าใจมันได้เอง ไม่อย่างนั้น ผมก็ช่วยอะไรคุณไม่ได้เหมือนกัน” จางฉู่พูด

“ได้” จางเซวียนโบกมือเป็นการตอบรับ

ยิ่งศิลปะเพลงดาบของสำนักไหนมีความลึกซึ้งมากขึ้นเท่าไหร่ ความถนัดของผู้ฝึกฝนเพลงดาบก็ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเท่านั้น สำหรับศิลปะเพลงดาบที่อยู่ในระดับของตระกูลจาง หากปราศจากความถนัดและความเข้าใจ ก็ไม่มีทางที่จะเข้าถึงมันได้เลย

เหมือนกับที่สระดาบ ภายใต้คำว่า ‘ดาบ’ นั้นมีตัวอักษรมากมาย เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับภูมิปัญญาที่บรรพบุรุษนักดาบได้ทำความเข้าใจเอาไว้ขณะฝึกฝนตนเอง และพวกเขาก็ได้จารึกไว้เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง

เพียงแค่กวาดสายตามอง จางเซวียนก็ถ่ายโอนตัวอักษรเหล่านั้นเข้าสู่หอสมุดเทียบฟ้าได้ทั้งหมด

เขารีบเปิดหนังสือที่ประมวลไว้ออกดู

“เขาคงไม่ได้พยายามจะศึกษาศิลปะเพลงดาบของตระกูลจางจริงๆ หรอกนะ ใช่ไหม?” เห็นสีหน้าเคร่งเครียดของจางเซวียน จางชิงหันไปกระซิบกระซาบกับจางเหิงอย่างกังวลใจ

ตอนนี้จางชิงฟื้นตัวจากอาการมึนงงที่เขาได้รับจากการดวลกับจางเซวียนแล้ว แม้จะยังคงเจ็บปวดอยู่บ้าง แต่ก็ถือได้ว่าเกือบจะเป็นปกติ

“หัวหน้าตระกูลของเรามีชื่อเสียงว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญเพลงดาบที่ปราดเปรื่องที่สุดในตระกูลตลอดหลายพันปีที่ผ่านมา แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังต้องใช้เวลาถึง 3 เดือนกว่าจะทำความเข้าใจแก่นเพลงดาบที่เน้นความรวดเร็วได้ ไม่มีทางที่หมอนั่นจะทำความเข้าใจศิลปะเพลงดาบของตระกูลจางอันลึกซึ้งได้ภายในเวลาแค่ 2 ชั่วโมงหรอก” จางเหิงตอบอย่างสุขุม ไม่กังวลใจกับเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง

“อีกอย่าง เขาก็ไม่มีสายเลือดตระกูลจาง ไม่มีทางที่จะทำความเข้าใจแนวคิดเรื่องกาลเวลาในศิลปะเพลงดาบของเราได้!” จางฉู่เข้าร่วมการสนทนาและวิเคราะห์ต่อไป “เป็นไปได้ว่าเขาคงอยากจะอ่านหนังสือเหล่านี้เพื่อค้นหาข้อบกพร่องในศิลปะเพลงดาบของพวกเราและใช้มันเป็นข้อได้เปรียบกับการดวลในอนาคต!”

“ข้อบกพร่อง? ศิลปะเพลงดาบของตระกูลจางของเราได้รับการฝึกฝนจากบรรพบุรุษมาหลายต่อหลายรุ่น แต่ไม่มีใครเคยเปลี่ยนแปลงศิลปะเพลงดาบเหล่านั้นมาก่อน จะมีข้อบกพร่องในศิลปะเพลงดาบของเราได้อย่างไร?” จางชิงคำราม

ครืนนนนน!

ทันทีที่พูดคำนั้นจบ ก็เกิดเสียงดังกึกก้อง ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นเพื่อค้นหาต้นตอของเสียงนั้น และไม่ช้า พวกเขาก็เห็นรอยร้าวเกิดขึ้นที่ตัวอักษรคำว่า ‘ดาบ’ ซึ่งอยู่ใจกลางห้อง

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version