ตอนที่ 1466 คนต่อไป!
“จางเซวียน?” หญิงวัยกลางคนผงะเช่นกันเมื่อได้ยินชื่อนั้น เธอตัวแข็งทื่อ “เป็นคนเดียวกับที่หูอี้เหว่ยพูดถึงหรือเปล่า?”
“เจี้ยนชิงเซินก็มาจากปูชนียสถานนักปราชญ์ เพราะฉะนั้น คนที่เขาพามาก็น่าจะเป็นจางเซวียนนั่นแหละ ไม่น่าเชื่อว่าเราคลาดกันเพียงนิดเดียว!” ชายวัยกลางคนอุทานพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ
เหตุผลที่เขาไม่ใส่ใจคำคัดค้านของเหล่าผู้อาวุโสในตระกูลและมุ่งหน้าไปยังปูชนียสถานนักปราชญ์ก็เพื่อจะหาตัวจางเซวียนและดูว่าใช่คนที่พวกเขาตามหามาตลอด 20 ปีหรือเปล่า…แต่ใครจะไปคิดว่าบุคคลที่พวกเขากำลังตามหากลับมุ่งหน้าไปที่ตระกูลของเขาเสียนี่!
หากทั้งคู่ไม่ได้ออกมาจากตระกูลจาง ป่านนี้ก็คงได้พบกันแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างทางพวกเขายังได้เห็นอสูรระดับเซียนบินได้ของเจี้ยนชิงเซินด้วย แต่ราวกับโชคชะตาจะเล่นตลก จึงได้คลาดกันไปแบบนั้น
ถ้ารู้เสียก่อนว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ พวกเขาคงจะเข้าไปทักทายเจี้ยนชิงเซินแล้ว
ในเมื่อเขาอยู่ที่ตระกูลจางแล้ว เราก็รีบกลับกันเถอะ!” หญิงวัยกลางคนเร่งอย่างร้อนใจ
โชคดีที่ทั้งคู่รู้ตัวเสียแต่เนิ่นๆ ไม่อย่างนั้นคงจะสายไปหากพวกเขาไปถึงปูชนียสถานนักปราชญ์ แล้วพบว่าบุคคลที่พวกเขาตามหาไม่ได้อยู่ที่นั่น
ฟึ่บ!
เมื่อได้ยินคำสั่ง อสูรระดับเซียนบินได้ก็รีบหมุนตัวกลับและบินตรงกลับไปยังตระกูลจาง
“เร็วเข้า ถามผู้อาวุโสที่ 3 ว่าจางเซวียนเป็นคนแบบไหน เขามีหน้าตาและบุคลิกอย่างไร!”
เห็นอสูรระดับเซียนกำลังเดินทางกลับด้วยความเร็ว หญิงวัยกลางคนถอนหายใจอย่างโล่งอก เธอหันไปถามชายวัยกลางคนอย่างร้อนใจ
ราวกับจะรู้อยู่แล้วว่าภรรยาของเขากังวลเรื่องอะไร ชายวัยกลางคนจึงจับมือของเธอและบีบแน่นก่อนจะพูดว่า “วางใจเถอะ ในเมื่อหูอี้เหว่ยมั่นใจ ก็มีโอกาสที่คราวนี้จะเป็นตัวจริง”
หญิงวัยกลางคนมองสามีของเธอ แต่ก็อดส่ายหน้าไม่ได้ “ฉันรู้ แต่ก็ยังอดกังวลใจไม่ได้อยู่ดี…”
“ตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมาที่เราตามหาเขา เราผิดหวังมาครั้งแล้วครั้งเล่า ผิดหวังอีกสักครั้งจะเป็นอะไรไป อีกอย่าง ต่อให้ไม่ใช่เขา เขาก็น่าจะมีความเกี่ยวข้องบางอย่างกับลูกของเรา” ชายวัยกลางคนพูด
“แถมครั้งนี้ยังมีโอกาสที่จะเป็นจริงสูงกว่าครั้งอื่นๆ ไม่อย่างนั้น เขาจะเก่งกาจถึงขนาดที่แม้แต่หูอี้เหว่ยยังอัศจรรย์ใจได้อย่างไรหากเขาไม่ได้รับพันธุกรรมของผมมา?”
ได้ยินคำนั้น ความกังวลของหญิงวัยกลางคนแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะ เธอผลักหน้าอกของสามีและพูดว่า “เลิกหลงตัวเองเสียทีเถอะ!”
วิ้ง!
ตราหยกสัญลักษณ์เรืองแสงอีกครั้ง มีข้อความส่งมา ชายวัยกลางคนแตะมันอย่างแผ่วเบา แล้วภาพเคลื่อนไหวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
ในภาพนั้นเผยให้เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งเดินอย่างสง่างามเข้าสู่ค่ายกลป้องกันตัวของตระกูลจาง หลังจากนั้น จิตวิญญาณมังกรก็ยอมจำนนให้เขา และจิตวิญญาณเสือก็เสื่อมสลายไป หลังจากนั้นไม่นาน ตึกรามบ้านช่องมากมายก็พังพินาศตามหลังเขา
ถึงตอนนี้ ชายหนุ่มมองไปรอบๆ สีหน้าของเขาเฉยเมย ไม่ได้มีความลิงโลดหรือสะใจในแววตาของเขาแม้แต่น้อย
“ใช่เขา! ต้องเป็นเขาแน่ๆ !” เมื่อเห็นรูปร่างหน้าตาของชายหนุ่ม หญิงวัยกลางคนตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น เธอเอามือปิดปากไว้เพราะเกรงว่าจะระงับอารมณ์ไม่ได้
“แต่หน้าตาของเขาไม่คล้ายทั้งคุณและผมเลยนะ ผมไม่คิดว่า…” ชายวัยกลางคนพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ หญิงวัยกลางคนก็ขัดขึ้นอย่างร้อนรน “หน้าตาของเขาอาจไม่คล้ายทั้งคุณและฉัน แต่ดวงตาของเขาเป็นดวงตาคู่เดียวกันกับที่ฉันจำได้เมื่อครั้งที่เขายังเยาว์วัย ฉันแน่ใจ เรื่องนี้ฉันไม่มีทางผิดพลาดแน่!”
ตลอด 20 ปีที่ผ่านมา เธอเห็นดวงตาคู่นั้นนับพันครั้งในความฝัน จนถึงจุดที่มันสลักแน่นในหัวใจของเธอ รูปลักษณ์ของเขาอาจเปลี่ยนแปลงไปมากตลอดระยะเวลาหลายปี แต่เธอแน่ใจว่าดวงตาคู่นั้นเป็นของบุตรชายของเธออย่างแน่นอน!
ยิ่งไปกว่านั้น หัวใจของเธอยังกระตุกโดยสัญชาตญาณตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นเขา เธอเชื่อว่าความรู้สึกนี้คงไม่หลอกลวงเธอแน่
บางที…นี่อาจเป็นสายสัมพันธ์แต่กำเนิดระหว่างพ่อแม่กับลูก เป็นความเกี่ยวพันที่กาลเวลาไม่อาจตัดให้ขาดได้
“แต่…ผู้อาวุโสที่ 3 พาเขาไปที่คลังตรวจสอบเลือดแล้ว และผลก็บ่งบอกชัดว่าเขาไม่มีสายเลือดตระกูลจาง แม้แต่จิตวิญญาณของเขาก็ยังไม่แสดงสัญญาณใดๆ ว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับแก่นสารของกาลเวลา ค่อนข้างจะแน่ใจได้ว่าเขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับตระกูลจางเลยนะ” ชายวัยกลางคนพยายามใช้เหตุผลกับภรรยาของเขา
“คลังตรวจสอบเลือด?” หญิงวัยกลางคนทำเสียงเยาะเย้ย “เจ้าพวกนั้นยังมีหน้ามาพูดเรื่องนั้นอีกหรือ? พวกเขาลืมไปแล้วหรือไงว่าทำกับลูกชายของฉันที่เจ็บป่วยไว้อย่างไรในครั้งนั้น ต่อให้เขาผ่านการทดสอบไปได้ ก็ไม่มีทางที่เขาจะมีสายเลือดตระกูลจางอยู่ในตัวหรอก บอกได้เลยว่าเขาไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับตระกูลจางอีกต่อไป! แต่เลือดของฉันยังคงไหลเวียนอยู่ในตัวเขา และฉันรู้ ฉันแน่ใจว่าเขาเป็นลูกของฉัน!”
“ในเมื่อคุณแน่ใจ ก็น่าจะเป็นอย่างนั้น แต่ดูเหมือนจางเซวียนจะทำตัวให้น่ากังวลอยู่นะ เพียงไม่ถึงหนึ่งวันที่เขามาถึงตระกูลจาง ก็สร้างเหตุการณ์วุ่นวายขึ้นมากมาย ทำลายตึกรามบ้านช่องจนราบเป็นหน้ากลอง!” เห็นภรรยาของเขายืนยันอย่างมั่นใจ ชายวัยกลางคนตัดสินใจที่จะไม่โต้เถียงเรื่องนี้กับเธอ
เขาอ่านข้อความที่เหลือบนตราสัญลักษณ์และส่ายหัว “ดูเหมือนผู้อาวุโสที่ 1 จะตัดสินใจให้จางฉู่กับพรรคพวกไปสั่งสอนบทเรียนให้เขารู้ถึงศักยภาพของตระกูลจางของเรา”
“ศักยภาพของตระกูลจางของคุณ? จางหวู่เหิงบังอาจแตะต้องลูกชายของฉันได้อย่างไร? ถ้าผมของลูกชายฉันร่วงแม้แต่เส้นเดียวล่ะก็ ฉันสาบานในนามของฉัน, หวังเหมิงหย่า ว่าฉันจะทำลายหอบรรพบุรุษตระกูลจางของคุณเสีย!” หญิงวัยกลางคนหรี่ตาอย่างดุร้ายขณะรังสีรุนแรงระเบิดออกจากร่างของเธอ
ภายใต้ความกดดันหนักหน่วงของรังสีนั้น อสูรระดับเซียนบินได้ถึงกับตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว มันร่วงผล็อยลงไปหลายร้อยเมตรก่อนที่จะเรียกพละกำลังกลับคืนมาได้อีกครั้ง
“ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณ แต่เรามาโต้เถียงกันตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ เราต้องเห็นกับตาเพื่อให้แน่ใจว่าจางเซวียนเป็นลูกชายของเราจริงๆ หรือเปล่า!” ชายวัยกลางคนพูดขณะตบหลังของภรรยาให้ระงับสติอารมณ์
จากนั้น เขาก็สั่งการอสูรระดับเซียนให้เร่งความเร็วขึ้นเพื่อมุ่งหน้าสู่ตระกูลจาง ก่อนจะเงียบไป
…..
“ตระกูลจางของเราตอบรับความต้องการของคุณแล้ว ขอแค่คุณเอาชนะพวกเราได้ เขาก็จะยอมเผชิญหน้าคุณในการดวลศิลปะเพลงดาบ”
จางฉู่กับพรรคพวกเดินกลับเข้ามาในห้อง
“เยี่ยมเลย! ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามัวเสียเวลา มาเริ่มกันเลยเถอะ!” จางเซวียนยิ้มขณะลุกขึ้นยืนและเดินไปที่ใจกลางห้อง เขากระดิกนิ้วเรียกคนทั้งสาม ขณะถามว่าใครจะเป็นคนแรก
“ผม!” จางชิงตวาดก้องพร้อมกับก้าวออกไป
เขาสะบัดข้อมือ แล้วการเคลื่อนไหวของดาบของเขาก็ปรากฏร่องรอยเป็นทางยาวสีขาว
“น่าทึ่งจริงๆ …”
ถึงการดวลจะยังไม่ทันเริ่ม แต่เจี้ยนชิงเซินก็บอกได้จากท่วงท่าของจางชิงว่าไม่มีลูกศิษย์ของเขาคนไหนจะเทียบชั้นกับอีกฝ่ายได้อย่างแน่นอน
“ผมจะลดระดับวรยุทธให้เท่ากับคุณเดี๋ยวนี้แหละ” จางชิงสูดหายใจลึกและลดระดับวรยุทธลงจนเท่ากับจางเซวียน คือสุดยอดการควบคุมขั้นสูงสุด
“ชักดาบของคุณออกมา!” จางชิงพูดขณะชี้ดาบของเขาใส่หน้าจางเซวียน
“ผมไม่จำเป็นต้องใช้ดาบเพื่อรับมือกับคุณหรอก แค่นิ้วก็พอแล้ว!” จางเซวียนหัวเราะเบาๆ ขณะชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางขึ้น
กระแสพลังปราณพุ่งออกจากปลายนิ้วของเขา เกิดเป็นสิ่งที่มีความยาวราว 3 สือ หรือยาวพอๆ กับดาบเล่มหนึ่ง
“คุณรนหาที่ตายแล้ว!” เห็นจางเซวียนกล้าสบประมาทเขา จางชิงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว เขากวัดแกว่งดาบเข้าใส่จางเซวียนอย่างไม่ลังเล
ฟึ่บ!
ในชั่วพริบตานั้น ดูเหมือนทุกอย่างจะแข็งทื่อไป ทั้งร่างของจางชิงและดาบของเขาดูจะหายวับไปจากสายตา ไม่อาจมองเห็นได้ทั้งด้วยตาเปล่าและการรับรู้จิตวิญญาณ
“ปรมาจารย์จาง ระวังด้วย!” เจี้ยนชิงเซินบอกได้ว่าจางชิงกำลังสำแดงกระบวนท่าที่ใช้แก่นเพลงดาบซึ่งเน้นความเร็ว เขารีบส่งโทรจิตเพื่อเตือนจางเซวียน
ลูกศิษย์ส่วนใหญ่ของเขาพ่ายแพ้ให้กับกระบวนท่าแบบนี้ อันที่จริง แต่ละคนไม่มีแม้แต่เวลาที่จะได้ป้องกันตัวด้วยซ้ำก่อนที่จะต้องพ่ายแพ้ไป
ตอนนี้ อะไรๆ ยังเลวร้ายลงไปอีกเมื่อจางชิงใช้กระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาตั้งแต่แรก มีโอกาสที่จางเซวียนจะไม่ทันตั้งตัวและได้รับบาดเจ็บจากกระบวนท่านั้น…
ซึ่งถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นล่ะก็ คงจะเป็นปัญหาใหญ่!
ตุ้บ!
ขณะที่เจี้ยนชิงเซินกำลังตื่นตระหนก ก็เกิดเสียงตุ้บดังสนั่น จากนั้น ร่างของจางชิงที่เพิ่งหายวับไปก็ปรากฏขึ้นและกระเด็นออกจากพื้นที่การดวล เขาพุ่งไปโดยเอาหัวปักเข้าไปที่กำแพงซึ่งอยู่ใกล้ๆ ส่วนจางเซวียนซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรเลยแม้แต่น้อยมีสีหน้าเคร่งขรึม
“ง่ายกว่าที่ผมคิดไว้ คนต่อไป!”
