ตอนที่ 953 ราชาใบไม้สีทองตัวจริงกับตัวปลอม (3)
ไม่น่าแปลกที่ราชาใบไม้สีทองจะแทบคลุ้มคลั่ง
สิ่งที่ราชาใบไม้เขียวบอกเขานั้น ทำให้รู้สึกเหมือนถูกใครลูบตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงขนาดที่แม้แต่เขาสวมกางเกงชั้นในสีอะไรก็คงไม่ใช่ความลับ
บุคคลที่เขาไม่เคยพบมาก่อนรู้เรื่องของเขามากขนาดนี้ แต่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหมอนั่นเป็นใคร! ความกลัวและความสับสนทำให้เขาแทบจะคลั่ง
“ฉันเป็นใคร? ฉันก็เป็นราชาใบไม้สีทองไงล่ะ!” จางเซวียนสะบัดแขนเสื้ออย่างโมโหและตวาด “หยุดก็เสือกกระสนแบบโง่ๆแล้วพูดกันตรงๆเสียที แกปลอมตัวเป็นฉันทำไม?”
“ปลอมตัวเป็นแก? ไอ้บ้า!” ราชาใบไม้สีทองหายใจหอบ
“ราชาใบไม้เขียว อย่างที่คุณเห็นแล้วนะ เวอร์ชั่นของผมน่ะละเอียดกว่าของเขา”
จางเซวียนหันไปพูดกับราชาใบไม้เขียวอย่างเคร่งขรึมโดยไม่ใส่ใจราชาใบไม้สีทอง “เอาล่ะ ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดกันเรื่องนี้แล้ว ตอนนี้น่ะเรามีแต่จะเป็นตัวอะไรที่น่าหัวเราะเยาะต่อหน้าเจ้าปรมาจารย์พวกนี้! ทำไมเราไม่ทำแบบนี้ล่ะ? ผมยังมีภารกิจที่จะต้องจัดการพวกมัน ซึ่งไม่สะดวกใจนักที่จะให้พวกคุณรู้ เพราะฉะนั้นช่วยปล่อยให้ผมปฏิบัติภารกิจนี้ให้สำเร็จก่อน ถ้าคุณยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผมล่ะก็ ปิดล้อมพื้นที่ไว้ก็ได้ เพื่อจะได้ไม่มีใครหลบหนี ภารกิจนี้เกี่ยวข้องกับความลับสุดยอดของเผ่าพันธุ์ของเรา ถึงอย่างไรก็ต้องทำให้สำเร็จ!”
เป้าหมายของจางเซวียนนั้นไม่ใช่เพื่อหว่านล้อมให้ทุกคนเชื่อว่าเขาคือราชาใบไม้สีทอง
เพราะถึงอย่างไรการทำอย่างนั้นก็ไม่ง่าย ราชาใบไม้สีทองก็ยืนอยู่ตรงข้ามเขา
สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำคือถ่วงเวลา ตราบใดที่เขาทำให้พวกมันสับสนมากพอที่จะปล่อยให้เขาได้อยู่ตามลำพังกับเหล่าปรมาจารย์ แค่นั้นก็พอแล้ว
“คุณต้องการสอบสวนพวกมันเป็นการส่วนตัวหรือ?” ราชาใบไม้เขียวขมวดคิ้ว
“วางใจเถอะน่ะ มีกองกำลังตั้งมากมายเฝ้าอยู่ข้างนอก ไม่มีทางที่พวกมันจะหลบหนีไปได้หรอก หลังจากสอบสวนเสร็จแล้ว ผมจะออกไปพร้อมกับหลักฐานที่จะยืนยันตัวตนของผมกับคุณอีกครั้งหนึ่ง!” จางเซวียนโบกมือ
“แล้วคุณคิดจะถามอะไรพวกมัน? ทำไมเราถึงอยู่ฟังไม่ได้?” ราชาใบไม้เขียวถามอย่างสงสัย
“ก็อย่างที่ผมบอกนั่นแหละ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความลับสุดยอดของเผ่าพันธุ์ของเรา เป็นภาระความรับผิดชอบของผม ผมต้องเพียรพยายามอย่างมากที่จะผ่านฉนวนเข้ามา พวกคุณไม่สมควรจะต้องมารับภาระนี้ เพราะอาจเกิดความผิดพลาดและส่งผลกระทบต่อแผนการของพวกเรา!” จางเซวียนพูดด้วยแววตาคมปลาบ
“อย่าไปฟังคำพูดเหลวไหลของมัน! มันกำลังพยายามเปลี่ยนเรื่อง” ราชาใบไม้สีทองประท้วง
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดจบ จางเซวียนก็หันไปมองราชาใบไม้สีทองด้วยสายตาเย็นชา ราวกับอยากจะฉีกกระชากเจ้างั่งนั่นเป็นชิ้นๆ “เปลี่ยนเรื่อง? แกกล้าดียังไง! หลายปีมานี้เผ่าพันธุ์ของเรา ทุกข์ทรมานมาก ตั้งแต่ไอ้บ้าปรมาจารย์ขงขับไล่พวกเราออกไป ไม่ง่ายเลยที่จะมีโอกาสฟื้นตัวขึ้นมาได้อีกครั้ง แต่แกก็มัวแต่พล่าม ถามหน่อยเถอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น แกคิดว่าราชาอย่างแกจะแบกรับผลที่ตามมาไหวไหมล่ะ?”
สายตาของจางเซวียนกดดันอย่างหนัก ราชาสีใบไม้สีทองตัวสั่น “ผะ-ผม”
ก่อนหน้านี้ หลังจากที่เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นของพวกเขาถูกขับออกจากทวีปโดยปรมาจารย์ขง พวกเขาถูกบีบให้เข้ามาอยู่ในสนามรบของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นที่ไร้แสงสว่างและเต็มไปด้วยความน่ากลัว หลายปีมานี้ เผ่าพันธุ์ของพวกเขามองว่าการได้กลับคืนสู่ทวีปแห่งปรมาจารย์เป็นเป้าหมายสูงสุด หากเขาทำเรื่องนี้ให้ยุ่งเหยิง ก็คงไม่มีทางชดใช้ได้ ต่อให้ต้องตายเป็นพันครั้ง!
ขณะที่กำลังอับจนหนทาง ราชาใบไม้สีทองพลันได้ยินข้อความทางโทรจิตจากราชาใบไม้เขียว “น้องหยิ่ง คุณรู้หรือเปล่าว่าเขาเป็นใคร?”
ในส่วนลึกของหัวใจ ราชาใบไม้เขียวยังคงไว้วางใจในตัวบุคคลที่เขาเดินเข้ามาด้วย
“ผมคงไม่หงุดหงิดแบบนี้หรอกถ้ารู้ว่ามันเป็นใคร!” ราชาใบไม้สีทองร้องอย่างหมดหวัง
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ราชาใบไม้เขียวพูด “ช่างมันเถอะ ตอนนี้พวกเราออกไปก่อน ถึงอย่างไรคนของเราก็ตีวงล้อมอยู่ ไม่มีทางที่เขาจะหนีไปไหนได้ หากคำพูดของเขาเป็นความจริง การที่พวกเราเข้าไปขัดขวางก็จะถือเป็นโทษหนัก เราแบกรับความเสี่ยงนี้ไม่ไหวหรอก”
ตั้งแต่ต้นจนจบ เขาไม่เคยเชื่อว่าจางเซวียนเป็นราชาใบไม้สีทองตัวจริง แต่ข้อเท็จจริงที่ว่าอีกฝ่ายสามารถชี้ข้อบกพร่องในวรยุทธของราชาใบไม้สีทองออกมาได้ ทั้งยังมีพลังปราณสังหารที่บริสุทธิ์มากก็บ่งบอกแล้วว่าหมอนี่ไม่ใช่คนธรรมดา
ถ้าเกิดหมอนี่เป็นตัวแทนที่ทางเบื้องบนส่งมาให้ปฏิบัติภารกิจล่ะก็ พวกเขาจะต้องตกอยู่ในความยุ่งยากแน่หากเข้าไปขัดขวางภารกิจของเขา
“เอ่อ”
ราชาใบไม้สีทองกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ความสงสัยท่วมท้นหัวใจของเขา
ถึงจะโกรธที่ถูกปลอมตัว แต่เมื่อนึกถึงข้อเท็จจริงที่ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เกรงกลัวอะไรเขาเลย ทั้งยังมีความเข้าใจในตัวเขาอย่างล้ำลึกด้วย ก็แปลว่าต้องหมอนี่ต้องมีอะไรหนุนหลังสักอย่าง
“ไม่ว่าเขาจะปลอมตัวเป็นคุณหรือคุณปลอมตัวเป็นเขา เรื่องนั้นเราค่อยแก้ไขได้ ตราบใดที่เรายังพอมีเวลาก็แก้ปัญหาได้ไม่ยาก ถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ เราก็แค่ให้พวกคุณทั้งคู่สำแดงกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุด และด้วยกระบวนท่านั้นเราก็จะตัดสินได้ว่าใครเป็นตัวจริง” ราชาใบไม้เขียวพูด
“แต่อย่างน้อยที่สุด ตอนนี้เราไม่ควรก้าวก่ายภารกิจของเขา เรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับทางเบื้องบน แล้วเราก็แบกรับผลที่ตามมาไม่ไหวหรอกหากเกิดอะไรผิดพลาด”
ในสายตาของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นโดยทั่วไป พวกเขาเป็นราชาผู้ทรงเกียรติที่มีพละกำลังมหาศาล แต่ตัวพวกเขาเองรู้ดีว่าเรื่องจริงไม่ได้น่าประทับใจขนาดนั้น
แม้แต่ในสายเลือดราชาด้วยกัน พวกเขาก็ยังอ่อนแอที่สุด
“คุณกำลังจะบอกว่า ตอนนี้ให้พวกเราออกไปก่อนอย่างนั้นหรือ?” ราชาใบไม้สีทองถาม
“ก็ใช่น่ะสิ ผมคิดว่าตอนนี้พวกเราควรออกไปก่อน คุณเชี่ยวชาญเรื่องค่ายกลไม่ใช่หรือ? ถ้ายังกังวลล่ะก็ ติดตั้งค่ายกลไว้รอบพื้นที่ก็ได้ เพื่อที่พวกมันจะได้ไม่สามารถหลบหนี ทันทีที่เขาสอบสวนพวกมันเสร็จ เราก็จะมาตัดสินใจกันต่อว่าจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไร ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ คุณมากับผม ผมไว้ใจคุณมากกว่าหมอนั่น!” ราชาใบไม้เขียวพูด
ราชาใบไม้สีทองลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า “เอาอย่างนั้นก็ได้”
ที่ราชาใบไม้เขียวพูดก็มีเหตุผล ในแง่ของความบริสุทธิ์ของพลังปราณและพละกำลัง อีกฝ่ายเทียบเท่ากับเขาหรือแม้แต่เหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ หากพวกเขาดวลกันที่นี่ ก็มีโอกาสที่จะพ่ายแพ้ และทำให้ฐานทัพที่เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นสร้างขึ้นด้วยความยากลำบากเกิดความเสียหาย ส่งผลกระทบต่อแผนการของพวกเขา
ทางเบื้องบนได้ทุ่มเทมหาศาลเพื่อให้พวกเขาผ่านฉนวนมา หากมาทำลายแผนการด้วยเรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ก็คงจะกลายเป็นตราบาปของเผ่าพันธุ์!
เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นรอคอยโอกาสนี้มานานแสนนาน จะปล่อยให้ล้มเหลวเพราะพวกเขาไม่ได้
เมื่อเห็นราชาใบไม้สีทองยินยอม ราชาใบไม้เขียวถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาหันไปประสานมือให้จางเซวียนและพูดว่า “ในเมื่อคุณกำลังจะสอบสวนพวกมัน พวกเราก็จะรออยู่ด้านนอก แต่เราให้เวลาคุณได้มากที่สุดแค่ 1 ชั่วโมงเท่านั้นนะ”
“อ๋อ ได้เลย” จางเซวียนพยักหน้า เขาโบกมือบอกให้ทั้งคู่ออกไป
ราชาใบไม้เขียวและราชาใบไม้สีทองมองหน้ากันก่อนจะเดินออกจากห้อง แต่ยังไม่ทันจะไปได้ไกล ก็พลันได้ยินเสียงหงุดหงิดของปรมาจารย์คนหนึ่งดังมาจากด้านใน
“แกบอกว่าแกเป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน, จางเซวียน แกปลอมตัวมาเพื่อจะมาปลดปล่อยพวกเราไม่ใช่หรือ? แล้วกลายเป็นราชาใบไม้สีทองไปตั้งแต่เมื่อไหร่?”
คนที่พูดคือลู่เฟิง
เขามีความเชื่อฝังหัวว่าจางเซวียนเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น เมื่อรู้แล้วว่าไม่มีทางสังหารหมอนั่นด้วยตัวเองได้ จึงอยากจะใช้โอกาสนี้สร้างความร้าวฉานระหว่างเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น เพื่อที่พวกมันจะได้ฆ่ากันเอง
ได้ยินคำนั้น จางเซวียนแทบกระอักเลือดและลมจับ
ไม่ง่ายเลยกว่าที่เขาจะขจัดความสงสัยออกจากสมองของพวกนั้น และความสำเร็จก็อยู่แค่เอื้อมแล้ว แต่เจ้างั่งนี่กลับหักหน้าเขาเสียอีก อยากจะเห็นผมตายใช่ไหม?
เป็นถึงอดีตหัวหน้าโรงเรียนนักปรุงยาของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน ทำไมสมองกลวงแบบนี้?
จางเซวียนแสนจะเดือดกับการกระทำโง่เง่าของลู่เฟิง แต่ก็พอเข้าใจเหตุผลที่อีกฝ่ายทำแบบนั้น
เมื่อครู่นี้เองที่เขาเพิ่งยืนยันว่าตัวเองเป็นปรมาจารย์ แต่พริบตาต่อมาก็พยายามหว่านล้อมคนอื่นๆให้เชื่อว่าเขาเป็นราชาใบไม้สีทอง ถึงกับเกิดการพูดจาตอบโต้กันด้วย ซึ่งจะว่าไป เรื่องนี้ก็ยิ่งทำให้ลู่เฟิงเชื่อฝังหัวขึ้นอีกว่าเขาเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น ลู่เฟิงถึงใช้โอกาสนี้ทำให้พวกเขาแตกแยกกันเอง
จางเซวียนโมโหจนแทบระเบิด แต่รู้ดีว่าไม่ใช่เวลาที่จะมาสติแตกตอนนี้ เขาหันกลับไป และเห็นราชาใบไม้เขียวกับราชาใบไม้สีทองชะงักฝีเท้าแล้วมองมาทางเขาอย่างสงสัย
“อาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน จางเซวียน?”
“ปลดปล่อยพวกเขาให้เป็นอิสระ? มันเกิดอะไรขึ้น?”
ทั้งคู่จ้องมองจางเซวียนด้วยแววตาคมกริบ ราวกับจะมองให้ทะลุการปลอมตัวของเขา
“คือ”
จางเซวียนตัวแข็งขณะที่หัวหมุนติ้วเพื่อคิดหาทางออก ครู่ต่อมาเขาก็หัวเราะหึๆแล้วตอบอย่างสุขุม “จริง ผมคืออาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน, จางเซวียน!”
