Skip to content

Library Of Heaven’s Path 954


ตอนที่ 954 ไว้ใจจางเซวียน

“อาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์?”

เมื่อได้ยินว่ามีมนุษย์ซึ่งเป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนลักลอบเข้ามาและปลอมตัวเป็นหนึ่งในพวกเขา ราชาใบไม้เขียวกับราชาใบไม้สีทองโกรธจนแทบระเบิด ทั้งสองจ้องจางเซวียนด้วยแววตาแบบเดียวกับนกอินทรีจับจ้องเหยื่อ พร้อมจะเล่นงานได้ทุกเวลา

ตั้งแต่แรก ตัวตนของหมอนี่ก็น่าสงสัยอยู่แล้ว ถ้าอีกฝ่ายเป็นปรมาจารย์จริงๆ พวกเขาจะจัดการสังหารในทันที

จางเซวียนไม่สนใจสองราชาที่กำลังตั้งท่าจะเล่นงาน เขาหันกลับไปเร่งลู่เฟิง “จริงๆนะ ผมคืออาจารย์ใหญ่จาง ดูนั่น พวกเขากำลังจะเล่นงานผมแล้ว คราวนี้คุณเชื่อผมได้แล้วสิ ใช่ไหม? เร็วเข้า บอกเรื่องนั้นกับผมมา! คุณคิดจะเก็บไว้เป็นความลับจนถึงหลุมฝังศพเลยหรือไง?”

“เรื่องนั้น?” ลู่เฟิงผงะ

ตั้งแต่แรก หมอนี่ก็พูดเพียงแต่ว่าจะมาช่วยชีวิตพวกเขา ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับ ‘เรื่องนั้น’ เลย!

“ขอให้ผมได้แนะนำให้คุณทั้งสองรู้จักหน่อยก็แล้วกัน!”

จางเซวียนไม่ใส่ใจอาการอึ้งตะลึงงันของลู่เฟิง เขาหันไปทางราชาใบไม้เขียวและราชาใบไม้สีทอง “นี่คือว่าที่อาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วน, ปรมาจารย์ระดับกึ่ง 7 ดาว ลู่เฟิง”

“ว่าที่อาจารย์ใหญ่?” ราชาใบไม้เขียวและราชาใบไม้สีทองขมวดคิ้วขณะมองหน้ากัน

“ใช่ ฉันคือลู่เฟิง อยากจะฆ่าฉันก็ฆ่าเสียเลย แต่พวกแกจะไม่ได้อะไรจากปากฉันแม้แต่คำเดียว!” ลู่เฟิงลุกขึ้นยืนวางมาด

“แล้วว่าที่อาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์มาทำอะไรที่นี่?” สองราชายังสงสัย

“ฆ่าคุณ? ผมจะฆ่าคุณทำไม ผมมาที่นี่เพื่อมาช่วยคุณ บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าผมเป็นอาจารย์ใหญ่ ไว้ใจผมสิ” จางเซวียนพูดอย่างจริงใจ

ราชาใบไม้เขียวและราชาใบไม้สีทองมองหน้ากัน ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นได้ ทั้งคู่หัวเราะลั่น

“ฮ่าฮ่า! จริงด้วย ผมยืนยันได้ว่าเขาคืออาจารย์ใหญ่ของคุณ!”

“ผมก็ยืนยันได้เหมือนกัน เราสงสัยตัวตนของเขามาตั้งแต่แรก ดูเหมือนตอนนี้จะได้คำตอบแล้วล่ะ”

ทั้งคู่รู้ดีถึงความหัวดื้อของเหล่าปรมาจารย์ ที่แม้แต่ความตายก็ไม่อาจเปิดปากของพวกเขาได้ บางทีอีกฝ่ายคงพยายามจะปลอมตัวเป็นอาจารย์ใหญ่ของพวกเขาเพื่อจะได้สร้างความไว้วางใจและล้วงเอาความลับบางอย่าง

ดูๆไปก็ตลกดีที่หมอนี่จะเป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์

อาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์จะมีสารรูปแบบนี้หรือ? แล้วอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์จะมีปราณสังหารที่บริสุทธิ์ได้อย่างไร?

ตลกชะมัด!

อีกอย่าง เท่าที่ดูจากความสูงส่งของอาจารย์ใหญ่ มันเรื่องอะไรถึงลงมารนหาที่ในอาณาจักรใต้ดิน?

และที่สำคัญกว่านั้น ในเมื่อลู่เฟิงเป็นว่าที่อาจารย์ใหญ่ เขาจะทรยศผู้นำของตัวเองโดยพูดชื่อออกมาดังๆให้ใครๆได้ยินได้อย่างไร?

ชัดเจนเลยว่าอีกฝ่ายพยายามสร้างความขัดแย้ง

คิดจะใช้ลูกไม้ตื้นๆหลอกพวกเราหรือ? พวกแกน่ะยังละอ่อนนัก พวกเราเป็นราชาเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นนะ น่าหัวเราะเยาะเหลือเกินที่แกคิดว่าเรื่องเล็กๆแบบนี้จะปั่นหัวพวกเราได้

เมื่อได้ยินคำพูดของราชาทั้งสอง จางเซวียนถอนหายใจ “เห็นไหม แม้แต่พวกเขายังยืนยันตัวผมเลย”

ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าเขาจะพยายามอธิบายอย่างไรก็ยังดูน่าสงสัย ในเมื่อเป็นอย่างนั้น ก็ยอมรับมันเสียเลย

ด้วยวิธีนี้ เขาจะทำให้พวกมันสับสน และใช้จินตนาการกันไปใหญ่โต

ส่วนเรื่องตัวตนของลู่เฟิงนั้นเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และก็ใช้การกับแผนนี้ได้ผล แค่แตะต้องประเด็นนี้ ก็ไม่ยากเลยที่จะชักจูงอีกฝ่ายให้เดินไปตามแผนที่เขาต้องการ

เท่าที่ดู ก็ออกมาดีอยู่ไม่น้อย

ส่วนลู่เฟิงก็ยังไม่รู้ตัวว่าถูกหลอกใช้ เขาตวาดจางเซวียนอย่างหงุดหงิด “ตกลงแกจะให้ฉันเชื่อแกอย่างนั้นสิ? ฝันไปเถอะ!”

“ทำไมคุณถึงดื้อด้านนักนะ? ผมน่ะยืนยันตัวตนของผมกับคุณครั้งแล้วครั้งเล่า แต่คุณก็ยังไม่เชื่อ” จางเซวียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาชำเลืองมองสองราชาและยักไหล่อย่างจนปัญญา

ราชาใบไม้เขียวพึมพำพร้อมกับขมวดคิ้ว “ในความเห็นของผมน่ะ ไม่จำเป็นต้องไปสนิทชิดเชื้อกับพวกนี้หรอก คุณก็แค่จับมันย่าง ย่างเสร็จแล้วก็โยนเข้าไปในถ้ำน้ำแข็ง ทำอย่างนี้สัก 2-3 ครั้ง พวกมันก็หยิ่งไปได้ไม่นานหรอก!”

ราชาใบไม้สีทองพยักหน้า “จริงด้วย จะทำให้พวกมันเปิดปากน่ะต้องใช้ความรุนแรง ดื้อด้านนักหรือ? รักษาเกียรติยศนักหรือ? เป็นแค่คำพูดสวยๆเท่านั้นแหละ จัดการพวกมันสัก 2-3 วัน ไม่ช้ามันก็จะพูดทุกอย่าง!”

“เอาเถอะ ถ้ามันไม่ได้ผล ผมจะใช้วิธีการของพวกคุณ” จางเซวียนโบกมือและพูดต่อ “แต่ตอนนี้ผมยังมีวิธีการอื่นที่อยากทดลองอยู่ พวกคุณออกไปก่อนเถอะ”

“ได้!” ราชาใบไม้เขียวกับราชาใบไม้สีทองพยักหน้าก่อนจะเดินออกไป

ปัง!

ประตูปิด ทำให้จางเซวียนได้อยู่ตามลำพังกับเหล่าปรมาจารย์อีกครั้ง

“จะฆ่าจะแกงพวกเราก็ทำเลย! แต่อย่าหวังว่าจะได้อะไรจากพวกเราสักคำ!”

“จริงด้วย พวกเราก็อยู่มานานแล้ว อย่างมากที่สุดก็แค่ตาย แกคงจะฝันไปแล้วล่ะถ้าคิดว่าปรมาจารย์อย่างเราจะยอมแพ้ให้กับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น!”

เมื่อได้ยินว่าจางเซวียนกำลังจะสอบสวนพวกเขา เหล่าปรมาจารย์ก็พากันคอแข็งอย่างวางมาด

ปรมาจารย์นั้นตายได้ แต่จะพ่ายแพ้ให้กับเผ่าพันธุ์อื่นไม่ได้

นี่คือส่วนลึกในหัวใจของพวกเขา เช่นเดียวกับเกียรติยศและศักดิ์ศรี พวกเขาดำเนินชีวิตอยู่ด้วยสองสิ่งนี้มาตลอด

จางเซวียนส่ายหน้าเมื่อเห็นทีท่านั้น

ทัศนคติแบบนี้ก็ดูน่าชื่นชมดี แต่เขามาเพื่อช่วยชีวิตคนพวกนี้จริงๆ!

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จางเซวียนถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพูดว่า “ผมรู้ว่าพวกคุณไม่เชื่อผมสักคน แต่คุณก็ควรจะคิดนะว่าถ้าคุณอยู่ที่นี่ล่ะก็ มีโชคชะตาแบบเดียวเท่านั้นที่รออยู่ คุณจะต้องตายหรือไม่ก็เจอกับอะไรที่ทรมานกว่าความตายเสียอีก แต่ถ้าคุณไปกับผม ผมจะพาคุณออกไปจากที่นี่ ไม่ว่าผมจะเป็นจางเซวียนและเป็นอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนหรือไม่ ไว้พวกเราปลอดภัยแล้วค่อยพูดกันก็ได้!”

เห็นความจริงใจในสายตาของอีกฝ่าย ซึ่งตรงกันข้ามกันอย่างสิ้นเชิงกับแววตาโหดเหี้ยมของเผ่าพันธุ์ปีศาจ เหล่าปรมาจารย์มองหน้ากันอย่างลังเล

เห็นทั้งกลุ่มเริ่มจะหวั่นไหว จางเซวียนกระทุ้ง “ถ้าผมอยากฆ่าคุณล่ะก็ คุณคิดว่าในสภาพนี้พวกคุณจะยับยั้งผมได้หรือ? ในเมื่อผมเป็นอาจารย์ใหญ่ของหงหย่วน ก็ไม่มีความจำเป็นที่ผมจะต้องสอบสวนอะไรพวกคุณ พวกคุณมีความลับอะไรที่มีค่าพอที่จะทำให้ผมต้องเหนื่อยยากสอบสวนด้วยหรือไง?”

“เอ่อ” ฝูงชนพากันนิ่งงัน แม้แต่ลู่เฟิงซึ่งมีทีท่าเป็นปฏิปักษ์ก็อ้าปากค้างอยู่หลายครั้ง แต่ไม่อาจโต้แย้งอะไรออกมาได้

อีกฝ่ายพูดถูก หากคิดจะฆ่าพวกเขาล่ะก็ ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเลย หรือถ้าอยากได้ความลับ ก็ควรจะจับพวกเขาทรมานมากกว่าจะมาทำแบบนี้ หรือว่าอีกฝ่ายจะมาเพื่อช่วยชีวิตจริงๆ?

“ต่อให้พวกคุณไม่เชื่อผม แต่คุณก็คงรู้จักสิ่งนี้ใช่ไหม?” เมื่อรู้ว่าการหว่านล้อมเป็นผล จางเซวียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาสะบัดข้อมือ แล้วตราสัญลักษณ์อันหนึ่งก็ปรากฏ

ตราประทับอาจารย์ใหญ่!

“นี่คือตราประทับอาจารย์ใหญ่ระดับไร้เทียมทาน เป็นไปได้อย่างไร?” ลู่เฟิงผงะเมื่อเห็นตราประทับ

ในฐานะว่าที่อาจารย์ใหญ่ของหงหย่วน เขารู้จักดีถึงลำดับชั้นของตราประทับอาจารย์ใหญ่ ตราประทับที่อยู่ในมือของอีกฝ่ายนั้นเป็นตราประทับอาจารย์ใหญ่ระดับไร้เทียมทานซึ่งมีอยู่ในตำนาน ว่ากันว่า มีแต่ผู้ที่ได้การยอมรับจากครูบาอาจารย์และนักเรียนทุกคนในสถาบันเท่านั้นถึงจะได้ตราประทับระดับนี้ และเนื่องจากเรื่องนี้เป็นไปไม่ได้ จึงไม่เคยมาก่อนปรากฏในประวัติศาสตร์

แต่แล้วตราประทับนี้ก็มาอยู่ในมือของจางเซวียน มันเป็นไปได้อย่างไร?

“ตราประทับอาจารย์ใหญ่ระดับไร้เทียมทาน? หมายความว่าอย่างไร?”

ปรมาจารย์คนอื่นๆไม่ค่อยแน่ใจถึงความสำคัญของมัน จึงมองหน้ากันอย่างสับสน

“มันคือ” ลู่เฟิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอธิบายให้ฟัง

“มันเป็นตราประทับที่สร้างขึ้นจากการยอมรับของครูบาอาจารย์และนักเรียนทุกคนในสถาบันปรมาจารย์อย่างนั้นหรือ?”

“ถ้าเขามีตราประทับประดับไร้เทียมทาน ก็หมายความว่าแม้แต่บรรพบุรุษทุกคนก็ไว้ใจเขาน่ะสิ ถ้าเป็นอย่างนั้น พวกเรามีสิทธิ์อะไรที่จะไปสงสัยเขาล่ะ?”

“เขาสังหารอาจารย์ใหญ่จางเซวียนตัวจริงแล้วขโมยตราประทับมาหรือเปล่า?”

“เป็นไปไม่ได้ ตราประทับนั้นถูกสร้างขึ้นด้วยการรวบรวมเจตจำนงของครูบาอาจารย์และนักเรียน ที่ให้การยอมรับอาจารย์ใหญ่ ถ้าอาจารย์ใหญ่ถูกสังหาร เจตจำนงเหล่านั้นจะเสื่อมสลายไป!”

เมื่อได้ฟังคำอธิบาย สายตาทุกคู่ก็หันมาจับจ้องจางเซวียนอีกครั้ง แม้จะยังมีความคลางแคลงใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ขัดขืนอีกต่อไป และยินดีทำตามคำสั่งของเขา

“เวลาไม่เข้าข้างพวกเรานะ ผมไม่มีเวลามากพอที่จะอธิบายทุกอย่างให้พวกคุณฟังตอนนี้ ถ้าพวกคุณไว้ใจผมล่ะก็ ตามผมมา แล้วผมจะพาพวกคุณออกไปจากที่นี่” เมื่อเห็นว่าแต่ละคนไม่มีความเป็นปฏิปักษ์อย่างเดิมแล้ว จางเซวียนพยักหน้า “เรามีอยู่ทางเลือกเดียว การมีชีวิตอยู่ต่อไปเท่านั้นที่จะทำให้คุณสังหารเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นได้มากขึ้นและปกปักรักษามวลมนุษยชาติได้ ความกล้าหาญและความชอบธรรมเป็นคุณสมบัติที่ดี แต่ต้องใช้ในเวลาที่ถูกต้อง ถ้าคุณยังอยู่ที่นี่น่ะ เลือดของคุณก็มีแต่จะถูกใช้เป็นบรรณาการให้พวกมันพาเผ่าพันธุ์ปีศาจเข้ามามากกว่าเดิม!”

ทุกคนหน้าซีดเมื่อได้ยินคำนั้น

อีกฝ่ายพูดถูก แต่ละคนก็ได้ยินกับหูแล้วว่าเหตุผลที่เผ่าพันธุ์ปีศาจยังไว้ชีวิตพวกเขาก็เพราะต้องการใช้เป็นบรรณาการสำหรับการผ่านฉนวน เพื่อที่เผ่าพันธุ์ปีศาจที่ทรงพลังกว่านี้จะได้เข้ามาได้

หากพวกเขายังอยู่ที่นี่ ก็มีแต่โชคชะตาแบบนั้นที่รออยู่ นอกจากจะต้องสังเวยชีวิตอย่างเจ็บปวดแล้วยังเป็นการทำร้ายมวลมนุษยชาติด้วย

ปรมาจารย์ที่อาวุโสที่สุดในกลุ่มตั้งคำถาม “คุณคิดจะหนีอย่างไร? พวกเราจะฟังคำสั่งของคุณ”

“ต่อให้คุณโกหกพวกเรา ก็ยังดีกว่าอยู่ที่นี่!”

ปรมาจารย์คนอื่นๆพยักหน้า

“แผนการนั้นง่ายมาก ที่ผมต้องการให้พวกคุณทำตอนนี้ก็คืออย่าขัดขืน แล้วผมจะนำพวกคุณใส่เข้าไปในมิติลี้ลับ” จางเซวียนพูด

เขาคิดไว้แล้วว่าจะพาปรมาจารย์เหล่านี้หนีอย่างไร

เห็นๆกันอยู่ว่าฝ่าออกไปดื้อๆไม่ได้ เพราะเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นวางกองกำลังรักษาความปลอดภัยไว้หมด ดังนั้น วิธีเดียวที่จะเป็นไปได้คือพาพวกเขาใส่เข้าไปในรังนางพญามด และหาทางเล็ดลอดพาตัวเองออกไป

“ได้สิ!” แต่ละคนต่างประหลาดใจเมื่อได้ยินว่าจะต้องเข้าไปในมิติลี้ลับ แต่รู้ว่าเวลาไม่คอยท่า จึงพากันพยักหน้า

นี่คือทางเลือกที่ดีที่สุดที่พวกเขามีในตอนนี้

“เอาล่ะ เข้ามาได้เลย!”

จางเซวียนสะบัดข้อมือแล้วนำรังนางพญามดออกมา ก่อนจะเพ่งสมาธิใส่คนกลุ่มนั้น

เหล่าปรมาจารย์ต่างก็ปรับสภาพจิตให้คล้อยตามเจตจำนงของจางเซวียน

ฟึ่บ!

เกิดเสียงหึ่งขึ้นเบาๆ แล้วปรมาจารย์ราว 40 คนก็หายวับเข้าไปในรังนางพญามด

เมื่อเก็บรังนางพญามดเข้าไปในแหวนเก็บสมบัติแล้ว จางเซวียนถอนหายใจเฮือกใหญ่

การรับมือกับปรมาจารย์ผู้ดื้อดึงเหล่านี้ช่างยากลำบากจริงๆ เพราะทุกคนต่อต้านเขา แต่สุดท้ายก็ชัดเจนว่าพวกเขามีจิตใจผูกพันอยู่กับมวลมนุษยชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง ถึงอย่างไรเขาก็รู้สึกว่าควรช่วยชีวิตคนพวกนี้

ว่าแต่ตอนนี้เราจะออกไปอย่างไร?

เมื่อเก็บทุกอย่างใส่รังนางพญามดแล้ว สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ก็คือจางเซวียนต้องหาทางออกไปจากที่นี่

เขามองออกไปนอกหน้าต่าง และเห็นสองราชากำลังอารักขาพื้นที่อยู่ ยิ่งกว่านั้น ยังมีค่ายกลหลายอันถูกติดตั้งไว้โดยรอบ ถ้าจางเซวียนโผล่พรวดออกไปจะต้องลำบากแน่

อาจเป็นไปได้ที่จะหว่านล้อมพวกมันให้ออกไปก่อนที่เราจะออกไป แต่ทันทีที่พวกมันรู้ว่าเหล่าปรมาจารย์หายไป ก็จะต้องรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติและเล่นงานเราแน่ จางเซวียนนวดหว่างคิ้วอย่างปวดจิต

ไม่มีทางที่เขาจะอธิบายถึงการหายตัวไปของเหล่าปรมาจารย์ให้สองราชานั้นเข้าใจได้เลย ไม่มีทางที่ทั้งคู่จะเชื่อเขาด้วย วิธีเดียวที่จะเอาตัวรอดได้ในสถานการณ์แบบนี้คือหลบออกไปเงียบๆ ว่าแต่จะหลบอย่างไรในเมื่อมีกองกำลังอารักขาเต็มไปหมดอย่างนี้?

สุดท้ายจางเซวียนก็ตัดสินใจได้ ดูเหมือนเราจะต้องใช้วิธีการของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณ!

เขาชั่งน้ำหนักทางเลือกดูแล้ว และดูเหมือนวิธีที่ดีที่สุดและเป็นไปได้ที่สุดสำหรับสถานการณ์นี้ก็คือหลบหนีออกไปในรูปของจิตวิญญาณ

เมื่อตัดสินใจได้ จางเซวียนทรุดตัวลงนั่งกับพื้นแล้วถอดจิตออกจากหว่างคิ้วโดยไม่ลังเล

จากนั้นก็เก็บกายเนื้อของตัวเองไว้ในแหวนเก็บสมบัติ ก่อนจะพาแหวนเก็บสมบัติเล็ดลอดออกจากประตูไปอย่างเงียบๆ

นี่คือสถานการณ์เดียวกับเมื่อครั้งที่เขาอยู่ที่สันเขาปุยเมฆ บางที การที่จิตวิญญาณของเขาเป็นสิ่งที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ อาจจะทำให้เขาหลบหนีไปได้สำเร็จ

จะเป็นหรือตายก็อยู่ตรงนี้!

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version