ตอนที่ 955 เพิ่มความแข็งแกร่งให้หุ่นปีศาจ
ด้วยคุณสมบัติของจิตวิญญาณที่มองไม่เห็นและจับต้องไม่ได้ จางเซวียนพาแหวนเก็บสมบัติลอดออกทางรอยแยกของประตูได้อย่างเงียบกริบ โดยทำตัวอยู่เรี่ยพื้น
ทันทีที่เขาลอยออกมา ก็เห็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นมากมายคอยอารักขาพื้นที่ สร้างกองกำลังคุ้มกันอย่างเข้มงวด ไม่ว่าจะไปทางไหนก็มีโอกาสที่จะถูกพบตัว
จางเซวียนหันซ้ายหันขวาเพื่อประเมินสถานการณ์ ดูเหมือนเจ้าพวกนี้จะช่ำชองในการสู้รบ มีแต่ผู้ที่ร่วมงานกันบ่อยๆในสนามรบเท่านั้นที่สามารถวางกองกำลังคุ้มกันได้แน่นหนาขนาดนี้
นอกจากนั้นยังมีค่ายกลป้องกันตัวด้วย หากจะบอกว่าแม้แต่แมลงวันก็ยังบินเข้าไปไม่ได้ก็ไม่ใช่เรื่องตลก ไม่สงสัยแล้วว่าทำไมสองราชาถึงปล่อยให้เขามีเวลาเป็นส่วนตัวกับเหล่าปรมาจารย์ เพราะอันดับแรก ทั้งคู่ก็แน่ใจแล้วว่าทั้งตัวเขาและเหล่าปรมาจารย์ไม่มีทางหนีไปได้
ดวงตาหยั่งรู้! จางเซวียนเปิดใช้งานดวงตาหยั่งรู้และขับเคลื่อนระดับความลึกของจิตวิญญาณ เส้นสายสีเขียวปรากฏขึ้นในดวงตาสุขุมของเขา
เมื่อพินิจดู จางเซวียนก็ยิ้มอย่างโล่งอก เพราะแม้การคุ้มกันจะแน่นหนาเสียจนไม่มีนักรบคนไหนสามารถเข้ามาหรือออกไปได้โดยที่เผ่าพันธุ์ปีศาจไม่รู้ แต่ดูเหมือนการคุ้มกันนั้นจะมุ่งไปที่สิ่งมีชีวิตที่จับต้องได้ สำหรับจิตวิญญาณ ยังพอมีโอกาสที่จะออกไปได้หากระมัดระวังมากพอ
การป้องกันไม่ให้จิตวิญญาณออกไปนั้นจะต้องใช้วิธีการพิเศษ แต่วิธีการพวกนั้นไม่ได้ถูกนำมาติดตั้งไว้ในสถานที่นี้ เพราะเมื่อพิจารณาจากการที่ผู้พยากรณ์จิตวิญญาณหายสาบสูญไปเนิ่นนานแล้ว ก็คงจะเปลืองเวลาและทรัพยากรหากจะทำแบบนั้น
แต่ถ้าเราออกไปง่ายๆอย่างนี้ พวกมันจะคิดว่าเราอ่อนแอและเหยาะแหยะหรือเปล่า?
ข้อเท็จจริงที่ว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นได้มาสร้างฐานทัพในอาณาจักรใต้ดินนั้นบ่งบอกแล้วว่าพวกมันมีเจตนาร้าย แล้วตัวเขาซึ่งเป็นถึงอาจารย์ใหญ่ของสถาบันปรมาจารย์หงหย่วนจะออกไปง่ายๆแบบนี้อย่างนั้นหรือหลังจากค้นพบฐานทัพของพวกมันแล้ว?
เราได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วตอนที่มาถึง ดูเหมือนฐานทัพนี้จะสร้างขึ้นโดยเชื่อมโยงกับค่ายกล เจ็ดลำแสงจิตวิญญาณ ขอแค่ทำลายศูนย์กลางของค่ายกลได้ ค่ายกลก็จะไม่ทำงาน ต่อให้พวกมันพยายามกู้คืนก็เสียเวลาเปล่า จางเซวียนคิดขณะอมยิ้ม
ถึงเขาจะไม่เก่งกาจในการสร้างอะไรๆ แต่เชี่ยวชาญนักเรื่องการทำลาย!
แม้แต่ 10 สุดยอดปรมาจารย์ก็ยังยับยั้งเขาไว้ไม่ได้เมื่อครั้งที่อยู่ในสถาบันปรมาจารย์! การทำลายตึกรามบ้านช่องเหล่านี้ง่ายดายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากสำหรับเขา
เราต้องไปสำรวจดูก่อน
จางเซวียนมองไปรอบๆเพื่อหาทิศทางของศูนย์กลางค่ายกล ก่อนจะมุ่งหน้าไป
…..
หลังจากจางเซวียนผ่านไปไม่นาน จู่ๆราชาใบไม้สีทองก็ขมวดคิ้ว
เมื่อรู้สึกได้ถึงทีท่าของเพื่อน ราชาใบไม้เขียวตั้งคำถาม “น้องหยิ่ง มีอะไร?”
ราชาใบไม้สีทองครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบอย่างลังเล “ผมเองก็ไม่แน่ใจ แต่เมื่อครู่นี้ผมรู้สึกเหมือนมีบางอย่างผ่านไป”
เขามีความไวต่อสภาพแวดล้อมโดยสัญชาตญาณ ทำให้รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวได้อย่างรวดเร็ว เมื่อครู่นี้เขารู้สึกเหมือนมีบางสิ่งผ่านหน้าไป แต่เมื่อพยายามจะดูใกล้ๆกลับไม่เห็นอะไรเลย
แน่นอนว่าหากเขาใช้การรับรู้จิตวิญญาณสำรวจพื้นที่ จิตวิญญาณของจางเซวียนก็คงปรากฏให้เห็นโดยง่าย แต่การใช้การรับรู้จิตวิญญาณสำรวจพื้นที่นั้นเป็นเรื่องที่กินแรงมาก ต่อให้นักรบระดับเซียนขั้น 4 ก็ยังไม่อาจทำได้นานๆขนาดนั้น
ด้วยช่องโหว่นี้ จางเซวียนจึงหลุดรอดไปจากสายตาของทั้งสองราชา ไม่ช้าก็ออกมาพ้นวงล้อม จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นก็เร่งฝีเท้าโดยพาแหวนเก็บสมบัติไปด้วย
ใช้เวลาไม่นาน พระราชวังโอ่อ่าก็ปรากฏตรงหน้า
มีความแตกต่างระหว่างค่ายกลที่เผ่าพันธุ์ปีศาจใช้กับมนุษย์ใช้กัน แต่ด้วยดวงตาหยั่งรู้และหอสมุดเทียบฟ้า ความแตกต่างนี้เป็นเรื่องเล็กสำหรับจางเซวียน ทันทีที่เขาเข้าไปถึง ก็รู้ทันทีว่าพระราชวังนี้เป็นที่ตั้งของศูนย์กลางค่ายกล
เขาเข้าไปอย่างระมัดระวัง
เพื่อสร้างกองกำลังคอยเฝ้าตัวเขา เผ่าพันธุ์ปีศาจเกือบทั้งหมดจึงพากันไปอออยู่ที่ห้องโถง มีอยู่ไม่กี่ตัวที่คอยอารักขาสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทำให้จางเซวียนเข้าไปได้สบาย
เผ่าพันธุ์ปีศาจเหล่านี้ยังไม่ได้สำเร็จวรยุทธขั้นการรับรู้จิตวิญญาณ และไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องจิตวิญญาณด้วย อีกทั้งจางเซวียนยังมีดวงตาหยั่งรู้ ทำให้ข้อบกพร่องในการคุ้มกันของพวกมัน เปิดเผยชัดเจนจนเขาลักลอบเข้าไปได้โดยไม่มีใครรู้ตัว
พระราชวังนี้กว้างใหญ่มาก มีพื้นที่มากกว่าหนึ่งหมื่นตารางเมตร ทั้งผนังและเสาถูกจารึกไว้ด้วยอักษรประหลาดบางอย่างที่เหมือนกับอักษรรูนโบราณ ตรงกลางมีแท่นขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 8 เมตร
ขนาดเพ่งดูใกล้ๆก็ยังไม่เข้าใจอักษรจารึกนั้น จางเซวียนส่งโทรจิตถามไอ้โหด “อักษรจารึกเหล่านี้คืออะไร?”
ไอ้โหดชำเลืองดูและตอบว่า “พวกนี้เป็นอักษรรูนซึ่งใช้เฉพาะกับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น เมื่อจารึกด้วยวิธีพิเศษ จะมีอานุภาพในการรวบรวมพลังจิตวิญญาณแบบเดียวกันกับค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณของมนุษย์”
“ค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณ?”
“ใช่ ถึงจะเหมือนกันในหลายด้าน แต่ก็มีบางอย่างที่แตกต่างกัน ค่ายกลรวบรวมพลังจิตวิญญาณโดยทั่วไปนั้นจะมีอานุภาพรวบรวมพลังจิตวิญญาณในพื้นที่ที่กำหนด แต่ค่ายกลอักษรรูนสามารถ เปลี่ยนพลังจิตวิญญาณให้กลายเป็นพละกำลังทางร่างกายของเผ่าพันธุ์ปีศาจได้ด้วย เหมือนกับค่ายกลที่จารึกไว้ในห้องใต้ดินของผมนั่นแหละ” ไอ้โหดตอบ
“เพิ่มพละกำลังของร่างกายให้กับเผ่าพันธุ์ปีศาจได้? ก็หมายความว่าชาร์จพลังให้หุ่นปีศาจได้น่ะสิ?” จางเซวียนตาโต
เมื่อครั้งที่อยู่ในห้องใต้ดิน เขาได้เห็นแล้วว่าไอ้โหดชาร์จพลังให้กับหุ่นปีศาจอย่างไร หลังจากที่ได้เข้าควบคุมหุ่นปีศาจพวกนั้น เขาก็ใช้งานมันหลายครั้งจนพลังงานร่อยหรอไปเกือบหมด นี่คือเหตุผลที่เขาไม่ได้นำพวกมันออกมาใช้อยู่นาน
ถ้าชาร์จพลังให้หุ่นพวกนี้ได้ ก็จะมีไพ่ไม้ตายอีกใบที่เอาไว้รับมือกับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น
“ในสถานการณ์ทั่วไป ยากที่คนนอกจะเข้าไปใช้พลังของค่ายกล เพราะมีอักษรจารึกไว้อย่างเคร่งครัด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับผม ผมช่วยคุณชาร์จพลังหุ่นได้ตอนนี้เลยหากคุณต้องการ” ไอ้โหดพูด
“เยี่ยม” จางเซวียนยิ้มอย่างโล่งอกแล้วนำหุ่นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นทั้ง 20 ตัวและกายเนื้อของเขาออกจากแหวนเก็บสมบัติ จากนั้นก็กลับเข้าร่างของตัวเอง
จางเซวียนยกแขนขึ้น แล้วนิ้วหนึ่งก็ลอยออกมาจากฝ่ามือของเขาขึ้นสู่กลางอากาศ แผ่เจตนาสังหารเข้มข้นออกมาทันที
เมื่อรู้สึกได้ถึงพละกำลังมหาศาล หุ่นปีศาจเหล่านั้นรีบทรุดตัวลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว
ไอ้โหดคำรามอย่างพอใจและเริ่มต้นพูดภาษาแปลกๆ เจ้าหุ่นพากันเข้าแถวและตั้งต้นเดินไปที่แท่นซึ่งอยู่ใจกลางห้อง
เมื่อหุ่นไปถึงแท่น นิ้วที่ลอยอยู่ก็เริ่มวาดอักษรรูนประหลาดกลางอากาศ
ฟิ้ววววว!
บรรยากาศบริเวณนั้นดูจะสั่นสะท้านอยู่ชั่วครู่ ก่อนที่พลังจิตวิญญาณจะเริ่มพวยพุ่งเข้าสู่พระราชวังเหมือนคลื่นยักษ์ ตรงเข้าบ่มเพาะหุ่นปีศาจที่ยืนอยู่ตรงหน้าแท่น
แววตาคมกริบกลับมาสู่ดวงตาของหุ่น พร้อมกันกับที่ความแข็งแกร่งของมันเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด
เหลือเชื่อ! จางเซวียนตาโตด้วยความยำเกรง
เขาต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าการถ่ายทอดพลังงานวิธีนี้มีประสิทธิภาพมากกว่าการถ่ายทอดวรยุทธเสียอีก แต่เท่าที่ดู วิธีการถ่ายทอดพลังงานนี้ดูจะใช้ได้เฉพาะกับหุ่นเท่านั้น ถ้าเป็นนักรบทั่วไป ทางเดินพลังปราณและจุดชีพจรคงเสียหายภายในไม่กี่วินาทีหลังจากเจอเข้ากับคลื่นพลังงานอันปั่นป่วนและรุนแรง และคงตายไปเดี๋ยวนั้น
อีกทั้งความเร็วของมันก็เกินกำลังที่ร่างกายนักรบจะรับไหว
คงเป็นเพราะประสบการณ์ในอดีตที่ทำให้ไอ้โหดทำงานได้มีประสิทธิภาพมาก ใช้เวลาไม่นานก็ชาร์จพลังให้กับหุ่นได้ทั้ง 20 ตัว
เมื่อได้รับพลังงานกลับคืนมา หุ่นก็แผ่รังสีอันทรงพลังออกมา บ่งบอกถึงการพร้อมรบ
โชคไม่ดีที่พวกมันอ่อนแอเกินไป มีวรยุทธแค่ระดับเซียนขั้น 1 เท่านั้น อาจจะไร้เทียมทานเมื่อเทียบกับคู่ต่อสู้ทั่วๆไป แต่หากต้องเผชิญหน้ากับเผ่าพันธุ์ปีศาจจำนวนมาก ประสิทธิภาพของพวกมันก็มีจำกัด จางเซวียนถอนหายใจเฮือกขณะส่ายหน้า
เจ้าหุ่นพวกนี้เป็นแค่นักรบระดับเซียนขั้น 1 ขั้นสูงหรือสูงสุด หากปะทะกับกองกำลังเผ่าพันธุ์ปีศาจถึง 200 ตัวซึ่งมีวรยุทธระดับเซียนขั้น 1 และชั้น 2 พวกมันคงพ่ายแพ้ในทันที
ในตอนนั้น ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัวของจางเซวียน เดี๋ยวก่อน เรามองพวกมันเป็นซากศพ เผ่าพันธุ์ปีศาจที่เดินได้มาตลอด จึงเป็นธรรมดาที่ซากศพจะฝึกฝนวรยุทธและเพิ่มพละกำลังไม่ได้ แต่ถ้าเรามองว่าพวกมันเป็นแค่หุ่นและปรับโครงสร้างของมันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อยกระดับความสามารถในการต่อสู้ของมันล่ะ!
ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่าหุ่นเผ่าพันธุ์ปีศาจทำจากร่างของเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจริงๆ เขาจึงมองพวกมันเป็นซากศพเดินได้ที่มีวรยุทธหยุดนิ่งไปพร้อมกับความตายของมัน แต่หากมองพวกมันเป็นหุ่น ก็สามารถปรับเปลี่ยนกลไกเพื่อทำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ เขาจะยกระดับพละกำลังของพวกมันได้ด้วย
เมื่อครั้งที่อยู่ในภูผาสถิติ เขาก็ยังยกระดับวรยุทธของหุ่นที่ทำจากซี่โครงของอาจารย์ใหญ่โม่หลิ่วเจินให้มีวรยุทธขึ้นไปถึงระดับเซียน
หากเขาทำแบบเดียวกันกับกองทัพหุ่นทั้ง 20 ตัวนี้ได้ล่ะก็ พวกมันจะกลายเป็นไพ่ไม้ตายชั้นดีที่ใช้รับมือกับกองทัพเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น
“ข้อบกพร่อง!” จางเซวียนพึมพำก่อนจะสั่งการให้หุ่นปีศาจสำแดงเทคนิคการต่อสู้ของตัวเอง
เขาเพ่งสมาธิเข้าไปในหอสมุดเทียบฟ้าและเริ่มศึกษาข้อบกพร่องของพวกมัน
“ข้อบกพร่องที่ใหญ่ที่สุดของหุ่นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นคือกรรมวิธีการหลอมและวัสดุที่ใช้ในการหลอม หวูหยางจื่อนั้นเป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นช่างตีเหล็กหมายเลข 1 ของจักรวรรดิหงหย่วน แต่เขาก็เป็นแค่ช่างตีเหล็กระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด อีกอย่าง หุ่นเผ่าพันธุ์ปีศาจพวกนี้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้สูงสุดไปเป็นนักรบที่มีวรยุทธระดับเซียนขั้น 3 เท่านั้น” จางเซวียนพึมพำขณะอ่านหนังสือ
ส่วนใหญ่ ประสิทธิภาพในการตีเหล็กและวัสดุที่ใช้เป็นข้อจำกัดหลักของความสามารถของสิ่งประดิษฐ์แต่ละชิ้น ทำให้พวกมันไม่อาจสำแดงประสิทธิภาพได้เต็มที่ ข้อจำกัดนี้มองเห็นได้ชัดเจนในหุ่นเผ่าพันธุ์ปีศาจ
ถ้าจะพูดกันตามตรง จางเซวียนออกจะหงุดหงิดเล็กน้อยที่ได้รู้ว่าหุ่นเผ่าพันธุ์ปีศาจพัฒนาตัวเองได้สูงสุดถึงแค่นักรบระดับเซียนขั้น 3 เท่านั้น เขาคิดว่าตราบใดที่เขาทำให้พวกมันสมบูรณ์แบบได้ คงจะยกระดับพละกำลังของมันไปได้เรื่อยๆ แต่ดูเหมือนจะคาดหวังมากไป
ช่างมันเถอะ ยกระดับวรยุทธไปเป็นระดับเซียนขั้น 3 ก็ไม่เลว จางเซวียนปลอบใจตัวเอง
แม้ความจริงจะไม่เป็นไปอย่างที่หวัง หุ่นปีศาจที่มีวรยุทธระดับเซียนขั้น 3 ยี่สิบตัวก็ยังถือเป็นกองกำลังที่รับมือด้วยได้ยาก
แต่แน่นอนว่าก็ยังไม่มากพอจะสู้รบกับกองกำลังทั้ง 200 ตัวที่อยู่ด้านนอก
อีกทั้งราชาใบไม้เขียวกับราชาใบไม้สีทองยังมีวรยุทธถึงระดับเซียนขั้น 4 แม้ฝ่ายเขาจะมีจำนวนมากกว่า ก็ยังยากที่หุ่นระดับเซียนขั้น 3 ยี่สิบตัวจะเอาชนะทั้งคู่ได้
สำหรับวรยุทธระดับเซียน ความแตกต่างของแต่ละขั้นนั้นส่งผลอย่างมากต่อประสิทธิภาพการต่อสู้
โดยเฉพาะระหว่างนักรบระดับเซียนขั้น 3 กับขั้น 4
ช่างมันเถอะ ยกระดับพละกำลังให้พวกมันเสียก่อนแล้วค่อยวางแผนต่อไป
เมื่อตัดสินใจได้แล้ว จางเซวียนเดินเข้าไปหาหุ่นแล้วใช้ฝ่ามือโจมตีพวกมัน
เกิดเสียงแกรกกรากกึกก้อง แล้วรังสีที่แผ่ออกมารอบตัวหุ่นเผ่าพันธุ์ปีศาจทั้ง 20 ตัวนั้นก็คมกริบและน่าสะพรึงกว่าเดิม
หลังจากเสร็จธุระ จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเหนื่อยอ่อน “เอาล่ะ สูบพลังจิตวิญญาณเข้าไปได้แล้ว”
ถ้าไม่ใช่เพราะหนังสือจำนวนมากมายที่เขาได้อ่านที่โรงเรียนนักออกแบบสวรรค์สร้าง ซึ่งทำให้เขามีความเข้าใจอย่างล้ำลึกเรื่องโครงสร้างภายในของหุ่น จางเซวียนก็คงไม่มีวันทำสำเร็จ
แต่ถึงอย่างนั้น กว่าจะปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพของหุ่นเสร็จสิ้น ก็รู้สึกเหมือนจิตวิญญาณแทบจะเหือดแห้ง พร้อมจะสลบไปได้ทุกขณะ
แต่เรื่องนั้นก็เป็นที่เข้าใจได้ การทำให้หุ่นซึ่งมีส่วนประกอบมากมายสมบูรณ์แบบขึ้นมาได้นั้นจะผิดพลาดในขั้นตอนไหนไม่ได้เลย อีกทั้งหุ่นแต่ละตัวยังมีความแตกต่างในเรื่องรูปแบบและเทคนิคการหลอม เขาจึงต้องปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับพวกมัน ทำให้เป็นงานที่ซับซ้อนขึ้นอีก ด้วยเหตุนี้ จางเซวียนจึงต้องใช้สมองจนเหนื่อยอ่อนถึงขีดสุด
เขาทรุดตัวลงนั่งขัดสมาธิกับพื้นแล้วนำจิตวิญญาณของมังกรเขาน้ำเงินออกมา จากนั้นก็ซึมซับพลังงานของมันเพื่อเยียวยาตัวเอง
ระหว่างนั้น ไอ้โหดก็วุ่นอยู่กับการจารึกอักษรรูนเพื่อเติมเต็มความแข็งแกร่งให้กับหุ่นที่ถูกอัพเกรดขึ้นใหม่
แม้ส่วนประกอบของมันจะสมบูรณ์แบบ แต่ถ้าหุ่นมีพลังงานไม่เพียงพอ ก็ไม่สามารถปลดปล่อยพลังที่เทียบเท่ากับนักรบระดับเซียนขั้น 3 ได้
ก็เหมือนกับรถยนต์ ต่อให้มีแรงม้ามากแค่ไหน หากมีเชื้อเพลิงไม่พอก็ไม่อาจพุ่งทะยานไปได้เต็มขีดความสามารถ
โชคดีที่มีพลังจิตวิญญาณอยู่ในบริเวณนี้มากพอ จึงไม่เกิดปัญหา
ครืนนนนน!
ทันทีที่พลังจิตวิญญาณถูกสูบเข้าไปในหุ่นเผ่าพันธุ์ปีศาจอย่างรวดเร็ว พระราชวังนั้นก็เริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ขณะที่อักษรซึ่งจารึกไว้บนผนังและเสาแต่ละต้นเริ่มเลือนและหลุดลอกออกมา
ไอ้โหดโพล่งออกมาทันที “นายท่าน ดูเหมือนที่นี่จะมีพลังงานไม่พอ”
