ตอนที่ 983 รักษาพิษ
บ้าบอสิ้นดี!
ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเอาเสียเลย แล้วยังอยากจะให้ผมเป็นอาจารย์ ฝันไปเถอะ!
ตาเฒ่าสติเฟื่องเดาะลิ้นอย่างหงุดหงิด
“….” โจวชวนแทบน้ำตาร่วง
เพิ่งเมื่อครู่นี้เองที่คุณทำท่าราวกับจะฆ่าเขา ผมจะไปรู้ได้อย่างไรว่าคุณจะเชิญเขาเข้าบ้านราวกับแขกผู้ทรงเกียรติในพริบตาต่อมา?
“มัวรีรออะไรอยู่ล่ะ?” ถึงโจวชวนจะงงงันสักแค่ไหน ก็ยังหันไปสั่งการกับคนรับใช้ของเขา
“….” คนรับใช้
“ช่างมันเถอะ ฉันทำเอง!” หลังจากอ้ำอึ้งอยู่ครู่หนึ่ง โจวชวนก็โบกมือ
ดูจะเป็นการดีกว่าหากเขาทำด้วยตัวเอง
เขาจึงรีบกลับออกมาแล้วเข้าไปในบ้านพักฝั่งตรงข้าม
จางเซวียนไม่สนใจโจวชวน เขาเดินเข้าไปในห้องและทรุดตัวลงนั่ง
ส่วนตาเฒ่าสติเฟื่องก็นั่งลงข้างๆ ขณะมองจางเซวียนด้วยสายตาที่แสดงความเคารพ
ห้องนั้นเงียบงันไปครู่หนึ่ง
สุดท้ายตาเฒ่าสติเฟื่องก็อดรนทนไม่ไหว เขาเอ่ยปากพูดอย่างระมัดระวัง “ผู้อาวุโส ในส่วนของยาพิษเมือกเขียวของผมน่ะ”
อีกฝ่ายมองปราดเดียวก็รู้ชัดขนาดนี้ ก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะรู้วิธีรักษา
สำหรับคนที่มีความสามารถในการหยั่งรู้อันเฉียบคม ก็ถือว่าควรค่าแก่การถูกเรียกว่าผู้อาวุโส
“ยาพิษเมือกเขียวเป็นยาพิษร้ายแรงเกรด 7 แม้แต่กูรูยาพิษเกรด 7 ยังรักษามันแทบไม่ได้” จางเซวียนพูด
ได้ยินแบบนั้น ตาเฒ่าสติเฟื่องหน้าสลดด้วยความผิดหวัง
ถ้าแม้แต่กูรูยาพิษระดับ 7 ดาวยังรักษาไม่ได้ ก็แปลว่าเขาไม่มีหวังใช่ไหม?
“แต่…ผมรักษาได้!” จางเซวียนพูด
“คุณรักษาได้หรือ?” ตาเฒ่าสติเฟื่องหรี่ตา เขากำหมัดแน่น ใบหน้าแสดงความรู้สึกมากมายหลายหลาก สุดท้ายเขาก็กัดฟันและทรุดตัวลงกับพื้น “ผู้อาวุโส ผมขอวิงวอนให้ช่วยชีวิตผมด้วย!”
เขาต้องทุกข์ทรมานจากพิษนี้มาเนิ่นนาน ทั้งร่างกายและจิตใจแทบจะหมดความอดทนแล้ว หากอีกฝ่ายรักษาเขาได้จริง อย่าว่าแต่คุกเข่าเลย เขายินดีที่จะยอมเป็นทาสของชายผู้นี้โดยไม่ลังเล
เคร้งงงง!
ขณะที่ตาเฒ่าสติเฟื่องทรุดตัวลงคุกเข่า โจวชวนซึ่งเพิ่งเตรียมชาเสร็จก็เข้ามาในห้องและเห็นภาพอันน่าทึ่งนั้นพอดี
เขาตกตะลึงเสียจนปล่อยถาดน้ำชา ทำเอากาน้ำชาและถ้วยชาตกพื้นแตกกระจาย
โจวชวนแทบจะเสียสติให้ได้
เขารู้ดีว่าตาเฒ่าสติเฟื่องหยิ่งผยองในตัวเองแค่ไหน ขนาดตัวเขาที่เป็นประธานสมาคมนายแพทย์ยังต้องแสดงความเคารพต่ออีกฝ่าย ทำตามคำสั่งราวกับเป็นคนรับใช้ แต่หมอนั่นก็ไม่เหลือบแลเขาเลย
ในขณะที่อีกคนพังประตูบ้าน ทำให้อสูรระดับเซียนของเขาเป็นบ้าเป็นบอไป แต่ไม่เพียงเจ้าตัวจะไม่โกรธ ยังสั่งการให้เขาไปเตรียมน้ำชาให้ และถึงกับคุกเข่าให้หมอนั่นด้วย
มันจะเกินไปแล้ว!
บุคคลที่น่าจะเป็นนายแพทย์ระดับ 7 ดาวและไม่ได้เกรงกลัวอะไรท่านเจ้าเมืองเลยสักนิดกลับทรุดตัวลงคุกเข่าให้กับชายอีกคนหนึ่ง…
โจวชวนรู้สึกเหมือนโลกจะถล่มทลาย สมองของเขาใกล้ระเบิดเต็มที
“ไม่ต้องมีพิธีรีตองไปหรอก เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น” นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะคุกเข่าให้ จางเซวียนส่ายหัวและบอกให้เขาลุกขึ้นยืน
“ผู้อาวุโส ผมมีดอกหลุมศพ มันอายุ 200 ปีแล้ว ถ้าคุณอยากได้ล่ะก็ นำมันไปได้เลย” ถึงตอนนี้ ตาเฒ่าสติเฟื่องนึกได้ถึงคำร้องขอของจางเซวียน จึงเสริมขึ้นมา
จางเซวียนพยักหน้า
เพียงเท่านี้ การมาพบตาเฒ่าสติเฟื่องก็ถือว่าสำเร็จตามเป้าหมายของเขาแล้ว
“การรักษายาพิษเมือกเขียวนั้นไม่ยาก แต่เพราะคุณได้รับพิษมานานเกินกว่า 20 ปี พิษนั้นจึงซึมลึกลงไปถึงอวัยวะและกระดูก ทำให้การรักษาเป็นไปได้ยาก การกินยาถอนพิษแบบทั่วไปจะมีผลน้อยมาก ผมเกรงว่าคงต้องใช้วิธีพิเศษ” จางเซวียนพูดหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ขอแค่รักษาได้ ผมพร้อมทำทุกอย่าง” ตาเฒ่าสติเฟื่องพยักหน้าอย่างเด็ดเดี่ยว
“ดี!” เห็นอีกฝ่ายเตรียมตัวเตรียมใจพร้อม จางเซวียนพยักหน้าและยิ้มให้ จากนั้นก็สะบัดข้อมือ นำกระดาษกับพู่กันออกมาและเริ่มเขียนใบสั่งยา “ผมต้องการสมุนไพรเหล่านี้ ยิ่งแก่จัดเท่าไหร่ยิ่งดี”
ตาเฒ่าสติเฟื่องรับกระดาษไปและมองรายการสมุนไพรที่ต้องใช้ ครู่ต่อมาก็พยักหน้าและยื่นกระดาษแผ่นนั้นให้โจวชวน “เตรียมสมุนไพรเหล่านี้ให้ผมที แล้วผมจะพิจารณารับคุณเป็นศิษย์!”
“ขอรับ” โจวชวนตาโตเมื่อได้ยิน
เขาไม่กล้าเสียเวลา จึงรีบออกจากห้องเพื่อไปเตรียมสมุนไพร
“เตรียมหม้อใบใหญ่มากๆ มาด้วยนะ ผมจะต้องนำสมุนไพรลงไปต้มในนั้น…พร้อมกับตัวคุณ” จางเซวียนพูดต่อ
“ต้มพร้อมกับตัวผม?” ตาเฒ่าสติเฟื่องเลิกคิ้ว
ด้วยระดับวรยุทธของเขา การต้องสัมผัสกับน้ำร้อนๆ ไม่ได้ทำให้เจ็บปวดอะไรมากมาย แต่ก็ยังเป็นความรู้สึกที่ไม่น่าอภิรมย์นักที่ต้องถูกต้มทั้งเป็น
“ใช่แล้ว คุณได้รับพิษมานานเกินไป และยาและสมุนไพรจำนวนมากที่คุณกินเข้าไปตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็มีแต่จะทำให้อาการของคุณซับซ้อนขึ้น อันดับแรก จะต้องต้มคัดเอาสมุนไพรที่ไม่จำเป็นพวกนั้นออกจากร่างของคุณเสียก่อนที่จะดำเนินการรักษาขั้นต่อไป” จางเซวียนอธิบาย
ตาเฒ่าสติเฟื่องพยักหน้า
ในฐานะนายแพทย์ เขารู้สภาวะร่างกายของตัวเองดี ยาถอนพิษที่เขาพยายามกินเข้าไปตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมาออกฤทธิ์เพียงบางส่วนเท่านั้น
วัตถุประสงค์ของการต้มก็เพื่อเคลียร์ร่างกายของเขาให้ปลอดจากสมุนไพรที่ยังตกค้างอยู่ ทำให้ร่างกายของเขากลับสู่สภาพดั้งเดิม
“หลังจากที่สมุนไพรถูกสกัดออกจากร่างของคุณแล้ว ให้ดื่มไวน์น้ำเต้านี้ ไวน์นี้จะทำให้คุณได้รับการเยียวยาพิษเมือกเขียวในร่างกาย” จางเซวียนสะบัดข้อมือแล้วนำน้ำเต้าออกมาส่งให้ตาเฒ่าสติเฟื่อง
ยาถอนพิษทั่วไปไม่อาจซึมซาบเข้าไปในอวัยวะและกระดูกของเขาเพื่อชำระล้างยาพิษเมือกเขียวได้ จางเซวียนจึงไม่มีทางเลือกนอกจากต้องถ่ายทอดพลังปราณเทียบฟ้าลงไป
แต่แน่นอนว่าก็จำเป็นที่จะต้องปรับสภาวะร่างกายให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเสียก่อน ไม่อย่างนั้นจะต้องสิ้นเปลืองพลังปราณมาก
เพราะพิษร้ายนี้สามารถสังหารได้แม้แต่นักรบระดับเซียนขั้น 4 จึงไม่ใช่สิ่งที่จะขจัดได้ด้วยกระแสพลังปราณเพียงหนึ่งหรือสองสาย
“ขอบคุณมาก!” ตาเฒ่าสติเฟื่องรับน้ำเต้ามาด้วยแววตาที่แสดงถึงความสำนึกในบุญคุณ
ยาถอนพิษที่สามารถรักษายาพิษเกรด 7 ได้นั้นย่อมมีค่ากว่าดอกหลุมศพมาก ซึ่งอีกฝ่ายมอบให้เขาโดยปราศจากความลังเล
“ผู้อาวุโส รอตรงนี้สักครู่หนึ่ง ผมจะไปนำดอกหลุมศพมาให้เดี๋ยวนี้” หลังจากรู้วิธีการรักษาแล้ว ตาเฒ่าสติเฟื่องก็รีบออกไปจากห้อง ไม่ช้าก็กลับมาพร้อมกับกล่องหยกใบหนึ่ง
จางเซวียนรับกล่องหยกมาเปิดออกอย่างแผ่วเบา และเห็นสมุนไพรสีขาวบริสุทธิ์อยู่ข้างใน ดูราวกับหยกแสนสวย มันมีกลิ่นหอมอ่อนๆ เตะจมูก
“อือ” จางเซวียนพยักหน้าแล้วยื่นดอกหลุมศพให้หูอวิ๋นเซินพร้อมกับสั่งการ “กลับไปที่สำนักเมฆหม่นแล้วเตรียมการประมูลนะ ผมต้องการให้ข่าวเรื่องการประมูลสมุนไพรแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมือง”
“ได้” หูอวิ๋นเซินพยักหน้าก่อนจะออกไปพร้อมกับสมุนไพรในมือ
จากนั้น จางเซวียนหลับตาและรอคอยอย่างอดทน
…..
2 ชั่วโมงต่อมา
โจวชวนกลับมาพร้อมกับสมุนไพรที่จางเซวียนต้องการ เขารีบใส่ทุกอย่างลงไปในหม้อใบใหญ่เพื่อต้มรวมกัน
เมื่อกะว่าคุณสมบัติทางยาของสมุนไพรที่อยู่ในหม้อนั้นขึ้นสูงถึงขีดแล้ว เขาก็เรียกตาเฒ่าสติเฟื่องให้ลงไปในหม้อ
ฟู่!
ไม่ช้าสารสีดำมืดมากมายก็ซึมออกมาจากรูขุมขนของตาเฒ่า ทำให้น้ำใสๆ ในหม้อกลายเป็นสีดำเหมือนหมึก
จางเซวียนก้าวเข้าไปและใช้นิ้วเคาะร่างของอีกฝ่ายหลายจุด จากนั้นก็สะบัดข้อมือแล้วนำเข็มชุดหนึ่งออกมา ด้วยการกระตุกมือเล็กน้อย เข็มเหล่านั้นก็ปลิวไปปักที่จุดต่างๆ
ครู่ต่อมา สีเทาบนผิวพรรณของตาเฒ่าสติเฟื่องก็ค่อยๆ จางไป กลับสู่สีผิวที่ขาวเหมือนเดิม
รู้ดีว่าการรักษาขั้นแรกสำเร็จแล้ว จางเซวียนจึงสั่งการให้ดื่มไวน์ในน้ำเต้า
ไม่ช้า สีเทาในดวงตาของเขาก็หายไป
ฟิ้ววววว!
ทันทีที่เส้นสีแดงในดวงตาหายไปด้วย รังสีทรงพลังก็ระเบิดขึ้นกลางอากาศ พละกำลังและวรยุทธระดับเซียนขั้น 1 ของเขาพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด
“เอ่อ” โจวชวนตาค้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ
รู้ดีว่าโจวชวนสงสัย จางเซวียนอธิบายยิ้มๆ “พิษรุนแรงในร่างกายได้กดข่มวรยุทธของเขาไว้ ตอนนี้เมื่อรักษาพิษแล้ว จึงเป็นธรรมดาที่จะได้พละกำลังเดิมกลับคืนมา”
เหตุผลที่เขารู้เรื่องการถูกพิษของตาเฒ่าสติเฟื่องก็เพราะอีกฝ่ายได้สำแดงเทคนิคการต่อสู้ออกมา หอสมุดเทียบฟ้าจึงประมวลหนังสือให้
หนังสือได้แนะนำปัญหาที่ชายชราต้องเผชิญหน้ามาตลอด ทั้งยังบ่งบอกตัวตนของเขาด้วย…นายแพทย์ระดับ 7 ดาวแห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน!
นายแพทย์ระดับ 7 ดาวจะมีวรยุทธแค่ระดับเซียนขั้น 1ได้อย่างไร?
เป็นไปได้ว่าเขาถูกใครบางคนวางยา ด้วยความโชคดีบางอย่างจึงรอดชีวิตมาได้ แต่ถึงอย่างนั้นร่างกายก็อ่อนแอลงมาก เพราะพิษของยาพิษนั้น เขาจึงไม่มีทางเลือกนอกจากมากบดานอยู่ในดินแดนไกลปืนเที่ยง เดือนปีผ่านไป ยาพิษก็ค่อยๆ กดข่มระดับวรยุทธของเขาลงทีละน้อย จนทำให้อยู่ในสภาพนี้
เมื่อพิษร้ายถูกกำจัดไปแล้ว วรยุทธของเขาก็ไม่ถูกกดข่มอีกต่อไป มันจึงกลับคืนสู่ระดับเดิม
บึ้ม!
พลังงานมหาศาลก่อตัวขึ้นในร่างของตาเฒ่าสติเฟื่อง ไม่นานเขาก็ฝ่าด่านคอขวดของวรยุทธระดับเซียนขั้น 1 ไปเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 2!
จากนั้นก็ก้าวสู่ระดับเซียนขั้น 3!
อีก 2 ชั่วโมงต่อมา เกิดการระเบิดของพลังงานขึ้นอีกครั้ง เขาสำเร็จวรยุทธระดับเซียนขั้น 4!
เมื่อได้รับการถอนพิษ ระดับวรยุทธของเขาก็กลับคืนสู่จุดเดิม
“ผม” ตาเฒ่าสติเฟื่องลุกขึ้นยืน รู้สึกถึงพละกำลังที่พลุ่งพล่านไปทั่วกระแสเลือด นัยน์ตาของเขาแดงก่ำ
นี่มันผ่านมากี่ปีแล้ว?
นานแค่ไหนที่เขาเฝ้าหวังว่าจะถอนพิษออกจากร่างของตัวเองได้และกลับคืนสู่ความแข็งแรงดังเดิม? เวลาผ่านไปเนิ่นนานเหลือเกิน และความหวังของเขาก็สูญสิ้นไปแล้ว เขาออกมาใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบในดินแดนห่างไกล ใครจะไปนึกว่าชายวัยกลางคนที่พรวดพราดเข้ามาในชีวิตของเขาจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้?
“ขอบคุณที่มอบชีวิตใหม่ให้ผม ผู้อาวุโส!” ตาเฒ่าสติเฟื่องทรุดตัวลงคุกเข่าและขอบคุณจางเซวียนอย่างจริงใจ
ก่อนหน้านี้เขาก็คุกเข่าไปครั้งหนึ่งแล้ว แต่เป็นเพราะความปรารถนาที่จะได้รับการรักษา คราวนี้เป็นการคุกเข่าเพราะความเคารพและสำนึกในบุญคุณจากใจจริง
“ไม่เป็นไร” จางเซวียนพยักหน้า
ตาเฒ่าสติเฟื่องเป็นนายแพทย์ที่ได้ใช้เวลาตลอดชีวิตของเขาช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ทรมาน หากมีอะไรที่เขาทำได้ เขาก็อยากช่วย
“คนที่วางยาคุณจะต้องเป็นกูรูยาพิษใช่ไหม?” จางเซวียนขมวดคิ้ว
ยาพิษเมือกเขียวเป็นยาพิษที่ผสมได้ยากแม้แต่กับกูรูยาพิษระดับ 7 ดาว ผู้ที่ไม่ใช่กูรูยาพิษไม่น่าจะใช้ยาพิษชนิดนี้กับเขาได้
“มันเป็นฝีมือของกูรูยาพิษจริงๆ …ในเมื่อวรยุทธของผมกลับคืนสภาพเดิมแล้ว ผมจะทำให้เขาต้องชดใช้ให้ได้” ตาเฒ่าสติเฟื่องกำหมัดแน่น มีประกายเย็นเยียบในดวงตา
“อือ” เห็นอีกฝ่ายไม่เต็มใจจะพูดเรื่องนี้ต่อ จางเซวียนจึงไม่ถามไถ่ให้มากความ
“ไม่ทราบว่าผมควรเรียกผู้อาวุโสว่าอะไร?” ตาเฒ่าสติเฟื่องถาม
ในเมื่อชดใช้กันไปแล้ว แต่เขายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายชื่ออะไร ช่างน่าอายเหลือเกิน
“ผมชื่อซุนฉาง” จางเซวียนพูด
“เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็คือผู้อาวุโสซุน” ตาเฒ่าสติเฟื่องพยักหน้าและสะบัดข้อมือ เขานำตราสัญลักษณ์อันหนึ่งออกมายื่นให้จางเซวียนด้วยความเคารพ “ผมพอมีเส้นสายอยู่บ้างในสมาคมนายแพทย์แห่งจักรวรรดิฉิงหย่วน ดังนั้น ถ้าคุณมีปัญหาอะไร ตามตัวผมโดยใช้ตราสัญลักษณ์อันนี้ หากอยู่ในวิถีทางที่ผมทำได้ ผมจะทำให้สำเร็จ!”
จางเซวียนรับตราสัญลักษณ์มาแล้วพยักหน้า
วันหนึ่งเขาก็คงต้องไปเยือนจักรวรรดิฉิงหย่วน และในเมื่ออีกฝ่ายอยากตอบแทนให้ เขาก็สมควรที่จะรับไว้ เพราะถึงอย่างไรก็ไม่อาจพูดได้ว่าจะมีวันไหนที่เขาจะต้องการมันหรือไม่
“ในเมื่อพิษของคุณได้รับการเยียวยาแล้ว ผมขอตัวนะ ลาก่อน!”
จางเซวียนรู้สึกว่าไม่มีเหตุผลที่จะอยู่ต่อในเมื่ออีกฝ่ายได้รับการรักษาแล้ว เขาจึงมุ่งหน้ากลับสำนักเมฆหม่น
แต่ยังไม่ทันจะเดินเข้าสำนัก ก็เห็นหูอวิ๋นเซินพรวดพราดมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี อีกฝ่ายรีบเข้ามาหาเขาขณะบอกว่า “ผู้อาวุโส, ข่าวร้าย”
