ตอนที่ 985 ซ้อมอาจารย์ของคุณ
“ผู้อาวุโส?” เห็นจางเซวียนชะงักฝีเท้า หูอวิ๋นเซินถามอย่างประหลาดใจ
“คุณไปหาที่นั่งก่อนเลย ทำอย่างที่ผมบอกไว้นะ ดูให้แน่ใจว่าจดชื่อทุกคนที่ประมูลดอกหลุมศพไว้ ผมมีเรื่องต้องไปจัดการก่อน ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวจะรีบกลับ” จางเซวียนสั่งการ
“ขอรับ” หูอวิ๋นเซินไม่กล้าพูดอะไรมาก เขาพยักหน้าและรีบไป
คิ้วขมวดมุ่นของจางเซวียนไม่ได้คลายออกหลังจากหูอวิ๋นเซินจากไป ตรงกันข้าม มันกลับขมวดมุ่นมากขึ้น
เขาหันหลังกลับแล้วไปอีกทางหนึ่ง ไม่นานก็มาถึงทางเข้าห้องประมูลขนาดใหญ่
ห้องนั้นคลาคล่ำไปด้วยฝูงชนที่ต้องการเข้าร่วมการประมูล จางเซวียนมองไปรอบๆ แล้วสายตาก็ไปสะดุดที่ชายวัยกลางคนที่ดูหน้าตาธรรมดาคนหนึ่ง
ดูเผินๆ หมอนี่เหมือนจะเป็นนักรบระดับเซียนขั้น 1-ขั้นต้นซึ่งมีพลังปราณธาตุน้ำ มีบุคลิกหลุกหลิกเหมือนพยายามกลบเกลื่อนอะไรบางอย่าง ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร การปรากฏตัวของเขาทำให้จางเซวียนรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ
เป็นความรู้สึกเดียวกันกับที่เขารู้สึกในอาณาจักรใต้ดิน
“เขาเป็น…เผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่น!” จางเซวียนหรี่ตา
เพราะได้สังหารเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นในอาณาจักรใต้ดินไปกว่า 200 ตัว เขาจึงรู้ดีว่าพวกมันน่าสะพรึงขนาดไหน ถึงตอนนี้หมอนั่นจะไม่ได้แผ่เจตนาสังหารออกมา แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงแรงกดดันมหาศาล
อีกอย่าง ตราประทับอาจารย์ใหญ่ของเขาก็กำลังสั่นอย่างร้อนรนเหมือนกับจะกระโดดออกมาได้ทุกขณะ
ดวงตาหยั่งรู้!
เส้นสายสีเขียวปรากฏขึ้นในม่านตาของจางเซวียน เขาจ้องดูอีกครั้ง หมอนั่นเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นจริงๆ
เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายใช้เทคนิคไหน แต่สามารถปกปิดเจตนาสังหารไว้ได้อย่างมิดชิด ทำให้แม้แต่นักรบระดับเซียนที่อยู่รอบๆ ก็ไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของเขา ถ้าไม่ใช่เพราะจางเซวียนได้ปะทะกับเผ่าพันธุ์ปีศาจในอาณาจักรใต้ดินมามากมาย ทำให้เขารู้จักพวกมันเป็นอย่างดี และถ้าไม่ใช่เพราะดวงตาหยั่งรู้ ก็ไม่มีทางที่จางเซวียนจะรู้เหมือนกันว่าบุคคลตรงหน้าเขาเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจ
“เรามองไม่เห็นพละกำลังของมัน” จางเซวียนกำหมัดแน่น
ด้วยวิธีการปลอมตัวบางอย่าง กระบวนการรับรู้บางชนิดจึงใช้การกับมันไม่ได้ ดวงตาหยั่งรู้มองเห็นรูปร่างที่แท้จริงของหมอนั่น แต่ไม่อาจกะประมาณวรยุทธของเขา
แน่นอนว่าเป็นเพราะวรยุทธของอีกฝ่ายสูงกว่าเขาด้วย
แต่ตอนนี้คำถามที่อยู่เฉพาะหน้าไม่ใช่ว่าหมอนั่นทรงพลังแค่ไหน แต่เป็นคำถามที่ว่าทำไมเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นถึงปลอมตัวเป็นมนุษย์แล้วมาปรากฏตัวในห้องประมูลของเมืองจิ้งหยวนอันแสนห่างไกล เขาตั้งใจจะเข้าร่วมการประมูลหรือเปล่า?
หรือว่าดอกหลุมศพเป็นที่ต้องการของเผ่าพันธุ์ปีศาจเหมือนกัน?
“เราจะให้มันเข้าไปในห้องประมูลไม่ได้” จางเซวียนกัดฟันครุ่นคิด
เผ่าพันธุ์ปีศาจที่มีวรยุทธระดับเซียนปรากฏตัวขึ้นในเมืองของมนุษย์ ต้องมีการใช้เล่ห์กลบางอย่างที่นี่
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะคิดอะไร เขาต้องทำลายแผนการนั้น อย่างแรกต้องขัดขวางไม่ให้หมอนั่นเข้าร่วมการประมูล เพื่อไม่ให้ได้สิ่งที่ต้องการไป
“ว่าแต่…เราจะทำอย่างไรไม่ให้คนอื่นรู้ตัว” จางเซวียนขมวดคิ้ว
ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ทางเข้าห้องประมูล ไม่ว่าเขาจะลงมือด้วยตัวเองหรือปล่อยกองทัพหุ่นออกมาก็จะต้องเกิดความวุ่นวายขนานใหญ่ หากเลวร้ายไปกว่านั้น ห้องประมูลอาจพังพินาศ
อีกอย่าง ถ้าเขาต้อนหมอนั่นให้จนมุม มันก็อาจใช้วิถีทางของเผ่าพันธุ์ปีศาจมาตอบโต้ ซึ่งการที่ใครต่อใครได้เห็นว่าเผ่าพันธุ์ปีศาจปรากฏตัวขึ้นในเมืองจิ้งหยวนนั้น ย่อมจะเกิดความวุ่นวายใหญ่โต กองทัพปรมาจารย์จะต้องถูกส่งมาที่นี่เพื่อสืบสาวราวเรื่อง ทำให้กูรูยาพิษต้องเก็บเนื้อเก็บตัว ถึงตอนนั้นก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะหากูรูยาพิษสักคนมานำทางไปยังห้องโถงแห่งยาพิษ
ขณะกำลังคิดหนัก จางเซวียนก็เห็นเผ่าพันธุ์ปีศาจที่ปลอมตัวมานั้นเดินตามฝูงชนที่คลาคล่ำเข้าไปในห้องประมูล ถ้าเขาคิดจะทำอะไรก็ต้องทำเสียตอนนี้ ถ้าหมอนั่นได้ที่นั่งแล้ว ไม่มีทางที่จะลากเขาออกมาได้โดยไม่สร้างความแตกตื่น
“ไม่มีเวลาวางแผนอะไรเลย เกิดอะไรขึ้นก็ด้นสดเอาแล้วกัน” รู้ดีว่าตัวเองไม่มีเวลามาก จางเซวียนพุ่งเข้าไปขวางทางเผ่าพันธุ์ปีศาจตัวนั้นไว้
“คุณทำอะไรน่ะ?”
เห็นว่ามีคนมาขวางทาง เผ่าพันธุ์ปีศาจที่ปลอมตัวมาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด
ฟึ่บ!
จากนั้น องครักษ์ 2 คนที่อยู่ข้างหมอนั่นก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับชักดาบ ดูพร้อมจะเอาเรื่องจางเซวียนได้ทันที
องครักษ์ทั้งสองเป็นนักรบตัวดักแด้ขั้นสูงสุด แต่เป็นมนุษย์ ไม่ใช่เผ่าพันธุ์ปีศาจ
“ไม่ทราบว่าสหายขวางทางเราไว้ทำไม?” เมื่อเห็นทุกคนจ้องมองมา เผ่าพันธุ์ปีศาจโบกมือเพื่อให้องครักษ์ขยับออกไป ก่อนจะหันมาพูดกับจางเซวียน
ตัวเขาเองก็รู้ดีว่าการทำตัวเป็นจุดสนใจนั้นจะทำให้เสียเปรียบ มีโอกาสที่ตัวตนที่แท้จริงจะถูกเปิดเผย
อีกอย่าง ที่เขาปลอมตัวเป็นมนุษย์มายังเมืองจิ้งหยวนนั้นก็เพราะมีภารกิจต้องทำ จะปล่อยให้มีสายตามาจับจ้องมากเกินไปไม่ได้
“สวรรค์มีตาจริงๆ นะ! หลังจากผ่านไปหลายปี ในที่สุดผมก็ได้พบคุณ!” จางเซวียนไม่ใส่ใจคำพูดของเผ่าพันธุ์ปีศาจ เขาปั้นสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด ตรงรี่เข้าไปกอดอีกฝ่าย
เผ่าพันธุ์ปีศาจตัวนั้นยกมือขึ้นผลักจางเซวียนออกห่างและขมวดคิ้ว
“ผมคือซุนฉาง คุณจำผมไม่ได้หรือ?”
เมื่อถูกผลักออกไป จางเซวียนมองหน้าเผ่าพันธุ์ปีศาจอย่างร้อนรนแล้วรีบแนะนำตัวเอง ราวกับกลัวว่าเพื่อนเก่าจะจำเขาไม่ได้
“ซุนฉาง?” เผ่าพันธุ์ปีศาจขมวดคิ้ว “ผมเสียใจด้วย คุณจำคนผิดแล้วล่ะ!”
ในฐานะเผ่าพันธุ์ปีศาจที่เล็ดลอดเข้ามาในทวีปแห่งปรมาจารย์ เขาจะไปมีคนรู้จักอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ไอ้บ้านี่โผล่มาจากไหน?
“ผมไม่มีทางจำคนผิดหรอก!” จางเซวียนไม่แยแสท่าทีเย็นชาของอีกฝ่าย เขาคว้าแขนมันไว้แล้วพูดอย่างร้อนรน “เราโตมาด้วยกันนะ ผมยังจำได้เลยว่าตอนหนุ่มๆ น่ะคุณเย่อหยิ่งขนาดไหน ตอนนั้น หลังจากที่คุณฝ่าด่านวรยุทธได้แล้ว คุณก็ซ้อมท่านอาจารย์ของเราเสียน่วม เพราะคุณคิดว่าเขาจุ้นจ้านเกินไป, เพื่อแก้แค้นให้สัตว์เลี้ยงของคุณ คุณผสมยาพิษและสังหารนักรบระดับเซียนไปคนหนึ่ง ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังได้เรียนรู้ศาสตร์ของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณและใช้จิตวิญญาณของตัวเองทำเรื่องเลวร้าย 2-3 อย่าง ผมยังจำเรื่องพวกนี้ได้แม่นราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเลยทีเดียว ไม่มีทางที่ผมจะจำคนผิดหรอก!”
“เขาซ้อมอาจารย์ของตัวเองเพราะคิดว่าอาจารย์จุ้นจ้านเกินไป? คนคนหนึ่งจะทำกับอาจารย์ของตัวเองแบบนั้นได้อย่างไร?”
“ผสมยาพิษเพื่อสังหารนักรบระดับเซียน…เขาเป็นกูรูยาพิษหรือ?”
“เขาร่ำเรียนศาสตร์ของผู้พยากรณ์จิตวิญญาณด้วย พวกนั้นทรยศต่อมวลมนุษยชาติโดยการไปเข้ากับเผ่าพันธุ์ปีศาจจากโลกอื่นนี่นา?”
ได้ยินแบบนั้น สายตาของฝูงชนพลันเป็นปฏิปักษ์ขึ้นมาทันที
ผู้ที่อยู่ในทวีปแห่งปรมาจารย์ได้รับการสอนให้เคารพอาจารย์ของตัวเองและเคารพลำดับอาวุโส ผู้ที่บังอาจทรยศอาจารย์ของตัวเองจะต้องถูกประณามไปชั่วชีวิต
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งกูรูยาพิษและผู้พยากรณ์จิตวิญญาณก็เป็นอาชีพที่ถูกสังคมรังเกียจ บอกได้เลยว่าพวกเขาก็อดทนอดกลั้นพอแล้วที่ไม่ตรงเข้ามาซ้อมหมอนั่นเสียตอนนั้น
“คุณพูดอะไรไร้สาระ?” เห็นคนที่ไม่รู้จักเข้ามาพูดอะไรเหลวไหล เผ่าพันธุ์ปีศาจเลิกคิ้วและโมโหจนแทบจะระเบิดออกมา “ผมไม่รู้จักคุณด้วยซ้ำ!”
ถ้าฝูงชนหันมาสนใจเขาและตัวตนที่แท้จริงถูกเปิดเผยออกมา เขาจะเข้าร่วมการประมูลได้อย่างไร?
เขาจึงสะบัดแขนอย่างแรงและปัดป้องมือที่พยายามจะมาคว้าตัวเขา
“คุณไม่รู้จักผม? ดี!” จางเซวียนทำท่าราวกับหงุดหงิดที่อีกฝ่ายแสร้งทำเป็นไม่รู้จัก เขาเลิกคิ้ว “สามปีก่อน ตอนที่คุณถูกศัตรูทำร้ายเสียเกือบตายน่ะ ผมคือคนที่ช่วยชีวิตคุณไว้ ถ้าผมจำไม่ผิดนะ ศัตรูของคุณน่ะพยายามจะแทงไหล่ซ้าย ยังมีแผลเป็นอยู่เลย ถ้าคุณบอกว่าคุณไม่รู้จักผม กล้าโชว์ไหล่ซ้ายให้พวกเราดูไหมล่ะ เพื่อพิสูจน์ว่าผมโกหก?”
“คุณ” เผ่าพันธุ์ปีศาจที่ปลอมตัวมาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะกำหมัดแน่นอย่างหงุดหงิด
ไหล่ซ้ายของเขาถูกอาวุธบางอย่างแทงเอาเมื่อ 3 ปีที่แล้วจริงๆ จนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่หายดี แล้วก็กลายเป็นแผลเป็น ด้วยความพิเศษบางอย่างของแผลนั้น เขาจึงปกปิดมันไม่ได้ แม้ตอนที่ปลอมตัวเป็นมนุษย์แล้ว
แต่แผลนั้นก็มีเสื้อผ้าปิดบังไว้ และเขาก็ไม่เคยโชว์ให้ใครเห็นมาก่อน แม้แต่เพื่อนสนิทก็ยังไม่รู้ แล้วหมอนี่รู้ได้อย่างไร?
“ทำไมล่ะ? ไม่กล้าโชว์ไหล่ซ้ายเหรอ แน่นอนว่าต้องไม่กล้าโชว์ แผลของคุณน่ะเกิดจากหอกที่มีองค์ประกอบของไฟ ในขณะที่เทคนิควรยุทธที่คุณฝึกฝนนั้นมีองค์ประกอบของน้ำ ด้วยเหตุนี้มันจึงกลายเป็นแผลเป็นที่ลบไม่ออก ยิ่งไปกว่านั้น ยังเกิดเป็นอาการบอบช้ำที่ซุกซ่อนอยู่ในร่างกายของคุณด้วย กระแสพลังปราณที่มีองค์ประกอบของไฟจะแผดเผาจุดชีพจรฮุนยินของคุณทุกคืนวันพระจันทร์เต็มดวง ทำให้คุณทุกข์ทรมานมาก…เป็นอย่างไรล่ะ ที่ผมพูดมามีอะไรผิดไหม?” จางเซวียนกระทุ้ง
“คะ-คุณ” เผ่าพันธุ์ปีศาจประหลาดใจตั้งแต่ตอนที่อีกฝ่ายพูดถึงแผลเป็นบนไหล่ซ้ายแล้ว แต่ตอนนี้นัยน์ตาของเขาแทบปะทุออกจากเบ้า รู้สึกเหมือนตัวเองจะเสียสติไป
หมอนั่นพูดถูกเผง
แผลเป็นบนไหล่ซ้ายของเขาเกิดจากหอกที่มีองค์ประกอบของไฟ แล้วก็เป็นความจริงที่ว่าเขาฝึกฝนเทคนิควรยุทธที่มีองค์ประกอบของน้ำ เรื่องกระแสพลังปราณที่มีองค์ประกอบของไฟเข้าแผดเผาร่างของเขาทุกเดือนนั้นก็เป็นเรื่องจริง…ที่อีกฝ่ายพูดมาไม่มีอะไรผิดเลย!
แต่เขาก็แน่ใจว่าเขาไม่รู้จักหมอนี่ หรือต่อให้รู้จักก็ไม่เคยพูดถึงปัญหาเหล่านี้มาก่อน
แล้วอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไร?
“คุณยังจำผมไม่ได้อีกหรือ? มีอะไรลำบากใจหรือเปล่าถึงต้องปกปิดตัวตนไว้ นั่นคือเหตุผลที่คุณทำเป็นไม่รู้จักผมใช่ไหม?” จางเซวียนรุก
“แค่ก แค่ก! พี่ซุนฉาง ผมจำคุณได้แล้ว!”
ขณะที่จางเซวียนพูดแบบนั้น ทุกสายตาก็ยิ่งจับจ้องเขาอย่างประหลาดใจมากขึ้นทุกที ด้วยความกลัวว่าจะถูกเปิดโปงตัวตนที่แท้จริงหากยังปล่อยให้อีกฝ่ายพล่ามต่อไป เผ่าพันธุ์ปีศาจจึงต้องยอมรับอย่างกระอักกระอ่วน
“ต้องอย่างนั้นสิ! ผมรู้อยู่แล้วว่าผมจำคนไม่ผิดหรอก นี่คือไวน์ที่คุณชอบมากที่สุด ถ้ายังเห็นผมเป็นพี่เป็นน้องของคุณอยู่ล่ะก็ ดื่มซะ!” เห็นอีกฝ่ายถูกสายตารอบข้างกดดัน จางเซวียนถอนหายใจอย่างโล่งอก เขายิ้มกริ่มแล้วสะบัดข้อมือ นำน้ำเต้าออกมายื่นให้
“คุณจะให้ผมดื่ม? ที่นี่น่ะหรือ?” เผ่าพันธุ์ปีศาจถึงกับงง
ทำไมจะต้องพรวดพราดขนาดนี้? ต่อให้เป็นเพื่อนรักกัน นี่ก็ไม่ใช่ที่ทางและเวลาที่จะมาดื่ม!
เราอยู่นอกห้องประมูล ผู้คนมากมาย…จะให้ผมดื่มที่นี่น่ะหรือ?
ไม่ใช่เขาคนเดียวที่งงกับการกระทำของจางเซวียน ฝูงชนก็งงเช่นกัน
“ทำไม? คุณไม่ไว้ใจผมหรือ คิดว่าจะมีอะไรอยู่ในไวน์นี้หรือไง ความช่างสงสัยของคุณก็ยังคงเหมือนเดิมนะ เอาเถอะ ผมดื่มก่อนก็ได้!” จางเซวียนส่ายหัวยิ้มๆ จากนั้นก็เปิดจุกน้ำเต้า กลิ่นไวน์อบอวลไปโดยรอบ เขาเงยหน้าขึ้นแล้วดื่มเข้าไปอึกใหญ่
หลังจากดื่มเสร็จแล้วก็ยื่นให้อีกฝ่าย “ตาคุณแล้ว!”
“ผมว่าไว้ดื่มวันอื่นดีกว่านะ การประมูลใกล้จะเริ่มแล้ว ผมยังมีเรื่องต้องทำ”
คนแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จักยื่นไวน์จากไหนให้ก็ไม่รู้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาย่อมสงสัย
“ไอ้อาการขี้ระแวงของคุณนี่มันช่างเหมือนพวกเผ่าพันธุ์ปีศาจเสียจริง โดยเฉพาะราชาใบไม้น้ำของจักรวรรดิฉิงเทียนอะไรนั่นน่ะ” จางเซวียนส่ายหัว
ฮะ!
ทันทีที่เผ่าพันธุ์ปีศาจได้ยินคำนั้น เขาตัวแข็งขึ้นมา เจตนาสังหารฉายวาบในดวงตาคู่นั้น
ดูเหมือนหมอนั่นจะพูดอะไรพล่อยๆ แต่ความจริงแล้วตั้งใจจะเปิดโปงเขา
พูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทั้งหมดที่เขาพูดมาตั้งแต่ต้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หมอนั่น…รู้ว่าเขาเป็นใคร!
เพียงแต่…เขาคิดหนักอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยรู้จักใครที่ชื่อซุนฉาง
“คุณพูดถูกแล้ว! เพื่อนเก่าเพื่อนแก่ต้องดื่มด้วยกัน แต่ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เหมาะจะดื่ม ทำไมเราไม่ไปร้านเหล้าแล้วดื่มให้ช่ำเลยล่ะ?” เผ่าพันธุ์ปีศาจกดข่มเจตนาสังหารไว้แล้วหัวเราะ
ถ้าความสงสัยเรื่องตัวตนของเขาคลี่คลายไปแล้ว ก็เหลือเพียงอย่างเดียวคือหาโอกาสสังหารอีกฝ่ายซะ ไม่อย่างนั้น ถ้าเขาถูกเปิดโปงที่นี่ คงไม่มีทางปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จ
“คุณอยากไปดื่มที่ร้านเหล้าหรือ? ได้เลย แต่ต้องดื่มไวน์ของผมก่อนนะ แล้วผมจะไปกับคุณ ถ้าไม่เต็มใจแม้กระทั่งจะดื่มไวน์ของผมล่ะก็ ใครจะไปรู้ คุณจะพาผมไปดื่มหรือพาผมไปโลกอื่น? คนที่ซ้อมอาจารย์ของตัวเองได้น่ะคงไม่รั้งรอที่จะฆ่าเพื่อนสนิทหรอก ใช่ไหม?” จางเซวียนพูดพร้อมกับยิ้มอย่างหวาดระแวง
“คุณ”
เผ่าพันธุ์ปีศาจที่ปลอมตัวมาหน้าแดงก่ำ
