ตอนที่ 995 ห้องโถงแห่งยาพิษของจักรวรรดิหงหย่วน
เกาะนั้นมีความกว้างยาวราว 100 กิโลเมตร จากระยะไกล จางเซวียนมองเห็นพืชพันธุ์สูงตระหง่านอยู่เต็มไปหมด เกิดเป็นทัศนียภาพเขียวชะอุ่ม ล้อมรอบด้วยค่ายกลขนาดมหึมา พลังจิตวิญญาณที่อยู่ภายในนั้นเข้มข้นมาก ทั้งยังเห็นอสูรระดับเซียนโบยบินอยู่กลางอากาศเป็นระยะๆ
“ปกปิดทั้งเกาะที่มีอาณาบริเวณกว้างยาวเป็นร้อยกิโลเมตรได้ ผู้ที่ติดตั้งค่ายกลคงจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 7 ดาวเป็นอย่างน้อย” จางเซวียนตั้งข้อสังเกต
ตอนนี้ตัวเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 6 ดาวขั้นสูงสุด แต่ค่ายกลที่มีความใหญ่โตขนาดนี้ก็ยังเกินกำลังของเขา บรรพบุรุษรุ่นก่อนๆผู้สร้างห้องโถงแห่งยาพิษจะต้องเก่งกาจสักแค่ไหน?
“ผู้ก่อตั้งห้องโถงแห่งยาพิษของจักรวรรดิหงหย่วนนั้นไม่ได้เป็นแค่กูรูยาพิษระดับ 7 ดาว ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลระดับ 7 ดาวขั้นสูงสุดด้วย แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังต้องใช้เวลาถึง 50 ปีเต็มในการสร้างค่ายกลปกปิดที่ใหญ่โตแบบนี้” รู้ดีว่าจางเซวียนตกตะลึง ผู้อาวุโสฉู่อธิบายยิ้มๆ
“50 ปีเต็ม?” จางเซวียนอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ
เขายังทะลุมิติมาได้ไม่ครบปีดีเลย แต่นี่ใช้เวลาถึง 50 ปีเต็มเพื่อสร้างค่ายกล…เป็นสิ่งที่จางเซวียนจะไม่มีวันยอมทำเด็ดขาด
“ใช่แล้ว ค่ายกลนี้ตั้งอยู่บนภูเขาไฟ ด้านล่างของมันเป็นแหล่งพลังงานครอบคลุมทั้งเกาะไว้โดยอยู่ท่ามกลางทะเลกว้างใหญ่ ถ้าไม่รู้ทางเข้าที่ถูกต้องล่ะก็ สิ่งที่จะได้เห็นก็เป็นเพียงทะเลว่างเปล่าเมื่อบินผ่าน” ผู้อาวุโสฉู่พูดอย่างภาคภูมิใจ
“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งปรมาจารย์ระดับ 7 ดาวและผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลมากมายได้บินผ่านดินแดนนี้ แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าห้องโถงแห่งยาพิษตั้งอยู่ที่นี่ เพราะอย่างนี้ ห้องโถงแห่งยาพิษของเราจึงรักษามรดกตกทอดเอาไว้ได้แม้จะผ่านมาเป็นหมื่นปีแล้ว ไม่เคยเผชิญหน้ากับการถูกโจมตีเลย”
“ช่างเหลือเชื่อจริงๆ!” จางเซวียนพยักหน้า เขาเปิดใช้ดวงตาหยั่งรู้เพื่อประเมินค่ายกลตรงหน้า
ต้องยอมรับว่าการออกแบบค่ายกลนั้นน่าทึ่งมาก มันถูกสร้างขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากภูมิประเทศที่มีความพิเศษ ทำให้เหมาะกับสภาพแวดล้อม ขนาดใช้ดวงตาหยั่งรู้ เขาก็ยังรู้แค่ว่ามีค่ายกลอยู่ ยากที่จะทำความเข้าใจมันได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
ถ้าจางเซวียนอยากจะทำลายค่ายกลล่ะก็ คงต้องใช้เวลาประมาณ…10 นาที!
ค่ายกลที่ทำให้เขาต้องใช้เวลาทำความเข้าใจนานขนาดนี้จัดว่าทรงพลังมาก
“ร่อนลงกันเถอะ” เห็นสายตาตกตะลึงของจางเซวียน ผู้อาวุโสฉู่หัวเราะหึๆ ขณะบังคับอสูรระดับเซียนให้ร่อนลงบนเกาะ
10 นาทีต่อมา พวกเขาก็มาอยู่บนลานขนาดใหญ่
“ผู้อาวุโสฉู่!” ชายหนุ่มสองสามคนรีบเข้ามาต้อนรับหลังจากรู้ว่าผู้อาวุโสฉู่กลับมา แต่เมื่อเห็นชายวัยกลางคนที่ไม่คุ้นตากลับมาด้วยแทนที่จะเป็นผู้อาวุโสชเว พวกเขาต่างก็งงงันไปครู่หนึ่ง
“กูรูยาพิษซุนเป็นผู้ช่วยชีวิตของผม จัดเตรียมที่พักให้เขาด้วย” ผู้อาวุโสฉู่สั่งการ “ผมจะไปขอเข้าพบท่านหัวหน้าเดี๋ยวนี้!”
“ขอรับ!” เมื่อได้ยินว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ช่วยชีวิตของผู้อาวุโสฉู่ ความชื่นชมยกย่องก็ปรากฏขึ้นในดวงตาของชายหนุ่มเหล่านั้นขณะที่พากันพยักหน้าอย่างกระตือรือร้น
“กูรูยาพิษซุน พวกเขาจะพาคุณไปพักที่บ้านพักก่อน ผมจะต้องไปพบหัวหน้าเพื่อรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นในเมืองจิ้งหยวน”
จากนั้นผู้อาวุโสฉู่ก็ก้าวออกมา 2 ก้าวก่อนจะหยุดชะงัก เขาส่งโทรจิตหาจางเซวียนโดยไม่ได้หันกลับไป “สมาชิกส่วนใหญ่ของห้องโถงแห่งยาพิษมักอารมณ์ร้อน แต่พวกเขาก็ชื่นชมผู้ที่เข้มแข็ง เพราะฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องยั้งมือหากมีใครพยายามหาเรื่องคุณ”
“เข้าใจแล้ว” จางเซวียนพยักหน้า
ในเมื่อผู้อาวุโสคนหนึ่งของห้องโถงแห่งยาพิษเพิ่งถูกสังหารไป เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องถูกรายงานให้หัวหน้ารับทราบอย่างเร่งด่วน
และเป็นที่เข้าใจกันแล้วว่าเขาไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นนักบุญหากมีใครพยายามจะล้ำเส้น
“ผมจะรายงานเรื่องของคุณให้หัวหน้ารับทราบด้วย และจัดการทดสอบเป็นกูรูยาพิษให้” ผู้อาวุโสฉู่เสริมขณะรีบมุ่งหน้าออกไป
พริบตาเดียวก็หายลับไปจากสายตา
“กูรูยาพิษซุน เชิญทางนี้!” เห็นผู้อาวุโสฉู่ไปแล้ว บรรดาชายหนุ่มต่างก็เดินเข้ามาเชื้อเชิญ
จางเซวียนเดินตามหลังไปโดยไม่พูดอะไร
หลังจากออกจากลานได้ไม่นาน เมืองขนาดมหึมาก็ปรากฏตรงหน้า ตึกรามบ้านช่องที่มีความสูงลดหลั่นกันไปปรากฏให้เห็นทุกที่ แต่สถาปัตยกรรมเหล่านี้ก็เป็นแบบโบราณ ดูเหมือนจะสร้างมาหลายพันปีแล้ว
ผู้คนคลาคล่ำเดินไปเดินมาตามถนน ทำทุกอย่างเท่าที่คนคนหนึ่งจะนึกออก พูดอีกอย่างก็คือไม่ต่างอะไรจากเมืองใหญ่เมืองหนึ่งเลย
จางเซวียนเดินไปท่ามกลางฝูงชน เขาเห็นหมอกเรืองๆลอดออกมาจากรอยแยกของหน้าต่างและประตูของบ้านหลายหลัง มันมีกลิ่นหอม แต่ดูเหมือนจะเจือยาพิษไว้ ทำให้เกิดอาการหลับลึกได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหมอกเหล่านั้นเป็นหมอกพิษ
นี่ไม่ใช่ความแปลกประหลาดเพียงอย่างเดียวที่จางเซวียนได้เห็น เขาเห็นแมลงมีพิษบินผ่านไปผ่านมาเป็นระยะๆ อีกทั้งงูที่มีสีสันสดใสก็เลื้อยผ่านไปด้วยท่าทีดุร้าย ดูเหมือนพร้อมจะฉกกัดได้ทุกขณะ ใครที่ใจอ่อนหน่อยคงจะเป็นลมล้มพับไปแล้วเมื่อเห็นภาพเหล่านี้
“ไม่ต้องห่วงนะ งูพิษพวกนี้ไม่กัดใครง่ายๆหรอก” เมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของจางเซวียน หนึ่งในชายหนุ่มอธิบายยิ้มๆ แต่ในตอนนั้นเอง เสียงร้องโวยวายก็ดังขึ้นมาจากด้านหน้า ชายวัยกลางคนคนหนึ่งวิ่งตรงเข้ามาอย่างคลุ้มคลั่ง และเมื่อมองใกล้ๆ ก็เห็นงูพิษตัวหนึ่งห้อยต่องแต่งอยู่ที่ก้นของเขา เขี้ยวคมของมันฝังลึกลงไปในผิวหนัง ไม่ยอมไปไหนทั้งสิ้น ต่อให้อีกฝ่ายจะดิ้นรนขนาดไหน
“เลวที่สุด นี่มันงูของใคร? ถ้าไม่มีใครกล้ารับล่ะก็ ฉันจะถลกหนังไอ้เจ้านี่ทั้งเป็นเลย!”
จากนั้น เสียงหนึ่งก็ตะโกนมา “ลองกินงูของฉันสิ ฉันจะวางยาให้แกตายเสียเดี๋ยวนี้!”
ร่างหนึ่งโผล่ออกมาจากฝูงชนและตั้งต้นปะทะกับชายวัยกลางคนที่ถูกงูกัด
“นะ-นี่…เอ่อ เป็นแค่เรื่องบังเอิญน่ะ โดยปกติแล้วงูพิษกับแมลงพวกนี้ออกจะเป็นมิตรอยู่นะ” เมื่อเจอกับภาพแบบนี้เข้าจะๆหลังจากที่เพิ่งพูดไปว่างูพิษพวกนี้ไม่กัด ชายหนุ่มได้แต่เกาหัวอย่างกระอักกระอ่วน
“อือ” จางเซวียนพยักหน้า
แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวต่อ ก็มีเสียงกรีดร้องที่ดังกว่าเดิม “ไอ้บ้าตัวไหนวางยาพิษหมอนของฉันนี่? ภาวนาไว้นะว่าอย่าให้ฉันหาตัวแกพบ ไม่งั้นฉันถลกหนังแกทั้งเป็นแน่!”
จากนั้นสาวน้อยหน้ากลมคนหนึ่งก็พุ่งออกมาจากประตูบานหนึ่ง
สาวน้อยคนนั้นมีรูปร่างงดงาม แต่ใบหน้าของเธอบวมฉึ่งราวกับแตงโม ตอนนี้สภาพของเธอไม่ต่างอะไรกับซอมบี้ที่เพิ่งตะเกียกตะกายออกจากหลุมศพ
“ไอ้งั่งตัวไหนวางยาโจ๊กของฉัน?”
“กล้าเอาแมลงมีพิษใส่ไว้ในรองเท้าของฉัน? แกต้องอยากตายเต็มทีแน่ๆ!”
“เอายาเม็ดยัดไว้ในรูจมูกฉัน แกอยากให้ฉันสับมือแกทิ้งหรือไง!”
…..
เสียงเซ็งแซ่ดังไม่หยุดอยู่โดยรอบ เรื่องแล้วเรื่องเล่า เหยื่อที่มีสภาพพิลึกพิลั่นต่างๆนานาต่างพรวดพราดออกมาจากห้องของพวกเขา
ชายหนุ่มที่เพิ่งพูดว่าเหล่ากูรูยาพิษมีความสัมพันธ์กันฉันเพื่อนบ้านหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย
“แค่ก แค่ก! พวกเขาก็แค่ทดสอบกันเองเท่านั้นแหละ คุณไม่ต้องกังวลไป! พวกเขาทดสอบยาพิษที่เพิ่งผสมขึ้นได้ เรียกว่าเป็นการแกล้งกันจะดีกว่า ไม่มีอันตรายอะไรหรอก”
“ไม่อันตราย? ถ้าอย่างนั้น” จางเซวียนชี้ไปอีกทางหนึ่ง กูรูยาพิษ 2 คนกำลังสู้กันหน้าดำหน้าแดง ดูเหมือนจะไม่ยอมแพ้จนกว่าจะมีใครตายไปข้าง
“…..” ชายหนุ่ม
หลังจากเดินไปตามถนนอีกครู่หนึ่ง จางเซวียนก็เข้าใจวัฒนธรรมแบบดิบๆของห้องโถงแห่งยาพิษ
ไม่เหมือนกับสภาปรมาจารย์ ห้องโถงแห่งยาพิษไม่มีกฎเกณฑ์มากนัก เมื่อใดก็ตามที่กูรูยาพิษสักคนผสมยาพิษชนิดใหม่ได้สำเร็จ พวกเขาก็มักจะทดลองใช้กับคนที่อยู่รอบๆ รูปลักษณ์หน้าตานั้นเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไปได้เป็นธรรมดาภายในเมืองนี้ เมื่อวานคนๆหนึ่งอาจมีหน้าตาอย่างหนึ่ง แต่พรุ่งนี้ก็อาจเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงได้ อันที่จริง มีบางกรณีด้วยซ้ำที่ถึงกับเปลี่ยนเพศได้เพราะผลข้างเคียงของยาพิษบางอย่าง…
พูดง่ายๆก็คือ เพื่อนบ้านของคุณนั้น วันนี้อาจเป็นผู้อาวุโส พรุ่งนี้เป็นชายวัยกลางคน มะรืนนี้เป็นสาวน้อยแสนสวย และวันถัดไปก็อาจกลายเป็นปีศาจ
แต่ก็แน่นอนว่าหากถามชื่อของอีกฝ่ายก็จะได้รู้ว่าเป็นคนคนเดียวกัน เป็นเพราะการกินยาพิษประหลาดเข้าไปที่ทำให้รูปร่างเปลี่ยนไปเรื่อยๆแบบนั้น
“โชคดีที่พวกเขาอยู่บนเกาะ ถ้ากูรูยาพิษไปทำแบบนี้ในเมืองหงหย่วนล่ะก็ ไม่นานคงถูกซ้อมตายแน่” จางเซวียนส่ายหัว
ก็เพราะเป็นพื้นที่แห่งนี้ พวกเขาจึงทำอะไรบ้าบอได้ตามใจ เมืองหลวงแห่งจักรวรรดิหงหย่วนมีทั้งสภาปรมาจารย์และสถาบันปรมาจารย์คอยดูแลความเป็นระเบียบอยู่ และการจงใจวางยาพิษแบบนี้ก็ถือเป็นการฝ่าฝืนกฎ ใครที่ถูกจับได้ ตาย 10 หนก็ไม่เพียงพอจะล้างความผิด
ผู้อาวุโสฉู่พูดออกมาหน้าตาเฉยได้อย่างไรว่ากูรูยาพิษเป็นกลุ่มบุคคลที่อ่อนโยน ทั้งๆที่มีแต่ความวินาศวายป่วงที่นี่ ทุกคนต้องอยู่กันอย่างหวาดกลัว เพราะไม่รู้ว่าใครจะวางยาพิษใคร และพรุ่งนี้ใครจะเปลี่ยนสภาพเป็นอะไร…ไอ้แบบนี้ไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าอ่อนโยนเลย!
“เอาล่ะ กูรูยาพิษซุน นี่คือที่พักของคุณ!” หลังจากเดินมาอีกระยะหนึ่งและเห็นความแปลกประหลาดพิสดารทุกประเภทแล้ว ชายหนุ่มก็หยุด
เมื่อมองดูที่พักของเขาก็เห็นว่าสะอาดสะอ้านดี แม้ตึกจะเก่าไปสักหน่อย แต่บริเวณโดยรอบก็เงียบสงบ
“ได้” รู้ดีว่าเขาคงไม่พักอยู่ที่นี่นานนัก จึงไม่จำเป็นต้องเรื่องมาก
ขณะที่จางเซวียนกำลังจะผลักประตูเข้าไป ชายหนุ่ม 2-3 คนก็เดินเข้ามา
“หลี่หยวน ผมไม่คุ้นหน้าเขาเลย ไม่คิดว่าเคยเห็นเขามาก่อนนะ”
“เขาเป็นแขกที่ผู้อาวุโสฉู่เพิ่งพามาจากข้างนอก” หลี่หยวน ชายหนุ่มที่พาจางเซวียนมาตอบ
“ผู้อาวุโสฉู่พาเขามาที่นี่? หรือว่าตั้งใจจะรับเขาเป็นศิษย์สายตรง? เอ้อ เอาชนะใจตาแก่ดื้อด้านคนนั้นได้ เขาจะต้องเก่งไม่เบาทีเดียว ขอดูหน่อยเถอะว่าเก่งขนาดไหน” ชายหนุ่มอีกคนหนึ่งหัวเราะหึๆ
เขาดีดนิ้ว และควันสายหนึ่งก็พุ่งไปในทิศทางที่จางเซวียนยืนอยู่
“หลิวชู่ อย่าหาเรื่องน่ะ กูรูยาพิษซุนไม่ใช่ศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสฉู่หรอก” หลี่หยวนอธิบาย แต่ยังพูดไม่ทันจบ ควันก็ลอยไปถึงตัวจางเซวียนแล้ว ทำให้เขาไม่มีเวลาที่จะยับยั้ง
ขณะที่กำลังจะร้องเตือนชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้าให้ระวัง ก็เห็นอีกฝ่ายยิ้มมุมปาก ครู่ต่อมา เงาของเขาก็หายวับไปราวกับปีศาจและไปปรากฏอยู่ตรงหน้าหลิวชู่
กร๊อบ!
เกิดเสียงเหมือนกระดูกแตกดังขึ้นกลางอากาศ ยังไม่ทันที่หลิวชู่จะได้ร้องโหยหวน เขาก็ถูกสอยกระเด็นไปแขวนกับกิ่งไม้ที่อยู่ใกล้ๆ จากนั้นก็สลบไป
“เฮ้ย” ทุกคนถึงกับอึ้ง
ในฐานะกูรูยาพิษ หากถูกโจมตีด้วยยาพิษ ก็ควรจะตอบโต้ด้วยวิธีเดียวกัน แต่หมอนี่กลับใช้หมัดเดียวสอยอีกฝ่ายกระเด็น…ช่างรุนแรงเหลือเกิน!
“คุณ…คุณเป็นกูรูยาพิษ แก้ปัญหาด้วยความรุนแรงได้อย่างไร? กล้าดีอย่างไรถึงทำแบบนี้?” ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังหลิวชู่ก้าวออกมาและโบกมือด้วยทีท่าของผู้ผดุงความยุติธรรม “ผมจะขอท้าคุณดวลยาพิษเดี๋ยวนี้แหละ คุณกล้ารับไหม?”
แต่ยังไม่ทันจะพูดจบ เท้าข้างหนึ่งก็ยันเข้าใบหน้าของเขาอย่างจัง
พลั่ก!
เหมือนกับหลิวชู่ ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้ร้องสักแอะ ก็ถูกสอยไปเกี่ยวอยู่กับกิ่งไม้ใกล้ๆกัน
“คุณ” ชายหนุ่มที่เหลือต่างหน้าถอดสีด้วยความโกรธ สหายของพวกเขาท้าอีกฝ่ายดวลยาพิษ แต่หมอนั่นกลับใช้กำลังไม่รู้จักหยุดหย่อน
“รุมกันเถอะ!” คนหนึ่งออกความเห็น
พลั่ก! ตุ้บ! ปึ้ก!
ครู่ต่อมา บรรดาชายหนุ่มผู้ทรงพลังเมื่อครู่ก็พากันนอนสลบไสลอยู่บนต้นไม้ที่ไม่ห่างออกไป
“เอ่อ”
หลี่หยวนกับคนอื่นๆที่พาจางเซวียนมาถึงกับอึ้ง
