ตอนที่ 996 ลักลอบ (1)
ความสามารถในการใช้ยาพิษนั้นเป็นเครื่องกำหนดตำแหน่งและสถานภาพในห้องโถงแห่งยาพิษ จึงเป็นธรรมดาที่การดวลจะเน้นไปที่ความสามารถในการใช้ยาพิษเป็นสำคัญ แต่ชายที่อยู่ตรงหน้าพวกเขากลับใช้หมัดและลูกเตะสอยพวกนั้นกระเด็นไปโดยไม่ลังเล…ทำไมถึงเป็นพวกนิยมความรุนแรงแบบนี้?
“กูรูยาพิษซุน คุณ…คุณช่างหุนหันพลันแล่นเหลือเกิน!”
เมื่อหายตกใจ หลี่หยวนพลันนึกบางอย่างได้ เขาหน้าดำคร่ำเครียด “พวกนั้นเป็นลูกน้องของศิษย์พี่ต้วนเริ่น ถ้าคุณทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บน่ะ ศิษย์พี่ต้องไม่พอใจแน่”
“จริงด้วย! ศิษย์พี่ต้วนน่ะมักเข้าข้างคนใกล้ชิด แถมยังอารมณ์ร้อน คนที่มีเรื่องกับเขาน่ะจบไม่สวยสักคน” ชายหนุ่มอีกคนพูดขึ้นด้วยสีหน้าไม่สู้ดี
ถ้ากูรูยาพิษซุนยั้งมือไว้สักหน่อย เรื่องก็คงไม่เป็นแบบนี้ แต่กูรูยาพิษซุนทำให้อีกฝ่ายตกอยู่ในสภาพนั้น…ศิษย์พี่ต้วนจะต้องไม่พอใจแน่ หากศิษย์พี่ต้วนอยากแก้แค้นให้บรรดาน้องๆของเขาขึ้นมา ใครจะไปยับยั้งเขาได้?
“ศิษย์พี่ต้วน?” เห็นบรรดาชายหนุ่มหวาดกลัวกัน จางเซวียนถามด้วยความอยากรู้
“ศิษย์พี่ต้วนเริ่นเป็นศิษย์สายตรงของรองหัวหน้าหมิงเจิน เขาเป็นกูรูยาพิษระดับ 6 ดาวที่มีวรยุทธระดับเซียนขั้น 1-ขั้นสูง เป็นกูรูยาพิษที่แข็งแกร่งที่สุดในรุ่นเดียวกัน พวกเราล้วนแต่เรียกขานเขาด้วยความเคารพว่าศิษย์พี่ หลิ่วชู่, คนที่คุณเพิ่งจัดการไปน่ะ เป็นลูกน้องที่จงรักภักดีต่อเขามากที่สุด” หลี่หยวนรีบอธิบาย
หัวหน้าห้องโถงแห่งยาพิษและเหล่าผู้อาวุโสเป็นผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดในห้องโถงแห่งยาพิษ ส่วนศิษย์สายตรงและนักเรียนของเขาก็อยู่ในระดับชั้นรองลงมา
แต่ถึงจะอยู่ในลำดับอาวุโสเดียวกัน ต้วนเริ่นก็โดดเด่นกว่าคนอื่น เป็นคนที่ใครๆเฝ้ามองด้วยความชื่นชมยกย่อง
“กูรูยาพิษระดับ 6 ดาว ที่มีวรยุทธระดับเซียนขั้น 1-ขั้นสูง? เขาจะเอาเรื่องผมเพียงเพราะลูกน้องคนเดียวนี่นะ?” เห็นคนอื่นๆพากันหวาดกลัว จางเซวียนได้แต่ส่ายหน้า
ต่อให้อีกฝ่ายจะดื้อรั้นไร้เหตุผลสักแค่ไหน อย่างน้อยก็ควรจะเคารพผู้อาวุโสฉู่บ้าง
ผู้อาวุโสฉู่เป็นหนึ่งในผู้ที่มีอาวุโสสูงสุดของห้องโถงแห่งยาพิษ ส่วนตัวเขาเป็นผู้ช่วยชีวิตผู้อาวุโสฉู่ ต้วนเริ่นอาจหยิ่งผยอง แต่ในฐานะผู้อ่อนอาวุโสกว่า เขาคงไม่กล้าเสี่ยงที่จะทำให้ผู้อาวุโสอารมณ์เสียเพียงเพราะเรื่องของลูกน้องคนหนึ่งเท่านั้น
“กูรูยาพิษซุน ผมไม่ได้พูดเกินจริงนะ เมื่อก่อนน่ะ มีอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนที่หลิวชู่แสดงความกระด้างกระเดื่องต่อศิษย์พี่หวูไห่ยวน ศิษย์พี่จึงสั่งสอนบทเรียนให้เขา เมื่อรู้เรื่องเข้า ศิษย์พี่ต้วนโมโหมาก จึงจัดการวางยาให้เขาเงียบปาก จนถึงวันนี้ ศิษย์พี่หวูไห่ยวนก็ยังพูดไม่ได้สักคำเลย” หลี่หยวนรีบอธิบายด้วยน้ำตานองหน้า
“ศิษย์พี่หวูไห่ยวนเป็นกูรูยาพิษระดับ 6 ดาว และระดับวรยุทธของเขาคือเซียนขั้น 1”
“มีเรื่องแบบนี้ด้วย?” จางเซวียนถึงกับงง เขาถามด้วยความสงสัย “ทำร้ายเพื่อนกูรูยาพิษระดับ 6 ดาวด้วยกันเพียงเพราะลูกน้องคนเดียว จะหุนหันพลันแล่นไปไหม?”
ไม่น่าแปลกใจที่จางเซวียนไม่ค่อยอยากเชื่อเรื่องนี้
เขามองดูหลิวชู่แล้ว หมอนั่นเป็นแค่นักรบเหนือมนุษย์ขั้น 8-การเรียงร้อยสวรรค์ และอาจจะเป็นแค่กูรูยาพิษระดับ 5 ดาว มีคนมากมายในห้องโถงแห่งยาพิษที่สามารถเทียบชั้นกับเขาได้ จึงไม่น่า จะยากเกินไปที่จะหาใครสักคนมาเป็นลูกน้องแทนหลิวชู่ จนถึงกับต้องทำร้ายกูรูยาพิษระดับ 6 ดาวเพราะเรื่องนี้…ศิษย์พี่ต้วนสร้างศัตรูโดยไม่จำเป็นหรือเปล่า?
“เอ่อ” เมื่อได้ยินแบบนี้ หลี่หยวนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง และสุดท้ายก็กัดฟันตอบ “ในฐานะผู้มาใหม่ ไม่แปลกที่คุณจะไม่รู้ แต่…หลิวชู่น่ะไม่ใช่แค่ลูกน้องของศิษย์พี่ต้วน เขาเป็น…เด็กของศิษย์พี่ต้วนด้วย!”
“เด็ก?” จางเซวียนงง “ศิษย์พี่ต้วน…เป็นผู้หญิงหรือ?”
คำว่า ‘เด็ก’ ที่ใช้กับผู้ชายนั้น ก็หมายความว่าผู้นั้นได้รับการปรนเปรอด้านการเงินจากผู้หญิงคนหนึ่งให้มาเป็นคู่ควง หรือว่าศิษย์พี่ต้วนที่พวกเขาพูดถึงมาตลอดนั้นเป็นผู้หญิง?
อีกฝ่ายใช้คำแทนตัวต้วนเริ่นว่า ‘เขา’ มาตลอด จางเซวียนจึงเข้าใจว่าต้วนเริ่นเป็นผู้ชาย บางทีเขาอาจจะเข้าใจผิด
แต่จะว่าไป หลิวชู่ก็หน้าตาอัปลักษณ์ถึงขนาด สายตาของต้วนเริ่นคนนี้แย่ขนาดไหนกัน?
“ศิษย์พี่ต้วนเริ่น…เป็นผู้ชาย!” หลี่หยวนพูดด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนเต็มที “เพราะดื่มยาพิษมากเกินไป รสนิยมทางเพศของเขาจึงเปลี่ยน”
“แค่ก แค่ก!” จางเซวียนสำลัก
เขาไม่เคยคิดเลยว่าต้วนเริ่นจะเป็นพวกรักร่วมเพศ!
แต่มาคิดดูอีกที ก็ไม่ได้น่าแปลกใจเกินไป
กูรูยาพิษใช้เวลาทั้งวันทั้งคืนกับยาพิษและการผสมยาพิษ คงจะมีบางครั้งที่ใช้ตัวเองเป็นหนูทดลอง อย่าว่าแต่เปลี่ยนแปลงรสนิยมทางเพศเลย…ต่อให้เปลี่ยนไปตกหลุมรักกับอสูรวิเศษ อสูรระดับเซียน ต้นไม้ หรือแม้แต่ก้อนหินกับใบไม้ก็ยังได้
อีกอย่าง ก็ยังมียาพิษบางชนิดที่ทำให้เห็นภาพหลอน ต่อให้หลิวชู่จะน่าเกลียดน่าชังแค่ไหน เขาก็อาจจะเป็นสาวสวยในสายตาของศิษย์พี่ต้วนก็ได้
“ถูกแล้ว เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับที่นี่ ศิษย์พี่ต้วนจะต้องโมโหเดือดแน่หากเขารู้ว่าคุณทำร้ายเด็กของเขา ถ้าเขามาท้าดวลกับคุณล่ะก็…เป็นเรื่องใหญ่แน่” หลี่หยวนพูดอย่างวิตกกังวล
ไม่มีใครในห้องโถงแห่งยาพิษที่ไม่รู้ว่าศิษย์พี่ต้วนน่าสะพรึงขนาดไหน และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ไม่มีใครกล้าหาเรื่องเขา แต่หมอนี่ทำร้ายหลิวชู่โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่มีทางที่จะไกล่เกลี่ยความขัดแย้งครั้งนี้ได้เลย
แม้ผู้อาวุโสฉู่จะถือเป็นรุ่นพี่ของศิษย์พี่ต้วน แต่เขาก็เป็นแค่กูรูยาพิษระดับ 6 ดาว จึงไม่ได้มีสถานภาพเหลื่อมล้ำกันมากนัก อีกอย่าง อีกเพียงก้าวเดียว ฝ่ายหลังก็จะได้เป็นผู้อาวุโสแล้ว ดังนั้นจึงเกือบจะเรียกได้ว่าทั้งคู่มีสถานภาพทัดเทียมกัน
“ถ้าเขาอยากมาเอาเรื่องผม ก็ตามนั้นเถอะ!” จางเซวียนยืดหลังบิดขี้เกียจแล้วตอบอย่างสบายใจ
จะเป็นศิษย์พี่ต้วนหรืออะไรก็ตาม เขาก็ไม่สนใจทั้งนั้น
ถ้าอีกฝ่ายตั้งใจจะหาเรื่องเขาจริงๆ เขาก็ไม่รังเกียจที่จะปล่อยราชาใบไม้สีม่วงออกมาและสร้างความปั่นป่วนให้ห้องโถงแห่งยาพิษ
ถึงอย่างไรเขาก็พบห้องโถงแห่งยาพิษแล้ว และหอสมุดก็อยู่ไกลจากนี้ไปเพียงไม่กี่ก้าว ไม่มีเหตุผลที่เขาจะต้องทำตัวเป็นนักบุญกับกลุ่มคนที่วันๆคิดแต่เรื่องจะวางยาคนอื่น
“แต่” เห็นจางเซวียนไม่เดือดร้อน หลี่หยวนกับคนอื่นๆมองหน้ากันและยิ้มแหยๆ พวกเขาไม่รู้จะทำอย่างไร
ในตอนนั้นเอง ชายหนุ่มคนหนึ่งที่หน้าตาแสนจะบึ้งตึงก็ก้าวยาวๆเข้ามา
เมื่อเห็นชายหนุ่มคนนั้น หลี่หยวนกับคนอื่นๆหน้าถอดสีด้วยความหวาดกลัว “ศิษย์พี่ต้วน”
พูดถึงไก่ ไก่ก็มา!
ที่พักที่จัดเตรียมไว้สำหรับจางเซวียนนั้นควรจะสงบสุข แต่เมื่อมีคนเห็นกูรูยาพิษชุนสอยหลิวชู่ กระเด็นไปด้วยหมัดเดียว ข่าวก็แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานศิษย์พี่ต้วนก็รู้เรื่องและพรวดพราดเข้ามา
ตายแน่…จะหนีตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว
ฟึ่บ!
ศิษย์พี่ต้วนเริ่นกระโจนขึ้นไปบนต้นไม้และนำร่างของหลิวชู่ลงมา เขาป้อนยาเม็ดให้อีกฝ่ายอย่างระมัดระวังพร้อมกับมีสีหน้าเย็นเยียบจนน่ากลัว
“ศิษย์พี่ต้วน ผมท้าหมอนั่นดวลยาพิษ แต่เขากลับโจมตีผมแทน…ชดเชยความเสียหายให้ผมด้วย!” เมื่อรู้สึกตัว หลิวชู่ชี้นิ้วไปที่จางเซวียนพร้อมกับกัดฟัน
“ไม่ต้องห่วง!” ต้วนเริ่นยืนจังก้าและหรี่ตามองจางเซวียน เจตนาสังหารฉายกร้าว “ผมจะทำให้เขาต้องชดใช้!”
“ศิษย์พี่ต้วน กูรูยาพิษซุนคนนี้น่ะเป็นผู้ช่วยชีวิตผู้อาวุโสฉู่นะ” เห็นสถานการณ์เริ่มจะอันตราย หลี่หยวนกำหมัดอย่างมุ่งมั่นก่อนจะรีบเดินเข้าไปอธิบาย
ผู้อาวุโสฉู่ฝากฝังกูรูยาพิษซุนไว้ จึงจำเป็นต้องดูแลให้ดี หากอีกฝ่ายถูกวางยาจนตายทันทีหลังจากที่มาถึงบ้านพัก พวกเขาคงต้องรับผิดชอบกับความบกพร่องครั้งนี้
“ไสหัวไป!” ต้วนเริ่นคำรามกร้าว
ครืนนนนน!
คลื่นความสั่นสะเทือนพุ่งออกมาจากร่างของต้วนเริ่น หลี่หยวนหน้าซีด เขาถูกสอยกระเด็นไป 8 ก้าว ก่อนจะกระอักเลือดออกมา
เพราะเป็นเพียงนักรบเหนือมนุษย์ขั้น 8 จึงไม่อาจสู้กับวรยุทธระดับเซียนของอีกฝ่ายได้
“ฉันไม่แคร์หรอกว่าแกจะเกี่ยวข้องกับผู้อาวุโสฉู่หรือใคร ใครก็ตามที่บังอาจทำร้ายคนของฉันจะต้องชดใช้!” ต้วนเริ่นกระทืบเท้าและมองจางเซวียนด้วยแววตาอาฆาต “ฉันจะให้แกมี 2 ทางเลือก คุกเข่าและขอโทษหลิวชู่เสียเดี๋ยวนี้ แล้วปล่อยให้เขาทำอะไรก็ได้ที่เขาอยากทำกับแก หรือไม่ ฉันจะเอาเรื่องแกเอง แล้วทำให้แกรู้ว่านรกน่ะเป็นอย่างไร”
ไม่มีใครที่ไม่รู้ว่าหลิวชู่เป็นคนของเขา แต่หมอนี่บังอาจลงไม้ลงมือ ช่างท้าทายกันเหลือเกิน หากเขาไม่สั่งสอนบทเรียนให้อีกฝ่าย แล้วจะสร้างฐานอำนาจขึ้นที่นี่ได้อย่างไร?
“น่าสนใจจริงๆ แล้วถ้าผมไม่เลือกเลยล่ะ?” จางเซวียนยิ้มอย่างมีเลศนัย
ไม่แปลกใจแล้วที่ผู้อาวุโสฉู่บอกเขาว่าห้องโถงแห่งยาพิษนั้นไม่ได้สงบสุขนัก และบอกให้เขาระมัดระวังตัว เท่าที่เห็นก็ดูจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ
มีไอ้งั่งที่วางก้ามและอวดเบ่งเกินความสามารถของตัวเองอยู่ที่นี่หลายคน
เขากำลังคิดว่าจะอยู่แบบเก็บเนื้อเก็บตัว แต่เท่าที่เห็นหน้ากวนโอ๊ยของหมอนั่น ถ้าเขาไม่ทำอะไรเลยก็คงจะแย่ไปสักหน่อย!
“ไม่เลือกเลย? แกรนหาที่ตายแล้ว!” ต้วนเริ่นกระโจนเข้ามาและคำรามลั่น เขามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าจางเซวียนด้วยความเร็วสายฟ้าแลบ จากนั้นก็กางมือเป็นกรงเล็บกวัดแกว่งเข้าใส่ชายวัยกลางคนที่อยู่ตรงหน้า
จากนั้น กระแสพลังปราณก็ระเบิดออกมาจากปลายนิ้ว พร้อมกับผงแป้งชนิดหนึ่งลอยฟุ้งอยู่กลางอากาศ
ผงแป้งนั้นคือยาพิษร้ายแรงที่เขาใช้ความพยายามพัฒนาและผสมมันขึ้นมา ต่อให้นักรบระดับเซียนขั้น 1-สูงสุดก็ต้องยอมแพ้หากเจอผงแป้งนี้เข้าไป
“ฮ่า!” เมื่อเจอเข้ากับกระแสพลังปราณและผงพิษ จางเซวียนส่ายหัว สีหน้าสมเพช
พลั่ก!
เขาเงื้อฝ่ามือขึ้นแล้วตบอีกฝ่าย ไม่ได้คิดจะใช้เทคนิคการต่อสู้ใดๆทั้งสิ้น
เมื่อเจอเข้ากับการโจมตีของจางเซวียน ต้วนเริ่นคำรามเยาะ แต่แล้วก็ต้องหรี่ตาด้วยความอัศจรรย์ใจ เขารีบรวบรวมพลังปราณเต็มพิกัดเข้าสู่ฝ่ามือเพื่อสกัดกั้นแรงตบนั้น
แต่ก็สายไปแล้ว เหมือนกับหลิวชู่ ยังไม่ทันที่เขาจะได้ร้องโหยหวน ก็กระเด็นขึ้นไปอยู่บนกิ่งไม้และสลบไป
วรยุทธของจางเซวียนอาจเป็นแค่นักรบระดับเซียนมือใหม่ขั้นสูงสุด แต่แม้นักรบระดับเซียนขั้น 2 อย่างเลี่ยวซงก็สู้กับเขาไม่ได้ ส่วนไอ้หมอต้วนเริ่นนี่เป็นเพียงนักรบระดับเซียนขั้น 1-สูงสุด บังอาจมาท้าทายเขา ก็ถือว่ารนหาที่ตาย ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียวก็จัดการหมอนั่นได้แล้ว
“เอ่อ” หลี่หยวนกับคนอื่นๆหน้าซีดเผือด ต่างคนต่างตัวสั่น
ช่างน่าสะพรึงเหลือเกิน!
พวกเขารู้ดีว่าศิษย์พี่ต้วนเริ่นแข็งแกร่งแค่ไหน เพราะได้เห็นมากับตา เมื่อประกอบเข้ากับยาพิษของเขา ต่อให้นักรบระดับเซียนขั้น 2 ขั้นต้นก็ยังไม่อยากจะเผชิญหน้า แต่กูรูยาพิษซุนกลับสอยศิษย์พี่ต้วนได้ด้วยการตบเพียงครั้งเดียว
เขาทรงพลังแค่ไหนกัน!
“เอาล่ะ ผมจะเข้าไปพักผ่อนแล้วนะ” ขี้คร้านจะวุ่นวายกับเรื่องราวพวกนี้อีก จางเซวียนโบกมือก่อนจะมองหน้าหลี่หยวน “ถ้ายังมีใครอยากหาเรื่องผมอีกล่ะก็ บอกผมล่วงหน้าหน่อยก็แล้วกัน!”
เมื่อพูดจบก็ก้าวเข้าไปในบ้านพัก
“ได้” หลี่หยวนอ้าปากค้าง เขากับคนอื่นๆรีบพยักหน้ารับ
…..
หลังจากเข้าไปในบ้านพัก จางเซวียนปิดประตูและนั่งลงตรงบริเวณที่พลังจิตวิญญาณพวยพุ่งออกมา
“ในเมื่อเรามาอยู่ที่ห้องโถงแห่งยาพิษแล้ว ก็ควรจะรีบอ่านหนังสือให้จบและหาวิธีช่วยเว่ยหรูเหยียน เรื่องนี้จะรอช้าไม่ได้!”
แม้เขาจะได้ประทังอาการของเว่ยหรูเหยียนเอาไว้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แต่ทุกวินาทีที่เสียไปก็หมายถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับเธอ ในเมื่อตัวเขาอยู่ในห้องโถงแห่งยาพิษแล้ว ก็ไม่จำเป็นจะต้องกังวลเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ของสภาปรมาจารย์อีก เรื่องสำคัญที่สุดตอนนี้คือรีบอ่านหนังสือพวกนั้นให้จบ และหาทางวิเคราะห์เพื่อแก้ไขอาการของเว่ยหรูเหยียนให้ได้
ฟึ่บ!
เมื่อคิดเช่นนั้น จิตวิญญาณของจางเซวียนก็ลอยออกจากร่างของเขา
เขายังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าดูหนังสือในหอสมุดจนกว่าจะเข้ารับการทดสอบเป็นกูรูยาพิษเสียก่อน จึงไม่มีทางที่จะเข้าไปอย่างเปิดเผยได้ แต่การใช้จิตวิญญาณก็ได้ผลเหมือนกัน จึงไม่จำเป็นที่จะต้องรอช้า
จางเซวียนโบยบินไปกลางอากาศ
มันยังเป็นเวลากลางวันอยู่ แต่ในฐานะผู้ฝึกฝนศิลปะจิตวิญญาณเทียบฟ้า เขาไม่ได้รับผลกระทบจากพลังหยางของแสงอาทิตย์ ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ได้ผสานจิตวิญญาณเข้ากับจิตวิญญาณของเว่ยหรูเหยียนแล้ว จิตวิญญาณของเขาก็มีภูมิต้านทานต่อยาพิษ ดังนั้นก๊าซพิษที่อบอวลอยู่ทั่วเกาะจึงทำอันตรายอะไรเขาไม่ได้เลย
จางเซวียนบินขึ้นมุมสูง จากนั้นก็ก้มลงมองทัศนียภาพของทั้งเมือง
“ผู้อาวุโสฉู่บอกว่าหอสมุดเป็น 1 ใน 3 หอใหญ่ของห้องโถงแห่งยาพิษ เพราะฉะนั้นก็น่าจะเป็นตึกที่สูงและใหญ่ที่สุด”
จางเซวียนใช้ดวงตาหยั่งรู้สำรวจโดยรอบ เขาเห็นตึกสูง 3 หลังเรียงรายกันอยู่ในพื้นที่
