ตอนที่ 246 : ลางประหลาด
อลันและทาลิมกลับออกจากสโมสรครักซ์ทันทีเมื่อกรอกเอกสารรับรองเสร็จ ปัจจุบันยังไม่ใช่วันหยุดสุดสัปดาห์ คนแรกต้องกลับไปผ่าตัดคนไข้สองรายในช่วงบ่าย ส่วนคนหลังมีนัดหมายเดินทางไปสอนขี่ม้าให้กับบุตรชายคนเล็กของไวเคาต์คอนราด เด็กหนุ่มจะได้ไม่เสียหน้าในงานสังสรรค์ชนชั้นสูงช่วงปลายปี
ไคลน์นั่งมองบริกรชายสวมกั๊กแดงกับสาวใช้หน้าตาดีเดินไปกลับหลายรอบ จนกระทั่งชายหนุ่มได้รับบัตรสมาชิกอย่างเป็นทางการของสโมสรครักซ์ รวมถึงเข็มกลัดสัญลักษณ์จักรราศีเกล็ดหิมะ
“ค่าแรกเข้า ห้าสิบปอนด์ โดยปีนี้ยังเหลืออีกสามเดือนครึ่ง ค่าสมาชิกในปีแรกจึงเท่ากับ สี่ปอนด์ครับ” บริกรชายสวมกั๊กแดงใช้มือเลื่อนบัตรและเข็มกลัดมาทางไคลน์อย่างสุภาพ
ชายหนุ่มหยิบปึกเงินจำนวน ห้าสิบเจ็ดปอนด์จากแมรี·เกเลอร์ออกมาพร้อมกับนับเงินส่งให้อีกฝ่าย ห้าสิบสี่ปอนด์
เงินค่าแรกเข้ารวมถึงค่าสมาชิกในปีแรกคือของขวัญพิเศษจากแมรี เธอพึงพอใจในฝีมือไคลน์มาก ผ่านไปเพียงไม่กี่วันก็ได้ทราบว่าโดรัคมีภรรยาน้อย แถมยังถ่ายภาพใบหน้าและสืบหาข้อมูลทะเบียนบ้านหญิงสาวได้ด้วย
ค่าแรกเข้า ห้าสิบปอนด์…มาดามแมรีช่างเป็นสตรีจิตใจกว้างขวาง! ขณะไคลน์นั่งมองสาวใช้และบริกรชายช่วยกันนับเงินพลางส่องตรวจสอบลายน้ำ บทสนทนาลับๆ ระหว่างตนและสตาร์ลิ่ง·ซาเมอร์พลันผุดขึ้นในหัว
บิดาของแมรีคือผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทโคอิมและถือหุ้นมากถึง ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ ในตอนแรกเป็นเพียงบริษัทเล็กทำเงินได้ไม่มาก แต่เมื่อสถานการณ์มลพิษของเบ็คลันด์เริ่มเลวร้าย ความต้องการถ่านหินและถ่านฟืนแบบไม่มีควันจึงเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้บริษัทโคอิมกลายมาเป็นหนึ่งในสิบสุดยอดธุรกิจด้านพลังงานแห่งเมืองหลวง ครอบครัวแมรีจึงกลายเป็นตระกูลมั่งคั่งภายในเวลาไม่กี่ปี
แต่ปัญหาคือ ขณะเธอสมรสกับโดรัค บริษัทโคอิมยังไม่ประสบความสำเร็จสักเท่าไร บิดาของแมรีจึงมอบหุ้นในบริษัทให้เป็น ‘สินสอดงานแต่ง’ โดยมิได้ใส่ใจมูลค่ามากนัก และนั่นคือจุดเริ่มต้นความผิดพลาด เขาทำการมอบหุ้นในนาม ‘สินสมรส’ มิใช่การมอบในนาม ‘มรดกบุตรสาว’
อย่างหลังหมายถึงสินสอดแยกให้บุตรสาวเพียงผู้เดียว ฝ่ายสามีปราศจากอำนาจในการถือครองโดยสิ้นเชิง ส่วนแบบแรกหมายถึงสมบัติรวมของครอบครัว อำนาจการตัดสินใจจึงเป็นของทุกฝ่าย การมอบสินสมรสประเภทนี้มีข้อกำหนดว่า หากฝ่ายชายเสียชีวิตก่อนฝ่ายหญิง สมบัติมูลค่าราว สอง ถึง สี่เท่าของ ‘สินสอดแต่งงาน’ จะถูกแบ่งให้ฝ่ายหญิงทันที ส่วนทรัพย์สินอื่นจะถูกแบ่งด้วยกระบวนการสืบทอดมรดกตามปรกติ กฎหมายนี้มีขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าฝ่ายภรรยาจะยังมีคุณภาพชีวิตดีหลังจากกลายเป็นม่าย
สรุปโดยสั้น หากแมรีขอหย่ากับโดรัคโดยปราศจากหลักฐานคดีชู้สาว จำนวนหุ้นของบริษัทโคอิมในมือครอบครัวเกเลอร์จะถูกหารครึ่งอย่างเท่าเทียม
ไคลน์ยังจดจำน้ำเสียงเจือความอิจฉาของมาดามสตาร์ลิ่งได้ดี :
“ในปัจจุบัน หุ้นบริษัทโคอิมของครอบครัวเกเลอร์มีมูลค่าราว สองหมื่นปอนด์ ส่วนนี้ยังไม่รวมทรัพย์สินอื่นอีกมากในนามครอบครัว ส่งผลให้แมรีกลายเป็นหนึ่งในหญิงสาวมั่งคั่งของเมืองหลวง หากเธอหย่าร้างล่ะก็ รับรองได้เลยว่าต้องตกเป็นเป้าของบุรุษจำนวนมากในเบ็คลันด์ ไม่เว้นแม้กระทั่งขุนนางใหญ่โต”
แต่จำนวนเงินแค่นั้นกลับช่วยให้มิสจัสติสจ้างวานลอบสังหารราชทูตเบเคอร์ลันได้เพียงสองรอบ…ขณะไคลน์กำลังทบทวนความจำ มุมสายตาเหลือบเห็นบริกรชายกั๊กแดงและสาวใช้หน้าตาดีกำลังยืนโค้งคำนับให้ตน :
“มิสเตอร์โมเรียตี้ ขอต้อนรับสู่สโมสรครักซ์อย่างเป็นทางการ”
เมื่อสิ้นเสียง ไคลน์ใช้มือหยิบบัตรสมาชิกและเข็มกลัดเกล็ดหิมะขึ้นมาพิจารณา
ชิ้นแรกทำจากกระดาษแข็งลักษณะคล้ายไพ่ มีชื่อปลอมของไคลน์และวันเข้าร่วมสโมสรสลักไว้ชัดเจน
หลังจากประทับตราลงนามด้วยลายนิ้วมือ บัตรสมาชิกใบนี้สามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นทางการ
ชิ้นหลังเป็นเข็มกลัดชนิดพิเศษของสโมสรครักซ์ เนื่องจากก่อตั้งในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน จึงสร้างเข็มกลัดโดยอ้างอิงจากสัญลักษณ์จักรราศี ‘เกล็ดหิมะ’ ด้านหน้ามีตราประจำสโมสรและตัวเลข 192 สลักไว้ ส่วนด้านหลังคือข้อความ ‘เชอร์ล็อก·โมเรียตี้’
“สโมสรเพิ่งมีสมาชิกแค่หนึ่งร้อยเก้าสิบสองคนเองหรือ” ไคลน์ถามด้วยเสียงผ่อนคลาย
“ใช่ครับ เพราะสโมสรของเราไม่เปิดรับสมาชิกใหม่ นอกเสียจากจะมีบุคคลภายในแนะนำ” บริกรชายกั๊กแดงเริ่มอธิบาย “ชั้นหนึ่งของสโมสรจะมีหลายเขต ประกอบด้วยห้องอาหารแบบบริการตัวเอง บาร์เครื่องดื่ม ห้องสมุด ห้องตีสควอซ ห้องประชุม และห้องเล่นไพ่ ท่านสามารถใช้งานได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องเสียเงิน อาหารและเครื่องดื่มก็เช่นกัน ส่วนบริเวณชั้นสองจะประกอบด้วย ห้องพักผ่อนจำนวน สิบหกห้อง และห้องประชุมขนาดเล็กอีกสองห้อง ทั้งหมดสามารถใช้งานได้อย่างอิสระ แต่อยู่ในเงื่อนไขว่า ต้องไม่มีใครจองใช้งานก่อนหน้านั้น”
สาวใช้หน้าตาดีชี้นิ้วไปทางด้านข้าง
“ด้านนอกมีสนามเทนนิสสองแห่งให้ใช้บริการได้โดยไม่คิดเงิน ส่วนบริเวณห้องใต้ดินมีบริการสนามยิงปืนสองลู่ เสียแค่ค่าเช่าอุปกรณ์เท่านั้น”
“หากท่านไม่พึงพอใจในอาหารของเรา สามารถสั่งให้พ่อครัวฝีมือเยี่ยมช่วยปรุงอาหารสูตรพิเศษได้ โดยจ่ายเพียงราคาต้นทุนของวัตถุดิบเท่านั้น”
อาหาร ห้องพัก และกิจกรรมนันทนาการครบครัน…สมกับเป็นสโมสรระดับสูง…ไคลน์กล่าวขอบคุณมาดามแมรีจากใจจริง
มันเผยรอยยิ้มอ่อนโยน
“รบกวนส่งใครสักคนคอยเดินแนะนำผมแต่ในละส่วนของอาคารด้วย จะได้คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมได้เร็ว หลังจากนั้นช่วยจองห้องพักสำหรับงีบยามบ่ายให้ผมหนึ่งห้อง”
“ได้ครับ” บริกรชายกั๊กแดงขานรับพร้อมกับโค้งคำนับ
หลังจากทำความเคยชินรอบอาคาร ไคลน์เข้าใช้บริการห้องพักและรีบสำรวจแผนผังภายในอย่างละเอียด มันพบว่าสถาปัตยกรรมคล้ายคลึงกับโรงแรมสมัยใหม่ รูปทรงห้องและอาคารได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมอินทิส
พรุ่งนี้เป็นวันศุกร์ โดรัคจะออกมาพบภรรยาน้อยในช่วงเช้า เราต้องหาวิธีเก็บหลักฐานแบบเป็นรูปธรรมให้ได้ก่อนหน้านั้น…เมื่อคำนึงว่ากล้องถ่ายภาพยุคปัจจุบันไม่สามารถปิดแสงแฟลชได้…หมายความว่า เราถ่ายได้เพียงรูปเดียวโดยไม่มีโอกาสแก้ตัว…และหลังจากนั้นก็จะถูกเฉดหัวออกจากสโมสรครักซ์…ต้องคิดหาวิธีปลอดภัยกว่านี้…ขณะเดียวกันก็ต้องตรวจสอบข่าวความคืบหน้าของคดี ‘เอียน’ จากหนังสือพิมพ์ จะได้คาดเดาสถานการณ์ปัจจุบันอย่างแม่นยำ และเลือกว่าควรใช้บริการ ‘คนคุ้มกัน’ สามวันไหนบ้าง…ไคลน์เดินวนในห้องด้วยสีหน้ากระวนกระวาย
ทันใดนั้น หัวใจมันพลันเต้นโครมคราม ร่างกายเกิดอาการสั่นเทาอย่างหยุดไม่อยู่
ลางสังหรณ์จากพลังตัวตลก? แต่ทำไมถึงไม่ปรากฏภาพนิมิตเหมือนทุกครั้ง…? ขณะเดียวกัน ไคลน์เริ่มตระหนักว่าบรรยากาศรอบตัวสงบนิ่งอย่างผิดปรกติ ลักษณะคล้ายน้ำลดก่อนเกิดคลื่นยักษ์
เพียงไม่นาน ความรู้สึกประหลาดเลือนหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
เรากำลังจะเป็นอันตราย? แต่ทำไมถึงไม่เคยเกิดลางสังหรณ์แบบนี้มาก่อน แม้กระทั่งในยามถูกเมอซอลลอบจู่โจม… ไคลน์แสดงสีหน้าสับสัน มันล้วงหยิบเหรียญออกมาเตรียมทำนายว่า ตนจะได้รับอันตรายร้ายแรงในอีกไม่กี่วันข้างหน้าหรือไม่
ผลทำนายระบุว่า ‘ไม่’
หลังจากครุ่นคิดหลายวินาที ไคลน์ตัดสินใจขึงผ้าม่านห้องนอนโดยแสร้งทำเป็นงีบหลับยามบ่าย ตามด้วยการเดินถอยหลังสี่ก้าวทวนเข็มนาฬิกา ส่งตัวเองเข้ามิติเหนือหมอกเทา
มันนั่งลงบนเก้าอี้เดอะฟูลพลางก้มศีรษะครุ่นคิดสักพัก จนกระทั่งพึมพำ
“เราจะได้รับอันตรายถึงชีวิตในอีกไม่กี่วันข้างหน้า”
…
หลังจากท่องครบเจ็ดครั้ง ไคลน์ดีดวัตถุทำจากทองแดงขึ้นไปในอากาศอีกครั้ง และปล่อยให้มันหล่นลงบนฝ่ามือ
แต่คราวนี้ปรากฏภาพใบหน้ากษัตริย์ขึ้น!
ออกหัว · คำตอบคือ ‘ใช่’!
อาการตอบสนองเมื่อครู่คือลางบอกเหตุอันตรายไม่ผิดแน่…ไคลน์หรี่ตาลงพลางเอนหลังพิงเก้าอี้ตัวใหญ่
ว่ากันตามตรง มันค่อนข้างประหลาดใจ
ไม่ว่าจะเป็นนักทำนายหรือตัวตลก แต่ตนก็ไม่เคยเกิดลางสังหรณ์อย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเช่นนี้มาก่อน เพราะต่อให้เป็นนิมิตภาพตัวตลกแสนสะดวกสบาย พลังดังกล่าวก็จะแจ้งเตือนเมื่ออีกฝ่ายอยู่ในระยะใกล้เท่านั้น!
ไม่มีใครอยู่ใกล้เราตอนนี้…หากประเมินว่าผลการทำนายถูกบิดเบือนในโลกจริง อีกฝ่ายคงเป็นผู้วิเศษค่อนข้างแข็งแกร่ง เป็นใครไปไม่ได้นอกจากลูกน้องเบเคอร์ลัน…แล้วทำไมถึงแจ้งเตือนในรูปแบบแปลกประหลาดเช่นนี้? ไม่สอดคล้องกับหลักวิทยาศาสตร์ ไม่สิ ไม่สอดคล้องกับหลักศาสตร์เร้นลับเลยสักนิด…ไคลน์กวาดสายตามองไปรอบห้วงสายหมอกสีเทาไร้ก้นบึ้ง ทุกสิ่งอยู่ในสภาพแน่นิ่งราวกับไม่เปลี่ยนแปลงมานานนับหมื่นปี
ผ่านไปสักพัก ชายหนุ่มตัดสินใจระงับความอยากรู้อยากเห็นไว้ก่อน และเพ่งสมาธิกับภัยคุกคามในอีกไม่กี่วันข้างหน้าแทน…
หลังจากทำนายเพิ่มเติมอีกหลายหน ไคลน์พบว่าตนระบุเวลาได้อย่างคร่าวเท่านั้น คือไม่เกินสามวันถัดไป มิอาจลงลึกได้มากกว่านี้ เช่นภายในห้าชั่วโมง ภายในหนึ่งวัน หรือภายในสองวัน มิฉะนั้นผลการทำนายจะออกมาล้มเหลว
สรุปโดยสั้นก็คือ มันไม่สามารถระบุเวลาลงมือของอีกฝ่ายได้ชัดเจน
และเมื่อลองทำนายด้วยนิมิตฝัน ไคลน์เห็นเพียงฉาก ‘เอียน’ กำลังสวมโค้ทตัวเก่ายืนข้างโคมตะเกียงบนถนน ด้านหลังเป็นภาพของจันทร์แดงกำลังส่องแสงเลือนราง
นอกจากนั้นก็ไม่พบสิ่งใดอีก
“ต้องแปลความหมายว่าอย่างไร?” ไคลน์ก้มหน้าเค้นสมองคิด แต่ก็ไม่เกิดความกระจ่าง ทราบเพียงว่าสิ่งนี้คือลางบอกเหตุชนิดหนึ่ง
โดยไม่รีรอ ไคลน์รีบกลับโลกจริงและเดินทางออกจากสโมสรครักซ์ เป้าหมายแรกคือสำนักงานธนาคารเบ็คลันด์เขตฮิลสตัน เพื่อถอนเงินจากบัญชีลับจำนวน หนึ่งร้อยปอนด์ ส่วน หนึ่งพันปอนด์ของมิสจัสติส ยังไม่ถูกอนุมัติมายังสาขาย่อย เนื่องจากเป็นบัญชีลับประเภทไม่ยืนยันตัวตน ส่งผลให้ข้อมูลใหม่ยังไม่ถูกถ่ายทอดไปยังธนาคารสาขาอื่น แม้จะอยู่ในเมืองเดียวกันก็ตาม…ในทางทฤษฎี สิ่งนี้คือช่องโหว่ใหญ่หลวงสำหรับมิจฉาชีพ เมื่อข้อมูลของแต่ละสาขาไม่เชื่อมถึงกันแบบทันที ไคลน์สามารถตระเวนถอนเงิน หนึ่งร้อยปอนด์สุดท้ายออกจากธนาคารเบ็คลันด์ในแต่ละสาขาได้ โดยพนักงานงานไม่มีทางทราบว่ากลายเป็นบัญชีว่างเปล่าไปแล้ว เพราะข้อมูลการถอนจากสาขาแรกยังส่งมาไม่ถึงสาขาอื่น
อย่างไรก็ตาม นั่นเป็นแค่ทฤษฎี ธนาคารย่อมไม่โง่เขลา พวกมันออกมาตรการสำหรับป้องกันบัญชีลับเป็นพิเศษ ข้อแรก ปรับปรุงให้ข้อมูลภายในเมืองเดียวกัน ถูกเชื่อมถึงกันได้รวดเร็วขึ้น ข้อสอง กำหนดยอดถอนเงินสูงสุดของบัญชีลับไว้เพียง ห้าร้อยปอนด์ต่อวัน และข้อสาม ห้ามถอนเงินก้อนสุดท้ายโดยพลการเด็ดขาด ต้องแจ้งล่วงหน้ามายังสาขาผ่านโทรเลขก่อน สำหรับไคลน์เข้าข่ายกรณีสาม
หลังจากเก็บเงินใส่กระเป๋า ชายหนุ่มเช่ารถม้าไปยังเขตสะพานเบ็คลันด์และรีบตรงเข้าผับวีรบุรุษทันที
ด้วยการนำทางของคาสปาส ไคลน์ได้พบกับมาริคในห้องเล่นไพ่ อีกฝ่ายไม่มีฝูงซอมบี้รายล้อมเหมือนทุกครั้ง
ไคลน์ไม่เสียเวลาใช้พลังวิญญาณผนึกนกหวีดทองแดง เพียงนำเงิน หนึ่งร้อยปอนด์วางลงบนโต๊ะและเงยหน้ากล่าวกับมาริคผู้มีใบหน้าขาวซีด
“ผมตกลงจ้าง จ่ายก่อน หนึ่งร้อยปอนด์ หลังจากถูกคุ้มกันครบหนึ่งวัน ผมจะจ่ายอีกวันละ สามร้อยปอนด์ เริ่มคุ้มกันเดี๋ยวนี้!”
มาริคมองผ่านไหล่ไคลน์ไปด้านหลังและค้างสายตาไว้สักพัก ก่อนจะผงกศีรษะ
“เธอตกลงรับงาน”
เห…? ไคลน์รีบหันหลังไปมอง และได้พบเพียงกำแพงกับอากาศอันว่างเปล่า
ชายหนุ่มกระทบกรามเปิดเนตรวิญญาณ แต่ก็ยังไม่พบสิ่งใดเหมือนเดิม
มาริคหยิบเงิน หนึ่งร้อยปอนด์ใส่กระเป๋าพลางกล่าวด้วยเสียงเรียบ
“คุณสามารถกลับบ้านได้เลย เธอกำลังคุ้มกันอย่างลับๆ”
หากไม่เพราะเราทำนายล่วงหน้าว่าอีกฝ่ายเชื่อใจได้ คงเกิดความเข้าใจผิดคิดว่าหมอนี่เป็นนักต้มตุ๋น…ไคลน์กวาดสายตามองรอบตัวหนึ่งหน ก่อนจะแสร้งเดินออกจากผับด้วยสีหน้าหงุดหงิด
ตลอดทาง มันพยายามเปิดปิดเนตรวิญญาณเป็นระยะ สายตาเพ่งมองรอบตัวอย่างสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นภายในห้องโดยสารหรือด้านนอกหน้าต่าง แต่ก็ไม่พบสิ่งใดใกล้เคียงกับ ‘คนคุ้มกัน’ เลย
จนกระทั่งถึงบ้าน 15 ถนนมินส์ ไคลน์ปิดประตูลงกลอนมิดชิดและเดินเข้าห้องน้ำไปเปิดก๊อกเตรียมล้างมือ
ผ่านไปสักพัก เสียงก๊อกน้ำหยุดลงพร้อมกับการสะบัดฝ่ามือให้แห้ง ไคลน์เช็ดมือกับผ้าขนหนูบนราวแขวนด้านข้าง ตามด้วยการเงยหน้ามองกระจกเงาเพื่อตรวจสอบสิ่งผิดปรกติตามกิจวัตรทั่วไป
ทันใดนั้น ภาพไคลน์บนกระจกเริ่มพลันสั่นกระเพื่อมคล้ายคลื่นน้ำ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นภาพหญิงสาวเลอโฉมสวมเดรสสีดำอลังการสไตล์วิคตอเรีย
เส้นผมสีทองอ่อน ดวงตาสีฟ้า มาพร้อมใบหน้างดงามเหนือพรรณนา แต่สีผิวค่อนข้างขาวซีดผิดวิสัยมนุษย์ปรกติ
เหนือศีรษะสวมหมวกสีดำใบเล็ก หญิงสาวปริศนาจับชายกระโปรงสองข้างยกขึ้นพร้อมกับโค้งคำนับให้ไคลน์อย่างสุภาพ
นี่มัน…ไคลน์ไม่ปิดบังอาการหวาดผวา มันเสียหลักเซถอยหลังสองก้าวจนกระแทกใส่กำแพงห้องน้ำ
ก่อนจะฉุกคิดได้ว่า เธอคงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนคุ้มกันราคา หนึ่งพันปอนด์ของตน
ฉากหญิงสาวในชุดดำเริ่มเลือนรางจางหาย ไคลน์กลับมาเห็นใบหน้าตัวเองในกระจกอีกครั้ง ทุกสิ่งกลับสู่ภาวะปรกติราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
………………….
