Skip to content

Lord of the Mysteries 264


ตอนที่ 264 : ชุมนุมห้าคน

หากไพ่ใบแรกอย่าง ‘เดอะฟูล’ หมายถึงจุดเริ่มต้นของชุมนุมทาโรต์ ไพ่ใบสุดท้ายอย่าง ‘เดอะเวิร์ล’ ก็หมายถึงจุดจบ สื่อความนัยถึงผลการค้นหาสัมบูรณ์ ไคลน์หวังให้ชุมนุมไพ่ทาโรต์ของตนดำเนินไปอย่างราบรื่นตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงช่วงเวลาสุดท้าย

และในภายหลัง หากมีคำขอร้องในเรื่องเล็กน้อย ไม่เหมาะสมจะเอ่ยจากปากเดอะฟูล เราจะให้เดอะเวิร์ลคอยจัดการแทน วิธีนี้ช่วยลดทอนการเสียภาพพจน์ของเดอะฟูลได้มากทีเดียว การมีไอดีรอง ไม่สิ ไอดีเด็ก จะช่วยให้ชีวิตเราสะดวกสบายขึ้นหลายเท่า! ไคลน์ถอนหายใจอย่างมีความสุข ก่อนจะโบกมือสลายเดอะเวิร์ลให้เลือนหายไป

ถัดมา ชายหนุ่มแผ่พลังวิญญาณห่อหุ้มร่างกาย ดำดิ่งลงจากห้วงมิติเหนือหมอกเทา และกลับถึงโลกจริงโดยสวัสดิภาพ

ไคลน์ทิ้งดวงตาดำล้วนของโรซาโก้ไว้ในมิติสายหมอก เพราะไม่ว่าอย่างไร มันก็มิอาจใช้วัตถุดังกล่าวได้ในชีวิตประจำวัน มีแต่จะกลายเป็นภาระเสียมากกว่า ต้องคอยกังวลว่าจะสูญหายหรือถูกใครพบเข้า

หลังจากเก็บกวาดสิ่งของประกอบพิธีกรรมอัญเชิญ ไคลน์มองไปทางหน้าต่าง แสงสีแดงนวลกำลังส่องลอดผ่านร่องผ้าม่าน มันเฝ้ารอการชุมนุมวันพรุ่งนี้ด้วยใจจดจ่อ

หากกล่าวถึงข้อมูลทางด้านขุนนางในอาณาจักร ไคลน์มั่นใจว่า ‘จัสติส’ จะต้องรอบรู้ยิ่งกว่าประชากรอีก เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ของโลเอ็นแน่นอน

และเมื่อตนมี ‘ไอดีเด็ก’ อย่างเดอะเวิร์ล การซักถามข้อมูลของตระกูลพาวน์ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ไม่ต้องกังวลว่าเดอะฟูลจะเสียภาพพจน์อันน่าเกรงขาม

แต่แน่นอน การซักถามต้องเป็นไปอย่างคมคายและชาญฉลาด เพราะเหนือสิ่งอื่นใด นักสืบเชอร์ล็อก·โมเรียตี้ก็กำลังตามหาข้อมูลของตระกูลพาวน์เช่นกัน เรื่องนี้อาจรั่วไหลไปถึงหูของสาวน้อย…ถ้าเรามีข้อมูลของตระกูลพาวน์มากพอเมื่อไร การทำนายถามบนมิติสายหมอกเทาก็จะไม่ใช่เรื่องยาก

ฟู่ว…! ไคลน์พยายามตรึกตรองอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้มีช่องโหว่ ก่อนจะผ่อนคลายตัวเองลงและทิ้งตัวหลับยาว

เพราะเข้าไปในมิติหมอก เศษเสี้ยวออร่าวิญญาณมารจึงถูกขจัดจนหมด ไคลน์พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มได้จนถึงรุ่งสาง แต่มันยังคงไม่เห็นแสงอาทิตย์อยู่ดี เนื่องจากหมอกด้านนอกหนาทึบเกินไป

ไคลน์ยังคงดำเนินตามกิจวัตรเดิม ตระเวนไปยังหอสมุดภายในเมืองเบ็คลันด์ให้ครบ แต่คราวนี้ไม่ได้ถามกับบรรณารักษ์โดยตรง ไม่ได้ถามหาแหล่งข้อมูลของตระกูลพาวน์ เพียงแหวกว่ายท่ามกลางท้องทะเลหนังสือด้วยความสามารถตัวเอง

บ่ายสองโมงสี่สิบนาที ไคลน์เข้าสู่ห้วงมิติสายหมอกเทาก่อนเวลานัดหมายเล็กน้อย

ท่ามกลางพระราชวังโบราณโอ่โถง มันนั่งลงบนตำแหน่งประจำของเดอะฟูล ตามด้วยการสร้างไอดีเด็ก ‘เดอะเวิร์ล’ บนเก้าอี้สมาชิกฝั่งตรงข้าม จากนั้นก็ฝึกบังคับจนคล่องแคล่วคล้ายคนจริง

ผ่านไปหลายนาที ไคลน์หยิบนาฬิกาพกออกมาเปิดผาตรวจสอบ ก่อนจะแผ่พลังวิญญาณเข้าไปในดาวแดงตัวแทนเดอะซันเพื่อแจ้งเตือนการชุมนุม

ระหว่างรอให้ถึงเวลา มันนั่งก้มหน้าสำรวจ ‘ดวงตาดำล้วน’ เรื่อยเปื่อย ก่อนจะฉุกคิดบางสิ่งน่าสนใจได้ จึงทดสอบนำดวงตาดำล้วนมาเชื่อมติดกับโซ่เงิน ผูกไว้รอบข้อมือขวา และซ่อนไว้ได้ชายแขนเสื้อ

บ่ายสามโมงตรง เสาลำแสงส่องสว่างท่ามกลางพระราชวงศ์ของคนยักษ์ เริ่มจากตำแหน่งเก้าอี้จัสติส แฮงแมน และเดอะซัน ร่างกายทุกคนมีลักษณะคล้ายภาพมายาสีออกแดงเข้ม

“ทิวาสวัสดิ์ค่ะ มิสเตอร์ฟูล~ ทิวาสวัสดิ์ มิสเตอร์…” ออเดรย์กล่าวทักทายสมาชิกทุกคนอย่างมีชีวิตชีวา จนกระทั่งมุมหางตาเหลือบเห็นร่างหนึ่งบนเก้าอี้ตัวไกลสุด

บุคคลไม่คุ้นเคย อีกฝ่ายสวมชุดคลุมสีดำยาวปกปิดใบหน้าไว้เกือบมิดชิด ร่างกายเลือนรางในลักษณะพร่ามัว

“ท่านนี้คือ?” ออเดรย์ผุดความฉงนปนโล่งใจขณะหันไปมองทางเดอะฟูล”

ชุมนุมทาโรต์เติบโตขึ้นอีกแล้ว?

ฟอร์ส ซิล? ไม่ใช่! ส่วนสูงไม่ถูกต้อง เป็นคนอื่นหรอกหรือ?

ขณะออเดรย์กำลังครุ่นคิด ไคลน์เอนหลังกล่าวอย่างผ่อนคลาย

“สมาชิกใหม่ของพวกเรา เดอะเวิร์ล”

ในเวลาเดียวกัน เนตรวิญญาณรุ่นยกระดับด้วยมิติหมอกเทาส่องพบความเปลี่ยนแปลงบนวิญญาณดาราของ ‘เดอะซัน’ สีออร่าเข้มข้นกว่าคราวก่อนเล็กน้อย แต่ยังไม่ถึงขั้นลำดับแปด เสียทีเดียว เดาได้ว่าเป็นภาวะหลังจากโอสถนักขับขานถูกย่อยสมบูรณ์

“สวัสดีค่ะ” จัสติส ออเดรย์หันไปกล่าวทักทายอย่างสดใสร่าเริง สายตาเพ่งมองสมาชิกใหม่ประหนึ่งจ้องจับผิด”

เธอสามารถ ‘อ่าน’ ข้อมูลได้พอสมควรแม้จะจ้องมองเพียงไม่กี่อึดใจ

อารมณ์ของมิสเตอร์เวิร์ลสงบนิ่งจนน่าขนลุก แทบไม่ขยับร่างกาย ใบหน้าเย็นชาราวกับสวมหน้ากากตลอดเวลา…เป็นคนอาณาจักรใดกัน โลเอ็น อินทิส? หรือดินแดนปริศนาเหมือนกับเมืองเงินพิสุทธิ์…ออเดรย์ผงกศีรษะแผ่วเบาขณะใช้ความคิด

หลังจากผ่านมาหลายการชุมนุม เธอเริ่มมั่นใจว่าปากของเดอะซันขยับไม่ตรงกับเสียงพูดจริง หมายความว่าอีกฝ่ายไม่ได้พูดภาษาโลเอ็น มีโอกาสสูงว่าเสียงในหูเธอจะมาจากการแปลภาษาของมิสเตอร์ฟูลอีกทอดหนึ่ง

‘แฮงแมน’ อัลเจอร์ และ ‘เดอะซัน’ เดอร์ริค กล่าวทักทายเดอะเวิร์ลตามลำดับ ไคลน์บังคับไอดีเด็กให้ตอบสนองอย่างเย็นชา ก่อนจะควบคุมร่างเดอะฟูลหันมองทาง ‘จัสติส’

“เพื่อนสองคนของเจ้า เรากำลังทดสอบความเหมาะสมเพื่อให้แน่ใจ”

“ฉะนั้น จะลองมอบหมายงานไม่ยุ่งยากให้ทำสักชิ้น เจ้าสามารถนำไปบอกได้โดยไม่ต้องปิดบังตัวตน เป็นหนึ่งในบททดสอบสำคัญ”

เข้มงวดกำลังดี…นอกจากออเดรย์จะไม่ผิดหวัง ตรงกันข้าม เธอกลับเห็นด้วยอย่างยิ่ง!

สมาชิกชุมนุมทาโรต์ต้องถูกคัดเลือกอย่างเข้มงวด ไม่ใช่ใครก็เป็นได้! ออรเดรย์นั่งเชิดอกอย่างภาคภูมิใจ ทันใดนั้น เด็กสาวพลันกล่าวเสริมในใจอย่างสำนึกผิด ส่วนเรื่องว่า เราถูกมิสเตอร์ฟูลดึงเข้ามิติสายหมอกในตอนแรกเพราะความบังเอิญ อย่าลืมสิ! ความโชคดีถือเป็นคุณสมบัติสำคัญข้อหนึ่งเช่นกัน!

“ตกลงค่ะ เชิญท่านมอบหมายงาน” เด็กสาวขานรับอย่างว่าง่าย”

ไคลน์เหยียดแขนขวาวางไว้บนโต๊ะ ตามด้วยการเสกภาพเหมือนพร้อมด้วยเครื่องแต่งกายของ ‘ลาเนวุส’

“สืบหาข้อมูลของชายในภาพ มันกำลังอาศัยอยู่ในเบ็คลันด์” ไคลน์เสกให้ภาพวาดปรากฏตรงหน้ามิสจัสติส

ออเดรย์นั่งเพ่งมอง เธอเห็นเส้นผมสีดำขลับถูกหวีเรียบ หน้าผากกว้าง ใบหน้าค่อนข้างเยาว์ สวมแว่นตากลม

เป็นภาพวาดสีน้ำมัน ดวงตาสีน้ำตาลยียวนราวกับกำลังเย้ยหยันทุกคน ใต้ภาพมีข้อความ ‘ชื่อปลอมล่าสุด ลาเนวุส’

งานไม่ยุ่งยาก…หมายความว่าศัตรูไม่ได้แข็งแกร่งมาก…แต่ถึงขั้นดึงดูดความสนใจของมิสเตอร์ฟูลได้ ชายในภาพต้องไม่ธรรมดาแน่นอน…แม้จะเป็นงานง่าย ทว่า ท่านคงมีเจตนาแอบแฝงเบื้องหลัง…งานชิ้นนี้คงไม่ใช่การทดสอบฝีมือเพียงอย่างเดียว…ออเดรย์ตรึกตรองความเป็นไปได้สักพักก่อนขานตอบ

“ไม่มีปัญหาค่ะ”

อา…ดูเหมือนสาวสองจะมีเส้นสายในกรุงเบ็คลันด์มากพอสมควร พวกเธอต้องเป็นประโยชน์ในการค้นหาลาเนวุสแน่…เมื่อไคลน์มอบหมายงานสำหรับแผนล้างแค้นเสร็จ มันเปลี่ยนไปบังคับไอดีเด็ก

‘เดอะเวิร์ล’ กวาดสายตารอบตัว ตามด้วยการเปล่งเสียงแหบพร่า

“ท่านฟูลบอกว่า ผมสามารถมอบหมายภารกิจและแลกเปลี่ยนสินค้าในนี้ได้ใช่ไหม?”

“ถูกต้อง” จัสติส ออเดรย์กล่าวอย่างฉะฉานสง่างาม “แต่คุณต้องรอก่อน เพราะถัดไปเป็นช่วงเวลาอ่านหนังสือของมิสเตอร์ฟูล”

ขนาดว่าดิฉันสำเร็จภารกิจ ‘ลอบสังหารราชทูตเบเคอร์ลัน’ ก็ยังไม่รีบร้อนพูดถึงมันต่อหน้าทุกคน…เด็กสาวเสริมในใจพร้อมกับนั่งเชิดคางขึ้นด้วยมาดองอาจ

มิสจัสติส คุณทำตัวยังกับเป็นเจ้าของชุมนุมเสียเอง…ไม่ต้องห่วง ผมต้องตอบแทนภารกิจเบเคอร์ลันให้อยู่แล้ว เพราะมันสำเร็จลุล่วงจนน่าประทับใจ…ไคลน์เบือนหน้าหนีพลางอมยิ้ม หันไปจ้องมอง ‘แฮงแมน’ แทน

แฮงแมน อัลเจอร์·วิลสันกำลังระแวงสมาชิกใหม่ จึงไม่เปิดปากกล่าวสิ่งใดนับตั้งแต่เริ่มชุมนุม สวมบทบาทเป็นผู้ชมอย่างเงียบงัน จนกระทั่งวินาทีนี้ เมื่อเห็นว่าเดอะฟูลกำลังจ้องมอง มันรีบลดศีรษะลงอย่างนอบน้อมพร้อมกับเอ่ยปาก

“คราวนี้ก็ยังเป็นหกหน้าขอรับ หน้าสุดท้ายคงต้องไว้คราวถัดไป”

“ไม่มีปัญหา” ไคลน์พยักหน้าแผ่วเบา

แฮงแมนรีบตั้งสมาธิ เรียกความทรงจำ และเพ่งจิตถ่ายทอดเป็นตัวอักษร

ไดอารีหกหน้าถูก ‘เขียน’ จบอย่างรวดเร็ว แผ่นกระดาษหายไปปรากฏบนมือของไคลน์

ชายหนุ่มก้มศีรษะลง รวบรวมสมาธิอ่านเนื้อความบนไดอารีแผ่นแรก

“9 กุมภาพันธ์ เราได้ลูกชายคนรอง และตั้งชื่อเขาว่า ‘โบโนว่า’ บุตรสาวคนโตของเรา แบร์นาแดต เธอโชคดีอย่างมาก เพราะพ่อและแม่ให้กำเนิดในตอนยังเป็นเพียงผู้วิเศษลำดับต่ำ จึงสามารถเลือกเส้นทางได้ตามใจชอบ บุตรชายคนโต ชิเอล น่าสงสารกว่าใครทั้งหมด เขาสืบทอดแก่นพลังของเราไปไม่มาก แต่ก็ส่งผลให้ไม่สามารถเลือกเส้นทางเองได้ บางที อาจเปลี่ยนได้อีกครั้งหลังจากลำดับสี่ แต่การก้าวไปถึงลำดับสูงไม่ใช่เรื่องง่ายเลย บุตรชายคนรอง โบโนว่า ดวงของเขาอยู่ตรงกลางระหว่างแบร์นาแดตและชิเอล ถึงจะเลือกเส้นทางเองไม่ได้ แต่ก็เกิดมาพร้อมตะกอนพลังผู้วิเศษลำดับห้า เรื่องนี้ช่วยลดภาระของเรามาก ส่งผลให้ย่อยโอสถปัจจุบันได้เร็วขึ้น และเหนือสิ่งอื่นใด เด็กคนนั้นเกิดมาพร้อมความเก่งกาจของนักดาราศาสตร์ ซาราธแอบแวะเข้ามาหาเราอย่างลับๆ อีกแล้ว เขาชมเชยโบโนว่าถึงความน่ารักไม่ขาดปาก เราจึงถามเจ้าพ่อแห่งการดูดวงกลับไปว่า โบโนว่าจะสร้างชื่อเสียงด้านใดในอนาคต? แต่ชายคนนั้นกลับไม่ตอบ เพียงเผยรอยยิ้มปริศนา และเมื่อเราถามถึงอนาคตชิเอล เขากลับยอมมอบตอบ บอกใบ้มาว่า มนุษย์ทุกคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงความตายพ้น…แต่ความตายก็เป็นจุดจบไม่เลวนัก”

“ด้วยความสัตย์จริง พวกนักทำนายมักชอบพูดจาวกวนกำกวม ไม่แปลกใจเลยหากจะถูกชกปากแตกในสักวัน สุดท้าย เราถามถึงอนาคตแบร์นาแดต สีหน้าของเขาเคร่งเครียดกะทันหัน ซาราธกล่าวว่า แบร์นาแดตจะเกลียดชังเรามาก ถึงขั้นทรยศหักหลัง แต่เธอจะกลายเป็นตัวตนอันยิ่งใหญ่ในโลกเหนือธรรมชาติ ในบางครั้ง คนเราก็ไม่ควรซักถามอนาคตอย่างส่งเดช เราไม่อยากเชื่อเลยว่า บุตรสาวผู้น่ารัก จิตใจอ่อนโยน คอยเอาใจใส่น้องชาย และเคารพนับถือบิดาอย่างแบร์นาแดต จะเกลียดชังและทรยศเราในภายหลัง เรื่องบ้าบอแบบนั้นเกิดขึ้นจากสาเหตุใดกันแน่ เราไปทำอะไรให้ไม่พอใจ? หรือเธอจะไปตกหลุมรักผู้ชายไม่เอาไหนเข้า และหมอนั่นก็ถูกเราเชือดทิ้งตอนหลัง? เป็นไปไม่ได้! ซาราธไม่ใช่เทพพยากรณ์สักหน่อย คำทำนายของหมอนั่นไม่ถูกต้องเสมอไป! ลืมมันซะ! โรซายล์!!”

ทำไมเราถึงได้กลิ่นอายบทละครครอบครัวร้าวฉานโชยหึ่ง…หลังจากอ่านไดอารีหน้าแรกเสร็จ ไคลน์รำพันกับตัวเอง

ในเวลาเดียวกัน มันนั่งไตร่ตรองความหมายของผลทำนายซาราธ

ตัวตนอันยิ่งใหญ่ในโลกเหนือธรรมชาติ

หมายถึงโลกผู้วิเศษใช่ไหม? แล้วจะยิ่งใหญ่ระดับไหนกัน…ไคลน์ก้มหน้าครุ่นคิดพลางพลิกหน้ากระดาษ

“22 พฤษภาคม ฟลอเร็นแห่งตระกูลเซารอนต้องการให้เราไปเป็นลูกน้องของมัน! หน้าเราเหมือนเบ๊มากนักหรือ? แบบนี้มันหยามกันเกินไปแล้ว! ขอสาบานต่อฟ้าดิน! ในอนาคต เราจะทำให้มันต้องก้มหัวขอโทษกับความเสียมารยาทในวันนี้! แต่เมื่อลองคิดดูให้ดี…ข้อต่อรองของมันก็น่าสนใจอยู่เหมือนกัน ควรค่าแก่การใช้เวลาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ”

………………….

ACAC

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

error: Content is protected !!
Exit mobile version