ตอนที่ 320 : ปฏิบัติการ
การตอบสนองไม่ปรกติ? ไม่ว่าจะมองมุมใด ก็เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจากไพ่เย้ยเทพ!
ท่ามกลางสายหมอกสีเทา ไคลน์ถอนหายใจอย่างผ่อนคลาย ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
มิสจัสติสทำงานรวดเร็วขนาดนี้เชียว…?
เรามอบหมายงานช่วงบ่าย และเธอก็จัดการมันจนเสร็จภายในเย็นวันเดียวกัน…
ยิ่งไปกว่านั้น นี่มันเวลาปิดทำการของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ!
นักอ่านใจไม่มีพลังสำหรับแทรกซึมเข้าไปในตัวอาคารแน่…
อา ใช่แล้ว ดูเหมือนว่าอิทธิพลของตระกูลหล่อน จะอยู่นอกเหนือจินตนาการของเราไปมากทีเดียว…
โชคยังดี กระบวนวิธีทดสอบไม่ได้ทำให้เกิดปรากฏการณ์กระโตกกระตากขึ้น ไม่อย่างนั้น มิสจัสติสคงต้องแสร้งปั้นสีหน้าไร้เดียงสาและคืนไพ่เย้ยเทพให้โบสถ์แต่โดยดี…ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง แปลว่าเราไม่มีวาสนากับไพ่เย้ยเทพแต่แรก…โลกนี้ไม่เคยมีสิ่งใดได้มาง่าย…
ท่ามกลางความคิดยุ่งเหยิง ไคลน์ได้ยินคำถามของมิสจัสติสดังแว่ว
“มิสเตอร์ฟูลคะ แผ่นคั่นหนังสือดังกล่าวมีความลับใดซ่อนอยู่กันแน่ แต่ถ้าผู้รับใช้ของท่านไม่ยินดีอธิบาย ช่วยทำเป็นว่าดิฉันไม่เคยถามก็แล้วกันค่ะ”
ต้องแน่นอนอยู่แล้ว ความลับของมันคือการเป็นไพ่เย้ยเทพยังไงล่ะ!
ไคลน์กำลังตื่นเต้น ขณะเดียวกันก็ถอนหายใจยาว
หลังจากครุ่นคิดสักพัก ชายหนุ่มตัดสินใจยังไม่บอกความจริง จนกว่าตนจะได้ครอบครองไพ่เย้ยเทพในมือเสียก่อน ไม่อย่างนั้น มิสจัสติสอาจแสดงพฤติกรรมผิดสังเกต จนทางโบสถ์จักรกลไอน้ำเกิดความสงสัยและเริ่มสอบสวน นั่นจะทำให้แผนการของมันพังครืน
ไคลน์ไม่รีบร้อนกลับโลกจริง มันนั่งปิดปากเงียบท่ามกลางพระราชวังโบราณอันว่างเปล่า สมองไตร่ตรองหาวิธีและเวลาสำหรับออกปฏิบัติการ
ในเมื่อมิสจัสติสสร้างความเสียหายกับไพ่ไว้แล้ว แปลว่าอาจมีใครสักคนพบความผิดปรกติได้ หรือไม่ก็ ตัวไพ่กำลังแผ่สัญญาณความผิดปรกติออกมาทีละนิด จนดึงดูดให้ผู้วิเศษเข้ามาใกล้…ฉะนั้น เราไม่ควรปล่อยไว้นาน ลงมือคืนนี้ได้เลยยิ่งดี!
หลังจากความคิดมากมายถาโถมใส่สมอง ชายหนุ่มให้ข้อสรุปให้ตัวเอง
ถัดมา ไคลน์เสกภาพโครงสร้างพิพิธภัณฑ์ขึ้นท่ามกลางมิติสายหมอก เป็นภาพจากความทรงจำขณะสำรวจตัวอาคารเมื่อช่วงเช้า รายละเอียดประกอบด้วยชั้นหนึ่งของพิพิธภัณฑ์และสภาพแวดล้อมโดยรอบตึก
ไคลน์นั่งจ้องพิมพ์เขียวเป็นเวลานาน จินตนาการถึงหลากหลายแผนการและเส้นทาง จนกระทั่งตัดสินใจเลือกวิธีค่อนข้างปลอดภัย
ปิดท้ายด้วย มันใช้พลังทำนายถามถึงอันตรายของปฏิบัติการ และได้รับคำตอบยอดนิยมกลับมาว่า มีอันตราย แต่อยู่ในขอบเขตสามารถยอมรับได้
ไคลน์กลับโลกจริงและเริ่มเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันทุกชนิด
แผนของมันคือ จดจำลวดลายของแผ่นคั่นหนังสือให้แม่นยำเพื่อเตรียมสร้างของเลียนแบบ จากนั้นก็ใช้ ‘ร่างจิต’ ลงมือขโมยของจริงและนำของปลอมไปสับเปลี่ยน
ไคลน์ไม่อยากให้ใครรู้ว่าแผ่นคั่นหนังสือของจริงถูกขโมย จนกว่าจะผ่านไปสักระยะหนึ่งเสียก่อน ถึงตอนนั้นก็สายเกินกว่าจะสืบสวน ไม่หลงเหลือร่องรอยใดให้จับมือดม
แต่หลังจากไตร่ตรองถี่ถ้วน มันพบว่าแผนดังกล่าวมีช่องโหว่ การทำเช่นนี้จะนำพาอันตรายมาสู่จัสติส ผู้เคยสัมผัสกับแผ่นคั่นหนังสือดังกล่าว และเธอจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่งทันทีหากมีการไต่สวนคดี
จะยอมให้มิสจัสติสเสี่ยงอันตรายเพียงเพราะความโลภส่วนตัวไม่ได้ เธอคือสมาชิกแสนมีค่าของชุมนุมทาโรต์!
ผ่านไปสักพัก ไคลน์พบวิธีทำให้จัสติสรอดจากการตกเป็นผู้ต้องสงสัย
แผนของมันคือ ต้องไม่ขโมยแค่แผ่นคั่นหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงสิ่งรอบข้างอีกหลายชิ้น โดยเฉพาะหนังสือเล่มเล็ก สามารถหยิบจับติดมือในร่างวิญญาณได้ง่าย
ฟู่ว! หลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น ชายหนุ่มนั่งจ้องนาฬิกาพก รอจนกว่าจะถึงเวลาสามทุ่มตรง
มันต้องการลงมือก่อนเที่ยงคืน
เพราะหากลงมือเร็วเกินไป ชาวเมืองในละแวกดังกล่าวจะยังไม่ถึงเวลาเข้านอน ส่งผลให้มันเดินผ่านกำแพงด้วยมาสเตอร์คีย์ได้ไม่สะดวกนัก แต่ถ้าลงมือช้าเกินไป จำนวนคนเดินถนนก็จะน้อย ทำให้ถูกพบตัวได้ง่ายในยามค่ำคืน ยิ่งอยู่ระหว่างคดีฆาตกรรมต่อเนื่องด้วยแล้ว ช่วงเวลาดังกล่าวจึงมีสายตรวจจากหน่วยผู้วิเศษตระเวนทั่วเมือง
ถึงคดีฆาตกรรมต่อเนื่องจะทำให้แผนไคลน์ง่ายขึ้นเพราะจิตแห่งจักรกลประจำการในพิพิธภัณฑ์น้อยลง แต่ขณะเดียวกันก็เป็นข้อเสียร้ายแรง ส่งผลให้เคลื่อนไหวตามท้องถนนได้ยากขึ้นมาก
ติก ติก ติก
เข็มสั้นยังคงเดินไม่หยุด ค่ำคืนและท้องฟ้ามืดลงทุกขณะ จนกระทั่ง พระจันทร์แดงเผยตัวอย่างเด่นชัดหลังจากผ่านเวลาสามทุ่มตรง
ไคลน์เก็บมาสเตอร์คีย์และอุปกรณ์จำเป็นชนิดอื่นใส่กระเป๋าเสื้อ มันถือไม้เท้าเดินออกจากถนนมินส์ไปขึ้นรถม้าเช่า และเดินทางไปยังเขตตะวันออกเพื่อเปลี่ยนเครื่องแต่งกายในหอพักบนถนนปาล์มดำ
ถัดมา มันเช่ารถม้าอีกหลายทอดจนกระทั่งมาถึงย่านหนึ่งในเขตตะวันตก ซึ่งห่างไกลกับถนนหลวงราชาพอประมาณ
เวลาผ่านไปแล้วหนึ่งชั่วโมงกับอีกสี่สิบห้านาที
สถานการณ์ในปัจจุบัน ผิดแผนไปจากเดิมค่อนข้างมากทีเดียว
เดิมที มันจะประกอบพิธีกรรมอัญเชิญตัวเอง นำร่างจิตมายังโลกจริง และเดินทางจากบ้านในเขตเชอร์วู้ด ไปยังเขตตะวันตกด้วยความเร็วสูงสุดของวิญญาณ จากนั้นก็ลอบแทรกซึมเข้าไปในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
อย่างไรก็ตาม ไคลน์ตัดสินใจละทิ้งแผนการดังกล่าวในวินาทีสุดท้าย เนื่องจากตระหนักถึงความเสี่ยงร้ายแรงในภายหลัง
กรุงเบ็คลันด์ไม่มีทางมีผู้วิเศษลำดับครึ่งเทพแค่หนึ่งหรือสองคนแน่!
ภายใต้สถานการณ์ฆาตกรต่อเนื่องออกอาละวาด แถมยังจับกุมตัวไม่ได้แม้จะผ่านมาเนิ่นนาน แปลว่าต้องมีผู้วิเศษลำดับสูง หรือไม่ก็สมบัติวิเศษระดับสูง คอยตรวจตราจุดใดจุดหนึ่งเป็นพิเศษ ถึงแม้ระยะห่างจากเชอร์วู้ดไปยังเขตตะวันตกจะไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ถ้าร่างจิตของไคลน์บังเอิญลอยผ่านเขตตรวจจับ ความฉิบหายจะตามมาอย่างแน่นอน
มันห้ามชะล่าใจอย่างเด็ดขาด ถึงแม้ผลลัพธ์การทำนายจะระบุว่า ‘มีอันตรายพอสมควร แต่อยู่ในขอบเขตยอมรับได้’ ก็ตาม
นักทำนายไม่ควรเชื่อมั่นในผลทำนายมากเกินไป ความคลุมเครืออาจนำพาตัวเองไปสู่ความพินาศในภายหลัง
หรือในอีกความหมายหนึ่งก็คือ อนาคตจะเข้าข่าย ‘มีอันตรายพอสมควร แต่อยู่ในขอบเขตยอมรับได้’ ก็ต่อเมื่อ ตนตัดสินใจเลือกแผนการได้ถูกต้องและชาญฉลาด
ไคลน์รีบเปลี่ยนแผนทันทีเมื่อพบความไม่เหมาะสม แต่แก่นแท้ของแผนการเดิมยังคงเหมือนเดิม
…
อาคารหมายเลข 2 ถนนหลวงราชา
พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
เหนือหลังคาหลายเหลี่ยมของตัวอาคาร พนักงานรักษาความปลอดภัยจำนวนสี่คน กำลังยืนประจำสี่มุมตามความรับผิดชอบของตัวเอง ทั้งหมดสวมชุดคลุมตัวหนาเพื่อต่อสู้กับอากาศอันหนาวเหน็บของค่ำคืนฤดูใบไม้ร่วง สายตาก้มมองสอดส่องความผิดปรกติในทิศทางตัวเองอย่างตั้งใจ ต่อให้ผู้บุกรุกแปลกหน้าหลบหลังต้นไม้หรือในเงามืด ก็ยากจะรอดพ้นสายตาบุคคลเหล่านี้
เพียงปัจจัยข้างต้นก็ช่วยให้ทราบว่า ทีมคุ้มกันพิพิธภัณฑ์ถูกจัดการโดยมืออาชีพ
“ยังเหลืออีกตั้งครึ่งชั่วโมง กว่าพวกเราจะถึงเวลาเปลี่ยนเวร…” พนักงานรักษาความปลอดภัยก้มมองเพื่อนด้านล่างพลางส่ายหัว
ด้านในพิพิธภัณฑ์ยังมีพนักงานรักษาความปลอดภัยแบ่งออกเป็นสี่กลุ่ม ตระเวนตรวจตราทั่วโถงจัดแสดงตามแต่ละเส้นทาง
ภายในห้องจัดแสดงซึ่งมีไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ถูกเก็บรักษาอยู่ หัวหน้าหน่วยจิตแห่งจักรกล มักซ์·ลิเวอร์มอร์ กำลังเดินไปกลับเพื่อเฝ้าระวังมิให้ใครสามารถเข้าใกล้ไดอารีจักรพรรดิโรซายล์ได้
มันกำลังสวมแว่นตาขาเดียว สมบัติวิเศษปิดผนึก 3-1328 ช่วยให้มองเห็นสิ่งมีชีวิตประเภทวิญญาณโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นวิญญาณอาฆาต ภูตผี เงามืด หรือกระทั่งวิญญาณมาร ขณะเดียวกัน มักซ์ก็คอยแวะเวียนไปยังโถงจัดแสดงอื่นเป็นระยะ
ลูกน้องของมักซ์สองคนรับงานเฝ้าห้องโถงเล็กด้านข้างห้องเก็บไดอารี
ปัจจุบัน ภายในตู้จัดแสดงไม่ได้มีเพียงไดอารีจักรพรรดิโรซายล์เพียงสิ่งเดียว
แต่ยังมีบล็อกตัวต่อไม้สีสันสว่างสดใส ถูกเรียงต่อกันจนมีลักษณะคล้ายกับโครงสร้างพิพิธภัณฑ์ชั้นหนึ่งขนาดย่อส่วน
สิ่งนี้คือสมบัติปิดผนึกเช่นกัน หากต่อบล็อกดังกล่าวให้เป็นโครงสร้างอาคารใด มันจะทำการเชื่อมต่อทางวิญญาณกับอาคารหลังดังกล่าว และเมื่อมีผู้บุกรุกเข้ามาในอาคาร ตัวต่อจะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองทันที
แน่นอนว่ามีข้อจำกัดและผลข้างเคียงมากมาย อาทิ ระยะทางต้องไม่ไกลเกินไป หรือจำนวนบล็อกต้องเพียงพอสำหรับต่อเป็นโครงสร้างอาคารอย่างสมบูรณ์
ถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภายนอก ผู้คนและสิ่งของด้านใดก็แทบจะออกจากอาคารดังกล่าวไม่ได้เช่นกัน
“หัวหน้า คิดว่าจะมีใครมาขโมยสมุดบันทึกเล่มนี้จริงหรือ ผมไม่เห็นจะอ่านออกสักตัวอักษร” หนึ่งในลูกทีมซักถามเมื่อมักซ์เดินกลับมาพร้อมตะเกียงในมือ
มักซ์อมยิ้ม
“คนบางจำพวกหลงใหลโรซายล์อย่างไม่ลืมหูลืมตา พวกเรามิอาจใช้สามัญสำนึกวัดได้ บางคนเชื่อว่าตัวเองใกล้ถอดรหัสความลับได้แล้ว จึงต้องการเบาะแสอ้างอิงเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย บางคนก็เชื่อว่าอักษรพิเศษของโรซายล์แฝงพลังเวทมนตร์ หากนำมารวมกันอย่างถูกต้องจะช่วยให้ได้รับพลังพิเศษ นิทรรศการหวนรำลึกโรซายทุกปีจะมีหัวขโมยโผล่ออกมาเสมอ”
“แล้วทำไมพวกเราถึงไม่นำสมุดบันทึกไปเก็บไว้ในผนึกมิดชิดล่ะครับ? เหตุใดถึงรอให้พวกมันเข้ามา ‘มอบตัว’ คนแล้วคนเล่า?”
ลูกน้องอีกหนึ่งคนหันมาถาม
มักซ์พยักหน้ารับพลางแสยะยิ้ม
“คะแนนคุณประโยชน์วิ่งเข้ามาหาด้วยตัวเองแบบนี้ มีใครไม่อยากได้ของฟรีบ้าง?”
…
อาคารหมายเลข 18 ถนนหลวงราชา
ภายในอาคารหลังใหญ่ติดกับทางแยก
ไคลน์อาศัยแนวเงามืดลอบเข้ามาในเขตตะวันตก จากนั้นก็ใช้มาสเตอร์คีย์ไขกำแพงเพื่อเดินเป็นเส้นตรงมายังจุดปัจจุบัน
ชายหนุ่มหยิบกุญแจทองเหลืองออกมาเสียบประตูห้องครัว และบรรจงบิดข้อมืออย่างเงียบเชียบ
เกิดเคลื่อนน้ำกระเพื่อมบนผิวประตู พร้อมกับการส่งตัวชายหนุ่มเข้าไปด้านใน
ไคลน์หันหน้าสำรวจและพบประตูเพิ่มอีกหลายบาน จึงพยายามเดินหาจนกระทั่งพบห้องเก็บของปลอดผู้คน
มาสเตอร์คีย์มีประโยชน์ฉิบ! แต่ว่า อดีตเจ้าของทั้งสองคนกลับต้องดวงแตกจนถูกแย่งชิงกุญแจไปในตอนสุดท้ายทั้งคู่ บางที เราไม่ควรพกมันติดตัวนานเกินไป…
ไคลน์ถอนหายใจด้วยสีหน้าผ่อนคลายและเก็บกุญแจกลับเข้ากระเป๋า มันตรวจสอบและพบว่า ห้องถัดไปเป็นห้องนอนของคนรับใช้ จึงทำการโรยผงรัตติกาลศักดิ์สิทธิ์และถ่ายเทพลังวิญญาณใส่ สร้างเป็นกำแพงวิญญาณผนึกเสียงภายในห้องเก็บของจนมิดชิด มิให้เล็ดลอดออกไปด้านนอก
ถัดมา ชายหนุ่มบรรจงวางเทียนไขลงบนลังไม้ใหญ่ด้านหน้า
เป๊าะ! ไคลน์ดีดนิ้วแผ่วเบา เกิดเปลวเพลิงสีฟ้าสุขุม ลุกโชนระหว่างปลายนิ้วชี้และโป้ง
หลังจากเทียนไขถูกจุด มันประกอบพิธีกรรมอัญเชิญตัวเองอย่างง่าย และเข้ามิติสายหมอกไปตอบรับ
ไม่ถึงหนึ่งนาทีถัดมา ไคลน์กลับลงมาบนโลกจริงด้วยร่างจิต และพบกับร่างเนื้อของตัวเองซึ่งสูญเสียความแวววาวในดวงตา
เมื่อทำความเคยชินกับร่างปัจจุบันจนเกิดความมั่นใจ มันเหยียดฝ่ามือออกไปกำนกหวีดโบราณของมิสเตอร์อะซิก ส่งผลให้ร่างจิตทวีความคมชัดและเปี่ยมด้วยพลัง ขณะเดียวกันก็เกิดสายลมเย็นเฉียบหมุนวนรอบตัว
ถัดมา ไคลน์ใช้พลังในร่างจิต เปลี่ยนรูปลักษณ์ให้มีลักษณะคล้ายทาด้วยแถบสามสี
หลังจากเตรียมความพร้อมเรียบร้อย ชายหนุ่มหยิบกล่องไม้ขีดไฟซึ่งซื้อมาจากริมถนนอย่างส่งเดช ออกมาถือติดมือ พร้อมกับตัดกำแพงวิญญาณจนเกิดช่องว่างขนาดย่อม สำหรับแทรกตัวออกไปโลดแล่นด้านนอกอย่างอิสระ
“เริ่มปฏิบัติการได้!”
มันตะโกนปลุกใจตัวเอง ก่อนจะเริ่มเคลื่อนย้ายร่างจิตในลักษณะเดียวกับภูตผี พุ่งผ่านกำแพงอาคารหลังแล้วหลังเล่า จนกระทั่งมาถึงด้านนอกของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ
ด้วยร่างปัจจุบัน ไคลน์ไม่มีความจำเป็นต้องเปิดเนตรวิญญาณ สีออร่าของทุกสิ่งมีชีวิตด้านในได้บ่งบอกทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง ราวพวกมันกำลังทรยศเจ้าของร่างอย่างไม่น่าให้อภัย
ชายหนุ่มลอยวนหาจนพบลานหญ้าเหี่ยวเฉาสีเหลืองและเสาตะเกียงในความทรงจำ แต่ยังมิได้บุ่มบ่ามกระโจนออกไปโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง การอยู่ในร่างจิตไม่ได้แปลว่าจะไม่มีคนมองเห็น ไคลน์เลือกเคลื่อนไหวไปตามเส้นทางอับสายตา ผ่านต้นไม้และรูปปั้นหินแกะสลัก จนกระทั่งเริ่มเข้าใกล้จุดหมาย
แต่ไคลน์ไม่หุนหัน มันระมัดระวังทุกฝีก้าวเพราะเชื่อว่า ต้องมีหน่วยจิตแห่งจักรกลสักคนสองคนแฝงตัวอยู่กับกลุ่มพนักงานรักษาความปลอดภัยแน่นอน
ในเวลาเดียวกัน พนักงานสี่คนบนยอดหลังคาตึก ซึ่งประจำในแต่ละมุมของตัวเอง พวกมันไม่ต่างอะไรกับคนหูหนวกตาบอด มิอาจตระหนักถึงความผิดปรกติด้านล่างได้เลย
ไคลน์ยังไม่เข้าไปในตัวอาคารทันที สัญชาตญาณของมันบ่งบอกว่า พื้นทางเดินพิพิธภัณฑ์ถูกฉาบด้วยพลังวิญญาณลึกลับ ขณะเดียวกันก็พิสูจน์ไม่ได้ว่า ด้านในมีผู้วิเศษสายตรวจจับอยู่หรือไม่ และมีกี่คน
มันตัดสินใจทำตามแผนเดิม คือการลอยตัวอ้อมตึก ขยับเข้าใกล้ห้องน้ำชั้นล่างอย่างระมัดระวัง
ห้องน้ำเป้าหมายอยู่ใกล้กับโถงจัดแสดง ซึ่งเป็นห้องเก็บรักษาไอดารีจักรพรรดิโรซายล์
ทันใดนั้น ชายหนุ่มโยนไม้ขีดไฟทั้งกล่องเข้าไปในช่องลมของห้องน้ำและรีบลอยตัวขึ้นด้านบน ก่อนจะพุ่งผ่านผนังเข้าไปในชั้นสองของตัวอาคารด้วยความว่องไว
………………….
